การดูแล

สุนัขใช้ยา Amoxicillin ได้หรือไม่ ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 711,339 คน

สุนัขใช้ยา Amoxicillin ได้หรือไม่ ?

ยา Amoxicillin เป็นยาที่พัฒนามาจากยา penicillin เพื่อให้สามารถจัดการกับเชื้อแบคทีเรียได้กว้างขึ้นและสามารถทนต่อกรดในกระเพาะอาหารได้มากกว่ายากลุ่ม penicillin ทั่วไป ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วยการทำลายผนังหุ้มเซลล์ของเชื้อและสัตวแพทย์มักจะใช้ยาตัวนี้ในการต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรียในสัตว์เลี้ยง

“จากประสบการณ์ของผม ยา Amoxicillin เป็นยาที่สัตวแพทย์และเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย” Dr. Patrick Mahaney กล่าว “ยา Amoxicillin ใช้ในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียอย่างแพร่หลาย รวมไปถึงการติดเชื้อในช่องปาก ทางเดินหายใจ ผิวหนัง ทางเดินปัสสาวะ ทางเดินอาหาร และอื่น ๆ”

ผลข้างเคียงและการแพ้ยา Amoxicillin

Dr. Mahaney กล่าวว่า “ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยที่สุดจากการใช้ยา Amoxicillin คือปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร”

จากที่ Dr. Mahaney ได้กล่าวไว้ ไม่แนะนำให้ใช้ยา amoxicillin ในสุนัขที่เคยแสดงอาการแพ้ยาหรือไม่สามารถทนต่อยาได้ อาการที่แสดงว่าสุนัขไม่สามารถทนต่อยาได้ ได้แก่ ปัญหาทางเดินอาหาร (อาเจียน ท้องเสีย หรือสูญเสียความอยากอาหาร) ซึม หรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป อาหการแพ้ยาที่พบ ได้แก่ ปัญหาเกี่ยวกับทางเดินอาหาร รวมไปถึงอาการแพ้บนผิวหนัง เช่น ผิวหนังแดง บวม หรือเป็นลมพิษ อาการแพ้ที่เป็นอันตรายถึงชีวิตคืออาการแพ้อย่างรุนแรง (anaphylaxis) พบได้น้อมากและทำให้สัตว์ไม่สามารถหายใจได้ ความดันเลือดต่ำ ชัก และไม่รู้สึกตัว (coma)

Dr. Adam Denish จาก Rhawnhurst Animal Hospital ใน Elkins Park รัฐ Pennsylvania กล่าวว่า “ยาปฎิชีวนะทุกตัวมีผลข้างเคียงได้เสมอ โดยทั่วไปผมจะไม่เลิกใช้ยา amoxicillin เพียงเพราะพิจารณาจากผลข้างเคียง เพราะผลข้างเดียงของยาส่วนมากพบได้เพียงเล็กน้อยและไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ตามหากเจ้าของสังเกตุเห็นอาการผิดปกติก็ควรแจ้งให้สัตวแพทย์ทราบ ในบางกรณีอาจต้องหยุดให้ยาหรือทำการปรับปริมาณยา สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้ยาคือต้องไม่หยุดหรือเริ่มใช้ยาชนิดใดก็ตามโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน”

ยาที่ใช้ในคนไม่เหมือนกับยาที่ใช้ในสัตว์

หากสุนัขของคุณจำเป็นต้องใช้ยา amoxicillin หรือยาปฏิชีวนะที่คล้ายกันเพื่อรักษาการติดเชื้อ ยาที่มีความจำเพาะมากที่สุดคือตัวเลือกที่ดีที่สุด อันตรายจากการให้ยา amoxicillin ที่ผลิตมาสำหรับคนในสุนัข คือ สุนัขมีโอกาสได้รับสารประกอบที่อยู่ในยาที่ “ไม่เหมาะสม” หรือ “เป็นพิษ” ต่อสุนัข

ส่วนประกอบบางอย่างที่ว่า ได้แก่ สารปรุงแต่งรส สี หรือสารเคมีถนอมอาหาร เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรระวังส่วนประกอบของไซลิทอล (xylitol) ซึ่งเป็นสารทดแทนน้ำตาลที่เป็นพิษต่อสุนัข ยา amoxicillin ที่ใช้ในทางสัตวแพทย์นอกจากจะไม่มีสารประกอบที่เป็นอันตรายต่อสุนัขแล้ว ยังมีปริมาณยาที่เหมาะสม ปริมาณยาที่เหมาะสมนี้จะต้องให้สัตวแพทย์เป็นผู้ทำการรักษาเป็นคนกำหนด

การใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นจนทำให้เกิด “เชื้อดื้อยา”

จากการประเมินการทำงานในโรงพยาบาลสัตว์เล็กเพื่อการเรียนการสอนในปี 2011 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2008 ถึง 2009 ยา amoxicillin (ในรูปแบบต่าง ๆ ) เป็นยาปฏิชีวนะที่ถูกเลือกใช้อย่างแพร่หลายในผู้ที่ที่ได้รับการยืนยันหรือสงสัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรีย

เช่นเดียวกับการใช้ยาปฏิชีวนะในคน การศึกษาให้ข้อเสนอว่าสัตวแพทย์มีแนวโน้มที่จะใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็นเช่นกัน มีเพียงร้อยละ 17 ของผู้ป่วยที่ได้รับยาปฏิชีวนะที่ได้รับการยืนยันว่ามีการติดเชื้อจริง ร้อยละ 45 ของผู้ป่วยเข้าข่าย “สงสัย” ว่ามีการติดเชื้อ ในขณะที่ร้อยละ 38 ของผู้ป่วยที่ได้รับยาไม่มีหลักฐานว่ามีการติดเชื้อ การสั่งยาในลักษณะนี้ทำให้เกิดผลตามมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ

“นการรักษาสัตว์เองก็พบปัญหาเชื้อดื้อต่อยาปฏิชีวนะเช่นเดียวกับในคน มีปัจจัยหลายอย่างที่นำไปสู่การดื้อยา หนึ่งในปัจจัยหลายอย่างที่เราสามารถควบคุมได้ คือ การควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะเกินความจำเป็น

กรณีนี้เกิดได้ทั้งจากสัตวแพทย์ทำการสั่งยาเกินความจำเป็น หรือเจ้าของสัตว์เลี้ยงไม่ใช้ยาตามที่สัตวแพทย์สั่ง การทำความสะอาดที่ไม่เหมาะสมและจำนวนสัตว์ป่วยที่เพิ่มขึ้นในโรงพยาบาลสามารถนำไปสู่การเกิดเชื้อดื้อยาได้ เชื้อเหล่านี้พัฒนาตัวเองมาให้มีความคนทนต่อยาปฏิชีวนะที่ใช้ทั่วไป

“ผมได้รับรายงานผลการเพาะเชื้อว่าสัตว์ป่วยมีการติดเชื้อที่ทนต่อการใช้ยาปฏิชีวนะทั่วไปอย่างน้อยสองสามครั้งต่อสัปดาห์ แม้ว่าเราจะให้ยาปริมาณมากขึ้นหรือขยายระยะเวลาการรักษานอกจากจะไม่ช่วยแก้ปัญหาแล้ว ยังทำให้ปัญหาแย่ลงไปอีก” ดร. Denish กล่าว

“การดื้อยาของเชื้อแบคทีเรียทำให้เชื้อสามารถไปทั่วร่างกายและสร้างความเสียหายต่อร่างกายได้มากขึ้น ผลที่ตามมาก็ยิ่งแย่ ในกรณีที่รุนแรงมาก สัตว์อาจถึงแก่ชีวิตได้”

“ทางหนึ่งที่สามารถช่วยให้สัตวแพทย์มั่นใจได้ว่ากำลังจ่ายยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องให้แก่สุนัขที่มีการติดเชื้อ คือ การทดสอบความไวต่อยาของเชื้อ หากสัตวแพทย์ทำการทดสอบเพื่อค้นหาตัวเชื้อที่ทำให้เกิดปัญหา ข้อมูลที่จะได้รับก็คือผลการทดสอบความไวต่อยาของเชื้อ เป็นข้อมูลที่จะบอกว่ายาปฏิชีวนะตัวไหนที่สามารถต่อกรกับเชื้อได้ เจ้าของต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับการทำการทดสอบนี้ แต่ที่สิ่งได้มาคือการป้องกันค่าใช้จ่ายและอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ยาปฏิชีวนะที่สุดท้ายแล้วไม่ได้ผลในการรักษา”

การใช้ยา amoxicillin ให้ได้ผลดีที่สุด

“ผมมักจะใช้ยา amoxicillin ร่วมกับสารอื่นเพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สารนี้เรียกว่า “clavulanic acid” ดร. Mahaney กล่าว ตัวยาที่ใช้ร่วมกันนี้มีชื่อทั่วไปในทางสัตวแพทย์ว่า Clavamox มีให้ใช้ทั้งในรูปแบบของเหลวและแบบเม็ดสำหรับสัตว์เลี้ยง รูปแบบที่ใช้ทั่วไปสำหรับคนก็มีเช่นกัน

สุนัขขนาดกลางและใหญ่มักจะใช้ในรูปแบบยาเม็ด แต่สุนัขขนาดเล็กบางตัวก็สามารถกินแบบเม็ดได้ ยาเม็ดสามารถให้ร่วมกับขนมหรือป้อนเข้าปากสุนัขโดยตรงโดยใช้นิ้วมือดันยาเข้าไปให้สุดโคนลิ้นหรือสามารถใช้อุปกรณ์ให้ยาช่วย ยารูปแบบของเหลวเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับแมวหรือสุนัขที่มีขนาดเล็กมาก ๆ

ยาปฏิชีวนะรูปแบบอื่น

“การติดเชื้อแบคทีเรียที่ไม่รุนแรงสามารถรักษาให้หายได้โดยไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ โดยปกติแล้วร่างกายจะมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเพื่อจัดการหรือแก้ไขการติดเชื้อ” ดร. Mahaney กล่าว

“การเลือกแนวทางการรักษาขึ้นกับการติดเชื้อว่าเป็นชนิดใด การรักษารูปแบบอื่นที่สามารถทำได้ เช่น การประคบอุ่นหรือแช่น้ำอุ่น จะช่วยให้เลือดไหลเวียนไปยังบริเวณที่มีการติดเชื้อได้ดีขึ้นและยังช่วยเพิ่มการขนส่งออกซิเจน สารอาหาร และเม็ดเลือดขาว และยังช่วยเร่งยากำจัดของเสียจากร่างกายที่เกิดจากการต่อสู้กับการติดเชื้อ ทางเลือกสำหรับการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียอีกทางหนึ่งคือการใช้เลเซอร์เย็น (cold laser) เป็นแสงสีฟ้าที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียและส่งเสริมการรักษาตัวของร่างกาย”

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม