Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การดูแล

ยาพยาธิสุนัขใช้กับคน?!?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,355,104 คน

ยาพยาธิสุนัขใช้กับคน?!?

ข่าวที่มีผู้เสียชีวิตหลังจากที่รับประทานยาสำหรับรักษาสุนัข อาจจะไม่ได้รับความสนใจมากนักหากเป็นการใช้โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ป่วยและญาติ แต่ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาก็เป็นเพราะนี่เป็นการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์ จึงหนีไม่พ้นที่จะมีคำถามตามมาว่า “สามารถนำยาของสุนัขมาใช้กับคนก็ได้เหรอ?!?”

ซึ่งยาที่มีการนำมาใช้ตามข่าว มีชื่อการค้าว่า “เอ็นเด็กซ์” (En-Dex) ส่วนตัวยาสำคัญมีชื่อว่า “ไอเวอร์เม็คติน” (Ivermectin)

โฆษณาจาก HonestDocs
เชื้อ HPV สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เริ่มต้นเพียง 3,185 เท่านั้น

Hpv35 internal ad

สรุปอีกครั้ง... “ไอเวอร์เม็คติน” คือชื่อตัวยาจริง ๆ ส่วน “เอ็นเด็กซ์” เป็นชื่อยี่ห้อนะคะ

แล้วยานี้เป็นยาที่ใช้เฉพาะกับสัตว์จริงหรือไม่? นำมาใช้กับคนได้หรือเปล่า? ...มาดูกันต่อค่ะ

ยาบางชนิดที่คนใช้ได้ สัตว์บางชนิดใช้ไม่ได้ค่ะ เช่น พาราเซตามอลที่ค่อนข้างปลอดภัยสำหรับมนุษย์ แต่หากนำมาใช้กับแมว ก็จะทำให้ตับอักเสบอย่างรุนแรงและตายได้

ในขณะที่ยาบางชนิดที่ใช้กับสัตว์ ก็ยังไม่มีการศึกษาประสิทธิภาพและความปลอดภัยสำหรับใช้ในคน

อย่างไรก็ตาม ยาบางชนิด ก็สามารถใช้ได้ทั้งคนและสัตว์ค่ะ โดยมีขนาดการใช้แตกต่างกันไป ซึ่งไอเวอร์เม็คติน ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้นี่เอง

โดยปกติแล้ว สูตรตำรับยาของคนกับสัตว์ ต่อให้เป็นตัวยาเดียวกันก็มักจะมีความแตกต่างกันบางประการค่ะ เช่น อาจมีการแต่งกลิ่นหรือรสที่ต่างกัน, มีขนาดยาหรือความแรงที่ต่างกัน หรือมีรูปแบบผลิตภัณฑ์หรือบรรจุภัณฑ์ที่ต่างกัน เพื่อให้สะดวกเวลารับประทาน และ/หรือ เพิ่มความร่วมมือในการใช้ยาให้มากขึ้น

โฆษณาจาก HonestDocs
เชื้อ HPV สาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เริ่มต้นเพียง 3,185 เท่านั้น

Hpv35 internal ad

ซึ่งบริษัทที่ต้องการผลิตยาเพื่อใช้ในสัตว์ ก็จะส่งข้อมูลยาที่จะผลิต ไปขอขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์ หรือ “ทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์”

ส่วนบริษัทที่ต้องการผลิตยาเพื่อใช้ในคน ก็จะส่งข้อมูลยาที่จะผลิต ไปขอขึ้นทะเบียนตำรับยาคน หรือ “ทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์”

จากการตรวจสอบ พบการขึ้นทะเบียนยาไอเวอร์เม็คตินเป็นตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับสัตว์หลายยี่ห้อ โดยมีทั้งรูปแบบยาเม็ด, ยาฉีด และยาชนิดผง

แต่ดิฉันก็ไม่ทราบข้อมูลวงในของยาที่ใช้ในสัตว์ ว่าไอเวอร์เม็คตินในรูปแบบเม็ดที่เป็นยาเดี่ยว (หมายถึง มีตัวยาสำคัญเพียงตัวเดียว) ที่คงสถานะขึ้นทะเบียนอยู่นั้น ยังมีจำหน่ายกันจริง ๆ หรือเปล่า เพราะเท่าที่ส่อง ๆ ดูก็เห็นแต่ยาเถื่อนอยู่เกลื่อนโลกออนไลน์ (ฮ่า)

สำหรับการใช้ในมนุษย์ บัญชียาหลักแห่งชาติ ปี พ.ศ.2561 แนะนำให้ใช้ไอเวอร์เม็คตินชนิดเม็ดสำหรับรักษาการติดเชื้อพยาธิสตรองจิลอยด์ (Strongyloidiasis) ชนิดแพร่กระจาย และชนิดฉีดสำหรับผู้ที่รับประทานยาไม่ได้

รวมถึง แนะนำให้ใช้ไอเวอร์เม็คตินชนิดเม็ด สำหรับรักษาหิดที่ใช้ยาทาไม่ได้ หรือไม่ได้ผล

อย่างไรก็ตาม ไอเวอร์เม็คตินเป็น “ยากำพร้า” ค่ะ นั่นคือแม้จะมีความสำคัญ แต่เนื่องจากมีการใช้น้อย เพราะรักษาโรคที่พบได้ไม่บ่อย บางโรงพยาบาลซื้อยานี้มาเก็บไว้นานจนหมดอายุไปแล้ว และต้องทิ้งไป ก็ยังไม่เคยได้ใช้เลยนะคะ เมื่อขายไม่ดี บริษัทยาจึงไม่อยากผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่าย

โดยพบการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับมนุษย์ ในวันที่เขียนบทความ (พฤศจิกายน 2561) แค่รายการเดียวค่ะ เป็นยาเม็ดที่มีความแรง 6 มิลลิกรัม และมีชื่อการค้าว่า เวอร์เม็คติน (Vermectin) ผลิตและจัดจำหน่ายโดยบริษัท โรงงานเภสัชกรรมแอตแลนติค จำกัด

ดังนั้น หากมีปัญหาขัดข้องทางเทคนิคอย่างไรก็ตามที่ทำให้บริษัทหยุดผลิตหรือหยุดจำหน่ายชั่วคราว (หรือเผลอ ๆ ก็อาจตัดใจหยุดไปถาวร) ก็จะไม่สามารถหาซื้อยานี้มาใช้ได้เลยนะคะ ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนยาอยู่เป็นระยะ

สำหรับโรคพยาธิสตรองจิลอยด์ ที่ยังไม่มีการแพร่กระจาย การรักษาที่ใช้ในปัจจุบัน แนะนำให้ใช้ยาอัลเบนดาโซล (Albendazole) หรือใช้ยาไอเวอร์เม็คติน (Ivermectin) ก็ได้

ซึ่งไม่มีปัญหาค่ะ เพราะอัลเบนดาโซลมีใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากรักษาโรคติดเชื้อพยาธิชนิดอื่น ๆ ที่พบบ่อยได้ด้วย เมื่อมีการใช้มาก ก็มีบริษัทยาหลายแห่งผลิตมาจำหน่าย จึงไม่พบการขาดแคลนยา

แต่ปัญหาใหญ่จะมาเยือนเมื่อโรคติดเชื้อพยาธิสตรองจิลอยด์มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ เพราะมีทางเลือกเดียวคือการใช้ยาไอเวอร์เม็คติน ซึ่งหาซื้อได้ยาก

และเนื่องจากอัตราป่วยตายด้วยโรคพยาธิสตรองจิลอยด์ ชนิดแพร่กระจาย อยู่ที่ 90% ดังนั้น หากไม่รักษา ผู้ป่วยก็จะมีโอกาสเสียชีวิตสูงมาก จะเร็วหรือช้าก็ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค อวัยวะที่มีการแพร่กระจาย รวมไปถึงภูมิต้านทานหรือโรคประจำตัวอื่น ๆ ของผู้ป่วยเองด้วย

ในกรณีนี้ จากข่าวกล่าวว่ามีการรักษาด้วยอัลเบนดาโซลไปแล้ว และไม่ได้ผลตอบสนองที่ดี ก็จำเป็นจะต้องใช้ไอเวอร์เม็คตินนั่นเองค่ะ เพราะถ้าไม่รักษาก็คงยากจะรอดชีวิตอยู่ดี

 ซึ่งฟังจากข่าวแล้ว ดิฉันเห็นใจทุก ๆ ฝ่ายนะคะ ขอส่งกำลังใจให้กับญาติของผู้เสียชีวิต ที่ต้องเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป รวมถึงส่งกำลังใจให้กับคุณหมอและทีมรักษาด้วยเช่นกัน เพราะเข้าใจได้ว่าคุณหมอเจ้าของไข้น่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ ที่ไม่มียาให้ใช้ในเวลาที่ต้องการอย่างเร่งด่วน แล้วต้องมองอาการของผู้ป่วยทรุดหนักลงไปเรื่อย ๆ

ไม่มั่นใจว่าได้มีการประสานโรงพยาบาลใกล้เคียงเพื่อขอยืมยาที่ต้องการแล้วหรือยัง แต่ก็เป็นไปได้ว่าโรงพยาบาลใกล้เคียงก็อาจไม่มีเช่นกันค่ะ เพราะขนาดโรงพยาบาลในข่าวเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัดก็ยังไม่มีใช้เลย

และหากเป็นไปตามนี้ ก็ไม่แปลกใจที่คุณหมอจะแนะนำญาติให้หาซื้อยาไอเวอร์เม็คตินที่ผลิตเป็นยาสำหรับสัตว์มาใช้แทน แม้จะขัดต่อความรู้สึกของคนทั่วไปที่ไม่เคยทราบมาก่อนว่ายาไอเวอร์เม็คตินก็สามารถใช้ในมนุษย์ได้ ก็อย่างที่กล่าวไปข้างต้นแล้วนั่นล่ะค่ะว่ายานี้มีการใช้น้อย เพราะเป็นโรคที่พบไม่บ่อย

การนำยาสำหรับสัตว์มาใช้กับคน ว่ากันตามตรงก็ไม่เหมาะสมหรอกนะคะ และเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องภายหลังมาก ต่อให้รักษาหายก็เถอะ

แต่ลองมองอีกมุม การที่โรงพยาบาลไม่มียาที่จำเป็นต้องใช้ในยามที่ต้องการ ไม่ใช่ความผิดของแพทย์ผู้รักษาเลยนะคะ และเมื่อผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อยาที่มีอยู่ ก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกจากดูแลรักษาแบบประคับประคองไปจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายตามการดำเนินของโรค ซึ่งคงไม่มีใครว่าได้ เพราะถือว่าทำเต็มที่แล้วด้วยยาที่มีอย่างจำกัด

แต่พอไม่ยอมแพ้ แล้วเสี่ยงกับความคิดนอกกรอบ ผลก็เป็นเช่นนี้แล...

 สิ่งที่น่าหนักใจในกรณีนี้ไม่ใช่เรื่องการเอายาไอเวอร์เม็คตินของสัตว์มาใช้กับคนหรอกค่ะ เนื่องจากมันเป็นยาชนิดเดียวกันกับที่ใช้ในคนนั่นแหละ เพราะฉะนั้น ถ้าจำเป็น เช่นไม่สามารถหายาสำหรับคนมาใช้ได้ทัน แล้วการนำยาของสัตว์มาใช้แทนอาจเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วย ดิฉันก็เชื่อว่าผู้ที่ได้รับรู้ความจริงก็ย่อมจะเข้าใจได้

แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ยาไอเวอร์เม็คติน ยี่ห้อ “เอ็นเด็กซ์” เป็นยาที่ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนนี่สิคะ นั่นหมายถึงแม้แต่สัตวแพทย์ยังไม่นำ “เอ็นเด็กซ์” มาใช้รักษาสัตว์เลย เพราะถือว่าเป็น “ยาเถื่อน” จึงไม่สามารถจะมั่นใจได้เลยว่ายาจะมีประสิทธิภาพในการรักษาและมีความปลอดภัยในการใช้หรือไม่

หนักกว่าการเอายาไอเวอร์เม็คตินยี่ห้อที่ผลิตใช้ในสัตว์มาใช้กับคน ก็ตรงที่เอายาเถื่อนมาใช้นี่แหละค่ะ ยังไม่รวมถึงความไม่ชัดเจนของขนาดยาที่ใช้ ที่ทั้งสองฝ่ายให้ข้อมูลไม่ตรงกันอีก

ก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าเรื่องราวจะจบลงอย่างไรนะคะ แต่ก็... เอาใจช่วยทุกฝ่ายค่ะ

ย้ำอีกรอบนะคะ

  • ไอเวอร์เม็คตินไม่ใช่ยาที่ใช้เฉพาะกับสัตว์ค่ะ
  • ไอเวอร์เม็คตินยี่ห้อเอ็นเด็กซ์ ไม่ผ่านการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  • ยาฆ่าพยาธิของสุนัข ไม่ได้ “แรงกว่า” ยาฆ่าพยาธิของคนนะคะ
  • ไอเวอร์เม็คตินในคน จัดเป็น “ยากำพร้า”

ถูกนำมาใช้ในคนเช่นกัน โดยคำแนะนำของศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา (U.S. CDC) จัดให้ยาไอเวอร์เม็คตินเป็นยาทางเลือกแรกที่ควรใช้สำหรับรักษาโรคพยาธิสตรองจิลอยด์ในมนุษย์ และเป็นทางเลือกเดียวที่ใช้รักษาโรคในระยะที่มีการแพร่กระจายแล้ว

จึงถือเป็นยาเถื่อน ที่ไม่มีการรับรองมาตรฐานว่าจะมีประสิทธิภาพและความปลอดภัย ดังนั้น ไม่ควรนำมาใช้ ไม่ว่าจะใช้กับสัตว์หรือใช้กับคนก็ตาม

 เพราะถ้าเป็นตัวยาไอเวอร์เม็คตินเหมือนกัน หากมีปริมาณตัวยาสำคัญเท่ากัน ก็แรงเท่ากันค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น “เอ็นเด็กซ์ 8000” ตามข่าว ก็คือ ไอเวอร์เม็คตินเม็ดละ 8 มิลลิกรัม ส่วนยี่ห้อ “เวอร์เม็คติน” ที่ผลิตสำหรับใช้ในมนุษย์จะมีตัวยาเม็ดละ 6 มิลลิกรัมค่ะ ดังนั้น “เอ็นเด็กซ์ 8000” 1 เม็ดครึ่ง ก็จะมีตัวยา 12 มิลลิกรัม เท่ากับ “เวอร์เม็คติน” 2 เม็ดนั่นเอง

ซึ่งโดยปกติการใช้ยานี้ ไม่ว่าจะในคนหรือในสัตว์ ก็จะมีการคำนวณตามน้ำหนักตัวอยู่แล้วนั่นเองค่ะ

ฟังจากข่าวที่ญาติให้สัมภาษณ์ว่า “แพทย์แนะนำให้ใช้ยาของสุนัขเพราะแรงกว่ายาของคน” น่าจะเป็นการอธิบายเพื่อให้เข้าใจง่ายว่าในกรณีนี้ จำเป็นต้องใช้ยาไอเวอร์เม็คตินแทนการใช้ยาอัลเบนดาโซล เนื่องจากผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยอัลเบนดาโซลแล้ว และไอเวอร์เม็คตินก็มีอัตราการหายจากโรคพยาธิสตรองจิลอยด์ที่สูงกว่า

นั่นก็คือ แม้จะมีความจำเป็นมาก แต่ใช้กับโรคที่พบไม่บ่อย เมื่อมีการใช้น้อย ก็ทำให้ไม่ค่อยมีบริษัทยาที่ผลิตหรือนำเข้ามาจำหน่าย จึงซื้อได้ยากและอาจขาดแคลนในบางเวลา

ดังนั้น ผู้ป่วยโรคพยาธิสตรองจิลอยด์ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาอัลเบนดาโซล โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นโรคพยาธิสตรองจิลอยด์ ชนิดแพร่กระจาย ซึ่งมีโอกาสเสียชีวิต 90% ถ้าไม่รักษา เมื่อไม่สามารถหายาสำหรับคนมาใช้ได้ ก็อาจมีการนำยาไอเวอร์เม็คตินที่ “ผ่านการขึ้นทะเบียนตำรับยาสัตว์อย่างถูกต้อง” มาใช้แทน ขึ้นกับดุลพินิจของแพทย์ผู้รักษาค่ะ            

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม