มะเร็งและโรคร้าย

ผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาที่คลินิก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 394,107 คน

ผู้ป่วยมะเร็งที่มารับการรักษาที่คลินิก

นอกจากการรักษาบุตรสาวที่ป่วยเป็นมะเร็งรังไข่แล้ว ยังมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่มารับการรักษา อันเนื่องจากเป็นมะเร็ง และผู้เขียนได้ใช้ยาจีนในการบำบัดรักษา ซึ่งหลายรายมีอาการดีขึ้น และอยู่ในช่วงติดตามอาการ

เคสที่หนึ่ง ผู้ป่วยหญิงอายุ 58 ปี ยี่สิบปีก่อนเป็นมะเร็งเต้านมขวา ผ่าตัดออก แต่ไม่ได้ให้คีโม อีก 1 ปีต่อมาให้คีโม 12 ครั้ง อาการของโรคสงบ

ปี 2557 พบว่ามะเร็งกำเริบ มีก้อนขึ้นที่รักแร้ขวา ต้นคอขวา มีก้อนที่ไหปลาร้าใหญ่ประมาณ 10 ซม. มะเร็งลามที่กระดูกหลายจุด แขนขวาบวมใหญ่มาก หมอให้คีโมอีกครั้ง ให้ถึงเข็มที่ 3 เกิดอาการง่วงนอนตลอด เพลียหงุดหงิด นอนไม่หลับทั้งคืน 2-3 คืนติดกัน ตามัว ปวดหลัง เจ็บสะโพก ท้องผูก ทรมานมาก ทนพิษคีโมไม่ไหว มีคนแนะนำให้มากินยาจีนควบคู่ไปด้วย จึงให้กินยาจีน 2 อย่างคือ

1. ยาต้มลดร้อน  เพราะทุกคนที่ให้คีโมจะร้อนในมาก  ไม่สบายในตัว  ยาลดร้อนทำให้คลายร้อน  สบายตัวขึ้น  จึงให้ต้มกินเป็นประจำ  จะว่ากินแทนน้ำก็ว่าได้

2. ให้ยาเสริมฤทธิ์ลดพิษคีโม บวกยาสลายก้อนมะเร็ง บำรุงกระเพาะม้าม บำรุงชี่เลือด บำรุงหยิน ไปพร้อมกัน  กิน 2 ห่อ แขนบวมยุบลงเกือบปรกติ ต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณคอด้านขวาและบริเวณร่องไหปลาร้าหดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด นอนหลับได้ กินข้าวได้ มีเรี่ยวแรงขึ้น ลูกสาวโทรมาขอบคุณด้วยความดีใจ

มารับยาวันที่ 7 ตุลาคม 2557 จากนั้นหายเงียบไป เราก็สงสัยว่าทำไมกินดีแล้วไม่มาเอาไปกินต่อ จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2558 มาพบอีกครั้ง ตอนนี้บวมทั้งแขนและขา หมอบอกว่าเกิดจากเส้นเลือดตีบ จึงทราบเหตุผลว่าที่ไม่มาเอายา เพราะค่าใช้จ่ายสูง แม่เกรงใจลูก พอเจ้านายเธอรู้เรื่องนี้เข้า ร่วมกับเพื่อนๆ ช่วยกันออกค่ายาให้ ทางคลินิกลดค่ายา 20 เปอร์เซ็นต์ จึงรับยาไปกินต่อเนื่องอีก แต่เนื่องจากขาดตอนจากยาครั้งแรก มะเร็งลุกลามเข้าในกระดูกตั้งแต่เริ่มแรก ในที่สุดเธอจากไปในเดือนพฤศจิกายน 2558

มะเร็งสงบมาตั้งร่วม 20 ปี ยังกลับคืนมาอีก ในความสงบนั้นเซลล์มะเร็งไม่ได้อยู่นิ่งเลย กำลังเพาะตัวเป็นคลื่นใต้น้ำอยู่ กระทั่งขยายตัวเต็มที่กว่าจะแสดงออกมาให้เห็น จึงไม่ควรประมาท ต้องออกกำลังกาย กินอาหารอย่างระมัดระวัง สบายใจร่าเริงเบิกบาน หลีกเลี่ยงความเครียด กินยาจีนปรามให้มันอยู่ในกรอบอย่างต่อเนื่อง

เคสที่ 2 ผู้ป่วยชายอายุ 61 ปี  เป็นชาวจังหวัดพะเยา ต้นปี 2557

น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว อ่อนเพลีย ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งตับ พื้นฐานเป็นคนดื่มเหล้าตั้งแต่หนุ่มๆ ตรวจพบมะเร็งตับจึงหยุด ก่อนตรวจพบก้อนมะเร็งในตับ เมื่อ 5 ปีก่อนเคยตรวจพบว่าเกล็ดเลือดต่ำ หมอตั้งข้อสงสัยว่าอาจเคยเป็นไวรัสตับอักเสบซีมาก่อน และสงสัยว่าจะเป็นมะเร็งตับ แต่อาการอื่นไม่มีอะไรมาก จึงไม่ได้รับการรักษาใดๆ เจ้าตัวคิดว่าไม่น่ามีอะไรจึงกลับไปดื่มอีก หลักจากนั้นไม่นาน มีอาการท้องอืด อ่อนเพลีย น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว พอตรวจพบก้อนในตับหลายจุดขนาด 1.9  1.5  1.3 และ 3.2 ซม. ทางโรงพยาบาลฉีดยาเข้าเส้นเลือด เพื่อระงับการเติบโตของก้อนในตับ หลังฉีดยาก้อนกลับใหญ่ขึ้น มีเพิ่มอีกหลายก้อน หมอแนะนำให้ทำคีโม จึงรับการรักษาด้วยคีโม ให้คีโมได้ 3 เข็ม เข็มสุดท้ายเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2557 ก้อนไม่ลด หมอจะให้คีโมต่อ แต่เจ้าตัวทนอาการข้างเคียงไม่ไหวขอยุติ

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2558 ลูกสาวพามาลองกินยาจีน เพราะคิดว่าดีกว่าไม่ทำอะไรเลย วันที่มาพบผู้ป่วยมีอาการอิดโรย อ่อนเพลีย ท้องอืดแน่น เรอ ปวดเมื่อยไม่สบายทั้งตัว ชาตามแขนขา จึงให้ยาบำรุงเซลล์ตับให้แข็งแรง บำรุงกระเพาะม้ามให้หายท้องอืดแน่น กินข้าวได้ บวกยาสลายก้อนมะเร็ง หลังกินยาจีนวันที่ 20 มกราคม 2558 ท้องสบายขึ้น ไม่อืด  ไม่เรอ อาการปวดเมื่อยชาตามแขนขาดีขึ้น หายเพลีย เจ้าตัวยินดีกินยาจีน สบายตัวสบายใจ มีแรงไปทำไร่สวน ออกกำลัง ใช้แรงงานไม่หนักมากได้ และให้ลูกมารับยาไปกินเป็นประจำ

จนวันที่ 28 ตุลาคม 2558 บอกมาว่าร่างกายแข็งแรงสดใส กินได้นอนหลับ ทำงานในเรือกสวนไร่นาได้สบาย ขออยู่สบายเช่นนี้ อนาคตอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ยังมารับยาอย่างต่อเนื่อง ต้องคอยตามดูผลต่อไป

เคสที่ 3 ผู้ป่วยหญิงอายุ 59 ปี  เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

เดือนกันยายน 2556 ตรวจพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจากการตรวจสุขภาพประจำปี พบว่าเม็ดเลือดขาวสูงถึง 50,500  (ค่าปรกติ 4,500-11,000) ฮีโมโกลบินแค่ 8.8 เม็ดเลือดแดงต่ำ หมอวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เคยทำคีเลชั่น ทำโอโซน อย่างละ 1 ครั้ง ตั้งแต่รู้ว่าเป็น และกินวิตามินมาตลอดตอนนี้ม้ามโตมากจากที่คลำน่าจะมีขนาดเท่าลูกวอลเลย์บอล ทำให้อึดอัด แน่นท้อง ปัสสาวะบ่อย กินอาหารได้น้อย

หมอแนะนำให้ฉีดคีโม แต่เนื่องจากรู้ฤทธิ์เดชขอบคีโมดี จึงขอเวลาคิดก่อน แล้วลองมากินยาจีน หลังกินยาจีน รู้สึกว่าเบาท้องขึ้น เหมือนม้ามเล็กลงหน่อย ผลเลือดเดือนมกราคม 2559 เม็ดเลือดขาว 40,300 ยังมารับยาจีนไปกินครั้งละ 1 เดือน ผลเลือดเมื่อเดือนมิถุนายน 2559 เม็ดเลือดขาวเหลือ 38,600 แต่ฮีโมโกลบินลดลงเหลือ 7.7 เกล็ดเลือด 121,000 สูงขึ้นมาหน่อย แม้อาการแน่นท้องลดลง แต่ก้อนยังมีขนาดใหญ่มาก ยังต้องตามดูต่อไป

เคสที่ 4 ชายอายุ 60 ปี เป็นมะเร็งปอด เป็นคนแข็งแรง ธุรกิจกำลังไปได้สวย ช่วงหลังๆ รู้สึกอยากนอนมาก ง่วงบ่อย  ภรรยาคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะปรกติเขาเป็นคนนอนมาก  จึงไม่คิดว่าผิดปรกติ มองเห็นภาพซ้อน มองไม่ชัดเวลากลางคืนเป็นบางครั้ง พอตื่นนอนมาก็เป็นปรกติ

เวลาตีสี่ของวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 มีอาการเวียนศรีษะอย่างรุนแรง หายใจลำบาก คลื่นไส้จะอาเจียน อ่อนแรง เปลี้ยจนช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องใช้เปลหามไปหาหมอ ทำทีซีสแกนไม่พบก้อน แต่พอฉีดสีพบก้อนที่กลางสมองซีกขวาขนาด 1.5 เซนติเมตร และพบก้อนในผนังปอดขวาอีก 3 ซม. เกาะที่ซี่โครง ไม่มีอาการไอหรือเจ็บหน้าอก มะเร็งลามไปที่ต่อมน้ำเหลืองและกระดูกบางส่วนแล้ว หมอฉีดยาลดบวมสมอง อาการวิงเวียนหายไป หลังจากนั้นฉายแสง 5 ครั้ง อาการมึนงงหายไปหมด

หลังจากนั้นหมอให้กินคีโมชนิดเม็ดวันละ 1 เม็ด กิน 1 สัปดาห์ มีอาการร้อนในร่างกายมาก นอนไม่หลับ หงุดหงิดมาก อารมณ์เสียบ่อย รอบปากและคางเป็นตุ่มเม็ดเท่าถั่วเขียวสีแดงอักเสบปวดแสบปวดร้อน ผิวแห้ง คนไข้บอกว่าเวลากินยาเหมือนกลืนถ่านไฟแดงๆ ร้อนตั้งแต่หย่อนเข้าปาก ลงไปเรื่อยจนถึงทวารทรมานมาก มีคนแนะนำให้มากินยาจีนร่วมด้วย หลังให้ยาลดร้อน ยาเสริมฤทธิ์ลดพิษคีโมแล้ว คนไข้ร้อนน้อยลง ตุ่มรอบปากหายไป ที่หมอบอกว่ามุมเล็บจะดำผิวจะไหม้ก็ไม่เกิดอาการนั้น สามารถกินยาเม็ดคีโมได้อย่างต่อเนื่อง

หลังจากกินคีโมและยาจีนต่อเนื่องกันมาเกือบ 1 ปี  ร่างกายแข็งแรงขึ้น น้ำหนักขึ้น3-4 กก. สามารถขับรถทางไกลได้ ตรวจเช็กครั้งสุดท้ายเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ก้อนมะเร็งเท่าเดิม ส่วนที่ลามไปที่อื่นไม่มีแล้ว ร่างกายแข็งแรงดี ยังกินยาคีโมและยาจีนอย่างต่อเนื่อง สามารถใช้ชีวิตได้ปรกติเหมือนคนทั่วไป ต้นเดือนมิถุนายน มีอาการปวดและบวมที่เต้านมซ้ายด้านใน ระดับซี่โครง 3-4 หาหมอเจ้าของไข้ ตรวจพบว่าตรงซี่โครงที่เคยมีมะเร็งเกาะนั้นโตขึ้น 1 มิลลิเมตร เจ้าตัวยืนยันว่าน่าจะมาจากการออกกำลังกายด้วยการแกว่งแขนและว่ายบกมากเกินไป หมอจึงฉีดยาแก้ปวดให้ หลังฉีดอาการปวดหายไป พอหมดฤทธิ์ยาปวดขึ้นมาอีก จนนอนไม่ค่อยได้ ปิดกอเอี๊ยะก็หาย ผู้ป่วยยิ่งปักใจว่าน่าจะมาจากกล้ามเนื้อมากกว่าจึงมาฝังเข็ม

หลังจากฝังเข็มอาการปวดทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด นมที่โตขึ้นก็ยุบลงเกือบปรกติ ให้หมอเฉพาะทางเรื่องมะเร็งตรวจและฉายแสง ไม่กล้าฟันธงว่ามาจากมะเร็งลุกลาม หรือกล้ามเนื้ออักเสบ ได้แต่บอกว่าหากอยากฉายแสงเมื่อไร หมอก็ยินดีเสมอ แต่ไม่คะยั้นคะยอว่าต้องทำให้ได้ ตอนนี้ผู้ป่วยกินยาจีนต้านมะเร็งไปจนสิ้นเดือนมิถุนายน ถึงวันที่หมอเฉพาะทางนัดได้ความว่าอย่างไรค่อยมาว่ากันอีกที หวังว่าจะอยู่กับมะเร็งให้ได้ ทำใจให้สบาย รับกับสภาพที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าได้ ตอนนี้ขออยู่กับมะเร็งอย่างสันติ ไปเที่ยว ผ่อนคลายอย่างสบายใจ

เคสที่ 5 ผู้ป่วยหญิงอายุ 53 ปี เป็นไวรัสตับอักเสบบีมา 20 ปี โดยไม่มีอาการผิดปรกติ ตรวจพบจากการตรวจสุขภาพประจำปี หมอให้กินยาต้านไวรัส พอกินยาไวรัสก็หายไป แต่พอหยุดยาเชื้อไวรัสก็สูงขึ้น

ตรวจเลือดเดือนกันยายน 2558 ค่า AST 80 (ปรกติ 8-33) ค่า  ALT 89 (ปรกติ 5-35) แสดงว่าเซลล์ตับกำลังถูกทำลาย จึงใช้หลักบำรุงรักษาตับให้แข็แรง  ร่วมกับบำรุงกระเพาะม้ามให้แข็งแรงไปพร้อมกัน และให้ยาจีนที่ช่วยยับยั้งเชื้อไวรัสด้วย

เดือนตุลาคม 2558 ค่า  AST  ลดเหลือ 58 เดือนพฤศจิกายนค่า  AFP  สูง 16.08  (ค่าปรกติ 0.89-8.78) ผู้ป่วยมีความกังวลว่าจะกลายเป็นมะเร็งหรือไม่ จึงให้กินเป็นยาต้มสำหรับมะเร็งตับ ส่วนยาเม็ดบำรุงตับและยาจีนต้านไวรัสตับ ยังกินเหมือนเดิม พอถึงเดือนมกราคม 2559 ค่ากลับยิ่งสูงขึ้นเป็น AST 110 ALT 122 ทั้งหมอทั้งคนป่วยต่างตกใจและเกิดความกังวลไม่น้อย แต่เธอยอมกินยาต่อ ยังกินยาจีนต้านมะเร็งตับตัวเดิมต่อไป

เธอเป็นคนมีวินัย กินยาสม่ำเสมอ หากไม่มีเวลามาหาก็ให้ส่งยาไป เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2559 เธอโทรมาบอกด้วยความดีใจว่าไปตรวจอีกครั้ง ค่าตับทั้ง AST และ ALT ล้วนอยู่ในเกณฑ์ปรกติ ระหว่าง 30 ส่วนค่า AFP ไม่สูงเกินปรกติ ค่าไวรัสก็ไม่สูงแล้ว เป็นเวลา 1 ปีเต็มที่เธอกินยาจีนไม่ได้หยุดเลย น่ายินดีกับเธอจริงๆ ความที่เป็นคนอาราณ์ดี ใจดี นิ่งสงบ  ไม่ร้อนรน ใจร้อน ไม่มีข้อแม้ สงสัยหรือต่อรองใดๆ มีวินัยในการกินยาอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เธอมีวันนี้

ผ่านไปเกือบปีเธอโทรมาบอกว่าค่าตับสูงขึ้นถึง 180 กว่า ค่ามะเร็งตับก็สูงกว่าปรกติ แม้จะไม่มากนัก เมื่อถามสาเหตุ เธอเล่าว่าสองเดือนก่อนเป็นหวัด กินยาแก้หวัด แก้อักเสบ 10 วัน พอหวัดหายไม่นาน หกล้มขาแพลง ต้องกินยาแก้ปวด คลายกล้ามเนื้ออีก 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นไม่นานรู้สึกไม่สบายในร่างกาย เพลีย ไปตรวจเลือดดูจึงพบความผิดปรกติ ต้องกินยาจีนชุดเดิมต่อ หลังจากกิน 1 เดือน ค่าต่างๆ ลดลง แต่ยังไม่ปรกติต้องกินยาต่อเนื่องอีก

เคสที่ 6 สตรีวัย 69 ปี  เป็นมะเร็งปอด

แรกเริ่มเดิมทีไม่มีอาการอะไร วันหนึ่งหกล้ม เจ็บชายโครง กินยาก็หาย ผ่านไปไม่นานตรวจสุขภาพประจำปี พบจุดขาวที่ปอดขนาด 3-4 ซม.  ฉายแสง 32 ครั้ง ฉีดคีโม 5-6 ครั้ง มีอาการอ่อนเพลียมาก ขึ้นบันไดชั้นสองไม่ได้

วันที่ 20 กันยายน 2557 มาที่คลินิกบอกว่าไอบ่อย มีเสมหะขาวบ้าง เขียวบ้าง คันและระคายคอ อ่อนเพลีย นัยน์ตามัวมองไม่ชัด ให้กินยาจีนต้มสลายก้อนมะเร็ง บำรุงปอด บำรุงม้าม บำรุงชี่ ถึงเดือนพฤศจิกายน 2557 ไอน้อยลง เสมหะน้อย อ่อนเพลียน้อยลง สามารถเดินขึ้นบันไดไปชั้นสองได้ เดือนกรกฎาคม 2558 แม้จะไอน้อยลงแต่ต่อมน้ำเหลืองที่คอซ้ายโตขึ้น ต่อมใต้สมองมีเนื้องอกอีก 1 ก้อน ช่วงนี้ต้องผ่าจมูกเพราะเป็นเชื้อรา ขอหยุดยาจีน เพื่อเข้าโครงการให้คีโมอีกครั้ง

มิถุนายน 2559 เหนื่อย มีเสมหะมาก มือเท้าชา จึงมาขอยาจีนไปกินอีกครั้ง จะเห็นได้ว่ามะเร็งเป็นโรคเรื้อรัง การรักษาต้องมีความต่อเนื่อง ในช่วงให้คีโมควรกินยาจีนเพื่อยกภูมิต้านทานของร่างกายด้วย มิเช่นนั้นจะเพลีย ไม่สามารถยืนหยัดให้คีโมต่อไปอีกได้

เคสที่ 7 ชายอายุ 71 ปี หกปีก่อนเคยผ่ามะเร็งลำไส้ใหญ่

หลังผ่าตัดไม่ได้กินยาหรือทำอะไรต่อ ผ่านไป 4 ปีมะเร็งลามมาที่ตับ หมอใช้วิธีจี้ ก้อนในตับหายไป อีก 3-4 เดือนลามมาที่ปอด หมอให้คีโม 1 ชุด ก้อนที่ปอดยุบลง เนื่องจากแพ้คีโมมาก พอหยุดคีโมก้อนใหญ่กว่าเดิม หยุดให้คีโม 2 เดือน อาการต่างๆ เข้าสู่ภาวะปรกติ วันที่ 7 มิถุนายน 2558 อยากลองกินยาจีน จนถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ไอมาก ไม่มีเสมหะ คันและระคายคอ อาการเหนื่อยเพลียดีขึ้น พอมีแรงเดินได้เองบ้าง ไอน้อยลงแต่ยังไม่หาย

วันที่ 11 กันยายน ท้องปั่นป่วน กินอาหารไม่ค่อยได้ รู้สึกแย่ลง ภาวะจิตใจไม่ดีนัก เม็ดมะเร็งในตับโตขึ้น วันที่ 15 ตุลาคม ก้อนลามถึงที่เส้นเสียง พูดไม่มีเสียง เดือนพฤศจิกายน  ลามไปที่จมูก ต้องกลับไปฉายแสง ร่างกายร่วงลงอย่างหนัก เดินเซ กินไม่ได้ ไม่ถึงเดือนต่อมาก็เสียชีวิต แม้จะผ่าตัดเอาอวัยวะที่เป็นมะเร็งออกไป ก็ใช่ว่าจะหายแล้ว ต้องเสาะหาวิธีรับมือไม่ให้งอกเงยขึ้นมาใหม่ ต้องเลือกกินอาหารที่ไม่สร้างภาระเป็นพิษต่อลำไส้และตับ กินอาหารที่ไม่กระตุ้นเซลล์มะเร็ง

มีผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่หลายคน มารับยาจีนไปกินอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้การผ่าตัดไปแล้ว 5-6 ปี อาการยังไม่กำเริบซ้ำ น่าจะเป็นแนวทางให้แก่ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งลำไส้ได้ดีทีเดียว

เคสที่ 8 เป็นคนไข้ประจำคลินิกตั้งแต่ปี 2550 ด้วยอาการเจ็บปวดคอ เอว  ไหล่ เธอเป็นหญิงแกร่ง เป็นหลักของครอบครัว แม้จะไม้มีลูกแต่ก็เอาลูกคนอื่นมาเลี้ยง ยังต้องดูแลน้องๆ ที่ยังตั้งตัวไม่ได้ มีความเครียดเป็นประจำ อารมณ์หงุดหงิดโวยวายอยู่เป็นประจำ แต่เธอเป็นคนใส่ใจสุขภาพมาก

ช่วงต้นปี 2557 ซ่อมแซมบ้าน แต่ไม่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เดือนกรกฎาคม 2557 มาหาด้วยอาการไอมาก คันคอ ไอแห้ง เสียงแหบ แน่นยอดอก กินอาหารไม่ย่อย อาการเหมือนกรดไหลย้อน มาฝังเข็มและกินยาจีน อาการไอ เพลีย จึงดีขึ้นบ้าง

ช่วงกินเจก็กินด้วย หลังจากกินอาหารเจมีอาการไอหนักขึ้น ไอเป็นชุด เสียงแหบ เสมหะใส ท้องปั่นป่วน น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว เดือนกันยายน 2558 จึงแนะนำให้ไปเอกซเรย์ปอด  (ความจริงบอกนานแล้ว แต่ผู้ป่วยไม่ยอมไปรักษาด้วยแผนปัจจุบัน จะรักษากับหมอจีน หาว่าผลักไสไปอีก ต้องขอร้องหลายครั้งจึงยอมไปตรวจ) ปรากฏว่ามีน้ำขังในเยื่อหุ้มปอด  หมอเจาะเอาน้ำไปตรวจ พอเจาะเอาน้ำออกแล้วอาการไอและเหนื่อยเพลียดีขึ้น นอนหลับได้ดี หมอบอกว่าในตับอ่อนมีจุดนิดหน่อย หมอคาดว่าหากไม่ใช่วัณโรคปอดก็น่าจะเป็นมะเร็งปอด จึงให้ยาวัณโรคมากิน

ผู้เขียนไม่เห็นด้วยได้แต่คุยกับครอบครัวว่า ต้องเตรียมใจนะ อาจเป็นมะเร็งปอด มะเร็งปอดรักษายาก ผู้ป่วยต้องการทำอะไรขอให้ตามใจ ให้เขาสบายใจที่สุด ช่วงนี้เธอจะหงุดหงิดกับคนรอบข้างมาก จนใครๆ เข้าหน้าไม่ติด มองอีกด้านหนึ่ง ความเอาใจใส่อย่างละเอียดอ่อนของคนรอบข้างเพียงพอหรือยัง เป็นปัญหาหนึ่งที่เธอเผชิญอยู่ ทั้งเครียดกังวล อารมณ์เสียไม่ได้ดั่งใจ คนรอบข้างหนีหน้า ทำให้โรคของเธอทรุดลงอย่างรวดเร็ว และเสียชีวิตในเวลาไม่นาน

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "ต้านมะเร็งลดพิษคีโมด้วยแพทย์แผนจีน" โดยหมอไพร จากสำนักพิมพ์เนชั่นบุ๊คส์ เพื่อสนับสนุนผู้แต่ง 

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป