Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

แมลงรบกวนและตัวอ่อนของแมลงในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,574,942 คน

แมลงรบกวนและตัวอ่อนของแมลงในแมว

บางครั้งที่คุณกำลังลูบแมวของคุณอยู่แล้วรู้สึกว่ามีก้อนบางอย่าง คุณจะทำอย่างไร? ลองสังเกตดู ถ้าคุณแหวกขนดูจะเห็นรูเล็ก ๆ บนผิวหนัง และมีอะไรบ้างอย่างเคลื่อนที่อยู่ในนั้น! เมื่อคุณรู้สึกหายคลื่นไส้และเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแมวของคุณ แมวของคุณมีโอกาสจะมีตัวอ่อนของแมลงเหลือบอยู่

แมลงเหลือบ (botfly)

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสุขภาพประจำปีทุกช่วงวัย

🩺 จูงมือกันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคร้ายต่างๆ กันดีกว่า หากตรวจพบเร็ว ก็รักษาหายเร็ว

Healthcheckupinternal ad

แมลงเหลือบ (botfly หรือ Cuterebra) พบได้ทั่วพื้นในแถบอเมริกาเหนือและพบได้ชุกชุมที่สุดในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกา แมลงเหลือบตัวเต็มวัย (แมลงตัวใหญ่ที่ส่งเสียงเหมือนผึ้ง) จะวางไข่บริเวณทางเข้าโพรงของสัตว์ที่ชอบขุดรู (เช่น กระต่ายหรือสัตว์ฟันแทะ) เมื่อไข่เหล่านี้ฟักออกตัวอ่อนจะเข้าหาสิ่งที่ชีวิตที่อยู่ใกล้ที่สุดและเกาะกับขนของสัตว์ จากนั้นจะเข้าสู่ร่างกายผ่านรูเปิดบนร่างกาย (เช่น จมูก ปาก หรือทวารหนัก) เมื่อเข้าไปในร่างกายของสัตว์แล้วจะย้ายที่ไปในร่างกายจนไปอยู่ใต้ผิวหนังและเจาะรูบนผิวหนังเพื่อใช้หายใจ เจริญเติบโตไปเรื่อย ๆ และจากนั้นจะหล่นลงมาบนพื้นดินเพื่อจะกลายเป็นดักแด้และตัวเต็มวันต่อไป

แมวจะได้ตัวเหลือบมาอย่างไร?

แมลงเหลือบส่วนมากจะอาศัยอยู่ในตัวของสัตว์ชนิดเดียวเท่านั้น แต่บางครั้งเจ้าแมลงก็อาจจะสับสนไปบ้าง การที่ตัวอ่อนของแมลงไปอยู่ในตัวแมวก็เกิดจากการสับสนนั่นเอง เนื่องจากแมวชอบออกล่าสัตว์ขนาดเล็กจึงชอบไปตามโพรงของสัตว์เหล่านี้และตัวอ่อนของแมลงก็คิดว่าเจ้าแมวเป็นกระต่าย จึงเข้าหาแมวจากนั้นก็จะดำเนินวงจรชีวิตไปตามปกติ แต่แมลงที่โตมาในตัวแมวจะกลายเป็นหมันเมื่อโตเต็มวัย

อาการ

ก้อนนูนใต้ผิวหนังที่มีตัวอ่อนของแมลงอยู่จะมีลักษณะคล้ายตุ่มหูด เรียกว่า warble การจะเอาก้อนที่มีตัวอ่อนของแมลงออกสามารถทำได้หลายวิธี ได้แก่

  1. วางยาสลบเพื่อทำการผ้าตัดขยายรูเปิดบนผิวหนังและคีบเอาตัวอ่อนของแมลงออก
  2. หากรูเปิดบนผิวหนังมีขนาดใหญ่กว่าขนาดของตัวอ่อนและแมวให้ความร่วมมือ อาจไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัด สัตวแพทย์อาจวางยาซึมตัวอ่อนของแมลงเพื่อดึงออกจากผิวหนัง
  3. ใช้ของเหลวหรือยาทาแผลใส่เข้าไปในรูเปิดเพื่อไม่ให้ตัวอ่อนของแมลงหายใจได้ และจะพยายามหนีออกมาจากรูทำให้สามารถคีบดึงออกได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษาคือต้องแน่ใจว่าตัวอ่อนของแมลงออกมาทั้งหมดโดยไม่ขาดจากกัน หากตัวอ่อนของแมลงแตกออกหรือมีชิ้นส่วนค้างอยู่จะทำให้เกิดการติดเชื้อแบบเรื้อรังหรืออาการแพ้เฉียบพลันที่อันตรายถึงชีวิต

การป้องกัน

วิธีที่ง่ายที่สุดในการป้องกันคืออย่าปล่อยให้แมวของคุณออกไปนอกบ้าน หากไม่สามารถทำได้ควรให้ยาป้องกันปรสิต เช่น ivermectin (Heartguard), fipronil (Frontline), imidacloprid (Advantage) หรือ selamectin (Revolution) เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวอ่อนของแมลงเข้ามาสู่ร่างกายของแมวได้ แต่วิธีการเหล่านี้ยังไม่มีหลักฐานรับรองทางวิทยาศาสตร์ว่าสามารถป้องกันตัวอ่อนของแมลงรบกวนเหล่านี้ได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป