มะเร็งกับอาหาร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 31, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

ปัจจุบันมีคนเป็นโรคมะเร็งมากขึ้น  มีสถิตอจากหนังสือ  “ป้องกันรักษามะเร็งด้วยอาหาร”  กล่าวว่า  “โดยเฉลี่ยในผู้เสียชีวิต 5 คน  จะเป็นโรคมะเร็ง 1 คน”  เป็นสถิติที่สูงอย่างน่ากลัว  แม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ทางวัตถุจะดีขึ้น  ชีวิตความเป็นอยู่สะดวกสบายขึ้น  วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้ารวดเร็วขึ้น  เทคโนโลยีต่างๆ ล้ำหน้า  การค้นหามะเร็งจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว  แต่ปัญหาอยู่ที่ว่ายังไม่มีวี่แววว่าจะสามารถหยุดยั้งโรคมะเร็งได้อย่างที่ใจต้องการ

หากว่าไม่มีความรู้ความเข้าใจต่อการดูแลรักษาร่างกายที่ถูกต้อง  รวมถึงวิถีชีวิตในการดูแลความแข็งแรงของร่างกาย  อาหารการกินแล้ว  ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งยังมีอยู่เสมอ

“โรคเข้าทางปาก”  ยังเป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริง  โรคทุกโรคเกิดจากการกินที่ไม่มีสุขอนามัย  โรคมะเร็งก็ไม่มียกเว้น  ดังนั้น  หากต้องการป้องกันและรักษาโรคมะเร็ง  จึงควรเริ่มต้นจากการดูแลเรื่องอาหารการกิน  ปรับวิถีชีวิตประจำวันให้สอดคล้องกับความเป็นไปของธรรมชาติ

ความเคยชินในการใช้ชีวิตบางอย่าง  เสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งได้  เช่น  คนสูบบุหรี่  ไม่ว่ามือหนึ่งหรือมือสองมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคนที่ไม่สูบ  ผู้ดื่มเหล้าและชอบกินอาหารมันๆ อาหารทอด  นอนดึก  จะมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ  มากกว่าคนที่ไม่มีความชินอย่างนั้น คนกินรสจัด  ของทอด  ปิ้งย่าง  มักมีความเสี่ยงกับโรคมะเร็งกระเพาะและหลอดอาหาร  คนที่ชอบกินเนื้อสัตว์  ไม่ชอบกินผักผลไม้  มีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่  เป็นต้น

ในชีวิตประจำวัน  การกินอาหารที่สมดุล  ไม่กินตามใจชอบอย่าวจำเจ  ไม่กินอาหารที่ปรุงแต่งมากจนเกินไป  หลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้สารเคมีปนเปื้อน  สร้างความเคยชินที่ไม่ติดรสชาติปรุงแต่งจนเกินไป  กินง่าย  อยู่ง่าย  ลำบากบ้าง  อดบ้าง  จะดีต่อร่างกาย  แต่เราจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ปนเปื้อน  ปรุงแต่งได้มากแค่ไหน  ในเมื่อห่วงโซ่การผลิตอาหารยังปนเปื้อนสารเคมี  ยังคำนึงถึงกำไรมากกว่าคุณภาพชีวิตของผู้คน

เรื่องอาหารการกินยังมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกันให้คนไข้ได้ปวดหัวกันอยู่เสมอ  บางสูตรบอกว่าต้องกินเนื้อสัตว์  ไม่เช่นนั้นจะไม่มีกำลังต่อสู้กับความร้ายกาจของคีโม  บางสูตรบอกว่าต้องกินอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์  กินผลไม้  พืชผัก  กินธัญพืช  กินข้าวที่ไม่ขัดขาว  จะทำให้มะเร็งไม่กระจาย  หรือกำจัดเซลล์มะเร็งได้  เป็นต้น

จะว่าไปแล้วไม่ว่าทำอะไร  เดินทางสายกลางน่าจะดีที่สุด  การสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง  รังแต่จะเป็นผลเสีย  เอาเป็นว่ากินแล้วมีความสุข  ไม่สร้างทุกข์ให้ภายหลังจงทำไปเถอะ  ร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  จะให้เหมือนกันทั้งหมดไม่ได้

ส่วนที่ว่าจะเชื่ออันไหนขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยและญาติ  ต้องหัดสังเกตผลที่ได้รับจากการกิน  แล้วปรับเปลี่ยนตามร่างกายของผู้ป่วยในแต่ละระยะ  บางครั้งสูตรตายตัวอาจไม่เหมาะกับทุกคน  การจะเชื่ออะไรขอให้เชื่ออย่างมีสติ  ทำอะไรให้เหลือทางถอยไว้บ้าง  อย่าสุดโต่งเกิน

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "ต้านมะเร็งลดพิษคีโมด้วยแพทย์แผนจีน" โดยหมอไพร จากสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

โรคมะเร็ง. เกิดกับช่วงอายุใดมากที่สุด
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่