ปรสิตที่สมองในแมว(หนอนหมาป่า)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 16, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 776,491 คน

โรค Feline Ischemic Encephalopathy ในแมว

โรค Feline Ischemic Encephalopathy (FIE) มีสาเหตุมาจากตัวอ่อนของปรสิตที่มีชื่อว่า คูเทเรบรา(Cuterebra)ที่อยู่อาศัยในสมองของแมว ตัวอ่อนจะเข้าทางจมูก เคลื่อนที่ไปยังสมอง และอาจจะเป็นสาเหตุของการที่หลอดเลือดแขนง middle cerebral artery (MCA) ในสมองถูกทำลาย อาจจะส่งผลให้เกิดอาการชัก อาการเดินวนเวียนไปมา อารมณ์เกรี้ยวกราดผิดปกติ และตาบอดได้

โรคนี้เกิดขึ้นในบริเวณที่ตัวอ่อนของหนอนแมลงวันอาศัยอยู่ เริ่มพบครั้งแรกในตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกาและตะวันออกเฉียงใต้ของแคนาดา โรคปรสิตที่สมองแมวเป็นโรคตามฤดูกาลที่เกิดในเฉพาะช่วงฤดูร้อน คือ เดือนกรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน แมวที่ถูกเลี้ยงไว้นอกบ้านและแมวที่สามารถเข้าออกนอกบ้านได้มีความเสี่ยงมากที่จะมีโอกาสเป็นโรคนี้ ขณะที่แมวที่อาศัยอยู่ในบ้านจะไม่สามารถเป็นโรคนี้ได้

อาการที่พบ

อาการของโรคปรสิตที่สมองรวมถึงอาการทางประสาท ส่วนมากจะมีอาการชัก เดินวนไปวนมา พฤติกรรรมที่เปลี่ยนไป เช่น เกรี้ยวกราดอย่างอธิบายไม่ได้ และตาบอด ใน 1-3 สัปดาห์ก่อนที่จะแสดงอาการทางประสาทออกมาแมวอาจจะมีปัญหาที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจที่เห็นได้อย่างชัดเจน เพราะปรสิตได้ย้ายจากสมองไปสู่ทางเดินหายใจแล้ว

สาเหตุ

โรคปรสิตที่สมองมีสาเหตุมาจากตัวอ่อนที่มีชื่อว่า Cuterebraของหนอนแมลงวัน มันจะวางไข่ใกล้ทางเข้ารังของกระต่าย หรือ หนู เมื่อไข่ถูกฟัก ตัวอ่อนจะติดไปกับเส้นขนและผิวหนังของสัตว์ที่เป็นผู้ให้ที่พักอาศัยของปรสิต แมวที่อยู่นอกบ้านเมื่อเข้าใกล้โพรงเหล่านี้เพื่อล่าเหยื่อ ก็อาจจะนำพาเอาพวกมันมาด้วย และกลายเป็นที่พักอาศัยให้กับปรสิตเหล่านี้

ตัวอ่อนอาจจะติดไปกับขนของแมวแล้วก็พวกมันก็จะไต่เข้าไปถึงผิวหนัง เข้าทางโพรงจมูกและตา โรคปรสิตที่สมองจะเกิดขึ้นเมื่อตัวอ่อนเข้าสู่จมูกของแมวและเคลื่อนตัวเข้าสู่ส่วนสมอง ความเสียหายทางกายภาพที่เกิดขึ้น เช่นเกิดการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อและอาการเลือดไหลไม่หยุด อาการเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากการที่หนามตามลำตัวของปรสิตทิ่มแทงไปที่ในบริเวณที่มันอาศัย และปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งออกมา เพื่อทำให้หลอดเลือดแขนง middle cerebral artery (MCA) ในสมองมีการกระตุกและเกิดความเสียหาย

การวินิจฉัยโรค

ในการวินิจฉัยโรคปรสิตที่สมองนั้น จะต้องมีการตรวจปัสสาวะ การเจาะน้ำไขสันหลัง และการตรวจสอบอื่น ๆ ในห้องปฏิบัติการ แต่วิธีที่ดีที่สุดและง่ายที่สุดเห็นจะเป็นการสแกนด้วยเครื่อง MRI ซึ่งจะสามารถตรวจพบร่องรอยของบาดแผลในสมองจากการเข้าไปอยู่อาศัยของตัวอ่อนและความผิดปกติทางประสาทที่สำคัญอื่น ๆ ถ้ามีการทำ MRI หลังจากเกิดอาการแล้ว 2-3 อาทิตย์ ผลอาจจะแสดงถึงการสูญเสียมวลสมองในบริเวณที่สมองส่วน MCA ทำหน้าที่ควบคุมอยู่ อีกนัยหนึ่งก็คือ มีการอยู่อาศัยของปรสิตในบริเวณนั้นแล้ว

การสแกน MRI นั้นจำเป็นมาก เพราะจะสามารถระบุว่าปรสิตCuterebra นั้นเป็นสาเหตุของอาการทางประสาทที่เกิดขึ้นหรือไม่ ปัญหาอื่น ๆ ที่พึงระวังนั้นรวมถึง การบาดเจ็บภายนอก เนื้องอก โรคไต และโรคติดต่ออื่น ๆ

การรักษา

ยังไม่มีรายงานถึงการใช้วิธีการผ่าตัดเอาปรสิตออกจากสมอง แต่อย่างไรก็ตาม มียาที่ช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นจากการคุกคามของปรสิต เช่น ยากันชักเพื่อป้องกันอาการชัก และการใช้การให้สารอาหารทางเส้นเลือดดำ เพื่อให้แมวยังคงได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

ถึงแม้ว่าจะมีการรักษาด้วยยาชนิดที่ถูกออกแบบมาเพื่อฆ่าปรสิตแต่จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่ออาการได้เกิดขึ้นในระยะเวลาน้อยกว่าหนึ่งอาทิตย์ ถ้าใช้ยาในระยะเวลานานพอสมควร มีความเป็นได้ที่ปรสิตจะตายหมด

การบริหารและการใช้ชีวิต

หลังจากได้รับการรักษาเบื้องต้นไปแล้ว แนะนำให้มีการประเมินผลเกี่ยวกับประสาทเป็นระยะ ๆ แมวส่วนมากจะกลับสู่สภาวะปกติ แต่บางกรณีก็อาจมีความซับซ้อนเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับว่าปรสิตได้ทำการทำลายสมองไปมากแค่ไหน และอาจรวมถึงอาการแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น การชักที่ไม่สามารถควบคุมได้ การเดินวนไปมา และมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมอื่น ๆ

การป้องกัน

วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือ การจำกัดบริเวณแมวให้อยู่แต่ภายในบ้าน โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม