กลุ่มอาการกิลแลน-แบเร (Guillain-Barre syndrome; GBS)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ธ.ค. 19, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

ความหมาย เป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากการอักเสบเฉียบพลันของกลุ่มเส้นประสาท ทำให้การทำงานของประสาทสั่งการเสียไป และอาจทำให้ประสาทรับความรู้สึกและประสาทอัตโนมัตบางส่วนทำหน้าที่บกพร่อง

สาเหตุ สาเหตุการเกิดยังไม่ทราบแน่นอน แต่เชื่อว่าเกิดจากภูมิต้านทานของตนเองที่ร่างกายสร้างขึ้นภายหลังมีการติดเชื้อโดยเฉพาะเชื้อไวรัส เช่น Herpes simplex, Epstein Barr virus เป็นต้น ซึ่งมักพบกลุ่มอาการนี้ภายหลังมีการติดเชื้อในร่างกาย ได้แก่ การติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ การติดเชื้อของระบบทางเดินอาหาร คางทูม หัด อีสุกอีใส และภายหลังการได้รับวัคซีนโรคไข้หวัดใหญ่

พยาธิสรีรภาพ กลุ่มอาการกิลแลน-แบเรเกิดจากปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิต้านทานที่ร่างกายสร้างขึ้นภายหลังติดเชื้อไวรัส จะกระตุ้นปฏิกิริยาตอบสนองทางภูมิคุ้มกันแบบเฉพาะเจาะจงทั้งการสร้างแอนติบอดี (antibody) และทีลิมโฟไซต์ (T-lymphocyte) มาทำลายเชื้อโรคที่เป็นสิ่งแปลกปลอม แอนติบอดีที่สร้างขึ้น นอกจากจะมีผลทำลายเชื้อโรคแล้วยังมีผลทำลายปลอกหรือเยื่อหุ้มมัยอิลิน (Myelin sheath) ที่อยู่รอบๆ เส้นประสาท เมื่อเยื่อหุ้มมัยอิลินถูกทำลายจะกระตุ้นให้มีการสะสมของเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ รวมทั้งทีลิมโฟไซต์และแมกโครฟาจ (Macrophage) ในบริเวณนั้นก่อให้เกิดการบวมและการอักเสบเฉียบพลันของเส้นประสาท ได้แก่ ประสาทส่วนปลาย (Peripheral nerves) รากประสาท (Nerve roots) ปมประสาท (Root ganglia) ประสาทสมองและไขสันหลัง ในขณะเดียวกันทีลิมโฟไซต์ที่เข้ามาทำลายเชื้อโรค จะมีผลทำลายเยื่อหุ้มมัยอิลินอย่างมากก็ยิ่งมีโอกาสให้แอดซอนถูกทำลายได้มากขึ้น และอาจลุกลามไปยังรากประสาทไขสันหลังและทำให้เส้นประสาทอักเสบเฉียบพลัน การมีเยื่อหุ้มมัยอิเลินหุ้มอยู่รอบเส้นประสาทเป็นช่วงๆ จะทำให้สัญญาณประสาทถูกนำส่งได้อย่างรวดเร็ว โดยสัญญาณประสาทจะกระโดดข้ามในแต่ละช่วงที่ไม่มีมัยอิลินหุ้ม เมื่อเยื่อหุ้มมัยอิลินบางส่วนถูกทำลายจะทำให้ความสามารถในการส่งผ่านสัญญาณประสาทบกพร่องหรือไม่สามารถส่งผ่านสัญญาณประสาทไปยังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหวได้ ส่งผลให้เกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่ถูกเลี้ยงโดยเส้นประสาทเหล่านั้น หากความผิดปกติลามไปยังเส้นประสาทสมองอาจทำให้การทำงานของประสาทสมองคู่นั้นบกพร่อง โดยพบบ่อยในประสาทสมองคู่ที่ 7

(Facial nerve) ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อบนใบหน้า ไม่สามารถยิ้ม ยิงฟัน ผิวปาก หรือดูดน้ำจากหลอดได้ นอกจากนี้ยังอาจพบความผิดปกติของประสาทสมองคู่ที่ 9, 10, 11 และ 12 ทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อบนใบหน้าอ่อนแรง กลืนลำบาก พูดลำบาก และหายใจลำบาก หากพยาธิสภาพลามไปยังสมองส่วนเมดัลลาออบลองกาตา หรือเส้นประสาทเวกัส จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ โดยมีผลไปกระตุ้นหรือกดการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก และพาราซิมพาเทติก หากไปกดการทำงานของประสาทซิมพาเทติก จะทำให้หัวใจเต้นช้าลงและสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ไม่เพียงพอ อาจเกิดภาวะไตวายและภาวะช็อกตามมาได้ การอักเสบของเส้นประสาทอาจส่งผลกระทบต่อประสาทรับความรู้สึกด้วย ทำให้การรับความรู้สึกบางอย่างบกพร่อง อาจไวต่อความรู้สึกสัมผัสหรือไร้ความรู้สึกที่อวัยวะเฉพาะแห่ง อาจมีอาการปวดมากที่แขนขา หลังและลำตัว จนทำให้นอนไม่หลับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะค่อยๆ มีอาการดีขึ้น แต่ถ้าร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมเยื่อมัยอิลินและแอกซอนได้ กล้ามเนื้อที่อ่อนแรงของผู้สูงอายุบางรายอาจฝ่อลีบลงอย่างถาวร

อาการ กล้ามเนื้อที่ถูกควบคุมโดยประสาทสั่งการ (Motor nerve) ผู้ป่วยมักมีอาการกล้ามเนิ้ออ่อนแรง หรือเป็นอัมพาตนำมาก่อน และอาจรุนแรงขึ้น ทำให้หายใจลำบากและเสียชีวิต อาการมักเกิดขึ้นภายหลังจากร่างกายมีการติดเชื้อแล้วประมาณ 1-3 สัปดาห์ โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ

1) ระยะเฉียบพลัน (Acute onset) จะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ทำให้สูญเสียความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อภายใต้อำนาจจิตใจและรีเฟล็กซ์ต่างๆ โดยมีอาการอ่อนแรงของขาทั้งสองข้างก่อนที่จะลามไปยังสะโพก แขน ทรวงอก คอ และใบหน้า ทำให้ไม่สามารถยกแขนขาได้ตามปกติ ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ กลืนอาหารลำบาก พูดลำบาก จนถึงขั้นเป็นอัมพาตแบบอ่อนปวกเปียกทั้งตัว และอาจรุนแรงจนถึงขั้นการหายใจล้มเหลวภายใน 48 ชั่วโมง เพราะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจอ่อนแรง (กล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างซี่โครงกับกะบังลม) อาการแขนขาอ่อนแรงแตกต่างจากการอักเสบที่ปลายประสาทชนิดอื่น คือ มักมีอาการของกล้ามเนื้อส่วนต้นมากกว่ากล้ามเนื้อส่วนปลายของขาและมักเป็นเท่ากันทั้งสองข้าง มีการรับความรู้สึกบกพร่อง โดยเริ่มมีอาการชาที่นิ้วเท้าหรือนิ้วมือ มีอาการผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น หัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ มีความดันเลือดสูงหรือต่ำ อาจมีเหงื่อออก ลำไส้ไม่เคลื่อนไหว ปัสสาวะคั่ง เป็นต้น

2) ระยะอาการคงที่ (Static phase) เป็นระยะที่มีความเสื่อมคงที่

3) ระยะอาการกลับคืนสู่ปกติ (Recovery phase) เป็นระยะที่อาการทั่วไปเริ่มขึ้นเรื่อยๆ

การวินิจฉัยโรค มีประวัติเกี่ยวกับแขนขาและกล้ามเนื้อบนใบหน้าอ่อนแรง เคยเป็นโรคติดเชื้อมาก่อน เช่น โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ เชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ เป็นต้น ตรวจพบกล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรงแบบปวกเปียกหรือยกไม่ขึ้น กลืนอาหารลำบาก อาจมีอาการชา แสบร้อน รู้สึกคล้ายเข็มแทง หรือสูญเสียความรู้สึกที่อวัยวะบางแห่ง ตรวจไม่พบรีเฟล็กซ์ เมื่อตรวจน้ำไขสันหลังจะพบโปรตีนสูงขึ้นในช่วง 4-6 สัปดาห์ การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography) พบว่าความเร็วของการนำสัญญาณประสาทลดลงเหลือน้อยกว่าร้อยละ 60 และมีความแรงต่ำ ผลการตรวจสมรรถภาพปอดพบว่าความจุของปอดมีค่าลดลง

การรักษา รักษาตามอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น เช่น ภาวะการหายใจล้มเหลว ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะการติดเชื้อ การเกิดลิ่มเลือดอุดตันในร่างกาย การเกิดกลุ่มอาการ Syndrome of inappropriate antidiuretic hormone (SIADH) เป็นต้น รักษาโดยใส่ท่อหลอดลมคอและเครื่องช่วยหายใจ ให้ยากลุ่มสเตียรอยด์เพื่อบรรเทาอาการอักเสบ เปลี่ยนถ่ายพลาสมา (Plasmapheresis) ให้อิมมูโนกลอบูลิน ให้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดในขนาดต่ำๆ เพื่อลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึกหรือในปอด ให้ยากดภูมิคุ้มกันเพื่อลดการอักเสบเรื้อรัง ให้ฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าเพื่อกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโคติคอร์ สเตียรอยด์จากต่อมหมวกไตส่วนนอก

การพยาบาล ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ โดยทำทางเดินหายใจให้โล่ง ดูดเสมหะอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง จัดให้นอนศีรษะสูง เปลี่ยนท่าให้ทุก 2 ชั่วโมง ให้การพยาบาลเพื่อให้หลอดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ อย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว โดยให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษา บันทึกปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับและขับออกทางปัสสาวะ ให้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดในขนาดต่ำๆ ตามแผนการรักษา ดูแลความสะอาดร่างกายให้ผู้ป่วยโดยเช็ดตัว แปรงฟันเช้า-เย็น ดูแลการขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ ช่วยเหลือในการทำความสะอาดภายหลังการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระทุกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยในด้านสุขอนามัย ดูแลให้ได้รับน้ำอย่างน้อยวันละ 3,000 มิลลิลิตร

ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารที่มีโปรตีนและแคลอรีสูงอย่างช้าๆ หากมีอาการกลืนลำบาก ควรให้อาหารทางสายยาง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ ป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จากการนอนนานและไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ โดยเปลี่ยนท่าและออกกำลังแขนขาและข้ออย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง พลิกตะแคงตัวให้ทุก 1-2 ชั่วโมง นวดคลึงบริเวณที่รับน้ำหนักของร่างกายให้มีการไหลเวียนเลือดที่ดี ช่วยผู้ป่วยให้สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระได้ตามปกติ โดยใช้มือกดหน้าท้องพร้อมเบ่งถ่าย ซึ่งอาจช่วยให้ถ่ายปัสสาวะออกได้ ผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะ อาจจำเป็นต้องสวนคาไว้ ต่อมาจึงฝึกการขับถ่ายปัสสาวะโดยหนีบสายยางไว้ทุก 4 ชั่วโมงหรือสวนปัสสาวะเป็นระยะๆ ฝึกการขับถ่ายปัสสาวะด้วยตนเองให้เป็นเวลาโดยนวดคลึงหน้าท้องและหัวหน่าวพร้อมออกแรงเบ่ง ให้กำลังใจผู้ป่วยในการเผชิญกับโรค ช่วยผู้ป่วยให้สามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ ช่วยผู้ป่วยให้มีความรู้ในการดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง โดยอธิบายให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและแผนการรักษา เปิดโอกาสให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการวางแผนการดูแลตนเองที่บ้าน แนะนากรสังเกตอาการชาตามแขนขา ให้ระวังการติดเชื้อ รับประทานยาตามแพทย์สั่ง มาตรวจตามนัด สอนและฝึกการออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อและข้ออย่างสม่ำเสมอทุกวัน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่