Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
พญ. ธวัลรัตน์ ปานแดง
สุขภาพตา

เส้นเลือดฝอยในตาแตกอันตรายแค่ไหน?

ภาวะนี้ทำให้ตาขาวแดงเป็นหย่อมๆ ไม่ใช่โรคตาแดง สามารถหายเองได้ แต่ต้องใช้เวลา
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,621,978 คน

เส้นเลือดฝอยในตาแตกอันตรายแค่ไหน?

เส้นเลือดฝอยในตาแตก หรือภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตา (Subconjunctival Hemorrhage) มักทำให้เกิดอาการตาขาวแดงก่ำเป็นหย่อมๆ หรือทั้งหมด ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องตื่นตกใจ ว่า เป็นโรคตาแดง หรือกลัวว่าจะเป็นอันตรายหรือเปล่า แต่แท้จริงแล้วภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักไม่มีอันตรายรุนแรง เว้นแต่อาจมีอาการระคายเคืองตามมา แต่ทั้งหมดนี้สามารถหายเองได้ เพียงแต่อาจต้องใช้เวลาหลายวัน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดเส้นเลือดฝอยในตาแตก

  • การขยี้ตา การขยี้ตาอย่างรุนแรง หรือเล็บไปสะกิดโดนดวงตา อาจทำให้เส้นเลือดฝอยในตาแตกได้ สังเกตว่า บางครั้งอาการตาแดงจะเกิดขึ้นหลังตื่นนอน ซึ่งอาจเกิดจากการขยี้ตาขณะหลับโดยไม่รู้ตัวนั่นเอง
  • การเกิดอุบัติเหตุ หากเกิดการกระทบกระแทกที่ศีรษะ หรือใบหน้า หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ฐานกะโหลกศีรษะอาจฉีกขาด และเกิดแรงดันสูงจนทำให้หลอดเลือดฝอยในตาแตก ซึ่งหากไม่รีบรักษา ดวงตาอาจเกิดแรงดันสูงมากจนกลายเป็นต้อหินและทำให้ตาบอดได้
  • มีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในตัวตา เช่น น้ำเข้าตา ฝุ่นเข้าตา แล้วทำให้เกิดการระคายเคือง
  • การมีความดันโลหิตสูง คนเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว มีโอกาสเกิดอาการตาแดงได้บ่อย เนื่องจากแรงดันในหลอดเลือดส่งผลให้เส้นเลือดฝอยบริเวณดวงตาแตกได้
  • การยกของหนัก การออกแรงยกของหนักจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น จะเป็นการเพิ่มแรงดันในลูกตา จึงอาจทำให้เส้นเลือดฝอยแตกได้เช่นกัน
  • การไอ จาม และอาเจียน ขณะไอ จาม และอาเจียนอย่างรุนแรง จะทำให้เกิดแรงดันในร่างกายสูงกะทันหันจึงเป็นสาเหตุให้เส้นเลือดฝอยแตกได้ รวมถึงการอาเจียนอย่างรุนแรงด้วย
  • การดำน้ำ การดำน้ำในระดับลึกจะต้องพบเจอกับแรงดันน้ำภายนอกซึ่งเป็นปัจจัยทำให้แรงดันในตาสูงขึ้น สังเกตดูว่า บางคนที่เพิ่งผ่านการดำน้ำมามักมีอาการตาแดงด้วย
  • ความผิดปกติที่หลอดเลือดสมอง เช่น การที่หลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงในสมองเชื่อมต่อกันผิดปกติ หรือการเกิดหลอดเลือดดำในสมองอุดตัน ทำให้มีแรงดันเพิ่มขึ้นในสมองและลูกตา จนทำให้มีภาวะเลือดออกผิดปกติในสมองและตาได้ ซึ่งมักพบอาการปวดตา ปวดศีรษะ และอาจอันตรายถึงขึ้นชักและสมองฝ่อได้
  • มีโรคที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด หรือผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด เช่น การรับประทานยาวาร์ฟาริน (Warfarin) และยาแอสไพริน (Aspirin) ที่ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด การรับประทานสมุนไพรใบแปะก๊วย ทำให้เลือดออกง่ายและหยุดยาก
  • การติดเชื้อ การติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียที่เยื่อบุตา มักพบอาการตาแดงได้บ่อยๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับอาการแสบเคืองตา ปวดตา ตาอักเสบ และอาการเคืองหรือแสบตาบางครั้งจะทำให้เผลอขยี้ตา ทำให้เส้นเลือดฝอยตาแตกได้

เส้นเลือดฝอยในตาแตก อันตรายหรือไม่

ส่วนมากภาวะเส้นเลือดฝอยในตาแตกที่ไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ มักไม่มีอันตรายรุนแรง และสามารถหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ หากดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี แต่บางครั้งก็อาจมีอาการระคายเคืองตาได้บ้างซึ่งสามารถบรรเทาอาการดังกล่าวได้ด้วยการใช้ยาหยอดตา หรือน้ำตาเทียม และการประคบเย็น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ และไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เอง เนื่องจากอาจทำให้ดวงตาระคายเคืองกว่าเดิมได้ และหากพบว่า อาการตาแดงมาพร้อมกับอาการอื่นๆ เช่น แสบเคืองตา ปวดตา ปวดศีรษะ การมองเห็นแย่ลง ควรรีบมาพบจักษุแพทย์โดยด่วน

โดยส่วนมากเส้นเลือดฝอยในตาแตกมักเกิดที่ตาขาว แต่บางครั้งอาจพบเส้นเลือดฝอยในตาดำแตกได้เช่นกัน ซึ่งมักเกิดจากสาเหตุที่รุนแรงกว่า เช่น เกิดการอักเสบติดเชื้อ หรือเกิดบาดแผลที่นัยน์ตา ซึ่งหลายครั้งก็ทำให้การมองเห็นแย่ลง เห็นภาพเป็นจุดๆ และอาจมีเลือดไหลออกจากตาได้ ซึ่งในกรณีนี้ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เช่นกัน

อาการที่ควรรีบมาพบแพทย์

  • การมองเห็นเปลี่ยนแปลงไป เช่น ตาพร่า เห็นภาพซ้อน
  • ปวดตาอย่างรุนแรง
  • มีน้ำตาไหลออกจากตาผิดปกติ
  • มีประวัติการเจ็บป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง โรคที่เกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด

การรักษาเส้นเลือดฝอยในตาแตก และการดูแลตนเอง

ส่วนมากเส้นเลือดฝอยในตาแตกที่ไม่เป็นอันตรายนั้นไม่จำเป็นต้องรักษา หากได้พักผ่อนดวงตาอย่างเหมาะสมก็สามารถหายเองได้ หรือหากมีอาการระคายเคืองตาเล็กน้อย ก็อาจมาพบแพทย์เพื่อขอยาหยอดตาไปหยอดบรรเทาอาการได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ สาเหตุที่ทำให้เกิดเส้นเลือดฝอยในตาแตก เช่น การมีความดันโลหิตสูง หรือการไอเรื้อรัง ซึ่งเป็นโรคที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมและควรต้องรีบรักษา

ในระหว่างที่ยังมีอาการตาแดงอยู่ ควรงดกิจกรรมที่ทำให้ความดันโลหิตสูง เช่น การยกของหนัก การว่ายน้ำ ดำน้ำ รวมถึงการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากด้วย เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้จะกระตุ้นให้ภาวะเลือดออกใต้เยื่อบุตารุนแรงขึ้นได้

การป้องกันเส้นเลือดฝอยในตาแตก

  • ดูแลถนอมดวงตาอย่างเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการใช้สายตามากเกินไป และพักดวงตาเป็นระยะๆ 
  • หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการบาดเจ็บของดวงตาควรสวมแว่นตาเพื่อป้องกัน
  • ไม่ขยี้ตารุนแรง เพราะจะทำให้ดวงตาระคายเคืองได้
  • หลีกเลี่ยงการออกแรงมากเกินไป เช่น การยกของหนัก หรือการออกกำลังกายอย่างหักโหม
  • หลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นภาวะดังกล่าว เช่น การมีความดันโลหิตสูง การไอจามเรื้อรัง

ที่มาของข้อมูล

อ. พญ. สุธาสินี บุญโสภณเส้นเลือดฝอยในตาแตก (https://www.si.mahidol.ac.th/th/tvdetail.asp?tv_id=675), 20 พฤษภาคม 2561

โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข, คู่มือการดูแลรักษาผู้ป่วยอุบัติเหตุทางตาเบื้องต้น (http://www.metta.go.th/downloads/ehbook.pdf)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป