การบาดเจ็บที่สมองในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 16, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,379,937 คน

การบาดเจ็บที่สมองในแมวนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภาวะอุณหภูมิในร่างกายสูงหรือต่ำอย่างรุนแรงและภาวะชักเรื้อรัง ตัวอย่างเช่นการบาดเจ็บโดยตรงที่สมองนั้นอาจเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุที่สมอง ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะไม่สามารถแก้ไขได้ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่ทำให้เนื้อเยื่อในสมองนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งหากเกิดจากสาเหตุนี้ อาจจะสามารถดูแล ป้องกัน และฟื้นฟูให้มีอาการดีขึ้นได้หากได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม

อาการและรูปแบบของโรคที่เกิดขึ้น

สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายและต้องการออกซิเจนและสารอาหารอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นการขาดออกซิเจนหรือการได้รับบาดเจ็บโดยตรงต่อสมองจึงอาจทำให้สมองเกิดเลือดออกและมีสารน้ำคั่งอยู่ภายในซึ่งจะทำให้ความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้นจนไปกดสมอง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมาได้เช่นที่หัวใจ, ตา และอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย ดังนั้นอาการแสดงของแมวที่ได้รับบาดเจ็บที่สมองนั้นจึงมีได้หลากหลายขึ้นกับสาเหตุและความรุนแรงของอาการบาดเจ็บดังกล่าว ตัวอย่างอาการที่สามารถพบได้ประกอบด้วย

  • ชัก
  • หมดสติ
  • มีท่าทางหรือการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
  • เลือดออกจากหูหรือจมูก
  • มีเลือดออกภายในลูกตา
  • ผิวหนังและเยื่อบุต่างๆ ในร่างกายกลายเป็นสีเขียวคล้ำ ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าออกซิเจนในเลือดนั้นลดต่ำลงอย่างรุนแรง
  • เนื้อเยื่อในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • มีรอยช้ำภายใต้ผิวหนังหรือเยื่อบุส่วนต่างๆ ของร่างกายซึ่งเกิดจากการที่หลอดเลือดแตก
  • มีจุดสีแดงหรือม่วงตามร่างกาย จากการที่มีเลือดออก
  • หายใจเร็วหรือเหนื่อย
  • หัวใจทำงานผิดปกติ เช่นเต้นช้ากว่าปกติ

สาเหตุ

สาเหตุที่มักทำให้เกิดการบาดเจ็บที่สมองได้บ่อยประกอบด้วย

  • การได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • อุณหภูมิร่างกายสูงหรือต่ำอย่างรุนแรง
  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำผิดปกติ
  • มีอาการชักหรือความดันต่ำเป็นเวลานาน
  • ความดันโลหิตสูง
  • มีปรสิตอยู่ภายในสมอง
  • มีเนื้องอกในสมอง
  • มีการติดเชื้อในระบบประสาทส่วนกลาง
  • ได้รับสารพิษ
  • เป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน

การวินิจฉัยโรค

สัตวแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติของแมวอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์ที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการดังกล่าว ก่อนที่จะทำการตรวจร่างกายและตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติมเช่นตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ ซึ่งจะช่วยบอกสาเหตุที่อาจทำให้เกิดความผิดปกติดังกล่าวได้ นอกจากนั้นยังอาจมีการเจาะเลือดจากหลอดเลือดแดงเพื่อยืนยันว่ามีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำจริงหรือไม่

หากสงสัยว่ากะโหลกศีรษะนั้นเกิดการหัก สัตวแพทย์อาจส่งเอกซเรย์, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อช่วยประเมินความรุนแรงของอาการบาดเจ็บที่เกิดกับสมอง และดูว่ามีเลือดออก มีรอยหัก มีสิ่งแปลกปลอม เนื้องอก และความผิดปกติอื่นๆ ภายในสมองหรือไม่ ระหว่างนั้นจะต้องมีการตรวจดูคลื่นไฟฟ้าหัวใจไปด้วยเพื่อประเมินการทำงานของหัวใจและดูจังหวะการเต้น

สัตวแพทย์อาจทำการเก็บตัวอย่างน้ำไขสันหลังไปตรวจเพื่อดูว่ามีการอักเสบหรือการติดเชื้อภายในระบบประสาทหรือไม่

การรักษา

การบาดเจ็บที่สมองไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดๆ ก็ตามถือว่าเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ซึ่งต้องเข้ารับการรักษาภายในหอผู้ป่วยวิกฤติ บางสาเหตุอาจจะต้องรับการรักษาด้วยการผ่าตัด แต่โดยส่วนมากแล้วการรักษาในระยะแรกคือการรักษาให้อุณหภูมิร่างกายและความดันโลหิตของแมวนั้นกลับมาอยู่ในระดับปกติ ร่วมกับการให้ออกซิเจนเพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดออกซิเจน

สัตวแพทย์อาจมีการใส่ท่อช่วยหายใจเพื่อช่วยในการให้ออกซิเจน ร่วมกับการให้สารน้ำในแมวที่ขาดน้ำเพื่อควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ อาจมีการให้ยาเพื่อลดอาการบวมของสมองร่วมกับการจัดท่าให้ศีรษะอยู่สูงกว่าลำตัว และทำการพลิกตัวแมวทุก ๆ 2 ชั่วโมงเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมา

สัตวแพทย์มักมีการให้ยาแก้ปวดเพื่อช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บ ในรายที่มีเลือดออกอย่างรุนแรง (ทั้งที่ตาหรือภายในสมอง) จะต้องมีการให้ยาตัวอื่นร่วมด้วย ในรายที่มีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จะมีการให้น้ำตาลทางเส้นเลือด แต่ถ้าหากแมวมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงก็จะมีการให้อินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดแทน

การดูแลและการจัดการหลังการรักษา

แมวที่มีการบาดเจ็บที่สมองเพียงเล็กน้อยมักจะสามารถฟื้นตัวได้ดี หากพบว่าอาการคงที่ตลอด 48 ชั่วโมงหลังจากการได้รับบาดเจ็บ แมวตัวนั้นมักจะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ดีแต่อาจจะต้องใช้เวลานานถึง 6 เดือนหรือมากกว่าขึ้นกับสาเหตุและวิธีการรักษา

ในระยะที่แมวกำลังฟื้นตัวนั้น ควรจัดให้พวกมันนอนในสถานที่ที่สงบ ห่างไกลจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่นหรือเด็ก ในระยะแรกอาจจะต้องมีการให้อาหารทางสายยางเพื่อให้แมวได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ นอกจากนั้นควรจำกัดกิจกรรมของแมวจนกว่าสัตวแพทย์จะอนุญาต

คุณควรเฝ้าสังเกตอาการของแมวว่ามีอาการผิดปกติเพิ่มขึ้นหรือไม่ เช่น มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง มีเลือดออก อาเจียน และควรพาไปพบแพทย์ทันทีหากมีอาการดังกล่าว แต่ถ้าหากไม่มี ก็ควรพาแมวมาติดตามอาการและตรวจเลือดตามนัดของสัตวแพทย์เพื่อทำการประเมินการทำงานของระบบประสาท

อย่างไรก็ตามแมวที่ได้รับบาดเจ็บที่สมองอย่างรุนแรงไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตามมักจะมีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม