หาที่กินอาหารคลีน

อาหารคลีน กินแล้วเบื่อ ทำอย่างไร

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
อาหารคลีน กินแล้วเบื่อ ทำอย่างไร

ยุคนี้ไม่ว่าจะหันไปทางไหน เทรนด์รักสุขภาพก็กำลังมากำลังอินไปเสียหมด บอกได้เลยว่าคอนเซ็ปต์ของวัยไหน ๆ ไม่ว่าจะเป็นวัยหนุ่มสาว วัยกลางคน หรือวัยสูงวัย ต่างก็พากันยึดหลัก “อาหารต้องคลีน หุ่นต้องลีน” กันทั้งนั้น บุฟฟ่งบุฟเฟ่ทั้งหลายล่ะก็ อย่าได้เข้าใกล้เชียว ถือว่านอกกระแส! แต่จะว่าไปแล้ว ก็นับเป็นเรื่องดี ๆ ใช่ไหมล่ะที่คนเราหันมาดูแลและใส่ใจสุขภาพซึ่งกันและกันมากขึ้น ทุกวันนี้ไม่ว่าจะอาหารคาวหรืออาหารหวาน จุดขายที่ดึงดูดคนยุคนี้ได้ดีที่สุดไม่แพ้โปรโมชั่นลดราคา นั่นคือสโลแกน “เฮลท์ตี้” เพราะไอติมก็โลวแฟท นมก็พร่องมันเนย ขนมขบเคี้ยวก็สูตรไขมันต่ำ น้ำตาลก็น้ำตาลหญ้าหวาน สารพัดปรับประยุกต์เพื่อความคลีน จนบางครั้งคนไม่กินคลีนหลาย ๆ คนก็อดบ่นอุบในใจไม่ได้ ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงคนไม่กินคลีนเท่านั้น เชื่อว่าคนกินคลีนที่เคร่งครัดมาก ๆ จำนวนไม่น้อยก็คงแอบ “เบื่อ” ไม่น้อยเหมือนกัน จริงไหม? ดังนั้นวันนี้ เราลองมาดูเคล็ดไม่ลับเล็ก ๆ น้อย ๆ กันดีกว่าว่า ทำอย่างไรจึงจะหายเบื่อ...ไป ไปลุยกันเลย!

1. เข้าครัวเอง มั่วเอง อร่อยเอง

การทำอาหารคลีนทานเอง ถือเป็นกิจกรรมน่าสนุกที่คุณควรลอง หลายคนมองว่าการทำอาหารคลีนเป็นเรื่องยุ่งยาก ทำไม่เป็นหรอก แต่คุณเองก็เห็นไม่ใช่หรือว่า สื่อโซเชียลมีเดียทุกวันนี้มีเพื่อนร่วมอุดมการณ์จำนวนมากต่างพากันกดไลค์กดแชร์แบ่งปันเมนูยอดฮิตสุดคลีนกันให้จ้าละหวั่น ทั้งไอเดียทำอาหารจากนักโภชนาการ ฟู้ดกูรู เหล่ายูทูปเบอร์ หรือบล็อกเกอร์ทั้งหลายแหล บางเมนูใช้เวลาทำไม่ถึง 15 นาที คุณก็มีอาหารคลีน ๆ เฮลท์ตี้ ๆ มาเสิร์ฟถึงโต๊ะแล้ว กล่าวได้ว่า การเข้าครัวเพื่อลองทำอาหารคลีน ทำให้คุณรู้สึกสนุกสนานและภูมิใจในฝีมือของตนเอง อีกทั้งคุณยังได้ลองมั่วสูตรหรือลองปรับแต่งรสชาติและปริมาณให้เหมาะกับตัวคุณด้วย คิดเสียว่า นอกจากจะมีกิจกรรมแก้เบื่อแล้ว ยังได้ยืนออกกำลังกายเผาผลาญแคลอรี่ในห้องครัว แถมยังประหยัดเงินอีกต่างหาก จะรอช้าทำไมล่ะ ลองเลย!

2. ปรุงนิดปรุงหน่อย ไม่ถือสา

เชื่อว่าคนที่กินคลีนชนิดเคร่งครัดทุกกระเบียดนิ้ว คงไม่ยอมแม้แต่จะแตะขวดหรือกระปุกเครื่องปรุงแหง ๆ ซึ่งในบางครั้งความเคร่งครัดนั้นอาจทำให้คุณและร่างกายของคุณอึดอัดจนเกินไป ทำไมไม่ลองจำกัดปริมาณการปรุงอาหารของคุณดูล่ะ อย่างน้อยที่สุดให้ลิ้นของคุณได้รับรสความอร่อยบ้างพอเป็นพิธี เช่น เหยาะซีอิ๊วสักนิด โรยน้ำตาลสักหน่อย แต่แน่นอนว่ายังอยู่ในขอบเขต ไม่ทำให้รสชาติอาหารจัดจ้านจนเกินไป รับรอง...คลีนไม่แตกแน่นอน

3. ของหวาน/สแน็คแบบเฮลท์ตี้ เดี๋ยวนี้มีเยอะแยะ

ดังที่กล่าวไปข้างต้น ทุกวันนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงแซงโค้งสุด ๆ ร้านอาหารรวมถึงร้านขนมหวานจำนวนไม่น้อยต่างนิยมโฆษณาและดึง “ความคลีน” มาเป็นจุดขายแทบทั้งสิ้น ฉะนั้น ขนมหวานของหนุ่ม ๆ สาว ๆ หรือวัยใดก็ตามที่ยึดมั่นถือมั่นในสายคลีนไม่ต้องกลัวอด เพราะเวลานี้ มีให้เลือกเพียบ! การทานของหวานในหลาย ๆ โอกาส เชื่อว่าจะช่วยให้คนกินคลีนไม่รู้สึกเบื่อหน่าย หรือหากเบื่อหน่ายก็อาจจะเบื่อน้อยลง ถือเสียว่า อาหารของคนคลีนไม่ได้มีแค่อกไก่ ผักต้ม ข้าวกล้อง ก็แล้วกัน (ของหวานก็จัดได้) หรือหากใครสนใจอยากทำขนมสูตรคลีน ๆ ก็ได้เช่นกัน เพราะสูตรของหวานแบบคลีน ๆ นั้นมีให้ว่อนอินเทอร์เน็ตเลยล่ะ ซึ่งการทำขนมคลีนนั้น ส่วนผสมก็หาได้ไม่ยาก แถมแค่ชื่อก็ฟังดูน่าหม่ำแล้ว อาทิ เค้กฟักทอง เค้กแครอท เค้กอะโวคาโด หรือจะเป็นพุดดิ้งเมล็ดเจีย แพนเค้กข้าวโอ๊ต แพนเค้กธัญพืช หรือคุกกี้สูตรไร้แป้ง คุกกี้กราโนล่า กราโนล่าบาร์ พุดดิ้งโยเกิร์ต ทาร์ตผลไม้รวม ไอศกรีมจากผักผลไม้ รวมไปถึง เครปไข่ขาว! สารพันเมนูที่จะสรรหา เรียกได้ว่า คลีนด้วย อร่อยด้วย ไม่กลัวอ้วน

4. หลุดบ้างอะไรบ้าง เผลอนิดเผลอหน่อย ไม่อ้วนหรอก

ก่อนอื่น การกินคลีนในที่นี้ คุณ ๆ ทั้งหลายต้องรู้จักการปรับประยุกต์นอกตำราเสียบ้าง เมื่อคุณรู้จักหลักการกินอาหารแบบรักสุขภาพแล้ว คุณสามารถนำมาปรับใช้ให้เข้ากับร่างกายและการดำเนินชีวิต เช่น ตู้เย็นในบ้านมีวัตถุดิบอะไร มีเครื่องปรุงชนิดใด และคุณสามารถทานรสชาติแบบไหนได้บ้าง ลองปรับลองเปลี่ยนให้ตรงกับความชอบดู อย่ามัวแต่เดินตามตำราหรือสูตรอาหารเป๊ะเสียหมด รวมถึงในบางครั้ง ผักผลไม้ชนิดน้ำตาลน้อยที่คนอื่นว่าดีนักดีหนา ราคาอาจแพงหูฉี่ คุณอาจลองปรับเปลี่ยนวิธีการเลือกผักผลไม้ที่หาซื้อง่าย ราคาไม่แพงดูบ้าง จะได้ไม่น่าเบื่อและเดือดร้อนเงินในกระเป๋าจนเกินไป สั้น ๆ ง่าย ๆ คือ คลีนได้ แต่คลีนให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ดีกว่า

5. Cheat Days: Rewarding yourself

สาวกกินคลีนทั้งหลาย กำหนดวัน cheat day ของคุณต่อสัปดาห์ไว้เลย เชื่อเถอะว่ามันคือรางวัลที่น่าอร่อยสุด ๆ ไปเลย หลายคนมองว่า แบบนี้ก็ตบะแตกกันพอดี บ้างก็บอกว่า ระบบเผาผลาญของร่างกายไม่พังกันหมดหรือ แต่ความจริงแล้ว cheat day คือ การกระตุ้นการเผาผลาญชั้นเลิศต่างหาก เมื่อคุณกินน้อย ระบบเผาผลาญจะลดลงด้วย กล่าวคือ คุณต้องมีวัน ๆ นี้เพื่อหลอกล่อให้ระบบเผาผลาญทำงานหนักขึ้น เขาถึงเรียกว่า “วันโกง” อย่างไรล่ะ (โกงมัน อย่าให้มันรู้ว่าคุณกินน้อย) สรุปคือ หากร่างกายจดจำว่าคุณทานน้อย ท้ายที่สุด ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะจำศีลและลดอัตราการเผาเผลาญลงในที่สุด เพราะฉะนั้น cheat day ถือเป็นวันที่ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกเคยชินกับการไดเอทนั่นเอง

ท้ายที่สุดแล้ว จากเคล็ดไม่ลับ 5 ข้อด้านบนนี้ ประเด็นสำคัญที่สมาคมคนกินคลีนทั้งหลายควรตระหนักเอาไว้เสมอ ๆ คือ การเดินทางสายกลาง นับเป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่าทำอะไรตึงหรือหย่อนจนเกินไป อย่ากินสะบั้นหั่นแหลก และอย่ากินถึงขั้นอดมื้อกินมื้อ แต่จงรักษาสุขภาพ ดูแลร่างกาย ห่วงใยตัวเอง บนพื้นฐานของ “ความสมดุล” แบบนี่แหละ...กินคลีนแค่ไหนก็ไม่เบื่อ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่