การดูแลผู้อื่น

การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จากการเคลื่อนไหวร่างกายได้น้อยหรือลดลง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ จากการเคลื่อนไหวร่างกายได้น้อยหรือลดลง

1. บริหารกล้ามเนื้อและข้อต่างๆ รวมทั้งสอนผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับกิจกรรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม โดยแขนขาข้างที่ดีให้ทำ Active exercise และช่วยทำ Passive exercise แขนขาที่มีอาการอ่อนแรง จัดเท้าข้าง ที่เป็นอัมพาตให้ตั้งตรงเพื่อป้องกันการเกิดข้อเท้าตก อาจให้ผู้ป่วยนั่งเก้าอี้เข็นเพื่อเปลี่ยนจุดถ่วงน้ำหนักตัว เมื่อผู้ป่วยรู้สึกตัวดีขึ้นจึงฝึกการลุกนั่งบนเตียง เมื่อยังทรงตัวได้สมดุลจึงให้เริ่มฝึกลุกยืนจนขาทั้ง 2 ข้างลงน้ำหนักตัวได้มั่นคงแล้วจึงฝึกเดินตามลำพัง
2. ดูแลสุขอนามัยทั่วไป ได้แก่ การทำความสะอาดร่างกาย โดยการเช็ดตัว อาบน้ำหรือแปรงฟัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ขณะเช็ดตัวควรตรวจดูผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูก ใบหู หลัง ก้นกบ หรือบริเวณที่ถูกกดทับนานๆ ซึ่งจะมีรอยแผลพุพอง ผิวหนังถลอกและจะกลายเป็นแผลกดทับต่อไป ดูแลผิวหนังให้สะอาดไม่เปียกชื้น ที่อาจนำไปสู่การเกิดแผลได้ง่าย อาจจัดหาถุงยางหรือฟองน้ำที่ช่วยลดแรงกดของผิวหนังกับที่นอน สำหรับผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกตัว ควรใช้สำลีพันปลายไม้ชุบน้ำยาบ้วนปากเช็ดทำความสะอาดตามฟันและเหงือกแทนอย่างนุ่มนวล เพราะเลือดจะออกได้ง่าย และเป็นช่องทางนำเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ 
3. จัดให้ผู้ป่วยมีกิจวัตรประจำวันตามปกติ ได้แก่ การออกกำลังกายของกล้ามเนื้อทุกส่วน ทั้งการออกกำลังกายด้วยตนเอง (Active exercise) และออกกำลังกายโดยช่วยให้ผู้ป่วย (Passive exercise) อย่างสม่ำเสมอ สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน การออกกำลังกายจะต้องพิจารณาระดับน้ำตาลในเลือดด้วย เนื่องจากการออกกำลังกายจะทำให้น้ำตาลในเลือดลงต่ำลง เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยมีร่างกายแข็งแรงและไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการออกกำลังกาย 
4. พลิกตะแคงตัวผู้ป่วยอย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง ช่วยนวดเบาๆ บริเวณปุ่มกระดูกและจุดกดทับต่างๆ และดูแลให้ผู้ป่วยได้รับน้ำเพียงพอ เพื่อป้องกันการเกิดนิ่วเนื่องจากการตกตะกอนของปัสสาวะ และช่วยให้เลือดไหลเวียนในบริเวณนั้นดีขึ้น
5. ระมัดระวังการสำลักอาหารและน้ำขณะให้อาหารและน้ำ และไม่ควรดูดเสมหะหลังจากให้อาหารใหม่ๆ ควรให้มีระยะห่างอย่างน้อย 30 นาทีหลังจากการรับประทานอาหารและดื่มน้ำ จัดท่านอนให้เหมาะสม ผู้ป่วยที่รู้สึกตัว ควรให้นอนในท่าตะแคงกึ่งคว่ำ ขาไม่แบะออกและปลายเท้าไม่ตก ควรให้หมอนเล็กดันปลายเท้าให้ตรงด้วย 
6. สนับสนุนให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการดูแลและทำกิจกรรมต่างๆ ให้กับผู้ป่วย รวมทั้งพูดคุย สัมผัส กระตุ้นและให้กำลังใจผู้ป่วยช่วยตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ตามความสามารถของผู้ป่วย เช่น การเปลี่ยนท่า การลุกนั่ง การแปรงฟัน การอาบน้ำหรือการเช็ดตัว วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เป็นต้น ให้เร็วที่สุด เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกมีคุณค่าในตนเองมากขึ้น 
7. ประเมินอาการอ่อนแรงของแขนขา เปรียบเทียบกันทั้งสองข้าง และความสามารถในการช่วยเหลือตนเองในด้านกิจวัตรประจำวันของผู้ป่วย หากมีปัญหาจะได้ให้การช่วยเหลือต่อไป

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือโรค" โดยปราณี ทู้ไพเราะ จากจากโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่