Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
เซ็กส์อย่างถูกวิธี

หลั่งนอกท้องหรือไม่?

เฉลยปัญหาคาใจที่สงสัยกันมานาน
เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 22 พ.ย. 2017 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • หลั่งนอก เป็นการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย โดยเมื่อฝ่ายชายใกล้ถึงจุดสุดยอดก็จะถอนอวัยวะเพศออกมา และหลั่งน้ำอสุจิภายนอกช่องคลอดของฝ่ายหญิงแทน ซึ่งในปัจจุบันมีคู่รักหลายคู่นิยมมีเพศสัมพันธ์แบบบนี้ และคิดว่า เป็นวิธีที่ลดโอกาสการตั้งครรภ์ได้เหมือนกัน
  • แต่ความจริงแล้ว การหลั่งนอก เป็นวิธีมีเพศสัมพันธ์ที่มีโอกาสทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้สูงเหมือนกัน เพราะถึงแม้ฝ่ายชายจะหลั่งน้ำอสุจิด้านนอกช่องคลอด แต่น้ำหล่อลื่นจากอวัยวะเพศที่หลั่งออกมาระหว่างมีเพศสัมพันธ์ก่อนหน้านั้น ก็มีตัวอสุจิอยู่มากถึง 30 ล้านตัว
  • นอกจากนี้ ถึงแม้ฝ่ายชายจะหลั่งนอก แต่หากหลั่งใกล้ช่องคลอดมากเกินไป ตัวอสุจิก็สามารถเข้าไปผสมกับไข่ได้ เพราะฝ่ายหญิงเองก็มีการหลั่งน้ำหล่อลื่นเพื่อช่วยตัวอสุจิเช่นเดียวกัน 
  • การใส่ถุงยางอนามัยเพื่อป้องกัน เป็นวิธีมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยที่สุด และยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย เช่น โรคเริม โรคหิด โรคหูดหงอนไก่
  • แต่หากคุณเคยมีเพศสัมพันธ์โดยการหลั่งนอกมาก่อน หรือไม่มั่นใจว่าตนเองเสี่ยงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ คุณควรไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายเพื่อความมั่นใจ (ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ที่นี่)
หลั่งนอกท้องหรือไม่?

อีกหนึ่งปัญหาคาใจของทั้งฝ่ายหญิงและฝ่ายชายว่า “การหลั่งนอกนั้นมีสิทธิ์ท้องหรือไม่” คำถามสุดฮิตของการมีเพศสัมพันธ์ เพราะเข้าใจว่าอสุจินั้นจะมากับน้ำอสุจิที่เกิดขึ้นในช่วงท้ายของการมีเพศสัมพันธ์หรือที่เข้าใจกันดีคือตอนที่ฝ่ายชายถึงจุดสุดยอดนั่นเอง จึงเป็นที่มาของการหลั่งนอกอย่างที่เรียกกันในทุกวันนี้ แต่จะปลอดภัยไม่ท้องจริงหรือไม่นั้นบทความนี้จะพาไปพบคำตอบ

ความหมายของการหลั่งนอก

การหลั่งนอก เป็นวิธีการมีเพศสัมพันธ์ที่กำลังเป็นที่นิยมมากในหมู่คู่รักวัยรุ่น โดยหลายคู่มักมองข้ามการใช้ถุงยางอนามัยด้วยเหตุผลที่ว่าอายไม่กล้าซื้อ ลืม ไม่ได้เตรียม หรือแม้แต่บางคนก็ตั้งใจด้วยเหตุผลที่ว่าการใช้ถุงยางอนามัยทำให้อรรถรสหายไป แต่จะมีวิธีการป้องกันการท้องโดยการหลั่งนอกแทน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รู้ตัวว่าเสี่ยงอย่ามัวกังวล ตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ให้รู้ผลกันไปเลย

ตรวจความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบบี ซิฟิลิส เริ่มต้นที่ 518 บาท

Istock 500358904

ซึ่งเป็นการมีเพศสัมพันธ์แบบปกติ ฝ่ายชายไม่ได้สวมใส่ถึงยางอนามัย แต่เมื่อฝ่ายชายรู้สึกใกล้ถึงจุดสุดยอดซึ่งจะมีการหลั่งน้ำอสุจิ ฝ่ายชายจะถอนอวัยวะเพศออกจากช่องคลอดออกมา และหลั่งน้ำอสุจิออกมาภายนอกช่องคลอดของฝ่ายหญิงแทน ถึงแม้จะดูว่าปลอดภัยเพราะอสุจิไม่ได้สัมผัสกับไข่โดยตรงแต่จริง ๆ แล้ว “ถ้ามีการสอดใส่ ไม่ว่าจะหลั่งในหรือหลั่งนอกก็มีโอกาสท้องได้”

ข้อเท็จจริงของสเปิร์ม เหตุผลที่หลั่งนอกก็ท้องได้

หลายคนเชื่อว่าการทำเช่นนี้จะไม่ทำให้ท้องได้ เพราะมั่นใจว่าเอาออกมาทันก่อนที่อสุจิจะเข้าไปผสมกับไข่ แต่จริง ๆ แล้วยังมีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการท้องได้หลายกรณี

  • การหลั่งนอกเป็นวิธีการป้องกันที่มีโอกาสล้มเหลวทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้สูง เพราะในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ก็จะมีอสิจะออกมาบ้างเพียงแต่ไม่มากเท่าตอนเสร็จภารกิจ
  • หากฝ่ายชายนำอวัยวะเพศออกไม่ทันก็มีโอกาสที่สเปิร์มอสุจิเข้าไปผสมกับไข่ได้อยู่ดี ซึ่งอาการนี้มักเกิดขึ้นได้เสมอ
  • หากหลั่งนอกใกล้ช่องคลอดมากเกินไป สเปิร์มสามารถว่าเข้าไปในช่องคลอดเข้าไปผสมกับไข่ได้ เนื่องจากฝ่ายหญิงเองก็มีน้ำหล่อลื่นที่เป็นตัวช่วยอสุจิ
  • หากมีเพศสัมพันธ์ต่อกันหลังจากนั้น โดยที่ระยะเวลาไม่ห่างกันมาก ยิ่งมีโอกาสท้องได้มากหลายเท่าตัว แม้มั่นใจว่าทำความสะอาดแล้วก็ตาม
  • และที่สำคัญอสุจิไม่ได้มีอยู่ในช่วงท้ายของการเสร็จกิจเท่านั้น ในระหว่างที่เล้าโลมหากสังเกตอวัยวะเพศฝ่ายชายจะมีน้ำเมือกหรือหล่อลื่นออกมา หลายคนคิดว่าเป็นเพียงน้ำหล่อลื่นธรรมดา แต่จริง ๆ แล้วน้ำหล่อลื่นแม้เพียงช่วงเล้าโลมก็มีอสุจิอยู่ด้วยถึง 30 ล้านตัวเลยทีเดียว

จากตรงนี้ก็คงเข้าใจแล้วว่าแม้มั่นใจว่าป้องกันด้วยการหลั่งนอกก็มีโอกาสท้องได้เช่นกัน ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัยควรใช้ถุงยางอนามัยก็ช่วยป้องกันดีดว่า

ใช้ถุงยางอนามัย ป้องกันไว้ดีกว่าแก้

อย่างไรก็ตาม การใช้ถุงยางอนามัยก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ดีกว่า ไม่เพียงแต่การป้องกันการท้องเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันโรคที่อาจมาจากการมีเพศสัมพันธ์ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคเอดส์ โรคหนองใน โรคเริมที่อวัยวะเพศ โรคหิด และโรคหูดหงอนไก่ หลายโรคพอสมควรเลยทีเดียว ฉะนั้นป้องกันไว้ยังไงก็ดีกว่าแก้ทีหลัง

ดูแพ็กเกจตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป