พืชผักผลไม้กับมะเร็ง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 31, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที

พืชผักต่อไปนี้มีสรรพคุณที่ดีในการรักษามะเร็ง

ดอกผักกาดขาว

มีสารต้านมะเร็งหลายอย่าง มีวิตามินหลายชนิด วิตามินซีสูง มีแร่ธาตุ จึงช่วยเสริมภูมิต้านทาน ช่วยตับขับพิษ ช่วยให้เยื่อบุช่องปาก จมูก ลำคอ ปอดแข็งแรง ต้านทานโรคที่จะรุกล้ำได้ดี

วิธีทำ  นำดอกผักกาดขาว แครอท และบรอกโคลี ผัดเข้าด้วยกัน เป็นเมนูอาหารที่มีรสชาติดี

 

บรอกโคลี

มีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยแปรเปลี่ยนวิตามินเอ ช่วยให้ยีนไม่ได้รับความเสียหาย จึงเหมาะกับการต้านมะเร็งทางเดินอาหาร ยังมีวิตามินบี 2 ช่วยบำรุงรักษาดวงตา ผิวหนัง เยื่อบุต่างๆ และบำรุงประสาทให้แข็งแรง ช่วยขับพิษ จึงต้านมะเร็งได้ดี

มีคลอโรฟิลด์ ช่วยขับพิษไม่ให้ตับได้รับความเสียหาย ลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง กระตุ้นให้แผลหายเร็ว จึงเหมาะกับคนที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร และยังมีสารอื่นๆ ที่มีส่วนช่วยยับยั้งการกระจายของมะเร็งอีกหลายอย่าง มีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก

มีสารโพลีฟีนอลช่วยปกป้องเซลล์ ป้องกันโรคหลอดเลือด โรคทางเดินอาหาร จึงช่วยป้องกันและรักษามะเร็ง

กะหล่ำปลี

มีสารหลายชนิดที่ช่วยป้องกันมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ ช่วยให้ปอดทำงานดี เพราะมีวิตามินบี 6 มีวิตามินซี-ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง วิตามินเค-ช่วยป้องกันกระดูกพรุน วิตามินยู-ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่มีบาดแผล จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นแผลในกระเพาะอาหารหรือในลำไส้เล็กส่วนต้น เพื่อไม่ให้กลายเป็นมะเร็ง และอื่นๆ อีก ได้รับสมญานามว่าเป็น “ผักธรรมชาติของกระเพาะอาหารในห้องครัว” ข้อเสียคือกะหล่ำปลีทุกวันนี้มีสารปนเปื้อนจนน่ากลัว

วิธีกิน  นำกะหล่ำปลี 2 ขีด สับปะรดหนึ่งขีดครึ่ง น้ำ 500 ซีซี. น้ำมะนาว 1 ช้อนชา น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลนิดหน่อย นำมาปั่นและดื่ม กะหล่ำปลีเหมาะกับคนทั่วไป ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก หรือมีแผลในกระเพาะอาหาร ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กระเพาะม้ามหนาวและอ่อนแอ

 

มะเขือยาว

ไม่ว่าจะสีม่วงหรือสีเขียว มีวิตามินพีช่วยลดคอเลสเตอรอล รักษาความนุ่มของหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ช่วยให้เซลล์แข็งแรง มีวิตามินซี แคลเซียม และสารช่วยต้านมะเร็หลายอย่าง เหมาะสำหรับผู้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ตรง คนที่ผิวหนังอักเสบ เป็นวัณโรค ไม่ควรกิน

 

มะเขือเทศ

มีงานวิจัยรายงานว่า ผู้ที่กินไขมันมากมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าคนทั่วไป สารบางตัวในมะเขือเทศช่วยทำลายห่วงโซ่ของการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเขือเทศจึงเหมาะกับผู้ชายเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลตกตะกอนที่ผนังหลอดเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ มะเขือเทศมีวิตามินซีมาก จึงช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า ชะลอความชรา ถ้ากินพร้อมกับอาหารที่มีโปรตีนสูง จะช่วยดูดซึมโปรตีนได้ดี และเป็นอาหารสำหรับผู้คนทั่วไป ผู้เป็นโรคเรื้อรัง และมะเร็งต่อมลูกหมาก คนที่กระเพาะอาหารเย็น ปวดประจำเดือน ลำไส้อีกเสบเฉียบพลันไม่ควรกิน

 

พริก

ไม่น่าเชื่อว่าพริกสามารถป้องกันและรักษามะเร็งได้

ตำรา “คู่มืออาหารป้องกันและรักษามะเร็ง” ของจงกว๋อฝ่างจือชูป่านเซ่อ กล่าวว่า ในพริกมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งช่วยหลอมละลายสารที่มีออกซิเจนหลายชนิด จึงช่วยป้องกันมะเร็งได้  ในเปลือกนอกของพริกยังมีสารเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินพี ซึ่งล้วนแต่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง พริกเหมาะสำหรับคนทั่วไป ผู้ที่โลหิตจาง ร่างกายกลัวหนาว  และเป็นหวัด ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นริดสีดวงทวาร กระเพาะอาหารเป็นแผล วัณโรคปอด

 

มันเทศและเผือก

มีสารที่ช่วยป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ เบาหวาน ช่วยป้องกัน รักษามะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว บรรเทาอาการในสตรีวัยทอง ช่วยให้ลำไส้เคลื่อนไหวดี จึงถ่ายสะดวก กินเผือกต้มหัวเล็ก มื้อละ2-3 หัว วันละ 2 ครั้ง ช่วยป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร ปั่นมันเทศสุก 2 หัวกับนมสด 1,000 ซีซี. เติมน้ำตาลเล็กน้อยแล้วดื่ม สูตรนี้เหมาะสำหรับคนทั่วไป คนตาบอดกลางคืน แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่กระเพาะอาหารเป็นแผล และท้องอืด

 

หน่อไม้

ไม่น่าเชื่อว่าหน่อไม้มีส่วนช่วยเรื่องมะเร็ง คงเพราะมีกากใยมาก ช่วยในการขับถ่าย จึงเหมาะกับมะเร็งลำไส้ใหญ่และริดสีดวงทวาร ยังช่วยลดไขมัน ป้องกันน้ำหนักเกิน ไขมันในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง หน่อไม้เป็นอาหารที่เหมาะกับคนทั่วไป คนที่น้ำหนักเกิน ท้องผูก ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ปวดข้อ เป็นเกาต์ โรคไต นิ่ว เป็นต้น

 

เห็ด

ทำไมพืชตระกูลเห็ดจึงช่วยป้องกันและรักษามะเร็งได้ เพราะในเห็ดมีวิตามินบีรวมมาก ช่วยให้สมองและร่างกายเจริญดี มีสารช่วยแก้อักเสบ ต้านแบคทีเรีย ช่วยเสริมภูมิต้านทาน

มีสารต้านไสรัสและลิ่มเลือด มีกากใยมาก ช่วยชำระลำไส้ให้สะอาด

มีสารเมือกธรรมชาติที่ช่วยปกป้องข้อต่างๆ กรดอะมิโนที่มากมายช่วยคลายกังวล ช่วยดูดซึมแคลเซียมป้องกันกระดูกพรุน ป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ เพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย  แค่นี้ก็เพียงพอที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของร่างกายให้สามารถต่อต้านมะเร็งได้ ส่วนจะกินอย่างไรนั้น เชื่อว่าทุกท่านรู้ดีกันอยู่แล้ว ผู้ที่เป็นโรคเกาต์และกรดยูริกในเลือดมาก ไม่ควรกิน

 

ผลไม้

ทำไมผลไม้จึงสามารถป้องกันและรักษามะเร็งได้ เพราะว่าในนั้นมีสารบำรุงมากมาย เช่น

วิตามินเอ-ช่วยเซลล์ผิวหนังให้แข็งแรง วิตามินซี-ช่วยเสริมภูมิต้านทาน วิตามินพี-ช่วยต้านไวรัสที่เป็นตัวก่อมะเร็ง เบต้าแคโรทีน-ช่วยปกป้องผิวหนัง เส้นผมให้แข็งแรง มีโปรตัสเซียม-ช่วยขับโซเดียม แมกนีเซียม-ช่วยให้เอนไซม์ต่างๆ ในร่างกายทำงานได้ดี  เป็นต้น

ผลไม้จึงดีต่อร่างกาย แต่เวลากินต้องขึ้นอยู่กับร่างกายแต่ละคน โรคแต่ละระยะ ควรหมั่นสังเกตว่าหากกินแล้วสบายก็กินต่อ กินแล้วไม่สบายให้เปลี่ยนเป็นชนิดอื่น โดยผลไม้แต่ละชนิดมีประโยชน์ดังนี้

ส้ม

เป็นผลไม้ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไป จึงไม่เฉพาะคนป่วยเท่านั้น ในส้มมีสาร citric  acid ช่วยขับสาร lactic acid รวดเร็ว ทำให้หายจากอาการอ่อนเพลียโดยเร็ว มีสาร  limonene ที่ช่วยลดเบาการหดเกร็งของหลอดลม ทำให้ขับเสมหะได้ง่าย มีวิตามินซี ช่วยเสริมภูมิต้านทาน ทำให้ระบายดี ลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี ทั้งยังมีสารต้านมะเร็งด้วยประยุกต์เป็นเครื่องดื่มง่ายๆ โดยนำส้ม 2 ลูก ปอกเปลือก ทิ้งเมล็ด เอาแต่เนื้อส้ม เติมนมเปรี้ยวเข้าไป 250 ซีซี. ใส่น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ นำทั้งหมดใส่ในเครื่องปั่น เติมน้ำเล็กน้อย ปั่นเสร็จแล้วดื่ม ผู้ที่กระเพาะเป็นแผล ไอจากหวัดเย็น ไม่ควรกิน เนื่องจากเนื้อส้มกินแล้วเพิ่มความชื้น ทำให้มีเสมหะมาก จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีความชื้น แต่เปลือกส้มที่ตากแห้งแล้ว กลับมีฤทธิ์ขับเสมหะได้ดี

มะนาว

มะนาวเป็นผักและผลไม้เศรษฐกิจของไทยเรา บนโต๊ะอาหารไทยส่วนมากจะขาดมะนาวไม่ได้ กล่าวได้ว่าเป็นทั้งอาหารและยา เป็นยาก็ผสมน้ำผึ้งกินแก้ไอ ช่วยรักษาเริม งูสวัด  ประโยชน์ของมะนาวเป็นที่รู้จักกันดีมในหมู่คนไทย โดยเฉพาะช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง มะนาวหากินไม่ยาก เนื่องจากมีสารอาหารที่เป็นคุณประโยชน์มากมาย จึงเหมาะที่จะปรุงเป็นเครื่องดื่มและอาหารให้ผู้ป่วยมะเร็ง นอกจากทำน้ำมะนาวเย็นๆ หรือมะนาวผสมน้ำผึ้งดื่มแล้ว ลองแอปเปิลครึ่งลูกปอกเปลือกทิ้งเมล็ด หั่นเป็นชิ้น มะนาว 1 ลูก ล้างสะอาดฝานบางๆ ทิ้งเม็ด กะหล่ำปลี 1 ขีด ล้างสะอาด นำทุกอย่างใส่เครื่องปั่น สักพักค่อยใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย เทออกดื่ม สำหรับผู้ที่กรดในกระเพาะมาก ฟันผุ และผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรกิน

แตงโม

แตงโมเป็นผลไม้ที่อร่อยและมีประโยชน์มาก มีสารต้านมะเร็งหลายชนิด เช่น สารอะดรีนาลิน ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย สารกลูตามิกช่วยลดความเหนื่อยล้า บำรุงสมอง ช่วยให้แผลในปากหายเร็ว สารมาลิกแอซิด ช่วยละลายไขมันในร่างกาย ช่วยไตขับพิษและน้ำที่มากเกินไป ฯลฯ เนื่องจากแตงโมมีฤทธิ์หนาวจึงช่วยลดร้อนในผู้ป่วยมะเร็งได้อย่างดี แต่เพราะมีฤทธิ์หนาวมากจึงมีข้อห้ามสำหรับผู้ที่กระเพาะหนาวเย็น ท้องเสียและเด็กทารก น้ำแตงโมปั่นกับมะเขือเทศ-นำเนื้อแตงโม 1 ขีด มะเขือเทศลูกใหญ่ 2 ลูก หรือจะใช้มะเขือเทศราชินีก็ได้ ล้างให้สะอาดลวกในน้ำร้อนจัดนิดหน่อย ใส่เครื่องปั่น เติมน้ำสะอาดเล็กน้อย  น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ  ปั่นเสร็จดื่มทันที

องุ่น

มีสารที่เป็นคุณประโยชน์มากมายรวมทั้งสารต้านมะเร็ง เช่น วิตามินบี 12 ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันเลือดจาง เสริมระบบประสาทให้แข็งแรง วิตามินอี ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง  หลอดเลือดนุ่มนิ่ม วิตามินพี ช่วยเส้นเลือดฝอยแข็งแรง ต้านแอล ดี แอล ป้องกันหลอดเลือดแข็ง ยังมีสารต้านมะเร็ง เพิ่มภูมิต้านทานแก่ร่างกาย ตัดวงจรการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง องุ่นมีฤทธิ์อุ่น สามารถปั่นรวมกับแอปเปิลช่วยบำรุงชี่เลือด โดยนำองุ่นดำก็ได้เขียวก็ได้ 20 เม็ด ล้างให้สะอาด ไม่ต้องเอาเมล็ดออก แอปเปิล 1 ลูก ล้างสะอาดปอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็ก ใส่ในเครื่องปั่นเติมน้ำ 200 ซีซี. ใส่น้ำมะนาวและน้ำผึ้งตามชอบ หรือจะเติมน้ำแข็งเล็กน้อยก็ได้ ปั่นละเอียดเทออกดื่ม

แอปเปิล

กิน 1 ลูกต่อวันจะห่างไกลหมอ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการทำงานของวิตามินซี จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และหัวใจวาย

แอปเปิลสามารถกินสดๆ หรือปั่นกับผลไม้อื่นๆ ซึ่งบ้านเรามีความถนัดอยู่แล้ว

สตรอว์เบอร์รี

มีสารที่เป็นคุณมากมาย เช่น วิตามินซี ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันหรือเลือดกำเดาไหล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันไม่ให้ protonitrate ในร่างกายเปลี่ยนเป็นสาร  nitrosamine ที่เป็นสารก่อมะเร็ง วิตามินบี 2 ป้องกันหลอดเลือดแข็ง ป้องกันปากอักเสบ ช่วยรักษาปากนกกระจอก โฟลิก แอซิดที่ช่วยบำรุงครรภ์ ป้องกันโรคหัวใจหลอดเลือดและต้านมะเร็ง มีสารป้องกันการรวมตัวของผิวสีดำ จึงช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนัง มะเร็งหลอดอาหาร และมะเร็งปอด แต่สตรอว์เบอร์รี่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เราสามารถปั่นสตรอว์เบอร์รีกับมะเขือเทศราชินีได้ โดยนำสตรอว์เบอร์รีครึ่งขีด มะเขือเทศราชินีครึ่งขีด มะนาวครึ่งลูก น้ำสะอาด 100 ซีซี. อาจใส่น้ำแข็งป่นเล็กน้อยถ้าชอบ ปั่นได้ที่แล้วเวลาจะดื่มเติมน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนโต๊ะ จะได้รสชาติที่หอมอร่อย

ฝรั่ง

เป็นผลไม้ที่หาง่ายในบ้านเรา มีรสชาติอร่อย มีสารที่เป็นคุณมากมาย มีวิตามินและแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ มีวิตามินซีมาก มีโปตัสเซียมสูง จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไต แต่ช่วยควบคุมน้ำตาล จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน นอกจากกินเป็นลูกๆ ธรรมดาแล้ว ยังสามารถนำไปปั่นโดยใช้ฝรั่ง 3 ขีด น้ำสะอาด 100 ซีซี. ปั่นเสร็จเติมน้ำผึ้งแท้ 1 ช้อนชาหรือตามต้องการ

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "ต้านมะเร็งลดพิษคีโมด้วยแพทย์แผนจีน" โดยหมอไพร จากสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่