พันธุ์หมา

สุนัขพันธุ์บอสตัน เทอร์เรีย (Boston Terrier)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 24, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 681,918 คน

Istock 500667396

บอสตัน เทอร์เรียเป็นสุนัขที่มีนิสัยสุภาพ และถูกเพาะพันธุ์ในรัฐแมสซาชูเซตส์มานานมากกว่า 100 ปี โดยเกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างอิงลิช บูลด็อกและอิงลิช เทอร์เรีย ด้วยความที่สุนัขพันธุ์นี้ซื่อสัตย์ ฉลาด และคล่องแคล่ว ทำให้มันเป็นเพื่อนที่ดีมาก

ลักษณะภายนอก

บอสตัน เทอร์เรียมีสัดส่วนเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีร่างกายที่กะทัดรัด และมีแผ่นหลังที่สั้น อีกทั้งยังมีนิสัยร่าเริง ทนทาน แข็งแรง มุ่งมั่น สง่างาม และมีลักษณะดี อย่างไรก็ตาม สุนัขพันธุ์นี้ก็ยังคงมีลักษณะหลายอย่างของบูลด็อกติดตัวมาด้วย แต่กลับมีโครงร่างที่ดูเนี้ยบกว่า ทำให้เหมาะสำหรับนำมาเป็นสัตว์เลี้ยง

อย่างไรก็ตาม สุนัขพันธุ์เล็กชนิดนี้อาจกรนหรือหายใจมีเสียงฟืดฟาด เพราะมันมีจมูกที่แบน ขนที่สั้นละเอียด และมีลายเสือหรือสีดำที่มีรอยแต้มสีขาว ทำให้มันมีลักษณะภายนอกที่ดูสง่างาม

นิสัยและอารมณ์

สุนัขพันธุ์บอสตัน เทอร์เรียอาจดื้อรั้นเป็นบางครั้ง แต่ด้วยความที่มันฉลาด เราจึงสอนสุนัขพันธุ์นี้ได้ อย่างไรก็ดี บอสตัน เทอร์เรียค่อนข้างอายคนแปลกหน้า ในขณะที่สุนัขบางตัวกลับทำตัวก้าวร้าวใส่สุนัขที่ไม่คุ้นเคยและอาจเห่ามากอย่างไรก็ดี บอสตัน เทอร์เรียยังเป็นสุนัขที่ไวต่อสิ่งกระตุ้นและซื่อสัตย์ เมื่ออยู่ในบ้าน มันเป็นหนึ่งในสุนัขที่มีมารยาทดีและมีความสามารถรอบด้านมากที่สุด หากพาไปนอกบ้าน สุนัขพันธุ์นี้จะมีความกระตือรือร้นมาก กล้าหาญ ขี้เล่น และพร้อมสำหรับการเล่นคาบสิ่งของ

การดูแล

เจ้าของไม่ควรให้สุนัขพันธุ์นี้อยู่นอกบ้าน เพราะมีสุนัขหลายตัวที่ไม่สามารถทนความร้อนได้ นอกจากนี้เจ้าของไม่จำเป็นต้องดูแลขนของสุนัขมากสักเท่าไร การแปรงขนเป็นครั้งคราวเพื่อกำจัดเส้นขนที่ตายแล้วก็นับว่าเพียงพอ แม้ว่าบอสตัน เทอร์เรียเป็นสุนัขที่สามารถนำมาเลี้ยงภายในบ้าน แต่มันยังจำเป็นต้องออกกำลังกายทุกวัน ซึ่งคุณสามารถทำโดยพาสุนัขไปเดินเล่นระยะใกล้โดยใช้สายจูงหรือให้สุนัขวิ่งเล่นในสวน

สุขภาพ

บอสตัน เทอร์เรียมีอายุขัยโดยเฉลี่ยประมาณ 10-14 ปี และมีแนวโน้มที่จะเจ็บป่วยระดับที่ไม่ได้รุนแรงอย่างโรค Stenotic Nares โรคภูมิแพ้ โรคผนังเพดานปากอ่อนขวางหลอดลม และโรคสะบ้าเคลื่อน นอกจากนี้เรายังพบปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้เป็นบางครั้ง เช่น หูหนวก โรคขี้เรื้อนเปียก โรคลมชัก โรคกระจกตาถลอก และโรคต้อกระจก อย่างไรก็ตาม สัตวแพทย์อาจต้องตรวจสะโพก หัวเข่า และดวงตาเพื่อวินิจฉัยปัญหาเหล่านี้

ความเป็นมาและภูมิหลัง

โชคดีที่มีการบันทึกต้นกำเนิดและภูมิหลังของบอสตัน เทอร์เรียอย่างสมบูรณ์ ซึ่งต่างจากสุนัขพันธุ์อื่นๆ อย่างไรก็ดี บอสตัน เทอร์เรียเป็นสุนัขที่เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างอิงลิช บูลด็อก และไวท์ อิงลิช เทอร์เรีย ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงประมาณ ค.ศ.1870 แต่หลังจากที่มันผสมข้ามสายพันธุ์กับเฟรนช์ บูลด็อก ลักษณะภายนอกและอารมณ์ของมันก็ถูกขัดเกลาใหม่ ในปี ค.ศ.1879 Massachusetts State Legislature ก็ได้ขึ้นทะเบียนสุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขประจำรัฐอย่างเป็นทางการ ต่อมาในปี ค.ศ.1889 มีการตั้งสมาคมให้สุนัขพันธุ์นี้เป็นครั้งแรก โดยชื่อว่า American Bull Terrier Club

อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ชื่อและประเภทของสุนัขที่ใช้ในการแข่งขันหรือโชว์ตัวคือ บูล เทอร์เรีย คนที่ชื่นชอบอิงลิช บูลด็อก และบูล เทอร์เรียก็เริ่มคัดค้านการใช้ชื่อสายพันธุ์ที่เหมือนกัน ต่อมาในปี ค.ศ.1891 มีการก่อตั้ง The Boston Terrier Club of America และหลังจากนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อสายพันธุ์อย่างเป็นทางการให้เป็นบอสตัน เทอร์เรีย โดยใช้ชื่อเมืองที่เป็นต้นกำเนิดสายพันธุ์ในการตั้งชื่อ

ในปี ค.ศ.1893 บอสตัน เทอร์เรียก็ได้รับการยอมรับจาก American Kennel Club อย่างไรก็ตาม รอยแต้มที่เด่นชัดได้กลายเป็นลักษณะสำคัญของสุนัขพันธุ์นี้ ในปัจจุบันบอสตัน เทอร์เรียได้กลายมาเป็นสัตว์เลี้ยงที่สง่างาม และเป็นเพื่อนที่ยอดเยี่ยม

ที่มา:https://trello-attachments.s3.amazonaws.com/58df92e3b819f9d39d4ee55f/5a3bc06ef44d9910212eac68/ e2e601c3c51b5abe3375b0f22c05369f/c_dg_boston_terrier.html

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม