โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease; AD)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ธ.ค. 18, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 735,355 คน

ความหมาย เป็นอาการสมองเสื่อม (Dementia) ชนิดหนึ่ง มักพบในผู้ป่วยที่มีอายุตั้ง 65 ปีขึ้นไป ซึ่งเกิดจากเซลล์สมองตาย ทำให้ความสามารถในการทำงานของสมองลดลงจนกระทั่งส่งผลกระทบต่อกิจกวัตรประจำวันของผู้ป่วย

สาเหตุ สาเหตุที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้สมองเสื่อม เช่น เป็นผู้สูงอายุ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม สมองได้รับการกระทบกระเทือน เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคปัญญาอ่อน และเคยมีอาการชัก

พยาธิสรีรภาพ  สมองที่เหี่ยวและมีน้ำหนักลดลง ร่องสมอง (Succus) และห้องสมอง (Ventricle) กว้างขึ้น เซลล์สมองอักเสบและถูกทำลาย ซึ่งมีผลกระทบต่อเชาว์ปัญญาและพฤติกรรมของผู้ป่วย และยังพบว่าอะเซทิลโคลีน (Acetycholine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสารทในสมองที่ทำหน้าที่การจำมีปริมาณลดลงและมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของอาการสมองเสื่อม

อาการ มีอาการหลงลืม เช่น ลืมนัด จำเหตุการณ์หรือคำพูดที่พูดไปเมื่อสักครู่ไม่ได้ หลงลืมสิ่งของ จำไม่ได้ว่าเก็บไว้ที่ไหนและคิดว่ามีคนขโมยไป สับสนเรื่องเวลา สถานที่ กลับบ้านไม่ถูก มีปัญหาเรื่องการพูด ลืมหรือเรียกสิ่งของไม่ถูก พูดเป็นคำ ๆ หรือประโยคซ้ำๆ ไม่สนใจในสิ่งที่เคยสนใจ ไม่สนใจกิจวัตรประจำวันหรืองานอดิเรก จำบุคคลที่เคยรู้จัก เพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัวไม่ได้ คิดว่าเป็นคนแปลกหน้ามีปัญหาเรื่องการนับหรือทอนเงิน และการใช้โทรศัพท์ มีพฤติกรรมที่อาจเกิดปัญหายุ่งยาก เช่น ออกนอกบ้านเวลากลางคืน มีพฤติกรรมก้าวร้าว แปรงฟันไม่เป็น อาบน้ำไม่เป็น เป็นต้น อาการผิดปกตินี้จะดำเนินไปเรื่อย ๆ และไม่กลับคืนสู่สภาพเดิม

การวินิจฉัยโรค จากการซักประวัติความเจ็บป่วย การได้รับอนุมัติเหตุหรือมีการกระทบกระเทือนทางสมอง การตรวจร่างกายในระบบประสาท การตรวจระดับเชาว์ปัญญา การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การตรวจนับเม็ดเลือด (CBC) หาค่าอิเล็กโทรไลต์ตรวจหน้าที่ของตับ (Liver function test; LFT) ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis; U/A) ตรวจดูของเสียในเลือดเพื่อประเมินหน้าที่ของไต (Blood urea nitrogen: BUN) ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (Computed tomography scan: CT scan) ตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็ก (Magnetic resonance imaging: MRI) หรือ

ตรวจ PET (Position Emission tomography) เพื่อดูพื้นที่ของสมองที่เสียไปการถ่ายภาพรังสีทรวงอก การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และใช้เกณฑ์มาตรฐานของสมาคมจิตแพทย์อเมริกันที่กล่าวว่า โรคอัลไซเมอร์ จะมีอาการต่าง ๆ เช่น มีความจำเสื่อมในสิ่งใหม่ ๆ หรือเรื่องที่ผ่านไปแล้ว มีความผิดปกติด้านการใช้ภาษาและการเคลื่อนไหว ไม่สามารถระบุสิ่งของได้ มีความบกพร่องในการตัดสินใจและการวางแผน มีอาการผิดปกติที่ไม่ได้เกิดจากอาการทางจิต (Delirium, Depression, Schizophrenia) เป็นต้น

การรักษา ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ และไม่สามารถทำให้โรคดำเนินไปอย่างช้า ๆ ได้ เป็นเพียงการรักษาเพื่อให้อาการดีขึ้น ให้ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เหตุผลหนึ่งที่ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มีความจำเสื่อมเนื่องจากมีระดับของสารสื่อประสาทอะเซติลโคลีนลดลง จึงมีการพัฒนายาซึ่งสามารถยับยั้งเอนไซม์อเซติลโคลีนเอสเทอเรส ที่น่าจะให้สารอะเซติลโคลีนลงเหลืออยู่มากขึ้น ปัจจุบันมียาที่เรียกว่าสารยับยั้งอะเซติลโคลีนเอสเทอเรส (Cholinesterase inhibitors) เช่น Donepezil hydrochloride (Aricept), Rivastigmine tartrate (Exelon), Galantamine hydrobromide (Riminyl) เป็นต้น ซึ่งช่วยลดการย่อยสารอะเซติลโคลีนและเป็นการรักษาระดับของอะเซติลโคลีน ยากเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้นและระยะปานกลางในการรักษาอาการความจำเสื่อม สารยับยั้งอะเซติลโคลีนเอสเทอเรสหลายตัวอาจมีอาการข้างเคียงในผู้ป่วยบางราย เช่น ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง เป็นต้น ผู้ป่วยที่มีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์

การพยาบาล  1) หากผู้ป่วยมีพฤติกรรมไม่ก้าวร้าว ควรพูดคุยกับผู้ป่วยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล พูดช้า ๆ ให้ชัดเจน และลดสิ่งกระตุ้น 2) หากผู้ป่วยมีพฤติกรรมด่าก้าวร้าว กรีดร้อง ตวาด ด่าว่า ควรพูดให้ผู้ป่วยหยุดกระทำ อาจปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่คนเดียวเงียบๆ หรือพูดปลอบโยน ช่วยระงับอารมณ์โดยการสัมผัส บางครั้งต้องดูแลอย่างใกล้ชิด หากมีการละเมอหรือเดินไปเดินมา 3) หากผู้ป่วยมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกาย ทุบตี ขว้างปาสิ่งของ ควรปล่อยให้ผู้ป่วยพูดระบายความรู้สึก หรือมีข้อเสนอให้ผู้ป่วยเลือก เช่น หากไม่หยุดกระทำสิ่งนั้นจะให้กระทำสิ่งนี้แทน เป็นต้น การฝึกให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเอง หรือให้ความร่วมมือในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นโดยกำหนดกิจกรรมให้ผู้ป่วยทำ เช่น แปรงฟัน หวีผม เป็นต้น อยู่ให้กำลังใจและชมเชยผู้ป่วย ระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตราย กระตุ้น

ให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองและให้การช่วยเหลือตามความเหมาะสม การรักษาความเป็นอยู่ทางสังคมและติดต่อสื่อสารให้ใกล้เคียงกับปกติ แก้ไขภาวะกลั้นปัสสาวะไม่ได้โดยกระตุ้นให้ดื่มน้ำมาก ๆ ให้ยากตามแผนการรักษา พาผู้ป่วยไปเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ ในตอนกลางวัน และแก้ไขผู้ป่วยที่มีภาวะท้องผูก โดยเพิ่มอาหารกากใยและดื่มน้ำมากขึ้น กระตุ้นให้ออกกำลังกาย ใช้ยาระบาย ยาเหน็บ และสวนอุจจาระตามแผนการรักษา ในรายที่กลั้นอุจจาระไม่ได้ ต้องให้ผู้ป่วยนอนในห้องที่อยู่ใกล้ห้องน้ำ นอกจากนี้ช่วยลดภาวะเครียดของผู้ดูแลผู้ป่วย โดยให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรคและแนวทางในการดูแลแก่ผู้ดูแลผู้ป่วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่