อาหารสำหรับมะเร็งแต่ละชนิด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 31, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

อาหารมีส่วนในการบำรุงร่างกาย บางชนิดมีคุณประโยชน์ต่อการรักษามะเร็ง ในบทนี้จะกล่าวถึงอาหารที่ควรกิน เมื่อป่วยเป็นมะเร็งชนิดต่างๆ

มะเร็งลำไส้ใหญ่

เลือกอาหารที่ช่วยย่อยสลายก้อน แต่ต้องระบายขับถ่ายดีด้วย เพราะลำไส้ใหญ่กลวงเป็นทางผ่านของอุจจาระจะตันไม่ได้ จึงขอแนะนำเมนูต่อไปนี้

1.  โจ๊กลูกเดือย

  •             ลูกเดือย 50 กรัม แช่น้ำไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืน เพื่อให้เปื่อยเร็ว
  •             มันเทศ 50 กรัม ปอกเปลือกล้างสะอาด หั่นเป็นลูกเต๋า
  •             มะเขือ (มะเขือเปราะ หรือมะเขือยาวก็ได้) 50 กรัม หั่นเป็นลูกเต๋าเช่นกัน
  •             เฉินผี 10 กรัม ซื้อตามร้านยาจีน
  •             หกเหล็ง 15 กรัม ซื้อตามร้านยาจีน
  •             ข้าวสาร 100 กรัม

นำวัตถุดิบทั้งหมดนี้ต้มเป็นโจ๊ก ปรุงรสตามใจชอบ หกเหล็ง ลูกเดือย เฉินผีช่วยบำรุงม้าม ขับชื้น เท่ากับช่วยละลายเสมหะ ขับความชื้นที่เป็นก้อนเกาะกลุ่ม ส่วนมันเทศและมะเขือช่วยให้ถ่ายดี จึงระบายได้ดี อาหารตำรับนี้จึงเหมาะกับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

2.  กินลูกกีวีสด วันละ 250 กรัม ติดกันหลายเดือนจนกว่าจะเบื่อ จากนั้นสลับเป็นกินผลไม้ชนิดอื่น

3.  หัวไชเท้ากับแห้วอย่างละพอประมาณ ต้มเดือด 20 นาที ดื่มน้ำแทนชา ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

4.  กล้วยหอม 1-2 ลูก ปอกเปลือกใส่จาน โรยน้ำตาลกรวดเล็กน้อย นำไปนึ่งจนสุก กินกล้วย 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง

5.  เห็ดหูหนูดำ 15 กรัม เห็ดเข็มทอง 30 กรัม ไก่ดำ 1 ตัว สับเป็นชิ้น ตุ๋นด้วยกันทั้งหมด ปรุงรสกินเป็นอาหาร

6.  ลูกเดือย 30 กรัมต้มเปื่อย ใส่ชาเขียว 1 กรัม ดื่มน้ำเป็นชา กินลูกเดือยเป็นอาหาร

มะเร็งหลอดอาหาร

หลอดอาหารเป็นทางเดินอาหารหลังกลืนจากปาก เมื่อมีก้อนมะเร็งมาขวางทาง จึงกลืนอาหารยาก จำต้องกินอาหารเหลว ซึ่งครบถ้วนด้วยคุณค่าทางอาหาร ทำได้โดยวิธีต่อไปนี้

1.  ปั่น มีวัตถุดิบดังนี้

  • สาลี่ 50 กรัม ปอกเปลือก หั่นชิ้นเล็ก
  • ลูกกีวี 50 กรัม ปอกเปลือก หั่นชิ้นเล็ก
  • เห่งยิ้ง 50 กรัม
  • แห้ว 50 กรัม ล้างสะอาด ปอกเปลือก

นำทั้งหมดมาปั่น สามารถดื่มได้ง่ายคล่องคอ เหมาะกับมะเร็งหลอดอาหารมาก

สาลี่ ช่วยละลายเสมหะให้ความชุ่มชื้น แห้ว ช่วยต้านเซลล์มะเร็ง กีวี มีวิตามินที่ช่วยสร้างสารปิดกั้นการเกิดมะเร็ง เห่งยิ้ง ช่วยยับยั้งการเกิดเซลล์มะเร็ง ตำรับนี้จึงใช้ได้ทั้งป้องกันและรักษา

2.  ใบกุยช่าย 100 กรัม ปั่นแยกกากเอาแต่น้ำ เติมน้ำผึ้งตามต้องการ ดื่มสดๆ วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

มะเร็งกระเพาะอาหาร

กระเพาะอาหารเป็นอวัยวะที่บรรจุอาหารแต่ละมื้อที่เรากินเข้าไป จากนั้นจะบีบคลุกเคล้าให้เข้ากัน มีน้ำย่อยช่วยย่อยอาหหารหยาบในชั้นต้น ยามปรกติจะไม่มีอาการไม่สบายอะไรออกมาให้เราทราบ พอมีก้อนมะเร็ง กระเพาะบีบคลุกเคล้าอาหารไม่สะดวก มีความเจ็บปวด อาหารจึงไม่ค่อยย่อย ท้องอืด แน่นท้อง ทำให้กินได้น้อย อีกทั้งจะถูกตัดกระเพาะออกเหลือนิดเดียวจึงกินอาหารได้ทีละน้อย

ผู้ป่วยท่านหนึ่งผ่าตัดกระเพาะออกเหลือ 1 ใน 3 ทำให้กินข้าวไม่ได้ ร่างกายผอมลงเรื่อยๆ ไม่มีเรี่ยวแรง มีคนแนะนำให้กินเผือก เขาจึงกินเผือกหัวเล็กๆ มื้อละ 3 หัว กินเป็นเดือน  ทำให้น้ำหนักขึ้น ร่างกายแข็งแรง หากกินมากกว่านี้จะย่อยยาก ท้องอืด เป็นต้น

ตัวอย่างอาหารต้านมะเร็ง เช่น

1.  ตำรับบำรุงกระเพาะต้านมะเร็ง มีวัตถุดิบดังนี้

  • หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่บำรุงร่างกายขับพิษได้ดีชนิดหนึ่ง นำหน่อไม้ฝรั่ง 150 กรัม ล้างสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก
  • หัวไชเท้า 50 กรัม ช่วยต้านมะเร็ง ปอกเปลือกหั่นชิ้นเล็ก
  • ถั่วแขก 50 กรัม ช่วยต้านมะเร็ง เด็ดขั้วล้างสะอาด ต้ม 2-3 นาที  ตักออก
  • เห็ดหอม 50 กรัม ช่วยต้านมะเร็ง ล้างสะอาดหั่นชิ้เล็ก
  • หอมใหญ่ 50 กรัม ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง คนที่กินหอมใหญ่บ่อยๆ จะมีโอกาสเป็นมะเร็งน้อยลง
  • กระเทียม 30 กรัม ในกระเทียมมีสารต้านมะเร็งได้ดี นำมาปอกเปลือกรอไว้

วิธีทำ ใส่น้ำในหม้อตั้งไฟให้เดือด ใส่หน่อไม้ฝรั่ง เห็ดหอม กระเทียม ไชเท้า หอมใหญ่ ถั่วแขก ปิดฝา ต้มนานครึ่งชั่วโมง สุกแล้วปรุงรสตามใจชอบ สูตรนี้เหมาะสำหรับบำรุงกระเพาะ-ต้านมะเร็ง

2.  น้ำอ้อยสดครึ่งแก้ว น้ำขิง 1 ช้อนชา ผสมคนให้เข้ากัน ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เหมาะสำหรับมะเร็วกระเพาะอาหารระยะเริ่มแรกที่อาเจียนแต่ลม หรือกินอาหารแล้วมักอาเจียน

3.  โจ๊กงาดำ นำงาดำ 6 กรัม คั่วจนหอมบุบพอแหลก ใส่ในโจ๊กที่ต้มเสร็จแล้ว เติมน้ำผึ้งตามใจชอบ

4.  โจ๊กลูกเดือย นำลูกเดือย 50 กรัม ข้าวสาร 100 กรัม พุทราแดง 50 กรัม ลูกบัว 30 กรัม ต้มเป็นโจ๊กกิน

มะเร็งตับ

เรื่องของตับมักจะเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ถ้าไม่ซึมเศร้าก็อารมณ์เสียบ่อย ขี้หงุดหงิด จึงควรทำใจให้สงบ กินอาหารที่ไม่กวนตับและถุงน้ำดีมาก เช่น ของทอดของมัน กะทิ นมเนย  อาหารที่มีรสเปรี้ยว อาหารเหล่านี้ทำให้ตับทำงานหนัก ตับร้อนได้ง่าย เมื่อตับไม่สบายจะลามไปกวนกระเพาะม้าม ทำให้มีอาการท้องอืดแน่น จุกเสียด ลมในท้องมาก เรอ คลื่นไส้  ดังนั้น ต้องกินอาหารที่ย่อยง่ายควรงดเนื้อสัตว์

1.  สูตรลดร้อนตับบำรุงกระเพาะม้าม

  • ลูกหม่อน 20 กรัม  สรรพคุณช่วยบำรุงตับ
  • ใบหม่อน 5 กรัม  ช่วยลดร้อนตับ
  • เก๋ากี้ 20 กรัม  บำรุงสายตา  บำรุงไตและตับ
  • เก๊กฮวย 3 กรัม  ลดร้อนตับ
  • ซานย่าว 9 กรัม  บำรุงม้าม
  • ต่างเซิน 9 กรัม  บำรุงชี่  บำรุงม้า
  • ข้าวสาร 100 กรัม

ต้มยาทั้งหมดเข้าด้วยกัน เอาแต่น้ำมาต้มเป็นข้าวต้ม จะเป็นข้าวต้มปลา ข้าวต้มเปล่ากินกับกับข้าว อย่างอื่นก็ได้

2.  ไข่ไก่ 1 ฟอง ตอกใส่ชาม เติมน้ำรากบัว 30 ซีซี. ใส่ผงซานชี 2-3 กรัม ตีให้เข้ากัน ใส่น้ำตาลกรวดเล็กน้อย นำไปตุ๋น สุกแล้วกิน เหมาะสำหรับมะเร็งตับที่อาเจียนและถ่ายเป็นเลือด

มะเร็งรังไข่

เนื่องจากรังไข่เป็นแหล่งกำเนิดฮอร์โมน ดังนั้น อาหารที่เกี่ยวกับฮอร์โมนต้องหลีกเลี่ยง เช่น เนื้อสัตว์ที่เลี้ยงด้วยการกระตุ้นฮอร์โมน ในการรักษาลูกสาว ผู้เขียนจึงให้กินปลา พืชผัก  และผลไม้เป็นหลัก

มะเร็งปอด

มักทำให้มีอาการไอและมีเสมหะมากหรือไอแห้งๆ ปอดร้อนง่าย ปอดเป็นอวัยวะที่เปราะบางมาก เราควรระวังสิ่งที่ทำร้ายเซลล์ปอด ผู้ป่วยมะเร็งท่านหนึ่ง ระหว่างให้คีโมก็ให้กินยาจีน แต่ละวันอาหารจะมีปลาและผัก นอกจากนี้เขายังปั่นผลไม้ดื่มทุกวัน มีบีทรูท แอปเปิล สาลี่ ฝรั่ง องุ่นดำและเขียว ผักกาดหอม หอมใหญ่ น้ำผึ้งนิดหน่อย ดื่มแล้วร่างกายแข็งแรง ไม่ร้อน ขับถ่ายดี ตัวอย่างเมนู เช่น

1.  ถั่งเช่า 5 กรัม สาลี่ 50 กรัม ต้มด้วยกันกินทุกวัน ช่วยให้ปอดแข็งแรง หรือถั่งเช่า 5 ตัว ใส่ในท้องเป็ดตัวผู้แทนเครื่องในตุ๋นให้เปื่อย กินเป็นอาหาร เหมาะสำหรับมะเร็งปอดที่ชี่น และหยินปอดพร่องไอไม่หาย

2.  น้ำหัวไชเท้า นำหัวไชเท้า 1 กก. น้ำ 300 ซีซี. ต้ม 1 ชั่วโมงหรือให้เหลือน้ำ 100 ซีซี. ละลายสารส้ม 10 กรัม ใส่พร้อมน้ำผึ้ง 100 ซีซี. คนให้เข้ากันนำไปต้มจนเดือด รอให้เย็นแล้วเก็บใส่ตู้เย็น ดื่มครั้งละ 50 ซีซี. วันละ 2 ครั้ง  เช้า-เย็น เหมาะสำหรับมะเร็งปอดที่ปอดร้อน ไอเป็นเลือด

3.  โจ๊กกระเทียม ใช้กระเทียมเปลือกสีม่วง 30 กรัม ปอกเปลือก ต้มในน้ำให้เดือด 1 นาที ตักกระเทียมออกพักไว้ ใส่ข้าวสารลงไป ต้มเป็นโจ๊ก จากนั้นใส่กระเทียม พอโจ๊กเดือด  ปรุงรสตามใจชอบ

มะเร็งมีความซับซ้อนเกินกว่าจะมีสูตรสำเร็จตายตัวได้ และก็ใช่ว่าสูตรที่แนะนำมาจะเหมาะสำหรับผู้ป่วยทุกคน ต้องนำไปใช้อย่างระมัดระวังด้วย

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่า มะเร็งที่เกิดในแต่ละอวัยวะใช้วิธีดูแลรักษาต่างกัน ยังต้องดูจากร่างกายของแต่ละคนด้วย ดังนั้น การรู้จักสังเกตว่ากินอะไรแล้วได้ผล ไม่ได้ผล จึงมีความจำเป็นมาก เพราะสูตรหนึ่งอาจเหมาะสำหรับคนหนึ่ง แต่ไม่เหมาะกับอีกคน หรือระยะนี้กินสูตรนี้ดี ผ่านไปสักระยะหนึ่ง ร่างกายเปลี่ยนไป สูตรเดิมอาจใช้ไม่ได้ผล เป็นต้น

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "ต้านมะเร็งลดพิษคีโมด้วยแพทย์แผนจีน" โดยหมอไพร จากสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่