แผลไฟไหม้และน้ำร้อนลวกในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 10, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,063,796 คน

การรักษาแผลไฟไหม้จะซับซ้อนมากขึ้นหากแผลมีขนาดใหญ่ขึ้น ในกรณีที่เผลไฟไหม้มีความรุนแรงมาก การการุณฆาตอาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้แมวไม่ต้องทรมาณจากบาดแผล

สิ่งที่ต้องสังเกตุ

แมวมักจะเกิดแผลไฟไหม้บริเวณอุ้งเท้าจากการเดินบนพื้นผิวที่ร้อน เช่น เตาปรุงอาหาร หรือถนนที่เพิ่งราดยางใหม่ ๆ หรือพื้นผิวที่มีสารเคมีอยู่ เช่น น้ำยาฟอกขาว นอกจากนี้ยังเกิดแผนไฟไหม้ในบริเวณหลังได้จากการมีสิ่งของร้อนหกหรือหล่นบนตัว เช่น น้ำมันกระเด็น บริเวณหูและจมูกมักมีการไหม้จากแสงแดดได้ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวมีสีขาว

แผลไฟไหม้แบ่งตามความลึกของชั้นผิวหนังที่เสียหาย

  1. แผลไฟไม้ระดับ 1 จะพบรอยแดงบนผิวหนัง แต่ชั้นผิวหนังทั้งหมดยังไม่มีการหลุดลอก ขนอาจเกิดความเสียหายหรือหายไป และมีความเจ็บปวดเล็บน้อยหรือทำให้สัตว์รู้สึกไม่สบายตัว
  2. แผลไฟไหม้ระดับ 2 มักจะเกิดตุ่มน้ำขึ้นในบริเวณที่ผิวหนังเป็นรอยแดง เป็นตัวบ่งบอกว่าผิวหนังบางชั้นได้รับความเสียหาย และจะทำให้เกิดความเจ็บปวดมากขึ้น
  3. แผลไฟไหม้ระดับ 3 เกิดความเสียหายของผิวหนังทุกชั้นและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ขอบแผลมักจะเป็นสีดำ (เหมือนรอยบุหรี่จี้)

แมวที่มีแผลไฟไหม้ระดับ 2 และ 3 มีความเสี่ยงที่จะเกิดสภาวะช็อค  หากแผลไฟไหม้มีสาเหตุจากสารเคมีและแมวเสียสารเคมีเข้าไปอาจแสดงอาการจากการกินสารเคมี หากแผลไฟไหม้เกิดจากไฟไหม้จริง แมวอาจมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจากการสูดควันไฟเข้าไป

สาเหตุเบื้องต้น

แผลไฟไหม้ส่วนมากเกิดจากของร้อนหรือสารเคมี

การดูแลเบื้องต้น

การดูแลในเบื้องต้นเจ้าของสามารถทำได้เองที่บ้าน โดยทำการห่อแมวด้วยผ้าขนหนูเพื่อเป็นการจับบังคับขณะทำการรักษาบาดแผล

สำหรับแผลไฟไหม้

  • แผลไฟไหม้ระดับ 1 และ 2 ควรได้รับการล้างด้วยน้ำเย็นปริมาณมากเป็นระยะเวลาประมาณ 20 นาที สามารถใช้ผ้าเปียกคลุมแผลเอาไว้และเทน้ำลงบนผ้าเบา ๆ หรือแช่บริเวณที่เกิดแผลไฟไหม้ในน้ำเย็น แมวมักจะไม่ชอบถูกพ่นด้วยละอองน้ำ ดังนั้นเจ้าของควรหลีกเลี่ยง
  • สำหรับแผลไฟไหม้ระดับ 1 ให้ลูบบริเวณที่เกิดรอยไหม้ด้วยผ้าขนหนูแห้งเบา ๆ หลังจากความร้อนจางไปจากรอยไหม้ เพื่อซับน้ำส่วนเกิน ไม่ควรถูบริเวณแผล เนื่องจากการถูอาจทำให้ผิวหนังเกิดความเสียหาย สามารถใช้เจลว่านหางจระเข้ทาบาง ๆ ในบริเวณรอยแผล ไม่ควรใช้เนยหรือขี้ผึ้ง เนื่องจากไม่ช่วยในการหายของแผลและอาจทำให้แผลแย่ลง
  • สำหรับแผลไฟไหม้ระดับ 2 ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ ขณะเดินทางให้ประคบด้วยผ้าเปียก
  • สำหรับแผลไฟไหม้ระดับ 3 แมวมักจะมีสภาวะช็อก ใช้ผ้าเปียกคลุมบริเวณแผลที่เกิดรอยไหม้รุนแรง และห่อตัวแมวด้วยผ้าขนหนูแห้งหรือผ้าห่ม และพาไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด

สำหรับแผลไหม้จากสารเคมี

  • สวมถุงมือ แว่นตา และอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง
  • ใช้น้ำปริมาณมากชะล้างสารเคมีออก หากเป็นสารเคมีที่เป็นน้ำมัน ให้ใช้น้ำยาล้างจานเล็กน้อยเพื่อกำจัดสารเคมีในกรณีที่เกิดแผลไฟไหม้ระดับ 1 และ 2 ต้องล้างสบู่ออกด้วยน้ำสะอาดหลังจากฟอกน้ำยาแล้ว ควรล้างตัวแมวในถังที่เติมน้ำและเปลี่ยนน้ำทุกสองสามนาทีหรือให้แมวอยู่ในถังแล้วค่อย ๆ เทน้ำใส่ตัวแมว แทนการพ่นละอองน้ำให้แมวเนื่องจากแมวไม่ชอบให้พ่นน้ำใส่
  • สำหรับแผลไฟไหม้ระดับ 3 ควรปิดบริเวณบาดแผลด้วยผ้าเปียกให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้สารเคมีถูกชะล้างเข้าไปในแผล
  • เมื่อล้างสารเคมีออกได้มากที่สุดแล้ว ให้ปิดบริเวณแผลด้วยผ้าเปียกที่สะอาด ห่อแมวด้วยผ้าขนหนูแห้ง และพาไปพบสัตวแพทย์
  • นำบรรจุภัณฑ์ของสารเคมีหรือฉลากไปให้สัตวแพทย์ด้วย เพื่อช่วยระบุชนิดของสารเคมีและทำให้การรักษาตรงจุด

การดูแลโดยสัตวแพทย์

การวินิจฉัย

การวินิจฉัยขึ้นกับข้อมูลที่เจ้าของให้กับสัตวแพทย์และการตรวจร่างกายเบื้องต้น การทดสอบอื่นอาจจำเป็นกรณีที่สงสัยว่าแมวหายใจเอาควันเข้าไปหรือกินสารเคมีเข้าไป

การรักษา

โกนขนบริเวณแผลและทำความสะอาดเท่าที่จำเป็น หากมีการหายใจควันไฟเข้าไป กินสารเคมี มีภาวะช็อก หรือปัญหาอื่น สัตวแพทย์และทำการรักษาอาการที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและจัดการปัญหาที่รุนแรงก่อน ขั้นตอนการรักษาแผลไฟไหม้ ได้แก่

  1. แผลไฟไหม้ระดับ 1 มักจะสามารถทำการดูแลเองได้ที่บ้าน หรืออาจให้สัตวแพทย์ทำการประเมินบาดแผลในครั้งแรก
  2. แผลไฟไหม้ระดับ 2 อาจต้องพันแผลหรือไม่ก็ได้ สัตวแพทย์มักจะจ่ายยาปฎิชีวนะ ยาลดปวด และยาทาแผล หากมีการพันแผลจำต้องมีการเปลี่ยนผ้าพันแผลเป็นประจำจนกว่าแผลพุพองจะหาย
  3. แผลไฟไหม้ระดับ 3 จำเป็นจะต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล สัตวแพทย์จะทำการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำเพื่อแก้ไขสภาวะช็อกและการสูญเสียของเหลวในร่างกายจากรอยแผลไฟไหม้ จะต้องให้ยาปฏิชีวนะและยาลดปวด บริเวณบาดแผลต้องได้รับการดูแล พันแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อและเร่งการหายของแผล ผ้าพันแผลควรเปลี่ยนทุกวันในช่วงแรก ทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าพันแผลควรมีการทำความสะอาดและขูดเอาสิ่งสกปรกและเนื้อเยื่อที่ตายออกจากแผล การทำแผลกรณีนี้อาจจำเป็นต้องทำการวางยาซึม แมวอาจต้องอยู่โรงพยาบาลหลายวันจนกว่าแผลจะอยู่ในสภาพที่ดี หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้วเจ้าของจะต้องทำการดูแลแผลที่บ้านอย่างต่อเนื่อง

สาเหตุอื่น

แมวอาจได้รับแผลไฟไหม้จากไฟฟ้าช็อตและแดดเผา ลักษณะของแผลจะคล้ายกับแผลไฟไหม้

การดูแลและการจัดการ

รอยแผลไฟไหม้อาจใช้เวลาหนึ่งถึงสองวันถึงจะแสดงรอยแผลให้เห็น หากแมวไม่ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เจ้าของจะต้องติดตามอาการและลักษณะของบาดแผลอย่างต่อเนื่อง หรือปัญหาสุขภาพอื่นที่อาจเกิดขึ้นตามมา

สิ่งที่ดูแลได้ยากที่สุดคือผ้าพันแผล เนื่องจากผ้าพันแผลจะต้องแห้งและสะอาดอยู่ตลอดเวลา และห้ามไม่ให้แมวแทะ เลีย หรือเกาบริเวณผ้าพันแผลหรือบริเวณแผล ปลอกคอกันเลีย (Elizabethan collar) อาจช่วยปกป้องแผลได้ ผ้าพันแผลควรเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง หากแมวพยายามถูบริเวณแผล แผลมีกลิ่นเหม็น มีของเหลวมาก หรือดูแย่ลงเมื่อเปลี่ยนผ้าพันแผล เจ้าของจะต้องพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบบาดแผล การเปลี่ยนผ้าพันแผลในช่วงแรกควรได้รับการดูแลโดยสัตวแพทย์และมีการวางยาซึมแมว

แผลไฟไหม้ระดับ 3 อาจใช้เวลาเป็นเดือนกว่าแผลจะหายสนิท สิ่งที่สำคัญคือเข้ารับการรักษาโดยสัตวแพทย์อย่างต่อเนื่อง และใช้ยารักษาตามที่สัตวแพทย์แนะนำ หากแผลไฟไหม้รุนแรงมากอาจต้องทำการเปลี่ยนถ่ายผิวหนัง (skin graft) จะทำได้เมื่อเนื้อเยื่อชั้นล่างของแผลหายดีแล้ว

การป้องกัน

ควรป้องกันไม่ให้แมวมีความเสี่ยงที่จะได้รับแผลไฟไหมและสิ่งที่เป็นอันตรายต่อแมวที่พบได้รอบบ้าน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม