Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

มะเร็งกระดูกชนิด Fibrosarcoma ในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 915,181 คน

มะเร็งกระดูกชนิด Fibrosarcoma ในแมว

มะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งที่มีต้นกำเนิดมาจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ทำให้เกิดการแบ่งตัวที่ผิดปกติของไฟโปรบลาสเซลล์ โดยเซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดจะเป็นเซลล์ที่มีความชุกในการเกิดมะเร็งมากที่สุด ในส่วนน้อยมากๆมะเร็งชนิดนี้จะมีต้นกำเนิดมาจากกระดูกและเหนี่ยวนำให้เกิดการแตกหักของกระดูกได้ จนบางครั้งอาจถึงขั้นตัดขา ในสุนัขส่วนมากมะเร็งชนิดจะไม่ค่อยมีความรุนแรงและมักจะไม่แพร่กระจาย แต่ก็มีบางกรณีที่เนื้องอกเกิดรุนแรงขึ้นและมีการกระจายตัวทั่วร่างกายไปยังอวัยวะอื่นๆ ต่อมน้ำเหลือง และผิวหนัง

มะเร็งไฟโบซาโคม่าที่เกิดมาจากกระดูกจะมีความคล้ายกับออสทีโอซาโคม่า ที่เป็นชนิดที่มักพบของมะเร็งกระดูก สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนเลยของมะเร็งสองชนิดนี้คือต้นกำเนิดของมะเร็งโดยมะเร็งชนิดออสทีโอซาโคม่าจะมาจากกระดูกและไฟโบซาโคม่าจะมาจากเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งวิธีการยืนยันการวินิจฉัยมะเร็งชนิดนี้ทำได้โดยการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจและไม่พบว่ามีส่วนประกอบของกระดูก การแบ่งตัวที่รวดเร็วของมะเร็งซาโคม่าทำให้เป็นส่งที่อันตรายเนื่องจากเซลล์จะมีการรุกรามและรบกวนความมั่นคงของกระดูก โดยทั่วไปแล้วเนื้องอกของกระดูกจะไม่รุนแรงและมักวินิจฉัยพลาดกับถุงน้ำหรือปัญหาความผิดปกติของกล้ามเนื้อ

อาการ

  • ไม่สามารถเดินได้
  • คลำพบก้อนเนื้อที่กระดูก
  • พบการบวม
  • เจ็บเมื่อสัมผัส
  • กระดูกแตกหักโดยที่ไม่ได้รับการกระทบกระเทือน

สาเหตุ

ยังไม่ทราบแน่ชัด

การวินิจฉัย 

คุณเจ้าของควรทำการเล่าประวัติสุขภาพของสุนัขอย่างละเอียด ตั้งแต่สุนัขเริ่มแสดงอาการ และสาเหตุที่เป็นไปได้ของการเกิดมะเร็ง นอกจากนี้สัตวแพทย์จะทำการตรวจทางห้องปฏิบัติการโดยการเก็บตัวอย่างเลือดไปตรวจทางชีวเคมี การนับเม็ดเลือด และการวิเคราะห์ค่าปัสสาวะ จากผลการตรวจจะพบว่าค่าเม็ดเลือดขาวอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าปกติและเพื่อดูการทำงานของอวัยวะอื่นๆร่วมด้วย แต่บางครั้งอาจพบได้ว่าผลออกมาเป็นปกติ หรือบางครั้งการเอ็กซ์เรย์ออกมาแล้ววินิจฉัยว่าเป็นตุ่มน้ำหรือการบวมของกล้ามเนื้อก็ได้ ดังนั้นการเอ็กซ์เรย์ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการวินิจฉัย การเอ็กซ์เรย์จะช่วยบอกตำแหน่งก้อนเนื้อและบอกการแพร่กระจายไปส่วนต่างๆของร่างกายได้ด้วย การทำ CT scan ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถทำเพื่อการวินิจฉัยได้

เพื่อการวินิจฉัยที่มากขึ้นจะต้องทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อมาวิเคราะห์ การเก็บตัวอย่างจากกระดูกถือเป็นวิธีที่มีความเจ็บปวดแต่ก็เป็นเพียงวิธีเดียวที่สามารถแยกได้ว่าเป็นชนิดรุนแรงหรือไม่รุนแรง ซึ่งการเก็บตัวอย่างนี้สัตวแพทย์จะต้องทำการวางยา

การรักษา

การรักษามะเร็งชนิดนี้มักจะเป็นการผ่าตัดเอาบริเวณรอบๆและชิ้นส่วนของกระดูกบางส่วนออกไป ในบางรายอาจจะต้องมีการตัดขาในข้างที่มีก้อนมะเร็ง ถ้าหากว่าเซลล์มะเร็งมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆแล้ว การพยากรณ์โรคมักจะอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่ดี แต่ว่าก็ไม่ใช่ทุกกรณี ถ้าหากว่าก้อนเนื้อไม่ได้มีการแพร่กระจาย การตัดก้อนเนื้อและเนื้อเยื่อรอบๆออกจะช่วยทำให้เกิดการฟื้นตัวได้เร็ว

การจัดการและความเป็นอยู่

ภายหลังจากการเริ่มการรักษา สัตวแพทย์จะทำการนัดมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจการเจริญของก้อนเนื้อและการแพร่กระจายไปส่วนต่างๆ การฟื้นตัวจะขึ้นอยู่กับขนาดและตำแหน่งของก้อนเนื้อ

ภายหลังจากการผ่าตัดแมวจะมีอาการเจ็บปวด ซึ่งสัตวแพทย์จะทำการจ่ายยาแก้ปวดให้เพื่อให้แมวรู้สึกสบายตัวมากขึ้น แต่การใช้ยาแก้ปวดต้องระวังการให้เกินขนาด นอกจากนี้คุณเจ้าของควรที่จะยำกัดการออกกำลังกายในช่วงพักฟื้น ให้แมวนอนอยู่ในสถานที่เงียบสงบ ห่างไกลจากเด็กๆและสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ

สิ่งสำคัญคือจะต้องคอยเช็คการกินอาหารและน้ำของแมวในล่วงพักฟื้น ถ้าหากว่าแมวไม่สามารถกินเองได้ อาจจะต้องพิจารณาใส่ท่อเพื่อให้อาหารโดยสัตวแพทย์จะบอกวิธีการและกำหนดตารางการให้อาหารให้ ในช่วงของการหายคุณเจ้าของควรวางกระบะทรายให้อยู่ใกล้ตัวแมวเพื่อให้แมวสามารถใช้ได้ง่าย

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม