ศัลยกรรมพลาสติก

ศัลยกรรมหน้าอก เสริมหน้าอก (ทำนม) มีกี่รูปแบบ ทำอย่างไร ราคาเท่าไร?

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก ทำนม มีกี่รูปแบบ ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีกี่ประเภท มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร?
เผยแพร่ครั้งแรก 4 ต.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 6 มี.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 8 นาที
ศัลยกรรมหน้าอก เสริมหน้าอก (ทำนม) มีกี่รูปแบบ ทำอย่างไร ราคาเท่าไร?

การเสริมหน้าอก หรือเรียกง่ายๆ ว่าการ ทำนม เป็นศัลยกรรมความงามยอดฮิตที่มีสถิติการทำศัลยกรรมเป็นอันดับ 1 โดย American Society of Plastic Surgeons (ASPS) เปิดเผยว่า ในปี ค.ศ. 2018 ทั่วโลกมีผู้เข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้วกว่า 10 ล้านราย โดยในประเทศไทยมีผู้เข้ารับการผ่าตัดแล้วกว่า 3 แสนราย จากตัวเลขที่กล่าวไป แสดงให้เห็นว่า การเสริมหน้าอกเป็นที่นิยมอย่างมาก จึงมีการพัฒนานวัตกรรมการเสริมหน้าอกใหม่ๆ ขึ้นมากมาย ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีข้อดี-ข้อเสียต่างกันออกไป ทำให้สาวๆ บางคนอาจไม่รู้ว่าควรจะเลือกวิธีไหนจึงจะเหมาะกับร่างกาย เสริมความมั่นใจให้ได้มากที่สุด วันนี้ HonestDocs จะมาอธิบายอย่างละเอียด 

ศัลยกรรมหน้าอก เสริมหน้าอก ทำนม คืออะไร มีกี่รูปแบบ?

การศัลยกรรมหน้าอก เป็นการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ เพื่อเพิ่มขนาดหน้าอก หรือแก้ไขรูปทรงของหน้าอก เพื่อให้มีขนาดและรูปทรงตามต้องการ เสริมความมั่นใจให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดได้ ทั้งนี้การเสริมหน้าอกหรือการทำนมนั้นมี 2 รูปแบบหลักๆ ดังนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เสริมหน้าอกวันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 65550 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

B03
  1. เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน รูปแบบนี้เป็นวิธีมาตรฐานและได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยจะใช้การผ่าตัดบริเวณหน้าอก แล้วสอดซิลิโคนเข้าไปใต้กล้ามเนื้อหรือผิวหนังของผู้เข้ารับการผ่าตัด 
  2. เสริมหน้าอกด้วยไขมัน (Fat Transfer Augmentation) เป็นวิธีที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น ข้อดีคือเป็นการใช้เนื้อเยื่อของตนเอง ไม่ใช้วัตถุแปลกปลอม ไม่ต้องผ่าตัด เพราะสามารถฉีดไขมันเข้าร่างกายได้โดยตรง ทรงหน้าอกจะดูเป็นธรรมชาติ มีพื้นผิวนิ่ม แต่มีข้อจำกัดหลายประการคือ 
    • ไม่สามารถเสริมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่มากนัก เพราะหากฉีดเซลล์ไขมันจำนวนมากเข้าไปในพื้นที่เล็กๆ เซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจจะตายหรือสลายไปเองในภายหลัง ทำให้ขนาดหน้าอกไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง โดยโอกาสที่ไขมันจะสลายสูงถึง 50% แพทย์จึงนิยมเลือกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเต้านมสองข้างไม่เท่ากัน โดยจะฉีดเซลล์ไขมันเข้าไปเพียงเล็กน้อยที่เต้านมที่มีขนาดเล็กกว่า เพื่อให้เต้านมทั้งสองข้างมีขนาดใกล้เคียงกันมากที่สุด
    • เซลล์ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจแปรเปลี่ยนเป็นซีสต์ (Cyst) จำเป็นต้องผ่าตัดออก
    • ไขมันที่ฉีดเข้าไปอาจเกิดการแข็งตัว ทำให้สับสนว่าก้อนที่คลำเจอบริเวณเต้านมเป็นไขมันหรือมะเร็งเต้านม

ซิลิโคนเสริมหน้าอก ทำนม มีกี่รูปแบบ?

ซิลิโคนสำหรับการเสริมหน้าอกนั้นมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป ผู้ที่ต้องการผ่าตัดเสริมหน้าอกสามารถเลือกได้ตามความต้องการ หรือปรึกษาแพทย์ถึงความเหมาะสมเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยสิ่งที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกควรพิจารณาเมื่อเลือกซิลิโคน ได้แก่ วัสดุที่นำมาใช้ทำซิลิโคน พื้นผิวของซิลิโคน และรูปทรงของซิลิโคน มีรายละเอียดดังนี้

วัสดุที่นำมาใช้ทำซิลิโคนเสริมหน้าอก...ซิลิโคนเนื้อเจล VS ซิลิโคนถุงน้ำเกลือ

ขั้นตอนแรกที่ควรพิจารณาในการเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอกคือ วัสดุหลักที่ใช้ควรมีมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยวัสดุที่นิยมนำมาทำซิลิโคนนั้นมี 2 ประเภท ได้แก่

  1. ซิลิโคนเนื้อเจล นับเป็นซิลิโคนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ภายนอกเป็นถุงซิลิโคน ภายในเป็นเจล มีหลากหลายยี่ห้อให้เลือก เช่น Sebbin, Motiva, Mentor, Allergan, Natrelle ข้อดีของซิลิโคนเนื้อเจลคือมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนทนทาน ยืดหยุ่นสูง บีบไม่แตก ซึ่งจะช่วยป้องกันการรั่วไหลได้ ทั้งยังอ่อนนุ่มเป็นธรรมชาติ แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันคือ หากเกิดแรงกระแทกแรงมากๆ ถุงซิลิโคนก็มีโอกาสแตกหรือรั่วซึมได้ ซึ่งโดยทั่วไปหากเป็นซิลิโคนที่ได้มาตรฐาน เนื้อเจลภายในจะเกาะตัวกัน ไม่กระจายตัวออกไปสู่ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย สามารถผ่าตัดออกได้ โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่บางกรณีซิลิโคนอาจกระจายไปสู่บริเวณใกล้เคียง เช่น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้รักแร้ หรือผิวหนังบริเวณเต้านม แต่ก็ยังไม่มีรายงานใดระบุอย่างชัดเจนว่ามีผู้ได้รับอันตรายจากการกระจายตัวนั้น ในทางกลับกันหากเป็นซิลิโคนที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจไม่ทนทาน มีโอกาสแตกหรือรั่วซึมได้ง่าย และหากรั่วซึมแล้วก็มีความเสี่ยงสูงมากที่ซิลิโคนจะกระจายตัวไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย จนเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อรุนแรง ทั้งยังผ่าตัดออกได้ยากลำบากอีกด้วย 
  2. ซิลิโคนถุงน้ำเกลือ ภายนอกเป็นถุงซิลิโคน ภายในบรรจุน้ำเกลือ โดยมีทั้งรูปแบบที่เป็นซิลิโคนน้ำเกลือสำเร็จรูป และซิลิโคนที่สามารถเต็มน้ำเกลือได้ระหว่างการผ่าตัดเพื่อให้ได้ขนาดที่เหมาะสม ข้อดีคือ หากถุงซิลิโคนเกิดการฉีกขาดจากแรงกระแทก น้ำเกลือจะค่อยๆ ถูกร่างกายดูดซึมและขับออกได้ แล้วหลังจากนั้นสามารถผ่าตัดนำถุงซิลิโคนออกได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่มีข้อเสียคือเรื่องความคงทน ซิลิโคนถุงน้ำเกลือจะฉีกขาดได้ง่ายกว่าเนื้อเจล หากน้ำเกลือไหลออก ถุงก็จะยุบลงเรื่อยๆ จนอาจเกิดรอยเหี่ยวย่น

พื้นผิวของซิลิโคนเสริมหน้าอก...ซิลิโคนผิวเรียบ VS ซิลิโคนผิวทราย

เมื่อเลือกชนิดของวัสดุที่ใช้ทำซิลิโคนได้แล้ว ลำดับถัดมาต้องพิจารณาพื้นผิวซิลิโคน โดยมี 2 รูปแบบ นั่นคือ ผิวเรียบและผิวทราย มีคุณสมบัติดังนี้

  1. ซิลิโคนผิวเรียบ ข้อโดดเด่นของซิลิโคนผิวเรียบคือเมื่อเสริมหน้าอกแล้วจะให้สัมผัสนุ่ม มีความเป็นธรรมชาติ คล้ายกับเต้านมจริง แต่ข้อจำกัดคือ เนื่องจากพื้นผิวมีความเรียบลื่น ซิลิโคนจึงอาจมีการเคลื่อนตัว ทำให้รูปทรงเต้านมเปลี่ยนแปลงไปได้
  2. ซิลิโคนผิวทราย ข้อโดดเด่นข้องซิลิโคนผิวทรายคือพื้นผิวมีความหนืดกว่า ทำให้เคลื่อนที่ไปมาได้ยาก เต้านมจึงมีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงน้อย แต่ข้อจำกัดคือเนื้อสัมผัสจะแข็งกว่า จึงมีความเป็นธรรมชาติน้อยกว่าซิลิโคนแบบผิวเรียบ

รูปทรงของซิลิโคนเสริมหน้าอก...ซิลิโคนทรงกลม VS ซิลิโคนทรงหยดน้ำ

หลักเกณฑ์ข้อสุดท้ายที่นำมาพิจารณาซิลิโคนเสริมหน้าอกคือรูปทรงของซิลิโคน โดยมีให้เลือก 2 รูปแบบหลักๆ คือ

  1. ซิลิโคนทรงกลม มีลักษณะกลมและมีขอบโค้งมน เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกอยู่บ้าง แต่ต้องการเพิ่มขนาดและความชัดของหน้าอกมากขึ้น หรือผู้ที่มีปัญหาหน้าอกหย่อนยาน เต้านมไม่สมมาตรกัน โดยจะเสริมให้เนื้อหน้าอกด้านบนดูอวบอิ่มขึ้น ทั้งนี้ซิลิโคนทรงกลมก็แบ่งย่อยออกเป็นหลายรูปทรง ทั้งทรงพุ่งมาก ทรงพุ่งน้อย ขึ้นอยู่กับรูปทรงที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องการ
  2. ซิลิโคนทรงหยดน้ำ มีลักษณะรูปทรงคล้ายหยดน้ำ ส่วนล่างใหญ่กว่าส่วนบน เลียนแบบเต้านมจริงของผู้หญิง เมื่อเสริมแล้วจะดูเป็นธรรมชาติ เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการให้ขนาดหน้าอกใหญ่เกินไป แต่ต้องการเสริมให้หน้าออกเข้าทรงมากขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้ตัวเอง

ปัจจุบันซิลิโคนเสริมหน้าอกมีความคงทนมากขึ้น ส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี โดยซิลิโคนผิวทรายค่อนข้างได้รับความนิยมในประเทศไทย เพราะมีข้อมูลระบุว่ามีพื้นผิวที่ยึดเกาะได้ดี สามารถลดปัญหาพังผืดหดรัดได้ โดยซิลิโคนพื้นผิวทรายเหมาะกับรูปทรงหยดน้ำซึ่งต้องการการยึดเกาะที่ดี ป้องกันปัญหาการเคลื่อนตัวของซิลิโคนได้

ทั้งนี้ซิลิโคนแต่ละยี่ห้อก็จะมีความละเอียดของผิวทรายที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ขรุขระมากไปจนถึงแบบละเอียด การเลือกชนิดของซิลิโคนให้เหมาะสมนั้นควรปรึกษาศัลยแพทย์ถึงความเหมาะสมกับสรีระของแต่ละคนด้วย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เสริมหน้าอกวันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 65550 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

B03

ตำแหน่งที่ใช้ในการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้นมีรูปแบบการผ่าตัดหลักๆ 3 รูปแบบ นั่นคือ ใต้รักแร้ทั้งสองข้าง บริเวณปานนม และใต้ราวนม โดยแต่ละตำแหน่งมีรายละเอียดดังนี้

  1. ใต้รักแร้ เป็นตำแหน่งที่นิยมผ่าตัดมากที่สุด เพราะสามารถซ่อนรอยแผลผ่าตัดได้ดี โอกาสจะเกิดปัญหาเรื่องพังผืดรัดถุงซิลิโคนค่อนข้างน้อย แต่มีข้อเสียคือแพทย์จำเป็นต้องเซาะเนื้อจากทางรักแร้ไปจนถึงหน้าอกเพื่อเคลื่อนซิลิโคนให้เข้าไป ช่วงที่ถูกเซาะดังกล่าวจะเป็นโพรง หากผู้เข้ารับการผ่าตัดดูแลตัวเองไม่ดี ก็มีโอกาสที่ซิลิโคนจะเคลื่อนที่มาตามโพรงนี้ได้ แต่ก็นับว่ามีโอกาสน้อยมาก
  2. ใต้ราวนม ข้อดีของการผ่าตัดบริเวณนี้คือ แผลผ่าตัดดูแลง่าย เพราะเป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหว ระยะฟื้นตัวค่อนข้างน้อย แต่ข้อเสียคือแผลมีขนาดใหญ่ประมาณ 3-4 เซนติเมตร และสังเกตเห็นได้ง่ายกว่าตำแหน่งอื่นๆ
  3. บริเวณปานนม เหมาะสำหรับผู้ที่หน้าอกหย่อนคล้อย โดยแพทย์จะเสริมหน้าอกไปพร้อมๆ กับการยกกระชับหน้าอกด้วย ข้อดีข้อการผ่าตัดบริเวณนี้คือ แผลมีขนาดเล็ก หลังจากผ่าตัดแล้วแทบจะไม่เห็นรอยผ่าตัดเลย แต่ก็มีข้อจำกัดหลายประการนั่นคือ ขนาดปานนมต้องกว้างพอที่จะใส่ซิลิโคนลงไป และขนาดของซิลิโคนที่ต้องการเสริมหน้าอกจะใหญ่มากไม่ได้ ทำให้การเสริมหน้าอกทางใต้รักแร้และใต้ราวนมเป็นที่นิยมมากกว่า

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมหน้าอก

ก่อนการผ่าตัดเสริมหน้าอก ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรเตรียมตัวให้พร้อมและปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โดยเบื้องต้นควรเตรียมตัวดังนี้

  • แพทย์จะตรวจร่างกายโดยละเอียด ตรวจเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอาจส่งตรวจสแกนแมมโมแกรมหรือเอกซเรย์เต้านมก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก เพื่อตรวจดูว่าเต้านมมีความผิดปกติหรือไม่
  • งดอาหารและน้ำอย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการผ่าตัด
  • งดดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
  • หยุดรับประทานยาที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน  2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด และงดรับประทานวิตามิน อาหารเสริมหรือสมุนไพร ที่มีผลต่อการบวมช้ำของแผล เช่น วิตามิน A วิตามิน E น้ำมันตับปลา อย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด

กระบวนการผ่าตัดเสริมหน้าอก

เมื่อเตรียมความพร้อมร่างกายแล้ว แพทย์จะนัดวัน-เวลาในการเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยมีกระบวนการดังนี้

  1. วิสัญญีแพทย์จะทำการวางยาสลบ
  2. ศัลยแพทย์จะเริ่มลงมือผ่าตัดตามแผนการที่ได้วางไว้ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับแต่ละกรณี
  3. หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้นแพทย์จะให้พักค้างคืนที่โรงพยาบาลประมาณ 1 วัน เพื่อเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนหรือการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้นได้ 
  4. 1 สัปดาห์หลังการผ่าตัด แพทย์จะนัดดูอาการและตัดไหม
  5. อาการปวด บวมช้ำ อาจเกิดขึ้นได้ แต่จะหายเป็นปกติภายใน 1-2 เดือน

การปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

หลังการผ่าตัดเสร็จสิ้น เพื่อความปลอดภัยของร่างกายและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ผู้เข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอกควรปฏิบัติตัวดังนี้

  • 1 สัปดาห์หลังจากการผ่าตัดควรระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ยกเว้นการผ่าตัดบริเวณรักแร้ที่สามารถโดนน้ำได้
  • ประมาณ 1 สัปดาห์หลังการผ่าตัด แพทย์จะนัดมาดูอาการพร้อมสอนการนวดหน้าอก และให้กลับไปนวดด้วยตัวเองที่บ้าน ประมาณ 6 เดือนหน้าอกจะเริ่มเข้าที่ หากมีการออกกำลังกายเบาๆ ร่วมด้วย ก็จะลดโอกาสการเกิดพังผืดลงไปได้
  • งดยกสิ่งของเหนือศีรษะประมาณ 1 เดือน
  • หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อชั้นในที่มีโครงประมาณ 1 เดือน เพราะอาจทำให้เกิดรอยบนหน้าอกตามแนวโครงเสื้อชั้นในได้
  • หากมีอาการผิดปกติใดๆ เช่น มีเลือดซึม น้ำเหลืองไหลออกจากแผลไม่หยุด ควรไปพบแพทย์ทันที
  • หมั่นตรวจเต้านมด้วยตัวเองเป็นประจำ เพื่อตรวจสอบว่าเต้านมยังคงสภาพปกติหรือไม่

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการผ่าตัดเสริมหน้าอก

ก่อนผ่าตัดเสริมหน้าอก ควรทราบข้อมูลโดยละเอียดเพื่อประกอบการตัดสินใจ ดังนี้

  • ขนาดหน้าอกทั่วไปที่เหมาะสมกับสรีระของผู้หญิงไทยคือ 280-320 ซีซี แต่ก็มีผู้เข้ารับการผ่าตัดบางรายต้องการขนาดหน้าอกที่ใหญ่กว่านั้น เช่น 400-500 ซีซี หากสรีระร่างกายรองรับได้ก็อาจไม่เกิดปัญหาใดๆ ตามมา แต่หากสรีระไม่เหมาะสม อาจเกิดปัญหาหน้าอกแตกลาย หน้าอกเป็นลอนคลื่น เนื้อหน้าอกติดกันเป็นก้อนเดียว แผลปริ ติดเชื้อ ปวดหลัง ฯลฯ
  • สำหรับเพศทางเลือกที่ต้องการผ่าตัดเสริมหน้าอก อาจมีข้อจำกัดที่ควรทราบบางประการนั่นคือ กล้ามเนื้อของเพศทางเลือกจะแข็งแรงกว่าเพศหญิง ขณะทำการผ่าตัดแพทย์จะต้องใช้แรงในการคว้านเนื้อมากกว่าปกติ หากแพทย์ไม่ชำนาญพออาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด คว้านกล้ามเนื้อทะลุปอดได้ จึงควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานและผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • ตามข้อกำหนดขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกากำหนดไว้ว่า ผู้ที่ต้องการผ่าตัดเสริมเต้านมด้วยซิลิโคนถุงน้ำเกลือ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ส่วนการเสริมเต้านมด้วยซิลิโคนเจลต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 22 ปี
  • การเสริมหน้าอกในช่วงที่อายุยังน้อยและก่อนมีบุตรจะฟื้นตัวได้เร็ว หน้าอกจะกระชับ หย่อนคล้อยช้า แต่ข้อเสียคือหน้าอกเข้ารูปช้า เพราะยังไม่เคยได้รับการขยายมาก่อน ขณะที่การเสริมหน้าอกในช่วงที่อายุมากหรือหลังมีบุตร ซึ่งหน้าอกมีการขยายตัวมาแล้วทำให้เข้ารูปได้เร็ว แต่ก็ทำให้หย่อนคล้อยได้เร็วกว่าเช่นกัน

ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดเสริมหน้าอก

ค่าใช้จ่ายการเสริมหน้าอกนั้นมีหลายระดับขึ้นอยู่กับรูปแบบที่เลือก ชนิดของซิลิโคน ยี่ห้อ รวมทั้งขึ้นอยู่กับค่าบริการทางการแพทย์และโรงพยาบาลแต่ละแห่งด้วย โดยทั่วไปแล้วจะเริ่มต้นที่ประมาณ 55,000 บาท ไปจนถึงหลักแสน ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เข้ารับการผ่าตัด โดยสามารถสอบถามโดยตรงได้กับโรงพยาบาลที่ต้องการ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เสริมหน้าอกวันนี้ ที่คลินิกใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 65550 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

B03

การผ่าตัดสเริมหน้าอกนั้นเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้ใครหลายๆ คน แต่สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดคือต้องเลือกโรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีการรับรองที่ชัดเจน ใช้เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ที่ปลอดภัย ไม่ควรใช้บริการคลินิกเถื่อนที่ตั้งราคาต่ำๆ โดยเด็ดขาด เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ตามมา ไม่ได้หมายถึงเพียงเงินที่สูญเสียไป แต่อาจหมายถึงชีวิตของคุณเลยก็ได้ ดังนั้นควรพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจผ่าตัดเสริมหน้าอกเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

เสริมหน้าอกแบบไร้สายเดรนด้วยเทคนิคเย็บซ่อนแผลคืออะไร และต้องเสริมด้วยซิลิโคนชนิดใด

“สายเดรนเลือด” หรือสายระบาย คือเครื่องมือที่ช่วยระบายเลือดหรือของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายหลังการผ่าตัดทั่วไป รวมถึงการเสริมหน้าอกด้วย เนื่องจากหลังการผ่าตัดอาจมีเลือดซึมออกมามากจนทำให้ต้องระบายออก แต่มีข้อเสียคือ จะเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อหลังผ่าตัดค่อนข้างสูง

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งจะเสริมหน้าอกด้วยความระมัดระวัง และประณีต เพื่อไม่ให้กระทบกับเส้นเลือดใหญ่ เพื่อที่จะทำให้เลือดไหลออกมาน้อยที่สุด และใช้เทคนิคพิเศษในการห้ามเลือดระหว่างผ่าตัดร่วมด้วย จึงไม่จำเป็นต้องใส่สายระบาย และยังช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อ

นอกจากนี้ แพทย์จะเย็บซ่อนแผลด้วยไหมจากด้านใน ทำให้แผลผ่าตัดออกมาเรียบเนียน และหายเร็วกว่าปกติอีกด้วย

การเสริมหน้าอกด้วยเทคนิคนี้สามารถใช้ได้ทั้งซิลิโคนโมติวา (Motiva) และซิลิโคนเมนเทอร์ (Mentor) โดยซิลิโคนทั้งสองชนิดจะมีคุณสมบัติ ข้อดี ข้อเสีย และราคาที่แตกต่างกัน ซึ่งผู้เข้ารับบริการสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกชนิดของซิลโคน และรูปทรงที่เหมาะสมกับตัวเองได้


4 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, เสริมหน้าอกด้วยไขมัน, (https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=318), 11 ตุลาคม 2553.
โรงพยาบาลกรุงเทพ, เสริมหน้าอก รู้ให้จริง เลือกให้เป็น สวยได้สบายใจ, (https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/breast-augmentation).
ข่าวสดออนไลน์, เสริมหน้าอกวิธีไหนปลอดภัย-เป็นธรรมชาติ มีเคล็ดลับ 10 เรื่องต้องรู้ ก่อนตัดสินใจ,(https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_928537), 5 เมษายน 2561.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป