เชื้อกาฬโรคคืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ค. 1, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

เชื้อกาฬโรคส่งผลต่อมนุษย์มามากกว่า 5,000 ปี

เชื้อกาฬโรค หรือ "เยอซิเนีย เพสติส" (Yersinia pestis) เป็นเชื้อแบคทีเรียก่อโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งลักษณะอาการที่แสดงมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ

  • กาฬโรคต่อมน้ำเหลือง หรือ บิวโบนิค (bubonic)
  • กาฬโรคปอด หรือ นิวโมนิค (pneumonic)
  • การติดเชื้อกาฬโรคเลือด หรือ เซพติซิมิค (septicemic)

ลักษณะอาการชนิดบิวโบนิค (bubonic) เป็นลักษณะของการติดเชื้อที่รู้จักกันดีในชื่อ โรคระบาด "มรณะดำ" หรือ "Black Death" อุบัติขึ้นในช่วงยุคกลางของยุโรป จากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC) ระบุว่า หายนะครั้งนั้นได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากถึงร้อยละ 60 ของประชากรยุโรปทั้งหมด

ชื่อแบคทีเรีย "เยอซิเนีย เพสติส" มีที่มาจากชื่อของแพทย์และนักแบคทีเรียวิทยา "อเลกซานเดร เยอซิน" (Alexandre Yersin) ผู้ค้นพบเชื้อสาเหตุของโรคกาฬโรคในช่วงปี ค.ศ.1880-1890 ขณะกำลังทำการศึกษาการแพร่กระจายของโรคในเมืองฮ่องกง จากรายงานของสมาคมพยาธิวิทยาคลินิกแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (American Journal of Clinical Pathology) ปี ค.ศ. 2003 พบว่า ในปัจจุบันแม้เชื้อกลุ่ม "เยอซิเนีย" จะถูกค้นพบอีกเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีเพียงสองชนิดเท่านั้นที่เป็นเชื้อก่อโรคในคน นั่นคือเชื้อ "เยอซิเนีย สูโดทูเบอคูโลซิส" (Y.pseudotuberculosis) และ "เยอซิเนีย เอ็นเทอโรโคไลติกา" (Y.enterocolitica)

นอกเหนือไปจากเชื้อกาฬโรค หรือ "เยอซิเนีย เพสติส" ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น เชื้อกาฬโรคในหมัดและสัตว์ฟันแทะเชื้อกาฬโรค หรือ "เยอซิเนีย เพสติส" เป็นเชื้อโรคที่เป็นปรสิตถาวร (obligate parasite) หมายความว่า เชื้อนี้จะสืบพันธุ์ต่อไปไม่ได้ถ้าไม่มีพาหะนำโรค

สัตว์ฟันแทะจำพวกหนูหรือกระต่ายเป็นพาหะที่สำคัญของเชื้อโรคชนิดนี้ โดยจะแพร่กระจายเชื้อผ่านทางหมัดที่อาศัยอยู่บนตัวของมัน เมื่อหมัดดูดเลือดสัตว์ที่ติดเชื้อ มันจะกลืนเชื้อกาฬโรคเข้าไป เมื่อเชื้อเข้าสู่ทางเดินอาหารก็จะแบ่งตัวออกและสร้างสารเอนไซม์ออกมาทำให้เลือดในทางเดินอาหารของหมัดแข็งตัวเป็นลิ่มเลือด ซึ่งเลือดดังกล่าวจะไม่ถูกย่อยต่อและค้างอยู่ในทางเดินอาหาร

เมื่อหมัดที่ติดเชื้อดูดเลือดจากสัตว์ซ้ำอีกครั้ง เลือดและเชื้อกาโรคในทางเดินอาหารของมันจะไหลกลับเข้าสู่ตัวสัตว์ ก่อให้เกิดการติดเชื้อขึ้นมาใหม่ได้ วงจรการแพร่กระจายเชื้อแบบนี้เองที่ทำให้สัตว์ฟันแทะจำพวกหนูเป็นพาหะของเชื้อที่ยาวนานและไม่ตายลงในทันทีแต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป

เคยมีรายงานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) พบว่า ในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศสหรัฐอเมริกามีการระบาดของเชื้อกาฬโรคอย่างหนัก ทำให้สัตว์ฟันแทะจำพวกหนูตายจากการติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูหนาวที่ค่อนข้างชื้นต่อกับต้นฤดูร้อนที่ไม่ร้อนจัด การที่สัตว์ฟันแทะจำพวกหนูตายเป็นจำนวนมากนั้นจะทำให้หมัดบนตัวพวกมันต้องไปหาพาหะใหม่เพื่อดูดเลือด พาหะเหล่านั้น ได้แก่ สุนัข แมว รวมไปถึงมนุษย์

การแพร่กระจายเชื้อสู่มนุษย์

โดยส่วนมาก มนุษย์จะได้รับเชื้อกาฬโรคจากการถูกหมัดกัด เชื้อจากบริเวณที่ถูกกัดจะแพร่กระจายไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ถ้าเชื้อกระจายเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองจะทำให้เกิดการติดเชื้อกาฬโรคต่อมน้ำเหลือง หรือ บิวโบนิค พลาค (bubonic plague) ถ้ากระจายเข้าสู่กระแสเลือดจะทำให้เกิดการติดเชื้อกาฬโรคในกระแสเลือด หรือ เซพติซิมิค พลาค (septicemic plague)

การติดเชื้อสองรูปแบบข้างต้นนั้นอาจเกิดจากการสัมผัสเนื้อหรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่เป็นพาหะก็ได้ กาฬโรคชนิดปอดอักเสบ หรือ นิวโมนิค พลาค (pneumonic plague) เป็นการติดเชื้อกาฬโรคที่ปอด เกิดจากการหายใจเอาละอองฝอยที่มีเชื้อกาฬโรคเข้าไป ละอองฝอยเหล่านี้มาจากการจามของสัตว์หรือมนุษย์ที่มีการติดเชื้อกาฬโรค

ประวัติของเชื้อกาฬโรค

การระบาดของเชื้อกาฬโรคอุบัติขึ้นสามครั้งในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ครั้งแรก "กาฬโรคจัสตินเนียน" (The Justinian Plague) เริ่มอุบัติขึ้นเมื่อ 541 ปีก่อนคริสตกาล ครั้งที่สอง "มรณะดำ" (The Black Death) ในปี ค.ศ. 1334 และครั้งที่สาม "กาฬโรคสมัยใหม่" (The Modern Plague) ในปี ค.ศ. 1860

อย่างไรก็ตาม จากผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารการดำเนินงานของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติหรือพีเอ็นเอเอส (PNAS) ในปี ค.ศ. 2011 ระบุว่า กาฬโรคในปัจจุบันเป็นเชื้อต่างสายพันธุ์กับที่เคยระบาดในครั้งก่อนๆ และเชื่อว่าเชื้อกาฬโรคที่ทำให้เกิดอุบัติการณ์ "มรณะดำ" นั้นน่าจะสูญพันธุ์ไปทั้งหมดแล้ว

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารโรคติดเชื้อแลนเซท (The Lancet Infectious Diseases) ปี ค.ศ. 2014 กล่าวว่า เชื้อกาฬโรคที่ระบาดหลัง "มรณะดำ" เป็นสายพันธุ์ที่แตกต่างจากเชื้อที่ระบาดหลัง "กาฬโรคจัสตินเนียน" ซึ่งทำให้สรุปได้ว่าเชื้อกาฬโรคที่ระบาดในครั้งแรกนั้นน่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วเช่นกัน

มีงานวิจัยจำนวนหนึ่งทำการศึกษาว่าเชื้อกาฬโรคนั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อใดงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเซลล์ (Cell) ปี ค.ศ. 2015 ระบุว่า มนุษย์มีการติดเชื้อกาฬโรคมานานกว่า 5,000 ปีแล้ว และงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารกีฏวิทยาทางการแพทย์ (Journal of Medical Entomology) ในปี ค.ศ. 2015 ได้ระบุถึงการค้นพบเชื้อแบคทีเรียที่ใกล้เคียงกับเชื้อกาฬโรคจากตัวหมัดที่ถูกห่อหุ้มไว้ในก้อนอำพันอายุ 20 ล้านปี

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่