Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
อาหารการกิน

แมวสามารถกินอาหารดิบได้หรือไม่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,252,322 คน

แมวสามารถกินอาหารดิบได้หรือไม่

โภชนาการอาหารดิบสำหรับแมว วิธีการให้อาหารดิบกับแมว

แมวสามารถกินอาหารดิบได้หรือไม่ โภชนาการของอาหารดิบมีคุณค่าทางอาหารหรือดีต่อสุขภาพของแมวหรือไม่ มาทำความรู้จักกับเกร็ดเล็กน้อยและความรู้เกี่ยวกับการให้อาหารแมวในหัวข้อนี้กัน

สัญชาติญาณของแมว ไม่ว่าจะเป็นแมวบ้านที่มนุษยสัมพันธ์ดี นิสัยน่ารักแค่ไหนก็ตาม ต่างก็ต้องการไล่ล่าหาอาหาร และถ้าแมวถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพังในป่า แมวจะหาอาหารที่มีเป็นอาหารดิบมากินเสมอ

นั่นคือเหตุผลที่ว่า ถ้าเจ้าของสัตว์เลี้ยงมีการเตรียมอาหารที่ถูกต้อง มีความรู้ความเข้าใจ ด้วยคำแนะนำของสัตวแพทย์ แมวจะสามารถกินอาหารดิบได้ตามสัญชาติญาณของมัน อีกทั้งยังทำให้มันแข็งแรงและมีสุขภาพดีอีกด้วย

แมวสมควรได้รับอาหารดิบเป็นอาหารหรือไม่

แมว เหมือนกับสุนัข สามารถกินอาหารดิบได้ สัตวแพทย์องค์รวมบางคนยังแนะนำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้อาหารดิบในชีวิตประจำวันอีกด้วย ในความเป็นจริง การให้อาหารดิบกับแมวนั้นมีประโยชน์กับมันมากกว่าการให้กับสุนัขเสียอีก ด้วยเพราะความที่ว่าแมวมีความเป็นสัตว์กินเนื้อมากกว่าสุนัขนั่นเอง

เราควรเพิ่มอะไรลงไปในโภชนาการอาหารดิบของแมว

มีองค์ประกอบอยู่ 4 ส่วนที่จะต้องรวมลงไปในโภชนาการอาหารดิบของแมว ความสมดุลย์ของโภชนาการอาหารดิบควรจะรวมไปถึงเนื้อ อวัยวะ กระดูก กระดูกบด และพืช

เพิ่มเติมไปกว่านั้น เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังสามารถเพิ่มแคลเซียมลงไปในโภชนาการอาหารดิบได้อีกด้วย โดยการให้ผ่านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมที่ปลอดภัยสำหรับแมว

เมื่อคิดจะเริ่มให้อาหารดิบกับแมว ไม่ว่าจะเตรียมที่บ้านหรือซื้ออาหารดิบตามท้องตลาดจากร้านสัตว์เลี้ยงก็ตาม สมควรจะปรึกษาสัตวแพทย์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้แน่ใจว่าแมวของคุณจะได้รับอาหารที่ถูกต้องและมีความสมดุลย์ทางคุณค่าจากสารอาหาร และเพื่อจะได้ตัดสินว่าอาหารเสริมประเภทใดสมควรถูกเพิ่มเติมลงไปในอาหารของแมวนั้น

คุณยังสามารถเลือกเตรียมอาหารดิบจากอาหารที่ขายตามท้องตลาดได้อีกด้วย ร้านสัตว์เลี้ยงหลายแห่งจำหน่ายอาหารเหล่านี้และมีประกาศนียบัตรจาก Association of American Feed Control Officials (AAFCO) ซึ่งรับรองว่าอาหารนั้น ๆ มีคุณค่าทางสารอาหารครบถ้วนและไม่ต้องมีการเพิ่มเติมอาหารเสริมใด ๆ อีก ทำให้คุณไม่ต้องเล่นเกมเสี่ยงทายว่าอาหารนั้นเหมาะสมหรือไม่ เมื่อคุณคิดจะเปลี่ยนไปเริ่มให้โภชนาการอาหารดิบกับแมว

ประโยชน์ของโภชนาการอาหารดิบกับแมว

ประโยชน์อันเยี่ยมยอดที่สุดของโภชนาการอาหารดิบต่อแมวคือมันสามารถกำจัดแป้งได้ แป้งและน้ำตาลในอาหารแมวอาจนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพในอนาคต เช่น เบาหวาน การอักเสบ โรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ และโรคอ้วน

ถึงแม้ว่าแมวจะได้รับโภชนาการอาหารดิบเป็นอาหารมันก็สามารถเป็นโรคอ้วนได้ แต่ก็ยังมีโอกาสเป็นได้น้อยกว่ากินอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรตผ่านกระบวนการแปรรูปมา

แมวยังต้องการทอรีนในโภชนาการของมัน (โดยประมาณ 125 มิลลิกรัม) เพื่อหัวใจจะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ในอาหารเม็ดมักจะถูกทำลายในกระบวนการผ่านความร้อน ปัญหาเหล่านี้จึงไม่เกิดขึ้นกับอาหารดิบ ส่วนมากทอรีนจะพบได้ในกล้ามเนื้อและเนื้อส่วนหัวใจ ซึ่งเป็นส่วนประกอบของอาหารดิบ

แมวจะเริ่มโภชนาการอาหารดิบได้เร็วที่สุดเมื่อไหร่

แมวสามารถเริ่มโภชนาการอาหารดิบได้ทันทีที่ลูกแมวหย่านมจากแม่ของมัน

แนะนำว่าควรให้อาหารที่ทำจากที่บ้าน ไม่ก็อาหารดิบที่สกัดเอาน้ำออกไปหมดแล้ว หรือ อาหารกระป๋องจนแมวอายุได้ 6 เดือน แล้วเปลี่ยนไปเป็นอาหารดิบสดหรือแช่แข็ง เมื่อระบบของร่างกายเจริญเติบโตได้ 6 เดือน แมวก็พร้อมที่จะรับมือกับโภชนาการอาหารดิบ

อาหารอะไรที่ดีที่สุดในโภชนาการอาหารดิบ?

การวางแผนอาหารชนิดนี้ให้กับแมว ความหลากหลายถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ถ้าคุณนึกถึงเนื้อสัตว์ เนื้อไก่งวงบด ถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับแมว แต่แนะนำว่าให้อาหารที่มีความหลากหลายกับแมวจะดีกว่า เพราะจะทำให้แมวไม่เกิดความเบื่อเพราะอาหารมีความจำเจ ไม่ว่าจะด้วยความบกพร่องหรือการได้รับบางอย่างที่มากเกินไป

หนึ่งในตัวเลือกที่ดีอีกตัวเลือกหนึ่งคือ นกกระทาทั้งตัว โดยคุณจะให้ครึ่งตัวกับแมวในตอนเช้า และอีกครึ่งตัวหลังในตอนเย็น นกกระทาเป็นตัวเลือกที่ดีเพราะกระดูกของมันไม่ทำให้แมวติดคอซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายกับแมวได้ อีกทั้งยังได้ประโยชน์จากกระดุกในการช่วยรักษาช่องปากให้กับแมวได้อีกด้วย  แน่นอนว่า ไม่ว่าจะกระดูกอะไรก็ตามที่แมวจะกิน เจ้าของควรจับตามองอย่างใกล้ชิดให้แน่ใจว่าจะไม่มีความเสี่ยงที่กระดูกจะติดคอแมวได้

นักโภชนาการแนะนำเนื้อสีดำส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อจากไก่และหัวใจลงไปในโภชนาการอาหารดิบ เจ้าของอาหารสัตว์ควรจะรวมตับลงไปในโภชนาการอาหารดิบสำหรับแมวได้อีกด้วย เพราะเนื้อสีดำและกล้ามเนื้อหัวใจมีปริมาณทอรีนที่สูงมาก

แนะนำให้รวมวิตามินกลุ่มที่ละลายได้ในไขมัน เช่น ไข่แดง (วิตามิน A, D, E และ K) และโปรตีนจากไข่ขาวผสมลงไปในอาหาร เนื้อปลาก็สามารถนำไปใช้กับโภชนาการอาหารดิบเพื่อให้ได้ปริมาณของกรดไขมันโอเมกา 3 ปลาซาร์ดีนเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะมักจะมีโลหะหนักสะสมอยู่ในปริมาณที่ไม่สูงมากนัก

ในขณะที่ผักทั้งหลายไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นในโภชนาการอาหารดิบ แต่แพทย์ก็มักจะสั่งให้เพิ่มผักลงไปในโภชนาการอาหาร เช่น ใส่ฟักทองลงไปสักเล็กน้อยเพื่อเพิ่มใยอาหาร หรือใส่สาหร่ายเคลป์ก็เป็นการเพิ่มแหล่งแร่ธาตุโซเดียมและไอโอดีน หรือการเพิ่มผักบด เช่น คะน้า แครอท ซูคินี และพาร์สลีย์  ในปริมาณ 5% ของอาหารที่ได้รับลงไปถือว่าเป็นการดีต่อแมว

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเนื้อสัตว์หรือผักที่คุณตัดสินใจว่าจะเพิ่มลงไปในโภชนาการของแมว คำแนะนำจากสัตวแพทย์คือ ให้เพิ่มแหล่งแคลเซียม เช่นอวัยวะสัตว์แช่แข็ง (รวมทั้ง สมอง ม้าม ไต ตับ หัวใจ และเครื่องใน)ลงไปด้วยเพื่อเติมเต็มคุณค่าทางสารอาหารที่อาจขาดหายไป

อาหารดิบในท้องตลาด: อะไรที่เราต้องระวัง

อาหารดิบในท้องตลาดสำหรับแมวเป็นอาหารพร้อมกินที่หาได้ในร้านค้า ถูกพบได้ในรูปของอาหารแช่แข็งหรือการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็ง แต่ฉลากก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงก่อนการตัดสินใจว่าอาหารดิบชนิดไหนที่เหมาะสำหรับแมวของคุณ

มีความแตกต่างหลัก ๆ อยู่สองสามประการในอาหารดิบในท้องตลาดว่ามีการใช้ความดันสูงเพื่อการถนอมอาหาร และมันมีวิตามินและแร่ธาตุสังเคราะห์อยู่ในนั้นหรือไม่

พบว่าการใช้ความดันสูงเพื่อการถนอมอาหารนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากเพราะกระบวนการพาสเจอไรซ์สำหรับแมวที่ประสบปัญหากับความผิดปกติทางภูมิคุ้มกันอาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมวหรือแมวที่กำลังรักษาด้วยสเตียรอยด์ 

แมวที่สุขภาพดีเป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลักของอาหารดิบที่มีขายในท้องตลาด ถึงแม้ว่าเจ้าของสัตว์ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่ประกอบไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสังเคราะห์ เนื่องจากวิตามินที่สกัดมาจากสารสังเคราะห์อาจส่งผลให้เกิดอาการเป็นพิษในแมว การได้รับพิษจะเกิดขึ้นเมื่อแมวได้รับสารสังเคราะห์ที่เป็นพิษเป็นเวลานาน ๆ

อาหารดิบสำหรับแมว: เกร็ดความรู้ในการเตรียมอาหารที่บ้านและแนวทางเรื่องความปลอดภัย

ถ้าเตรียมอาหารดิบให้กับแมวที่บ้านของคุณเอง ไม่ว่าจะให้ทั้งตัว บางส่วน หรือบดเนื้อของสัตว์นั้นก็ดี เจ้าของสัตว์ต้องมีข้อควรระมัดระวังและขั้นตอนเพิ่มขึ้นเพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัยของแมวและตัวเจ้าของเอง

ถ้าคุณทำอาหารด้วยตัวของคุณเอง คุณควรจะซื้อเนื้อแแช่แข็งมาแล้วละลายน้ำแข็งก่อนหรือละลายน้ำแข็งแค่ระยะเวลาสั้น ๆ แล้วบด หลังจากนั้นจึงนำไปแช่แข็งอีกครั้ง

ถ้าสูตรของอาหารดิบที่แมวได้รับไม่ได้มีความสมดุลย์ แมวอาจจะมีความบกพร่องเรื่องสารอาหารที่ได้รับ และถ้าอาหารไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง แมวอาจจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะอาหารเป็นพิษจากแบคทีเรีย salmonella

การได้รับพิษจากแบคทีเรียก salmonella เกิดจากการจัดการกับอาหารดิบให้กับแมวนั้นอยู่ในกรณีที่เป็นไปได้ยากมาก ตราบใดที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทำทุกอย่างถูกต้องตามกระบวนการ เช่น ล้างมือ ฆ่าเชื้อบริเวณที่ปรุงแต่งอาหารและอุปกรณ์ประกอบอาหาร ซื้ออาหารจากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้ คุณจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้ได้เลย

ให้คุณแน่ใจว่าคุณล้างทำความสะอาดชามอาหารหลังจากที่มันกินเสร็จแล้วทุกครั้ง และอย่าลืมเก็บอาหารดิบเข้าตู้เย็นหลังจากเวลาอาหารแล้ว

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม