ยา

เราใช้ยาหมดอายุได้ไหม?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
เราใช้ยาหมดอายุได้ไหม?

 สิ่งต่อไปนี้มีอะไรที่เหมือนกัน : คนแพ้หมามุ่ยอย่างแรง ไข้หวัดใหญ่ ข้อเท้าพลิก และปวดท้องเมื่อมีประจําเดือน ? สถานการณ์ที่ว่ามาทั้งหมด ทําให้เราต้องไปซื้อยามากิน แล้วจบลงด้วยการกินไม่กี่ครั้งก็ลืมกินต่อลงท้าย ก็มักเอายาที่เหลือๆ ไปไว้ที่ตู้ยา เก็บไปเก็บมานานเข้า ยาก็เลยวันหมดอายุ ครั้นอยู่ๆ มาก็มีเหตุให้ต้องการใช้ยานั้นขึ้นมา คุณจะโยนยาเก่าทิ้งแล้วไป ซื้อใหม่หรือว่าจะเสี่ยงกินมันให้รู้แล้วรู้รอดไป ?

ความไม่แน่ใจนี่เองที่เป็นเหตุให้หลายครั้งผมได้รับโทรศัพท์นอกเวลางาน คนไข้บางรายก็สงสัยว่า ยาจะยังมีประสิทธิภาพอยู่ไหม บางคนก็กลัวว่าจะเป็นอันตราย เรานึกเทียบกับอาหารที่หมดอายุ ผมไม่เคยรู้จัก ใครยอมดื่มนมที่เลยวันหมดอายุไป 2 อาทิตย์เลยสักคน โชคดีว่ามีผู้ทําการศึกษาอย่างกว้างขวางถึงความปลอดภัยในการใช้ยาที่หมดอายุไปแล้ว ผลการศึกษายอมรับว่า ในกรณีส่วนใหญ่ไม่ว่าจะยาที่แพทย์สั่งหรือยาที่ซื้อจากห้างก็ยังคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพอยู่อีกนานหลังวันหมดอายุ

คําอธิบายคือ เพื่อเป็นการปกป้องประชากร นับแต่ปี 2522 กฎหมาย กําหนดให้บริษัทยาต้องใส่วันที่ที่ยาจะยังคงมีประสิทธิภาพดีอยู่แสดงไว้ บนบรรจุภัณฑ์ ความแตกต่างอยู่ตรงนี้ครับ องค์การอาหารและยาไม่ได้ ต้องการให้ใส่วันที่บอกว่ายาเริ่ม “เสื่อมสภาพ” หรือไม่ได้กําหนดให้บริษัท ยาทดสอบว่าเป็นแบบนั้น แต่บริษัทยาต้องใส่วันที่ที่ยืนยันได้ว่า เมื่อถึงเวลานั้น ยาจะยังคงมีประสิทธิภาพออกฤทธิ์ได้ดีอยู่ สําหรับยาทั่ว ๆ ไป บริษัทยากําหนดชี้ขาด เลือกเอากรอบเวลาไม่นานนัก ผู้ผลิตอ้างว่าหากเก็บยาไว้ยิ่งนาน ก็เปลืองค่าใช้จ่ายในการต้องนํายาไปทดสอบ ประสิทธิภาพ สู้เลือกใส่วันที่ไม่นานเกินไปจะคุ้มค่าใช้จ่ายกว่า

ประเด็นเรื่องอายุของยานี่ผมรู้ดีครับ สี่ปีที่ผมทํางานที่องค์การอาหาร และยา ผมรับผิดชอบเรื่องการกําหนดแผนการสะสมยาของชาติ มีน้อยคนที่จะทราบว่า รัฐบาลมีคลังรวบรวมยาปริมาณมหาศาล ทั้งยาปฏิชีวนะตัว สําคัญวัคซีน และยาอีกหลายชนิดที่จําเป็นในภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข เราโชคดีที่ส่วนมากแล้วมันไม่ถึงเวลาต้องนําออกมาใช้ เรามีหน้าที่คอยเฝ้า ระวังไปเรื่อยๆ ยาในคลังมีมูลค่านับพันล้านดอลลาร์เชียวนะครับ รัฐบาลจึงไม่อยากเอาไปทิ้ง นอกเสียจากว่าใช้ไม่ได้แล้วจริงๆ มีการจัดโครงการ “ยืดอายุยาบนชั้น” ขึ้นในสหรัฐอเมริกา นําเอายามาทดสอบฤทธิ์และความปลอดภัยเป็นระยะ ผลการทดสอบพบว่า ยาเกือบทุกอย่างยังคงมีประสิทธิภาพดีอยู่ต่อมาอีกหลายปีหลังจากวันหมดอายุที่ระบุไว้

ความเข้าใจของสาธารณชนต่อข้อเท็จจริงนี้ยังน้อยมาก ผมไปเคาะประตูบ้านเพื่อขอเข้าไปสํารวจตู้ยา ในรายการ Good Morning America ช่วง “หมอมาเคาะประตู” ผมบอกให้ก็ได้ว่า คุณจะรู้จักตัวจริงของใครสักคน ได้จากการดูตู้ยาของคนๆ นั้น และมีสิ่งหนึ่งที่ทุกคนที่ผมคุยด้วยเป็นเหมือนๆ กัน นั่นก็คือ พวกเขาไม่ค่อยแน่ใจว่าจะจัดการดูแลยาในตู้อย่างไร ที่เป็นอย่างนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่แน่ใจว่า เมื่อไรควรเก็บเมื่อไรควรทิ้งยาทั้งหลายนั้นเอง

บริษัทยาอยู่ในธุรกิจทํากําไร ยิ่งคุณเติมยาในตู้ยาบ่อยเท่าไร พวกเขายิ่งชอบ รวมถึงการซื้อยาเปลี่ยนใหม่ทั้งที่ของเก่ายังดีอยู่ด้วย หากมีความอย่างนี้ครับ กังวลใจว่าอะไรควรใช้ อะไรไม่ควรใช้เมื่อเลยวันหมดอายุ ผมมีคําแนะนํา

  • สําหรับยาที่มีความสําคัญ (เช่น ยาหัวใจ ยาลดความดัน) ยึดตามวันหมดอายุ โดยปกติ ถ้าเป็นยาที่จ่ายด้วยใบสั่งจากแพทย์ ยาที่คุณมี ไม่น่าจะอยู่กับคุณมานานเกินหนึ่งปี
  • ยาที่คุณซื้อเองจากชั้นในห้างที่ไม่ใช่ยาน้ำ เก็บในที่เย็น และไม่โดนแสง ไม่ต้องกังวลถึงวันหมดอายุ
  • ยาปฏิชีวนะ กลุ่มนี้ควรเชื่อตามวันหมดอายุเช่นกัน ยาปฏิชีวนะ บางตัวประสิทธิภาพเสื่อมไปตามเวลา หากเก็บรักษาไม่เหมาะสม
  • เมื่อแพทย์จ่ายยาปฏิชีวนะให้ ต้องกินจนหมดจึงจะถูกต้อง ถ้าคุณยังมียาปฏิชีวนะเก่าที่เหลือๆ เก็บอยู่ จัดการทิ้งเสียนะครับ ถ้าคุณมียา ปฏิชีวนะเก็บไว้เพื่อกินเป็นครั้งคราวเวลาท่อปัสสาวะอักเสบ ตามที่แพทย์ แนะนํา ถ้าเลยวันหมดอายุแล้วก็ควรทิ้งเช่นกัน
  • สําหรับยาน้ำ ผมถือวันหมดอายุเป็นเกณฑ์ครับ ยาน้ำมักเสื่อม เร็วกว่ายาเม็ด
  • ไม่ว่าจะเป็นยาใด ถ้าลักษณะภายนอกเปลี่ยนแปลงหรือกลิ่น เปลี่ยนไป โยนทิ้งได้เลยครับ 

บทสรุปของหมอเบซเซอร์

หัวข้อนี้ชวนให้สับสนมอจะทําให้คุณปวดหัวได้เลย เราถูกสอนให้เข้าใจว่า “วันหมดอายุ” แปลว่าวันที่ของนั้นไม่ดีอีกต่อไปแล้ว แต่พอเอาคํานี้มาใช้กับยา สําหรับยาส่วนมาก กลับไม่ได้หมายความอย่างนั้น วันหมดอายุของยากลับแปลว่า เมื่อถึงวัน ดังกล่าว ยายังคงมีประสิทธิภาพดีอยู่ ที่จริงอาจมีโอกาสจะยังดีต่อไปอีกห้าปีด้วยซ้ำ หากกติกานี้ไม่เปลี่ยน (ซึ่งผมก็ไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยน) คุณใช้ยาเหล่านี้ได้ ถ้าทําตาม ข้อแนะนําง่าย ๆ ที่ผมบอก รู้อย่างนี้แล้ว คุณคงไม่ต้องออกไปซื้อยาที่ร้านขายยาตอน ดึก ๆ ได้หลายครั้งเชียวครับ

ดูแลแหล่งน้ำใช้ของคุณ

ใช้วิธีต่อไปนี้ในการทิ้งยา เพื่อไม่ให้ยาปนเปื้อนในระบบน้ำใช้ของคุณ นํายาที่จะทิ้งใส่ในถุงพลาสติก เติมน้ำลงไปเล็กน้อยเขย่าแล้วทิ้งไว้จนยาละลาย จากนั้นจึงเติมกากกาแฟหรือทรายแมวลงไป ปิดปากถุงให้สนิทก่อนทิ้งลงถังขยะ

  หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง นายแพทย์ริชาร์ด เบซเซอร์  ได้โดยการซื้อหนังสือ “ความจริงจากหมอไขข้อกังขาปัญหาสุขภาพ”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่