มะเร็งและโรคร้าย

โรคมะเร็งเต้านมในเพศชาย

เผยแพร่ครั้งแรก 25 ก.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 16 นาที
โรคมะเร็งเต้านมในเพศชาย

แม้ว่าโรคมะเร็งเต้านมจะพบบ่อยในเพศหญิง แต่ก็สามารถพบได้ในเพศชายเช่นเดียวกัน โอกาสแม้จะเพียงน้อยนิด แต่ก็หมายความว่าข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมาก็มีจำกัดเช่นเดียวกัน จึงต้องอ้างอิงการวินิจฉัยและการรักษาใกล้เคียงกันกับโรคมะเร็งเต้านมในเพศหญิง

บทนำ

แม้เรามักเข้าใจว่ามะเร็งเต้านมนั้นเป็นโรคที่มีผลเฉพาะกับผู้หญิง แต่แท้จริงแล้วผู้ชายก็สามารถเกิดเป็นโรคนี้ขึ้นได้เช่นเดียวกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 3467 บาท ลดสูงสุด 24000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 4

โรคนี้พบในผู้ชายน้อยกว่าผู้หญิงอย่างมาก โดยมีผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นเพศชายเพียง 1 รายต่อเพศหญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมทุกๆ 100,000 คน

เซลล์มะเร็งจะเกิดขึ้นในเนื้อเยื่อเต้านมจำนวนเล็กน้อยที่มีอยู่ใต้หัวนมของผู้ป่วยเพศชาย โดยอาการที่พบบ่อยที่สุดคือก้อนที่แข็งและไม่เจ็บปวดในหน้าอก

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของก้อนเต้านมมักเกิดจากภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (gynaecomastia) ซึ่งจัดเป็นความผิดปกติที่ไม่ใช่มะเร็งซึ่งเนื้อเยื่อเต้านมของผู้ชายจะขยายใหญ่ขึ้น

โรคมะเร็งเต้านมในเพศชายอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับหัวนมได้ เช่น หัวนมยุบบุ๋มลงไป หรือมีของเหลวไหลออกจากปลายหัวนม

เมื่อใดควรเข้าพบแพทย์

คุณควรพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคุณเสมอหากคุณสังเกตเห็นก้อนเนื้อในเต้านมของคุณ หรือคุณมีปัญหาบริเวณหัวนม เช่น ของเหลวไหลออกมา

แม้ว่าอาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากมะเร็งเต้านม แต่ก็ควรตรวจสอบให้ละเอียดแน่ชัด

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งสำหรับผู้ชายวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 949 บาท ลดสูงสุด 460 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 5

เหตุใดจึงเกิดมะเร็งเต้านมในเพศชาย

สาเหตุของโรคมะเร็งเต้านมในเพศชายยังไม่มีข้อมูลระบุชัดเจน แต่ปัจจัยที่ทำให้โอกาสในการเกิดโรคมะเร็งดังกล่าวเพิ่มขึ้น ได้แก่ :

  • อายุ - ส่วนใหญ่แล้วจะส่งผลกระทบต่อผู้ชายอายุเกิน 60 ปี
  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมโดยอาจเป็นในเพศชายหรือเพศหญิงก็ได้
  • โรคอ้วน - ดัชนีมวลกาย (BMI) มีค่าเท่ากับ 30 หรือมากกว่า

การรักษาโรคมะเร็งเต้านมในเพศชาย

ในกรณีส่วนใหญ่จะใช้การผ่าตัดในการกำจัดก้อนมะเร็งพร้อมกับส่วนหนึ่งของเต้านมออกไป ซึ่งอาจตามมาด้วยฮอร์โมนบำบัดระยะยาวโดยใช้ยาซึ่งโดยปกติจะเป็นยาที่ชื่อว่า tamoxifen

Tamoxifen ช่วยยับยั้งฤทธิ์ของฮอร์โมนที่ทราบกันดีว่าสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในเนื้อเยื่อเต้านม ซึ่งจะช่วยป้องกันการกลับมาเป็นมะเร็งเต้านมซ้ำได้

ในบางกรณีการรักษาด้วยรังสีรักษาหรือเคมีบำบัดอาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน

พยากรณ์โรค

แนวโน้มสำหรับโรคมะเร็งเต้านมในเพศชายไม่ดีเท่ากับในเพศหญิง โดยทั่วไปมักเกิดจากการพบอาการช้า สังเกตลำบากและอาจต้องใช้เวลานานกว่าในการวินิจฉัย

อัตราการรอดชีวิตของโรคมะเร็งเต้านมในผู้ชายส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับระยะแพร่กระจายของมะเร็งก่อนที่จะได้รับการวินิจฉัย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจมะเร็งทั่วไปวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 3467 บาท ลดสูงสุด 24000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

Ads h 4

มะเร็งเต้านมที่ได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นมักจะรักษาประสบความสำเร็จ แต่การรักษาจะมีประสิทธิภาพน้อยลง หากมะเร็งได้แพร่กระจายไปไกลกว่าเนื้อเยื่อเต้านมแล้ว

แต่น่าเสียดายที่ส่วนใหญ่จะได้รับการวินิจฉัยหลังจากที่โรคมะเร็งได้เริ่มแพร่กระจายไปไกลแล้ว

การลดความเสี่ยง

วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมและภาวะสุขภาพที่ร้ายแรงอื่น ๆ ได้แก่ :

  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณให้น้อย - ผู้ชายไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 14 หน่วยต่อสัปดาห์
  • รักษาน้ำหนักที่เหมาะสม - ผ่านการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและการออกกำลังกายเป็นประจำ

อาการของโรคมะเร็งเต้านม

อาการหลักของมะเร็งเต้านมในผู้ชายคือพบก้อนแข็งในเต้านมของคุณ ก้อนเกือบทั้งหมดเหล่านี้ไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด

ก้อนดังกล่าวมักจะอยู่ใต้หัวนมและฐานหัวนม

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ของก้อนเต้านมมักเกิดจากภาวะเต้านมโตในผู้ชาย (gynaecomastia) ซึ่งจัดเป็นความผิดปกติที่ไม่ใช่มะเร็งซึ่งเนื้อเยื่อเต้านมของผู้ชายจะขยายใหญ่ขึ้น

อาการที่พบบ่อยของมะเร็งเต้านมในเพศชาย ได้แก่

  • หัวนมยุบบุ๋ม
  • หัวนมแข็ง อักเสบ และดูเป็นแผลพุพอง
  • ของเหลวไหลออกจากหัวนม

อาการระยะลุกลาม

อาการอื่น ๆ มักจะเกิดขึ้นหากมะเร็งแพร่กระจายออกจากเต้านมไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น กระดูก ตับ หรือปอดซึ่งเรียกว่ามะเร็งเต้านมระยะลุกลามหรือแพร่กระจาย

อาการของมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม ได้แก่

  • ปวดกระดูก
  • อาการบวมของต่อมน้ำเหลืองซึ่งมักเกิดในหรือรอบ ๆ รักแร้
  • หายใจหอบถี่
  • รู้สึกเหนื่อยผิดปกติตลอดเวลา
  • คลื่นไส้
  • ตัวเหลือง ตาเหลืองเป็นดีซ่าน

เมื่อใดควรเข้าพบแพทย์

คุณควรพูดคุยกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคุณเสมอหากคุณสังเกตเห็นก้อนเนื้อในเต้านมของคุณ หรือคุณมีปัญหาบริเวณหัวนม เช่น ของเหลวไหลออกมา หัวนมยุบบุ๋ม หรือเป็นแผลผิดปกติ

แม้ว่าอาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากมะเร็งเต้านม แต่ก็ควรตรวจสอบให้ละเอียดแน่ชัด

สาเหตุของโรคมะเร็งเต้านมในเพศชาย

ไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสิ่งใดที่เป็นสาเหตุแน่ชัดของมะเร็งเต้านมในผู้ชาย แม้ว่าจะมีหลายปัจจัยที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคดังกล่าวได้

อายุ

เช่นเดียวกับโรคมะเร็งหลายชนิด ผู้ชายมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นมะเร็งเต้านมเมื่อแก่ตัวลง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคดังกล่าวในช่วงอายุระหว่าง 60 ถึง 70 ปี ผู้ชายที่อายุน้อยแทบไม่พบว่าเป็นโรคดังกล่าว

พันธุกรรมและประวัติครอบครัว

การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมคือการเปลี่ยนแปลงอย่างถาวรในลำดับดีเอ็นเอที่รวมตัวกันทำหน้าที่เป็นยีน ผลกระทบที่ตามมา คือ กระบวนการหนึ่งขั้นตอนหรือหลายขั้นตอนของร่างกายอาจไม่ทำงานได้เหมาะสมอย่างที่ควร

มีการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมจำนวนหนึ่งที่เป็นที่ทราบกันดีว่าเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม การกลายพันธุ์ที่สำคัญที่สุดคือการกลายพันธุ์ของยีน BRCA2 ยีนที่ผิดปกติดังกล่าวเชื่อว่าเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านมในชายประมาณ 1 หรือ 2 รายในทุก ๆ 10 ราย

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานว่ามะเร็งเต้านมสามารถสืบทอดต่อกันในครอบครัวได้โดยเฉพาะในผู้ชายที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งเต้านม เช่น แม่หรือน้องสาว

การทดสอบสำหรับค้นหายีนที่ปกติซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านมในผู้ชายมักไม่ได้ทำเป็นเรื่องปกติในโรงพยาบาลทั่วไปเว้นแต่จะได้รับการสั่งโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตาม คลินิกเอกชนบางแห่งอาจเสนอการทดสอบทางพันธุกรรม การทดสอบดังกล่าวอาจมีราคาแพง

ฮอร์โมนเอสโตรเจน

มีหลักฐานว่าการมีฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับสูง หรือการได้รับสารนี้เป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมในผู้ชาย

เมื่อเทียบกับผู้หญิง ผู้ชายมักมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับต่ำมาก แต่มีบางสถานการณ์ที่สามารถเพิ่มระดับฮอร์โมนหญิงในผู้ชายได้ ได้แก่:

  • การรักษาด้วยฮอร์โมน - ฮอร์โมนเอสโตรเจนสังเคราะห์มักใช้ในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก และใช้ในผู้ชายที่อยู่ระหว่างการแปลงเพศให้มีลักษณะเป็นเพศหญิงมากขึ้น
  • โรคอ้วน - ชายที่เป็นโรคอ้วนมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงกว่าปกติ
  • โรคตับแข็ง - คือรอยแผลเป็นบนตับซึ่งมักเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในระยะยาว

นอกจากนี้ยังมีภาวะทางพันธุกรรมที่พบได้ยากที่มีผลต่อเพศชายที่เรียกว่า Klinefelter syndrome ซึ่งเป็นเด็กชายที่มีความผิดปกติแรกเกิดโดยร่างกายนั้นสามารถผลิตฮอร์โมนเพศชายได้น้อยลงกว่าปกติ

เนื่องจากฮอร์โมนเพศชายจะช่วยลดฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจน ผู้ชายที่เป็นกลุ่มอาการ Klinefelter syndrome จึงมักมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงกว่าผู้ชายทั่วไป

ความเสี่ยงจากการทำงาน

ผู้ชายบางคนที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่ร้อนมีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับผู้ชายที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่เย็นกว่า

สภาพแวดล้อมที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของมะเร็งเต้านมในเพศชาย ได้แก่ :

  • งานหน้าเตาหลอม
  • งานเชื่อมหรือเกี่ยวกับเหล็ก
  • โรงงานกลึงโลหะ
  • โรงงานผลิตรถยนต์

สมมติฐานหนึ่งที่จะช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมในการทำงานและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเป็นมะเร็งเต้านมก็คือ ความร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้เซลล์ผลิตฮอร์โมนในอัณฑะเสียหายซึ่งอาจทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนเพิ่มมากขึ้น

อีกสมมติฐานหนึ่งคือ การทำงานในสภาพแวดล้อมที่ร้อนมักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสกับสารเคมีบางอย่างที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมในผู้ชาย

อัตราของมะเร็งเต้านมยังสูงผิดปกติในผู้ชายที่ทำงานเกี่ยวกับการผลิตน้ำหอมและสบู่ พวกเขามีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึงเจ็ดเท่าเทียบกับประชากรชายโดยทั่วไป

เหตุผลสำหรับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ยังไม่ชัดเจน การสัมผัสกับสารเคมีบางชนิดดูเหมือนจะเป็นสาเหตุที่เป็นไปได้ แต่สิ่งนี้ยังไม่ได้รับการพิสูจน์แน่ชัด

การได้รับรังสี

การสัมผัสกับรังสีมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเป็นมะเร็งเต้านมในผู้ชาย

การวิจัยที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับการบำบัดด้วยรังสีรักษาซึ่งการใช้รังสีเอกซ์พลังงานสูงในการฆ่าเซลล์มะเร็งโดยตรงที่หน้าอกส่วนบนมีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมในเพศชายได้สูงถึง 7 เท่าเมื่อเทียบกับประชากรชายส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้โอกาสเกิดโรคเพิ่มขึ้นเจ็ดเท่าแต่โอกาสในการเกิดมะเร็งเต้านมในเพศชายก็ยังคงต่ำมากอยู่ดี

การวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมในเพศชาย

หากคุณมีอาการของโรคมะเร็งเต้านม เช่น พบก้อนแข็งไม่เจ็บปวดในบริเวณเต้านมของคุณ แพทย์ประจำตัวของคุณจะตรวจร่างกายคุณอย่างรอบคอบถี่ถ้วน

ในระหว่างการตรวจร่างกายพวกเขายังจะมองหาอาการแสดงที่เป็นไปได้อื่น ๆ ของมะเร็งเต้านมของผู้ชาย เช่น ต่อมน้ำเหลืองบวม

เป็นไปได้ว่าแพทย์ของคุณจะส่งต่อคุณสำหรับการทำการทดสอบเพิ่มเติม หากพบความเป็นไปได้ที่คุณอาจเป็นมะเร็งเต้านม การทดสอบเหล่านี้ได้แก่

การตรวจเอกซเรย์แมมโมแกรม

การตรวจแมมโมแกรมเป็นชนิดหนึ่งของการถ่ายภาพรังสีเอกซเรย์ที่ใช้ในการตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในเนื้อเยื่อเต้านมที่อาจเป็นผลมาจากโรคมะเร็งหรือไม่

ในระหว่างขั้นตอนการตรวจเต้านม เจ้าหน้าที่รังสีหรือแพทย์รังสีจะทำการบีบเต้านมข้างหนึ่งด้วยแผ่นรับรังสีเอ็กซ์สองแผ่น การตรวจนี้มักไม่เจ็บปวด แต่คุณควรแจ้งเจ้าหน้าที่หากคุณรู้สึกอึดอัด

เมื่อเต้านมของคุณอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องแล้วจะมีการถ่ายภาพรังสีเอ็กซ์เพื่อให้เห็นภาพภายในของเต้านมชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วจึงทำการถ่ายภาพรังสีเช่นเดียวกันนี้กับเต้านมอีกข้างหนึ่งของคุณต่อไป

การทำอัลตราซาวนด์

การสแกนอัลตราซาวนด์เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อสร้างภาพด้านในของเต้านมของคุณ เช่นเดียวกับการตรวจอัลตราซาวนด์ทารกในครรภ์

ปลายเครื่องอัลตราซาวนด์หรือเซนเซอร์จะถูกวางไว้เหนือเต้านมเพื่อสร้างภาพด้านในของทรวงอกบนหน้าจอ ภาพจะชี้ให้เห็นก้อนเนื้อหรือความผิดปกติที่อาจมีอยู่ในทรวงอกของคุณ

การตรวจชิ้นเนื้อ

อาจจำเป็นต้องมีการตรวจชิ้นเนื้อถ้าการสแกนภาพแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวด์ชี้ให้เห็นก้อนหรือความผิดปกติในเต้านมของคุณ

การตรวจชิ้นเนื้อเป็นการตรวจที่สามารถยืนยันหรือวินิจฉัยการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมในผู้ชายได้อย่างชัดเจน กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการเก็บตัวอย่างของเนื้อเยื่อมะเร็งที่น่าสงสัย และนำไปตรวจสอบในห้องปฏิบัติการสำหรับการค้นหาเซลล์มะเร็ง

การเจาะตรวจชิ้นเนื้อโดยไม่ต้องผ่าตัดมักเป็นวิธีที่ใช้สำหรับการวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมในผู้ชาย การตรวจชิ้นเนื้อชนิดนี้สามารถบ่งบอกได้ว่ามะเร็งเริ่มแพร่กระจายจากเต้านมไปยังพื้นที่โดยรอบแล้วหรือไม่อีกด้วย

ในระหว่างการตรวจชิ้นเนื้อดังกล่าวจะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับปวด ท่อเข็มกลวงจะถูกนำมาใช้เพื่อดูดเอาจำนวนตัวอย่างเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ออกจากก้อนเต้านม

หากพบเซลล์มะเร็ง ก็ยังสามารถตรวจสอบได้ว่ามีโปรตีนชนิดพิเศษเรียกว่า ตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนบนผิวเซลล์มะเร็งดังกล่าวด้วยหรือไม่

สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะถ้าหากมีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนบนผิวเซลล์มะเร็ง ซึ่งมักมีอยู่มากกว่าครึ่งหนึ่งของกรณีผู้ป่วย ก็สามารถรักษามะเร็งด้วยการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัดได้ผล

การแบ่งระยะของโรคมะเร็ง

หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมแล้วทีมแพทย์ผู้ดูแลของคุณควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับระยะของโรคมะเร็งซึ่งเป็นระบบที่ใช้ในการอธิบายว่ามะเร็งแพร่กระจายอย่างไรในขณะที่ทำการวินิจฉัย

การรักษาให้หายขาดอาจเป็นไปได้ถ้ามะเร็งเต้านมได้รับการวินิจฉัยในระยะเริ่มแรก อย่างไรก็ตาม การรักษาแบบประคับประคองสามารถทำได้เพียงการควบคุมอาการและชะลอการแพร่กระจายของมะเร็งหากได้รับการวินิจฉัยในระยะหลัง แต่น่าเสียดายที่มากกว่า 40% ของมะเร็งเต้านมในผู้ชายมักได้รับการวินิจฉัยในระยะท้ายและไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

ในบางกรณี เพศชายจะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า โรคมะเร็งท่อน้ำนมระยะต้น (ductal carcinoma in situ :DCIS) ซึ่งหมายความว่ามีเซลล์มะเร็งอยู่ที่เต้านมจริง แต่จำกัดตำแหน่งอยู่เพียงในท่อเต้านมและไม่สามารถแพร่กระจายไปยังตำแหน่งอื่นได้

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการรักษา โรคมะเร็งระยะต้นดังกล่าวอาจนำไปสู่มะเร็งเต้านมชนิดแพร่กระจายได้หากปล่อยไว้นาน

การรับมือกับการวินิจฉัย

การบอกว่าคุณเป็นมะเร็งเต้านมสามารถทำให้เกิดอารมณ์ได้หลากหลาย เช่น ความตกใจ ความกลัว ความสับสน และในบางกรณีความเศร้าและลำบากใจ

คนส่วนใหญ่คิดว่ามะเร็งเต้านมมีผลต่อผู้หญิงเท่านั้นดังนั้นจึงอาจเป็นเรื่องยากที่จะทำใจกับการวินิจฉัยดังกล่าว

ความรู้สึกโดดเดี่ยวและอยากอยู่คนเดียวเป็นเรื่องปกติในผู้ชายที่เป็นโรคมะเร็งเต้านม อาจเป็นเพราะช่องทางของคำแนะนำและการสนับสนุนมีน้อยสำหรับผู้ชายที่มีโรคมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับการสนับสนุนที่มีอยู่สำหรับผู้หญิงที่เป็นโรคเดียวกัน

บางครั้งผู้ชายที่พบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เป็นเรื่องน่าหดหู่ คุณอาจรู้สึกซึมเศร้าหากคุณรู้สึกไม่ค่อยได้รับความสนใจและหมดความสนใจที่จะทำกิจกรรมที่คุณเคยชื่นชอบในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ถ้าคุณคิดว่าคุณมีอาการซึมเศร้าให้เข้าปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณ มีการรักษาที่มีประสิทธิภาพหลายอย่าง เช่น การใช้ยาและการให้คำปรึกษาซึ่งสามารถช่วยลดอาการซึมเศร้าได้

คุณอาจพบว่ามีประโยชน์ในการพูดคุยกับผู้ชายคนอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคเช่นเดียวกัน

การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในผู้ชาย

เนื่องจากโรคมะเร็งเต้านมพบได้ยากในผู้ชาย การตรวจคัดกรองเป็นประจำสำหรับโรคนี้จึงไม่เป็นที่แนะนำแม้ในผู้ชายในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือผู้ที่เคยได้รับรังสีรักษาก็ตาม

การรักษาโรคมะเร็งเต้านมในเพศชาย

การเลือกทางเลือกการรักษาโรคมะเร็งเต้านมในผู้ชายส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับระยะแพร่กระจายของมะเร็ง

โรงพยาบาลส่วนใหญ่ใช้ทีมสหสาขาวิชาชีพ (MDTs) ในการรักษาคนที่เป็นมะเร็งเต้านม คือการใช้ทีมผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาที่ทำงานร่วมกันเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีที่ดีที่สุดในการดำเนินการการรักษาของคุณ

การตัดสินใจว่าการรักษาใดที่ดีที่สุดสำหรับคุณมักมีความสับสน และต้องทำการตัดสินใจในดี ทีมผู้ดูแลโรคมะเร็งของคุณจะแนะนำสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเป็นตัวเลือกการรักษาที่เหมาะสม รวมทั้งข้อดีข้อเสีย แต่การตัดสินใจสุดท้ายจะเป็นของคุณ

ก่อนเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อปรึกษาเรื่องทางเลือกในการรักษาของคุณ คุณอาจลองจดรายการคำถามที่คุณต้องการถามแพทย์หรือบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถถามเกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการรักษาเฉพาะอย่าง และเปรียบเทียบความคุ้มค่าและโอกาสเสี่ยงได้ง่ายขึ้น

แผนการรักษาของคุณ

แผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณจะขึ้นอยู่กับระยะแพร่กระจายของโรคมะเร็ง หากมะเร็งไม่ได้แพร่กระจายเกินไปกว่าบริเวณเต้านมของคุณ การรักษาให้หายขาดอาจเป็นไปได้และมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า

กรณีเหล่านี้แพทย์มักจะแนะนำให้ทำผ่าตัดตัดเต้านมที่ได้รับผลกระทบออก โดยปกติแล้วจะตามด้วยการฉายรังสีรักษาหรือฮอร์โมนบำบัดหรือเคมีบำบัดเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่ในร่างกาย

หากมะเร็งแพร่กระจายเกินกว่าเต้านมของคุณไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น ปอด คุณจะไม่สามารถรักษาได้หายขาด อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัดและเคมีบำบัดสามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการและชะลอการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้

การผ่าตัด

การผ่าตัดที่เรียกว่า การผ่าตัดตัดเต้านมทั้งหมด (mastectomy) มักเป็นทางเลือกแรกในการรักษามะเร็งเต้านม

การผ่าตัดดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกำจัดเนื้อเยื่อทรวงอกทั้งหมด บางครั้งจะกำจัดหัวนมและต่อมน้ำเหลือง บริเวณรักแร้ไปร่วมด้วย นอกจากนี้อาจทำร่วมกับการตรวจชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลืองเซนติเนล

ในบางกรณี อาจจำเป็นต้องตัดกล้ามเนื้อใต้เต้านมออกบางส่วน หากเห็นว่าความเสี่ยงที่มะเร็งจะแพร่กระจายไปยังบริเวณนี้

เมื่อการผ่าตัดเสร็จสิ้นจะมีรอยแผลเป็นผ่าตรงบริเวณหน้าอกของคุณในตำแหน่งที่เคยเป็นหัวนมมาก่อนและผิวหนังโดยรอบอาจเป็นรอยหยักซึ่งหมายถึงบริเวณที่เคยเป็นเนื้อเยื่อเต้านม

การฟื้นตัวหลังการผ่าตัด

ผู้ชายส่วนใหญ่มักแข็งแรงเพียงพอที่จะออกจากโรงพยาบาลภายในหนึ่งถึงสามวันหลังจากการผ่าตัด

หลังจากการผ่าตัด คุณอาจรู้สึกเหนื่อยเมื่อยล้าอย่างมากและอาจใช้เวลาสองถึงสามสัปดาห์ก่อนที่คุณจะสามารถทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงได้ เช่น การยกของหรือการขับรถ พยาบาลผู้เชี่ยวชาญของคุณจะสามารถให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้

แผลผ่าตัดมักใช้เวลาประมาณสองถึงสามสัปดาห์ในการหาย สิ่งสำคัญคือต้องทำความสะอาดแผลในช่วงเวลานี้ให้ดี

คุณควรมองหาอาการหรืออาการแสดงที่บ่งบอกว่าแผลอาจติดเชื้อ เช่น บวมแดงและบวมที่แผลหรือมีหนองออก ให้แจ้งแพทย์ประจำตัวของคุณโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้หากคุณสงสัยว่ามีการติดเชื้อ

เป็นการยากที่จะคาดเดาว่าเมื่อใดที่คุณจะสามารถกลับไปทำงานได้ บางคนเลือกที่จะหยุดงานจนกว่าการรักษาที่ตามมาอื่น ๆ เช่น การฉายรังสีรักษาเสร็จสิ้นเสียก่อน

แต่คนอื่น ๆ มักจะกลับไปทำงานในระหว่างการรักษาดังกล่าว ทีมผู้ดูแลโรคมะเร็งของคุณจะสามารถให้คำแนะนำแก่คุณ แต่การตัดสินใจสุดท้ายนั้นจะเป็นของคุณ

อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการฟื้นตัวเต็มที่จากผลของการผ่าตัดตัดเต้านมทั้งหมด โปรแกรมการออกกำลังกายฟื้นฟูสุขภาพซึ่งค่อย ๆ เพิ่มความหนักและระยะเวลาที่ออกกำลังกายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจได้นำมาใช้ในช่วงนี้

ทีมผู้ดูแลของคุณสามารถให้คำแนะนำเพิ่มเติมหรือส่งต่อคุณไปพบนักกายภาพบำบัดซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการฝึกอบรมในการฟื้นฟูสมรรถภาพโดยการออกกำลังกาย

ภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัด

หลังจากการผ่าตัด คุณอาจรู้สึกชาหรือรู้สึกเหมือนเป็นเหน็บตามบริเวณแผลเป็นและต้นแขน อาการนี้เป็นเรื่องธรรมดา พบได้บ่อย และเกิดจากความเสียหายของเส้นประสาทระหว่างการผ่าตัด

อาการชาและอาการเหน็บควรค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์หรือเป็นเดือน แม้ว่าบางครั้งอาจเป็นอาการถาวร

ภาวะแทรกซ้อนอื่นที่เป็นไปได้ ได้แก่ อาการบวมที่แขน ภาวะนี้เรียกว่า lymphoedema ซึ่งเกิดจากการอุดกั้นของระบบท่อน้ำเหลือง

ถ้าหลายต่อมน้ำเหลืองถูกกำจัดออกระหว่างการผ่าตัดก็สามารถทำลายความสามารถของระบบน้ำเหลืองที่จะระบายของเหลวซึ่งอาจนำไปสู่การบวมตามมาได้

ไม่มีการรักษาของอาการบวมที่แขนจากการอุดตันของท่อน้ำเหลืองดังกล่าว แต่ก็เป็นไปได้ที่จะควบคุมอาการโดยใช้เทคนิคต่างๆ เช่น การบีบนวด และการใส่เสื้อผ้ารัดบริเวณนั้น

การฉายรังสีรักษา

รังสีรักษาเป็นวิธีการรักษาโดยใช้เครื่องปล่อยคลื่นรังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง มักได้รับหลังจากการผ่าตัดไม่กี่สัปดาห์เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งกลับมาเป็นซ้ำ

คอร์สการฉายรังสีรักษาโดยทั่วไปจะทำประมาณ 2-5 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลา 3-6 สัปดาห์ โดยแต่ละครั้งของการรักษาจะสั้นและโดยปกติจะใช้เวลาเพียง 10 ถึง 15 นาทีเท่านั้น

การรักษาด้วยรังสีรักษา มักไม่เจ็บปวดแม้ว่าคุณอาจพบผลข้างเคียงบางอย่าง เนื่องจากพลังงานที่ปล่อยออกมาในระหว่างการฉายรังสีอาจทำให้เซลล์ข้างเคียงที่เป็นเซลล์ปกติเสียหายไปด้วย

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของการรักษาด้วยรังสีรักษา ได้แก่:

  • ความเหนื่อยล้า
  • รู้สึกคลื่นไส้
  • ผิวแสบแดงและระคายเคืองบนเต้านมที่มีลักษณะคล้ายกับการถูกแดดเผา

ผลข้างเคียงของการฉายรังสีรักษาควรทุเลาลงหลังการรักษาเสร็จสิ้น แม้ว่าจะมีชายบางคนที่พบอาการเหนื่อยล้าเป็นเวลานานหลายเดือน

การฉายรังสีรักษาสามารถใช้ในโรคมะเร็งเต้านมระยะท้าย เพื่อชะลอการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งและลดอาการปวด กระบวนการรักษานี้เรียกว่า การรักษาด้วยรังสีรักษาแบบประคับประคอง

การฉายรังสีรักษาแบบประคับประคองมักทำเพียงหนึ่งหรือสองครั้ง และโดยปกติแล้วจะไม่เกิดผลข้างเคียงใด ๆ

การรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด

มีมากถึง 90% ของกรณีของโรคมะเร็งเต้านมในผู้ชายเป็นบวกนั้นตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือจัดเป็นมะเร็งชนิด ER +

ซึ่งหมายความว่าเซลล์มะเร็งต้องการเอสโตรเจนเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่พบได้ในระดับต่ำในเพศชาย และมีระดับสูงในเพศหญิง

จุดประสงค์ของการรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด คือการยับยั้งฤทธิ์ของฮอร์โมนเอสโตรเจนต่อเนื้อเยื่อเต้านมเพื่อป้องกันมะเร็งไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำหลังจากการผ่าตัด นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ในกรณีของมะเร็งระยะท้ายเพื่อชะลอการแพร่กระจายของมะเร็งได้

Tamoxifen

Tamoxifen เป็นยายับยั้งฮอร์โมนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับโรคมะเร็งเต้านม มีอยู่ในรูปแบบยาเม็ดหรือยาเหลวและทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เอสโตรเจนเข้าสู่เซลล์เนื้อเยื่อเต้านม

ระยะเวลาที่เหมาะสำหรับการรักษาด้วย tamoxifen ยังไม่ชัดเจน การศึกษาในสตรีที่เป็นมะเร็งเต้านมแนะนำให้ใช้ยานี้รักษาเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อป้องกันการกลับเป็นมะเร็งซ้ำและเพิ่มอัตราการรอดชีวิต อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดสำหรับระยะเวลาการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ชาย

Tamoxifen ยังสามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งผลข้างเคียงต่าง ๆ จะถูกนำมาพิจารณาเมื่อทีมรักษาของคุณกำลังตัดสินใจเลือกวิธีการรักษา คุณสามารถปรึกษาข้อดีข้อเสียของการรักษาระยะยาวด้วยยา tamoxifen กับแพทย์ของคุณ

ผลข้างเคียงของ tamoxifen นั้นได้แก่:

  • ลดความสนใจในเรื่องเพศ การสูญเสียความใคร่
  • ไม่สามารถที่มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือแข็งตัวได้ไม่นานเรียกว่าภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • อาการปวดหัว
  • รู้สึกคลื่นไส้ - การทานยาพร้อมกับมื้ออาหารอาจช่วยลดผลข้างเคียงนี้ได้
  • อารมณ์แปรปรวน เช่น รู้สึกหงุดหงิดหรือหดหู่

คุณควรแจ้งแพทย์ประจำตัวของคุณ หากคุณพบผลข้างเคียงที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันคุณอย่างมาก เนื่องจากยาทางเลือกตัวอื่นนั้นยังพอมีให้ใช้ได้อยู่

Aromatase inhibitors

Aromatase inhibitors เป็นอีกหนึ่งชนิดของยาฮอร์โมนบำบัด ใช้ในกรณีที่ยา tamoxifen พิสูจน์แล้วว่าไม่ประสบความสำเร็จในการรักษา หรือผลข้างเคียงของ tamoxifen ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก ยากลุ่ม Aromatase inhibitors สามารถใช้เพื่อชะลอการแพร่กระจายของมะเร็งเต้านมระยะลุกลามได้อีกด้วย

ในผู้ชาย ฮอร์โมนเอสโตรเจนถูกสร้างขึ้นเมื่อโปรตีนที่เรียกว่า aromatase ทำการแปลงฮอร์โมนอื่นที่เรียกว่า แอนโดรเจนให้กลายเป็นเอสโตรเจน ยาดังกล่าวจะยับยั้งการทำงานของ aromatase ซึ่งจะช่วยลดปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกาย

Aromatase inhibitors มักจะได้รับในรูปแบบของยาเม็ดสำหรับทาน ทานทุกวันเป็นเวลาสองถึงห้าปี อย่างไรก็ตาม ยังมีหลักฐานน้อยมากเกี่ยวกับระยะเวลาการรักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในผู้ชายเมื่อเทียบกับโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิง

ผลข้างเคียงของยานี้ ได้แก่:

  • ปวดข้อ
  • หมดแรง
  • ร้อนวูบวาบ
  • ผื่นผิวหนัง
  • คลื่นไส้
  • ไม่สบาย
  • ผมบางลง

อย่างไรก็ตาม คุณไม่อาจพบผลข้างเคียงใด ๆ เหล่านี้ก็เป็นได้

เคมีบำบัด

เคมีบำบัดใช้ในการรักษากรณีที่มะเร็งเต้านมรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัดจะไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากเซลล์มะเร็งดังกล่าวไม่ตอบสนองหรือไม่มีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน

โดยปกติแล้วเคมีบำบัดจะได้รับหลังการผ่าตัดเพื่อช่วยป้องกันโรคมะเร็งไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ หรือใช้ในการรักษาอาการของโรคมะเร็งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

ยาเคมีบำบัดสำหรับมะเร็งเต้านมจะใช้ยาฆ่าเซลล์มะเร็งหลายตัวร่วมกัน การรักษามักจะได้รับทุก 2-3 สัปดาห์ตลอดช่วงหกเดือน

คุณอาจได้รับเป็นรูปแบบยาเคมีบำบัดชนิดทาน รูปแบบยาฉีดเคมีบำบัดเข้าทางหลอดเลือดดำหรือทั้งสองอย่างรวมกัน

ผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด ได้แก่:

  • คลื่นไส้
  • ไม่สบาย
  • ท้องร่วง
  • สูญเสียความอยากอาหาร
  • เกิดแผลในปาก
  • เมื่อยล้าอย่างหนัก
  • เกิดผื่นผิวหนัง
  • เป็นหมัน
  • ผมร่วง

ผลข้างเคียงควรทุเลาลงเมื่อการรักษาเสร็จสิ้น ผมของคุณควรกลับมาเต็มศีรษะภายในสามถึงหกเดือนหลังจากการรักษา

ยาเคมีบำบัดสามารถทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณลดลงทำให้คุณเสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องแจ้งแพทย์ประจำตัวของคุณเกี่ยวกับอาการของการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น:

  • อุณหภูมิร่างกายสูงถึง 38 องศาเซลเซียสหรือสูงกว่า
  • อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น อาการหนาวสั่น หรืออาการปวดตามข้อ
  • ความรู้สึกไม่สบายโดยทั่วไป

นอกจากนี้คุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เห็นหรือทราบว่าติดเชื้ออยู่

หากคุณมีเพศสัมพันธ์ คุณควรใช้ถุงยางอนามัยอย่างน้อยเป็นเวลา 48 ชั่วโมงหลังจากได้รับยาเคมีบำบัด เนื่องจากยาที่ใช้ในเคมีบำบัดสามารถผ่านเข้าสู่น้ำอสุจิของคุณและทำให้เกิดอาการระคายเคืองในเนื้อเยื่ออวัยวะเพศของคู่รักคุณได้

คุณควรหลีกเลี่ยงการมีบุตรในขณะที่ได้รับเคมีบำบัดเนื่องจากยาหลายชนิดสามารถทำลายตัวอสุจิและเพิ่มโอกาสในการมีลูกที่มีความพิการแต่กำเนิด ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดที่เชื่อถือได้ เช่น การใช้ถุงยางอนามัย

ขึ้นอยู่กับยาที่คุณได้รับ อาจเป็นเวลาหลายเดือนหลังจากจบคอร์สการรักษาด้วยเคมีบำบัดก่อนที่คุณจะสามารถมีบุตรได้อย่างปลอดภัย แพทย์และทีมผู้ดูแลประจำตัวของคุณจะสามารถให้คำแนะนำรายละเอียดเพิ่มเติมได้

การรักษาด้วยชีวบำบัด

การรักษาด้วยชีวบำบัดจะใช้ยาเพื่อยับยั้งฤทธิ์ของโปรตีนที่เรียกว่า human epidermal growth factor receptor 2 (HER2) ในกรณีที่ HER2 มีส่วนในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของมะเร็งเต้านม

ชีวบำบัดบางครั้งเรียกว่าการให้ยาเจาะจงเซลล์มะเร็งเพราะได้รับการออกแบบเพื่อกำหนดเป้าหมายยับยั้งกระบวนการทางชีววิทยาที่เซลล์มะเร็งต้องอาศัยเพื่อการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์

หากคุณมีโปรตีน HER2 ในระดับสูงและแข็งแรงพอที่จะได้รับการรักษาดังกล่าวได้ คุณอาจจะได้รับยาที่เรียกว่า Trastuzumab โดยทั่วไปมักใช้หลังจากการฉายรังสีรักษาหรือเคมีบำบัดเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์มะเร็งกลับมา

Trastuzumab

Trastuzumab เป็นชนิดของการรักษาชีวบำบัดที่เป็นที่รู้จักกันดี โดยเป็นแอนติบอดี แอนติบอดีเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในร่างกายของคุณ และสร้างขึ้นโดยระบบภูมิคุ้มกันเพื่อทำลายเซลล์ที่เป็นอันตราย เช่น ไวรัสและแบคทีเรีย แอนติบอดี Trastuzumab นั้นจะมีเป้าหมายในการทำลายเซลล์มะเร็งที่ตอบสนองต่อ HER2 อย่างที่ได้กล่าวข้างต้น

Trastuzumab มักได้รับทางหลอดเลือดดำผ่านการหยดผ่านน้ำเกลือ นอกจากนี้ยังมีบางครั้งที่อาจได้รับจากการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง

คุณจะได้รับการรักษาดังกล่าวในโรงพยาบาล ระยะเวลาการรักษาแต่ละครั้งอาจใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมง และจำนวนครั้งที่คุณต้องการจะขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นมะเร็งเต้านมระยะลุกลามแล้วหรือไม่

โดยเฉลี่ยแล้วคุณต้องมีการรักษาหนึ่งครั้งทุก ๆ สามสัปดาห์สำหรับโรคมะเร็งเต้านมในช่วงต้นและการรักษาทุก ๆ สัปดาห์หากมะเร็งของคุณลุกลามมากขึ้นกว่านั้น

Trastuzumab อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้หลายอย่างรวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ซึ่งหมายความว่ามันไม่เหมาะกับคุณถ้าคุณมีปัญหาหัวใจอยู่แล้ว เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ หรือโรคหัวใจวาย หากคุณต้องการใช้ Trastuzumab คุณจะได้รับการตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาใด ๆ

ผลข้างเคียงอื่น ๆ ของ Trastuzumab ได้แก่:

  • อาการแพ้เริ่มต้นของยาซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ เสียงวี้ดขณะหายใจ หนาวสั่นและเป็นไข้
  • ท้องร่วง
  • ความเมื่อยล้า
  • ปวดเมื่อยและเจ็บปวดโดยทั่วไป

https://www.nhsinform.scot/ill...


10 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Breast cancer in men. NHS (National Health Service). (https://www.nhs.uk/conditions/breast-cancer-in-men/)
Breast Cancer in Men: Symptoms, Causes, Treatments. WebMD. (https://www.webmd.com/breast-cancer/breast-cancer-men)
What Is Breast Cancer in Men?. American Cancer Society. (https://www.cancer.org/cancer/breast-cancer-in-men/about/what-is-breast-cancer-in-men.html)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
มะเร็งเต้านมคืออะไร
มะเร็งเต้านมคืออะไร

นิยาม, ประเภทของมะเร็งเต้านม, อาการที่พบบ่อย

อ่านเพิ่ม
มะเร็งเต้านม และวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง
มะเร็งเต้านม และวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง

สำรวจตัวเองอยู่เสมอว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่? ด้วยการคลำตรวจก้อนเนื้อด้วยตัวเอง

อ่านเพิ่ม