ทั่วไป

การฝากเลี้ยงสุนัข (และแมว)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 17 นาที
Istock 585794454

บทนำ

ในทุกๆวัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงทั้งหลายมักพบเจอกับปัญหาที่ว่า ถ้าเจ้าของสัตว์ต้องการไปเที่ยวพักผ่อนหรือมีธุระฉุกเฉินจนไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงที่อยู่ที่บ้านได้ แล้วควรจะทำอย่างไรกับสัตว์เลี้ยงดี เจ้าของบางคนตัดสินใจที่จะนำสัตว์เลี้ยงไปกับพวกเขาด้วย แต่สุดท้ายก็อาจจะพบกับปัญหาต่างๆตามมา เช่น ไม่สามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าโรงแรมได้หรือสัตว์เครียดจากการนั่งรถไกลๆ และบางทีสัตว์เลี้ยงของท่านอาจจะหนีไปซึ่งทำให้การเที่ยวครั้งนั้นหมดความสนุกไปในที่สุด เจ้าของบางท่านอาจแก้ปัญหาด้วยการนำสัตว์ไปฝากเพื่อนหรือญาติซึ่งพวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่เคยเลี้ยงสัตว์มาก่อน ทำให้สัตว์เลี้ยงไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง ซึ่งอาจส่งผลให้สัตว์ป่วยหนักได้

โชคดีที่เจ้าของสัตว์หลายๆคนรู้ว่าสัตว์เลี้ยงของต้องการดูแลโดยผู้ที่เชี่ยวชาญจึงนำสัตว์ของตนไปฝากไว้ที่สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง แต่ละปีมีเจ้าของมากกว่า 30 ล้านคนที่ใช้บริการสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงเพราะพวกเขารู้ดีว่า สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงนั้นสามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของพวกเขาได้อย่างดีและมีคุณภาพ แต่การเลือกสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสมนั้นอาจจะทำให้เจ้าของนั้นสับสนและตัดสินใจลำบาก ดังนั้น American boarding ฟาร์ม association (ABKA) ซึ่งเป็นสมาคมเกี่ยวกับสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงได้จัดทำข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงเพื่อช่วยเจ้าของทุกท่านในการเลือกสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงที่เหมาะสม ซึ่งเป้าหมายของ ABKA มีอยู่สองเป้าหมายหลักๆคือ

  1. เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้มีที่พักที่ปลอดภัยและมีความสุข
  2. เพื่อให้เจ้าของรู้สึกสบายใจและหมดกังวลเวลาไม่อยู่บ้านหลายๆวันและเจ้าของจะสบายใจได้ว่าสัตว์เลี้ยงของเขาจะได้รับการดูแลที่สุดเท่าที่ทำได้

สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงคืออะไร?
ทั่วประเทศอเมริกาและแคนาดา มีสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง กระจายอยู่ประมาณ 9,000 แห่งและให้บริการเจ้าของสัตว์เลี้ยงกว่า 30 ล้านคนต่อปี สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง หรืออาจจะเรียกว่าฟาร์มรับฝากสัตว์เลี้ยง (ในบทความนี้ขอเรียกสั้นๆว่า “ฟาร์ม”) เป็นธุรกิจที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้การดูแลสำหรับสัตว์เลี้ยง และให้บริการพิเศษต่างๆที่หลากหลายแก่สัตว์ลี้ยง เช่น การขนส่งหมา การตัดขน การฝึกสัตว์เลี้ยง และการขายหมา ซึ่งแตกต่างจากฟาร์มหมาต่างๆที่มุ่งเน้นเป้าหมายในการผลิตลูกสุนัขหรือการเทรนสัตว์เลี้ยงและก็ยังไม่เหมือนกับโรงพยาบาลสัตว์ที่ถูกออกแบบมาให้ดูแลสัตว์ป่วยอย่างเดียว ซึ่งกลุ่มสัตว์ส่วนใหญ่ที่นำมาฝากที่สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงนั้นมักเป็นหมาและแมว แต่ก็บางโรงแรมที่ให้บริการแก่ม้า นก สัตว์เลื้อยคลาน หรือ สัตว์ exotic

American Boarding ฟาร์ม Association คืออะไร?

คุณสมบัติโดยทั่วไปของสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงทุกที่คือให้ความรักและความเคารพแก่สัตว์เลี้ยงที่เข้ามาใช้บริการและสิ่งเหล่านี้ยังเป็นแรงจูงใจในการก่อตั้ง สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง แต่ละที่ ในปี 1997 มีการรวมกลุ่มของ ฟาร์ม ที่ตระหนักว่า แค่ความรักแก่สัตว์เลี้ยงทั้งหลายนั้นยังไม่เพียงพอที่จะการันตีการพัฒนามาตรฐานที่ดีในการดูแลสัตว์เลี้ยงภายในองกรณ์ได้ จึงได้มีการจัดตั้ง American Boarding ฟาร์ม Association (ABKA) ขึ้นมาเพื่อยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงภายนองกรณ์

ณ ปัจจุบัน ABKA มีสมาชิกเกือบ 1,600 แห่ง ทั่วอเมริกาและแคนาดา ทั้งนี้ ด้วยการที่มีการจัดการอบรมสมาชิก สัมมนา และรับรองฟาร์มที่เป็นสมาชิกโดยกรรมการที่มีมาตรฐานนั้นส่งผลให้องกรณ์ได้ช่วยสมาชิกให้พัฒนาและรักษามาตรฐานสูงสุดของความเป็นมืออาชีพ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ ABKA สามารถสรรหา ฟาร์ม ที่มีความรู้ความสามารถที่จะให้การดูแลแก่สัตว์เลี้ยงของคุณได้ดีที่สุด

การรับฝากสัตว์เลี้ยงที่ประสบความสำเร็จ

เป้าหมายของสมาชิก ABKA คือ สัตว์เลี้ยงที่นำมาฝากไว้มีสุขภาพที่ดีและมีความสุข นอกจากนี้เจ้าของสัตว์เลี้ยงยังต้องพึงพอใจในการบริการอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการความร่วมมือของทั้งฟาร์มและเจ้าของสัตว์ ดังนั้น ABKA จึงมีการทำรายการที่เจ้าของควรรู้ในการเลือกฟาร์มที่ต้องการนำสัตว์เลี้ยงไปฝากที่เหมาะสมสำหรับเจ้าของและสัตว์เลี้ยงเพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะได้รับบริการที่ดีที่สุด มาลองดูกันว่าสิ่งที่เจ้าของควรจะรู้ก่อนที่จะเลือกฟาร์มมีอะไรบ้าง?

การหาฟาร์มที่สะดวกสะบายแก่การเข้ารับบริการของเจ้าของมีหลายวิธี :

  1. Yellow pages : การโฆษณาลง Yellow pages เป็นวิธีพื้นฐานที่ ฟาร์ม จะทำกันดังนั้นเจ้าของสามารถหา ฟาร์ม จากการเปิด yellow pages ได้ แต่ให้นึกไว้เสมอว่า ขนาดของรูปที่ลงโฆษณานั้นไม่ได้บอกถึงคุณภาพของสิ่งอำนวยความสะดวกของ ฟาร์ม เหล่านั้น
  2. การแนะนำจากเพื่อน : ความประทับใจในบริการของคนที่มาใช้บริการเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ ฟาร์ม แต่ละที่จะได้รับตอบกลับ คุณเจ้าของสามารถลองสอบถามเพื่อนๆที่เคยไปใช้บริการ หรือสอบถามจากสัตวแพทย์ว่ามีฟาร์มไหนที่แนะนำให้คุณไปใช้บริการได้บ้าง
  3. สำนักงานประจำชุมชน : ถ้าชุมชนของคุณมีสำนักงานที่คอยให้บริการ ลองโทรถามที่สำนักงานนั้นๆว่ามีฟาร์มที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงหรือไม่ และลองถามเกี่ยวกับชื่อเสียงและการให้บริการของฟาร์มนั้นๆ

การประเมินสถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยง

หลังจากที่คุณเจ้าของหาฟาร์มได้แล้ว สิ่งที่จะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจในการเลือก ฟาร์ม คือ

1. โทรศัพท์ไปที่ฟาร์มนั้นๆ

ลองโทรศัพท์ไปเพื่อเช็คดูว่า ฟาร์ม นั้นมีที่ว่างสำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ ซึ่งในช่วงเทศกาลต่างๆเช่น คริสมาสต์ หรือวันหยุดฤดูร้อน หลายๆฟาร์มอาจถูกจองจนเต็ม นอกจากนี้สัตว์เลี้ยงบางตัวอาจจะต้องการการดูแลพิเศษเพิ่มเติมหรือที่อยู่ที่พิเศษกว่าตัวอื่น เช่น ลูกหมาที่เล็กมากๆ หรือสัตว์ป่วยที่มีตารางป้อนยาที่เป็นเวลา ซึ่งไม่ใช่ทุกฟาร์มที่จะสามารถรับดูแลสัตว์เหล่านี้ได้ และอย่าลืมนัดเพื่อที่จะเข้าไปดูสถานที่จริงที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณด้วย

2. เข้าไปเยี่ยมชมฟาร์มที่คุณเลือกไว้

การเข้าไปเยี่ยมชมสถานที่จริงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการฝากสัตว์เลี้ยงของคุณ ว่าที่เหล่านั้นตรงกับความพึงพอใจของคุณหรือไม่ และขณะที่เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ ควรถามคำถามต่างๆเหล่านี้

ถามเกี่ยวกับภาพรวมของฟาร์ม

ถามเกี่ยวกับการทำความสะอาดประจำวัน ฟาร์มที่คุณเลือกควรจะมีความสะอาดและเรียบร้อย ผู้ดูแล ฟาร์มบางที่อาจจะยินยอมและยินดีให้เจ้าของทั้งหลายเข้าไปดูพื้นที่ แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่อนุญาตให้เจ้าของเข้าไปดูพื้นที่รับฝากเลี้ยง ซึ่งมีสองเหตุผลหลักๆที่ไม่อนุญาตให้เจ้าของเข้าไปดูพื้นที่ เหตุผลแรกคือ สัตว์บางตัวอาจจะทำปฏิกิริยาที่ไม่เหมาะสมต่อคนแปลกหน้า บางตัวอาจจะแสดงอาการกลัวหรือดุร้าย ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อตัวสุนัขและสัตว์ที่อยู่ในฟาร์ม หรืออาจจะส่งผลให้สัตว์ที่อยู่ใน ฟาร์มนั้นมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาการได้ เหตุผลที่สองคือ ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมอาจจะไม่ปฏิบัติตามหลักการทำความสะอาดที่ทางฟาร์มกำหนดและไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อก่อนเข้าฟาร์ม ซึ่งส่งผลให้ผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเป็นคนนำเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย หรือ ไวรัส เข้าฟาร์มได้ แต่อย่างไรก็ตามฟาร์ม ทีไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมชมพื้นที่ควรจะมีกระจกหรือบริเวณที่สามารถมองเห็นสถานที่ภายในเพื่อที่คุณจะสามารถเห็นที่ๆสัตว์เลี้ยงของคุณจะอยู่ได้

ในการเยี่ยมชมฟาร์มต่างๆ คุณเจ้าของทั้งหลายอาจจะเห็นว่ามีฟาร์มหลากหลายสไตล์ให้คุณได้เลือกสรร เช่น บางฟาร์มอาจจะมีทางให้วิ่งเล่นทั้งในร่มและกลางแจ้ง บางที่อาจจะเป็นการเลี้ยงระบบปิดทั้งหมด หรือบางที่อาจจะเลี้ยงสัตว์อยู่ภายในอาคารแล้วมีการปล่อยให้ออกมาวิ่งเล่นออกกำลังกายด้านนอก ซึ่งแต่ละสไตล์ก็มีข้อดีแตกต่างกันไป ซึ่งคุณเจ้าของควรจะถามถึงข้อดีของแต่ละที่

ระบบการรักษาความปลอดภัย

เมื่อคุณไปเที่ยว สัตว์เลี้ยงของคุณอาจตัดสินใจที่จะออกตามหาคุณ และบ้านส่วนน้อยที่ถูกออกแบบเพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยให้สัตว์เลี้ยงเป็นหลัก ดังนั้นอาจทำให้สัตว์เลี้ยงหนีออกจากบ้านหรือหลบหนีจากคนเลี้ยงที่ไม่มีประสบการณ์ที่ถูกเจ้าของสัตว์จ้างให้มาดูแลสัตว์ ในทางกลับกัน สถานที่รับฝากสัตว์เลี้ยงถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันสัตว์เลี้ยงของคุณจากเหตุการณ์ข้างต้น เมื่อคุณเข้าไปดูที่ฟาร์มแล้ว คุณควรจะสำรวจดูรั้วและประตูว่ามีสภาพที่ดีหรือไม่ นอกจากนี้ถ้าหากสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการหลบหนี คุณเจ้าของควรบอกผู้ดูแลฟาร์ม เพื่อให้มีการเฝ้าระวังเข้มงวดมากขึ้น และถ้าหากสัตว์เลี้ยงของคุณเป็นแมวก็ควรจะอยู่ในสถานที่เลี้ยงแบบปิด เพื่อป้องกันการหลบหนีหรืออกไปเที่ยวข้างนอก

ความปลอดภัย

บริเวณพื้นที่ที่สัตว์เลี้ยงของคุณจะอยู่ไม่ควรมีของมีคม สารเคมีอันตราย หรือสิ่งของต่างๆที่สัตว์เลี้ยงของคุณจะกลืนเข้าไป บริเวณที่นอนของสัตว์ควรมีที่กั้นระหว่างสัตว์แต่ละตัวเพื่อความปลอดภัยและให้สัตว์เลี้ยงของคุณหลับได้อย่างไร้กังวลว่าจะถูกรบกวนจะเพื่อนข้างๆ บริเวณพื้นที่ออกกำลังกายควรมีที่กั้นระหว่างแต่ละพื้นที่ ซึ่งที่กั้นควรจะมีความสูงที่เพียงพอเพื่อป้องกันสุนัขตัวผู้ฉี่แล้วกระเด็นออกไปที่พื้นที่ออกกำลังกายของตัวอื่นและพื้นตรงที่ออกกำลังกายไม่ควรลื่นแม้จะเปียก สิ่งที่ขาดไม่ได้คืออุปกรณ์ในการดับไฟควรมีเตรียมพร้อมไว้เสมอ

การดูแล

การดูแลที่ถูกต้องนั้นเป็นกุญแจสำคัญในการรับฝากสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงควรถูกสังเกตและตรวจชฺคระหว่างวันบ่อยครั้งโดยคนที่ถูกฝึกมาเพื่อตรวจสอบความผิดปกติหรือความเจ็บป่วยของสัตว์เลี้ยงได้ ซึ่งการสังเกตอาการผิดปกติของสัตว์จำเป็นต้องอาศัยทั้งความรู้และประสบการณ์ เช่น ถ้าโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร มีคนส่วนน้อยที่จะไปสำรวจสนามหลังบ้านเพื่อหาอุจจาระที่มีเลือดปน หรือปัญหาเรื่องการขับปัสสาวะ เบื่ออาหาร ไอ จาม มีน้ำมูก ซึ่งสัญญานต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ที่ทำงานในฟาร์มที่รับฝากสัตว์เลี้ยงล้วนมีความสามารถในการระบุความผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นกับตัวสัตว์แล้วสามารถพาสัตว์เลี้ยงของคุณไปหาสัตวแพทย์ได้ ดังนั้นการที่คุณเข้าไปเยี่ยมชม ฟาร์ม คุณควรประเมินความสามารถของผู้ดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณในฟาร์มนั้นเด้วย

สิ่งที่บ่งบอกว่าฟาร์มนั้นมีการพัฒนาในด้านการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอก็คือ การดูว่าฟาร์มนั้นเป็นสมาชิกของ ABKA ลองดูว่าฟาร์มนั้นมีแผ่นป้ายโลหะที่บ่งบอกถึงการเป็นสมาชิกของ ABKA  ถ้าฟาร์มนั้นได้รับรางวัล Certified Kennel Operator (CKO) จาก ABKA นั่นหมายความว่าฟาร์ม นั้นถูกกรับรองว่าเป็นฟาร์มที่มีมาตรฐานและมีความสามารถที่จะดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการที่ได้รับการรับรองนั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบมาตรฐานต่างๆกว่า 200 มาตรฐานถึงจะได้การรับรอง CKO จาก ABKA ถ้าฟาร์มได้รางวัล CKO ก็จะมีป้ายประกาศเกียรติคุณแขวนไว้ข้างๆกับป้ายสมาชิก ABKA

ความสะอาดถูกหลักอนามัย

ฟาร์ม ที่คุณเจ้าของจะนำสัตว์เลี้ยงไปฝากควรปราศจากฝุ่น การสะสมของอุจจาระ กลิ่นเหม็น และปรสิตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แมลงวัน เห็บ หมัด ฟาร์มควรมีตารางการทำความสะอาดและฆ่าเชืื้อที่สม่ำเสมอและเข้มงวด

ปล. ตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ.1978 ได้มีการระบาดของโรคทางเดินอาหารที่มีชื่อว่า โรคลำไส้อักเสบในสุนัข (Canine parvovirus) โรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากไวรัส ซึ่งโรคนี้นั้นสามารถแพร่เชื้อได้ด้วยการสัมผัสกับพื้นผิวที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน เช่น ผ้า รองเท้า หญ้า หรือพรม ซึ่งปัจจุบันได้มีการทำวัคซีนที่สามารถต่อสู้กับโรคนี้ได้ แต่ระยะเวลาตั้งแต่ฉีดวัคซีนจนสุนัขสร้างภูมิคุ้มกันนั้น ก็ยังเป็นช่วงที่อันตรายที่จะทำให้สุนัขเสี่ยงต่อการติดโรคนี้ไดั สิ่งสำคัญในการป้องกันโรคลำไส้อักเสบในสุนัขคือการรักษาความสะอาด โดยมีน้ำยาทำความสะอาดหลายชนิดที่ใช้ได้ผล รวมถึงน้ำยาซักผ้าขาว โดยผสมน้ำยาซักผ้าขาว 1 ส่วนต่อน้ำ 30 ส่วน ดังนั้นถ้าหากมีการรายงานการระบาดของโรคลำไส้อักเสบในสุนัขในระแวกที่พักของคุณหรือฟาร์มที่คุณนำสัตว์เลี้ยงของคุณไปฝากไว้ ก็ควรจะมีการใช้นำน้ำยาฆ่าเชื้อโรคมาใช้เพื่อทำความสะอาดควบคู่กับการฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ

การดูแลรักษาสุขภาพ

การดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงทั่วไปควรมีดังนี้

  1. น้ำสะอาด : สัตว์แต่ละตัวควรมีภาชนะใส่น้ำสะอาดแยกเป็นของตัวเอง
  2. อาหาร : ตารางการให้อาหารและชนิดของอาหารในแต่ละฟาร์มนั้นแตกต่างกัน บางฟาร์มให้อาหารที่เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง แต่อย่างไรก็ตาม ฟาร์มส่วนใหญ่จะอนุญาตให้เจ้าของนำอาหารที่สัตว์เลี้ยงของคุณโปรดปรานมาเองได้ บางฟาร์มมีอาหารหลากหลายยี่ห้อให้คุณได้เลือกว่าต้องการให้สัตว์เลี้ยงของคุณกินอาหารยี่ห้อไหน และยังมีบางฟาร์มที่ระบุให้คุณต้องนำอาหารของสัตว์เลี้ยงของคุณมาเองโดยที่ฟาร์มนั้นๆจะไม่มีอาหารให้สำหรับสัตว์เลี้ยงของคุณ เจ้าของควรตรวจสอบด้วยว่ามีการคิดค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับการให้อาหารพิเศษที่แตกต่างจากตัวอื่นหรือไม่
  3. บริการจากสัตวแพทย์ : เจ้าของควรถามถึงการได้รับการบริการจากสัตวแพทย์ บางฟาร์มจ้างสัตวแพทย์ประจำ แต่บางที่เลือกที่จะใช้บริการสัตวแพทย์ของเจ้าของสัตว์เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพของสัตว์ที่ต่อเนื่อง อย่าลืมว่าการใช้บริการสัตวแพทย์ขณะที่ฝากสัตว์เลี้ยงไว้นั้น มักจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามมาเสมอ
  4. ภูมิคุ้มกัน : สุนัขที่จะนำมาฝากไว้ที่ฟาร์มนั่นจะต้องผ่านการทำวัคซีนมาแล้วและมีภูมิคุ้มกันต่อโรคพิษสุนัขบ้า โรคไข้หัดสุนัข โรคไวรัสตับอักเสบ โรคฉี่หนู โรคไข้หวัดในสุนัข โรคลำไส้อักเสบในสุนัข ส่วนในแมวต้องมีการทำวัคซีนเพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า โรคหัดแมว โรคจมูกและหลอดลมอักเสบ โรคหวัดแมว
  5. นโยบายและขั้นตอนการให้ยา : ถ้าหากสัตว์เลี้ยงของคุณจำเป็นต้องกินยา เจ้าของควรแนะนำผู้ดูแลฟาร์มเกี่ยวกับปัญหาที่มักจะเจอบ่อยๆเวลาป้อนยา นิสัยของสัตว์เลี้ยงของคุณ ชนิดของยาและความถี่ในการให้ยา ฟาร์มหลายๆที่ไม่รับดูแลสุนัขที่ต้องกินยาปริมาณมาก เช่น มากกว่าสามครั้งต่อวันหรือต้องป้อนยาตอนกลางคืน หรือสัตว์ที่ได้รับยาที่ค่อนข้างอันตรายถ้าหากได้รับยาผิดขนาด เช่น ยารักษาโรคเบาหวาน อย่าลืมว่า ถ้าหากสัตว์เลี้ยงของคุณได้รับยาป้องกันพยาธิหนอนหัวใจอยู่นั้น ควรจะได้รับยาอย่างต่อเนื่องแม้ในขณะที่อยู่ที่ฟาร์มก็ตาม ถ้าหากสัตว์เลี้ยงของคุณต้องการการป้อนยาที่ต่อเนื่อง ลองสอบถามที่ฟาร์มว่าที่ฟาร์มมียาจัดไว้ให้หรือเจ้าของสัตว์เลี้ยงจำเป็นต้องนำยาไปเอง และถ้าหากมียาจัดไว้ให้นั้นจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเท่าไหร่
  6. การควบคุมปรสิต : ถ้าหากคุณอยู่ในที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเห็บหรือหมัด ฟาร์มที่คุณนำสัตว์เลี้ยงไปฝากควรมีระบบการจัดการปัญหาเหล่านี้ และควรมีการตรวจหาปรสิตตามตัวสัตว์ก่อนที่จะนำสัตว์เข้าไปฝากเลี้ยง และมีการสเปรย์หรือจุ่มน้ำยาฆ่าปรสิตด้วย

การให้ความสบายแก่สัตว์เลี้ยง

1.การควบคุมอุณหภูมิ : ฟาร์มควรมีการรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่สัตว์อยู่แล้วจะรู้สึกสบายและไม่ทำให้สัตว์ป่วย ถ้าหากเจ้าของมีสัตว์เลี้ยงที่อายุมากแล้วหรือต้องการอุณหภูมิที่สูงหรือต่ำกว่าปกติควรแจ้งแก่ฟาร์มเพื่อที่จะดูว่าฟาร์มสามารถจัดหาที่พักตามที่เจ้าของต้องการได้หรือไม่

2. พื้นที่ออกกำลังกายควรมีที่หลังคา : เพื่อช่วยป้องกันฝน ลม หิมะ หรือแดด

3. การระบายอากาศ : การมีการระบายอากาศที่ดีนั้นจะช่วยลดการแพร่กระจายของแบคทีเรียและไวรัสที่ติดต่อทางอากาศได้

4. แสง : แสงสว่างควรอยู่ในระดับที่สัตว์รู้สึกสบายระหว่างวัน

5. สิ่งปูรองนอน : เจ้าของสัตว์ควรสอบถามถึงสิ่งที่แต่ละฟาร์มใช้ในการปูรองพื้นให้สัตว์นอน บางฟาร์ม อาจมีที่นอนสำหรับสัตว์เลี้ยงให้ หรือบางที่อาจจะใช้เพียงกระดาษหนังสือพิมพ์ปูให้สัตว์นอน หรือบางที่อาจระบุให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงนำที่นอนสัตว์มาเองจากที่บ้าน อย่าลืมตรวจสอบด้วยว่ามีข้อห้ามใดสำหรับการที่เจ้าของนำเตียงนอนของสัตว์เลี้ยงมาเองหรือไม่ เช่น หมอนที่มีขนสัตว์อยู่ข้างในอาจจะห้ามนำมาใช้ในฟาร์ม

7. พื้นที่ออกกำลังกาย : สัตว์ทุกชนิดต้องการพื้นที่ออกกำลังกาย แต่สัตว์ต่างชนิดกันก็ต้องการพื้นที่ออกกำลังกายต่างกันแม้กระทั่งหมากับแมว ลองมาดูกันว่าความแตกต่างของพื้นที่ออกกำลังกายของหมาและแมวแตกต่างกันอย่างไร

สุนัข :พื้นที่ออกกำลังกายของสุนัขควรมีพื้นที่กว้างขวางเพื่อที่จะให้สุนัขวิ่งได้เต็มกำลัง เวลาออกกำลังกายนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละฟาร์ม บางที่อาจมีที่ให้สุนัขสามารถออกกำลังกายได้ตลอดทั้งวัน หรือเจ้าของสุนัขสามารถแจ้งความต้องการให้จำกัดการออกกำลังกายสุนัขของคุณได้ถ้าหากมีเหตุผลจำเป็น เช่น สุนัขอายุมากที่มีปัญหาโรคหัวใจ หรือสุนัขที่ไฮเปอร์ที่อาจจะวิ่งเล่นมากจนเกินไป ฟาร์มบางที่อาจจะใช้การสลับสับเปลี่ยนกันไปว่าเวลาไหนสุนัขตัวไหนจะได้มาออกกำลังกาย ซึ่งฟาร์มที่ใช้วิธีนี้ต้องมั่นใจกว่าสุนัขแต่ละตัวได้ออกกำลังกายเพียงพอกับความต้องการของสุนัข

แมว : เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่ออกกำลังกาโดยการยืดและแมวก็ไม่ใช่สัตว์ที่ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงอย่างเช่นสุนัข แมวไม่ต้องการพื้นที่ออกกำลังกายแบบส่วนตัว  แต่แมวจะพึงพอใจเมื่อได้อยู่ในห้องที่เป็นพื้นที่ปิดที่มีที่กว้างขวาง แต่อย่างไรก็ตาม บางฟาร์มมีการจัดพื้นที่วิ่งเล่นให้กับแมว ไม่ว่าจะมีพื้นที่วิ่งเล่นให้กับแมวหรือไม่ การดูแลแมวนั้นจำเป็นต้องมีพื้นที่ที่กว้างขวางพอที่จะให้แมวได้มีการยืดเส้นยืดสายและเดินเล่นไปมาได้ และต้องมีการวางกระบะทรายที่สะอาดให้ด้วย

8. บริการต่างๆ เพิ่มเติม : เจ้าของสัตว์หลายคนชอบที่จะจัดตารางการตัดขน อาบน้ำ หรือฝึกสัตว์เลี้ยงในขณะที่สัตว์อยู่ที่ฟาร์ม ลองถามที่ฟาร์มดูว่ามีบริการเหล่านี้หรือไม่ ถ้าหากเจ้าของต้องการขนส่งสัตว์เลี้ยง ฟาร์มบางที่อาจจะมีบริการการจัดส่งให้ด้วยเพื่อความสะดวกสบายและลดอันตรายแก่สัตว์เลี้ยงของคุณ

ขั้นตอนการให้บริการต่างๆ

ในฐานะลูกค้า คุณเจ้าของสัตว์ควรได้รับการต้อนรับและการดูและอย่างดีจากพนักงานของฟาร์ม มากไปกว่านั้นการจัดการกับลูกค้านั้นสามารถสะท้อนได้ถึงการตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อลูกค้า และความเป็นมืออาชีพในการทำงาน

ดังนั้น คุณควรสังเกตุตามข้อต่างๆดังต่อไปนี้

  1. บุคลิกภาพ : งานที่ฟาร์มนัั้นเป็นงานที่ยากและต้องการความเอาใจใส่ในการทำงาน นอกจากนี้สถานที่คุณนำสัตว์เลี้ยงควรมีความสะอาดเรียบร้อย และพนักงานที่ฟาร์มควรแสดงถึงความเอาใจใส่สุนัขของคุณซึ่งสามารถสังเกตได้จากการถามคำถามเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของคุณ การจับบังคับสัตว์และความรู้สึกต่อสัตว์เลี้ยงของคุณ
  2. ลักษณะของพื้นฟาร์มและสำนักงาน : สิ่งของต่างๆควรอยู่เป็นระเบียบเรียบร้อยและได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
  3. ค่าบริการ : ควรมีแผ่นป้ายแจ้งอัตราค่าบริการอยู่ที่สำนักงานของฟาร์ม และควรแน่ใจว่าคุณนั้นเข้าใจถึงวิธีการคิดค่าบริการ ฟาร์มบางที่มีการกำหนดเวลาที่จะนำสัตว์เลี้ยงของคุณออก ถ้าหากคุณมารับสัตว์เลี้ยงหลังเวลาที่กำหนด คุณอาจจะถูกเก็บเงินเพิ่มก็เป็นได้
  4. การทำสัญญารับฝากเลี้ยง : ฟาร์มที่คุณนำสัตว์ไปฝากนั้นควรมีการทำข้อตกลงในการรับฝากเลี้ยงซึ่งข้อตกลงนี้นั้นต้องมีการระบุถึงสิทธิ์และความรับผิดชอบของฟาร์มอย่างชัดเจน ซึ่งการทำข้อตกลงนั้นเป็นการป้องกันทั้งตัวคุณและฟาร์มจากการเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน
  5. เวลาทำการ : วันและเวลาทำการควรมีบ่งบอกไว้ให้เห็นเด่นชัด ถ้าหากฟาร์มที่คุณนำสัตว์เลี้ยงไปฝากนั้นปิดในวันหยุดหรือวันเสาร์อาทิตย์ คุณควรจะเคารพสิทธิ์ของฟาร์มนั้นๆ ซึ่งในวันที่ฟาร์มนั้นปิดทำการ สัตว์เลี้ยงของคุณจะยังมีอาหารให้กิน มีคนพาไปออกกำลังกาย และได้รับการทำความสะอาดที่อยู่ แต่เพียงแค่ไม่มีพนักงานอยู่ที่สำนักงานคอยต้อนรับลูกค้าเท่านั้นเอง
  6. ใบรับรองการเป็นสมาชิกของ ABKA :การที่ฟาร์มมีใบรับรองการเป็นสมาชิกของ ABKA แสดงว่าฟาร์มนั้นได้มีการรับรองในการประกอบการอย่างถูกหลักจรรยาบรรณและสามารถเป็นหลักประกันให้คุณเจ้าของทั้งหลายด้วยว่า ฟาร์มที่คุณเจ้าของนำสัตว์เลี้ยงของคุณไปฝากไว้นั้นเป็นส่วนหนึ่งและได้รับการรับรองจาก ABKA ดังนั้นคุณเจ้าของสามารถโทรศัพท์เพื่อสอบถามข้อมูลต่างๆจาก ABKA และนอกจากนี้คุณสามารถมั่นใจได้ว่า ฟาร์มที่เป็นสมาชิกของ ABKA นั้นได้ผ่านมาตรฐานในการคัดกรองที่เข้มงวดก่อนที่จะมาดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณ ดังนั้นป้ายรับรองสมาชิกของ ABKA ควรจะถูกแขวนให้เห็นเด่นชัดในสำนักงานของฟาร์ม ซึ่งแสดงถึงมาตรฐานและเป็นการการันตีคุณภาพของฟาร์มนั้นๆ

จากข้อมูลที่กล่าวถึงมาทั้งหมด ตอนนี้คุณเจ้าของก็คงสามารถหาสถานที่ ประเมิน และเลือก boarding ฟาร์ม ที่คุณจะนำสัตว์เลี้ยงไปฝากได้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีสิ่งหนึ่งที่สามารถรับรองได้ว่าสัตว์เลี้ยงของคุณจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด นั่นก็คือความร่วมมือของเจ้าของสัตว์เลี้ยงนั่นเองซึ่งจะเป็นสิ่งที่ช่วยเติมเต็มการฝากเลี้ยงสัตว์เลี้ยงครั้งนี้ให้ดีที่สุด แม้ว่าฟาร์มนั้นจะเป็นฟาร์มที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากขาดความร่วมมือจากเจ้าของแล้วฟาร์มนั้นๆก็จะไม่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเจ้าของควรทำตามคำแนะนำต่างๆดังต่อไปนี้

การเตรียมตัวในการฝากเลี้ยง

1.ควรมีการจองล่วงหน้า : เนื่องจากฟาร์ ส่วนใหญ่จะถูกจองจนเต็มในช่วงวันหยุดพักผ่อนต่างๆ ถ้าหากคุณยังรอถึงนาทีสุดท้ายแล้วถึงจะทำการจอง คุณอาจจะพลาดฟาร์มที่คุณหมายตาไว้ตั้งแต่แรกก็เป็นได้ และในขณะที่ทำการจองนั้น ให้ลองถามฟาร์มนั้นๆดูว่า สิ่งของใดที่คุณจำเป็นต้องนำติดตัวไปด้วย เช่น ประวัติการทำวัคซีน อาหารพิเศษของสัตว์เลี้ยง สิ่งปูนอน หรือของเล่น และทำการจัดการตารางบริการต่างๆที่คุณต้องการให้ฟาร์มนั้นๆทำให้ในขณะที่คุณฝากสัตว์เลี้ยงของคุณไว้ เช่น ตัดขน การฝึก หรือการขนส่งสัตว์ลี้ยง และอย่าลืมถามถึงเรื่องการชำระค่าใช้จ่ายว่าคุณสามารถชำระค่าใช้จ่ายในรูปแบบใดได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น เครดิตการ์ด เช็ค หรือเงินสด

2. เตรียมตัวสัตว์เลี้ยงของคุณให้เรียบร้อย : อย่าลืมว่าสัตว์เลี้ยงก็เหมือนกับมนุษย์ที่จะมีความสุขไปกับการพักผ่อนในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆและเพื่อนใหม่ ดังนั้นเมื่อสุนัขทำความคุณเคยกับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้แล้วนั้น เค้าจะรู้สึกตื่นเต้นมากเหมือนเวลาที่เด็กเล็กๆได้ไปออกแคมป์ฤดูร้อนเลยทีเดียว แต่ถ้าหากคุณไม่เคยฝากสุนัขของคุณมาก่อนเลย คุณควรพิจารณาในการฝากสุนัขของคุณในระยะเวลาสั้นๆหรือเพียงแค่ฝากข้ามคืนเพื่อให้สุนัขของคุณชินก่อน ก่อนที่จะขยายระยะเวลาในการฝากในครั้งต่อไป ซึ่งการทำอย่างนี้นั้นจะช่วยให้ทุกครั้งที่คุณนำสุนัขไปฝาก สุนัขของคุณจะลดความเครียดจากการที่แยกจากเจ้าของได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของแมวนั้น การฝากลูกแมวนั้นจะทำได้ง่ายและลูกแมวจะมีช่วงเวลาที่มีความสุขเมื่อนำมาฝากซึ่งแตกต่างกับแมวโต แมวโตมักจะแสดงอาการเฉยเมยและเลือกที่จะนั่งนิ่งๆและสังเกตกิจวัตรประจำวันของฟาร์มนั้นๆ แมวโตจะไม่ค่อยมีการสร้างปฏิสัมพันธ์เพื่อหาเพื่อนแมวตัวใหม่หรือเข้าร่วมในการเล่นเป็นกลุ่มๆ แมวโตมักจะพักผ่อนแล้วก็กิน และสิ่งสำคัญก็คือคุณควรที่จะแน่ใจว่าการทำวัคซีนนั้นครบตามกำหนดและอย่าลืมนำประวัติการทำวัคซีนติดตัวไปด้วย เผื่อฟาร์มขอดูก่อนนำสัตว์เลี้ยงเข้าฝาก อย่าให้อาหารสัตว์เลี้ยงของคุณมากเกินไปก่อนที่จะนำไปฝาก การให้อาหารที่มากเกินไปนั้นไม่ใช่สิ่งจำเป็นและอาจส่งผลให้กระเพาะอาหารทำงานได้ไม่ดี สุดท้ายนี้ สัตว์เลี้ยงของคุณสามารถรับรู้และรู้สึกถึงความรู้สึกของผู้เลี้ยงได้ ดังนั้นเจ้าของหรือสมาชิกในครอบครัวไม่ควรแสดงอารมณ์โศกเศร้าที่จะต้องห่างจากสัตว์เลี้ยงของพวกคุณ ซึ่งจะส่งผลให้สัตว์เลี้ยงของคุณเกิดความเครียดที่ไม่จำเป็นเมื่อถูกนำไปที่ฟาร์ม

3.นำสัตว์เลี้ยงเข้าไปฝากในเวลาทำการ : ควรนำยาที่สัตว์เลี้ยงของคุณใช้อยู่ไปด้วย และอย่าลืมที่เขียนชื่อยาและเภสัชกรฝากไว้ให้กับฟาร์ม เพื่อที่ว่า ถ้าหากคุณกลับมาจากการพักผ่อนช้ากว่ากำหนดฟาร์มจะสามารถไปซื้อยามาให้สัตว์เลี้ยงของคุณได้ คุณควรใช้เวลาในการกรอกข้อมูลในการฝากสัตว์เลี้ยง เนื่อกจากฟาร์มต้องการรู้ข้อมูลต่างๆของคุณ เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ วันที่คุณจะกลับมารับสัตว์เลี้ยง หรือบริการต่างๆที่คุณต้องการเพิ่ม และที่สำคัญคือที่อยู่หรือคนที่สามารถติดต่อได้หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น ถ้าหากสัตว์เลี้ยงของคุณมีปัญหาอื่นๆหรือข้อมูลที่แตกต่างไปจากแบบฟอร์มที่ฟาร์มให้กรอก เช่น กลัวเสียงฟ้าร้อง หรือหูหนวก คุณควรจะแจ้งหรือเขียนระบุปัญหาเหล่านั้นลงไปในแบบฟอร์มเพื่อที่จะให้ผู้ดูแลฟาร์มรับรู้ ซึ่งข้อมูลต่างๆเหล่านี้จะช่วยให้ฟาร์มดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะเวลามีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น คนทั่วไปสามารถให้อาหารสัตว์เลี้ยงคุณได้ตราบใดที่ไม่มีสิ่งผิดปกติอะไรเกิดขึ้น แต่สิ่งที่คุณจ้าของทั้งหลายต้องการก็คือคนที่มีความเป็นมืออาชีพมากพอที่จะสามารถเข้าถึงและจัดการเหตุการฉุกเฉินต่างๆที่เกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของคุณ อย่าแปลกใจถ้าหากคนดูแลฟาร์มบอกให้คุณทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ในสำนักงานแทนที่จะอนุญาตให้คุณนำสัตว์เลี้ยงไปไว้ในที่ที่เค้าจะอยู่ในฟาร์ม เนื่อจากการกระทำแบบนี้นั้น สุนัขของคุณจะสามารถเห็นคุณเดินจากไปและสามารถรับรู้ได้ว่าคุณไว้ใจให้ผู้ดูแลฟาร์มดูแลเค้า และการกระทำนี้จะช่วยลดโอกาสการเกิดพฤติกรรมที่ว่า ถ้าหากคุณนำสุนัขของคุณไปไว้ในที่ที่เค้าจะอยู่ เค้าอาจจะคิดว่าคุณต้องการที่จะให้เค้าเฝ้าพื้นที่ตรงนี้ไว้ ซึ่งจะส่งผลให้สุนัขดุร้าย

4. ทำใจให้สบายและมีความสุขกับการพักผ่อนในวันหยุด : อย่าลืมว่าคุณได้ฝากสัตว์เลี้ยงของคุณไว้กับมืออาชีพในการดูแลสัตว์เลี้ยง ดังนั้นสัตว์ที่อยู่ในฟาร์มจะได้รับการดูแลและเอาใจใส่ที่ดีและถูกต้องตามหลักการมากกว่าที่อยู่ที่บ้านก็เป็นได้

การรับสัตว์เลี้ยงกลับบ้าน

เมื่อคุณกลับมาจากการท่องเที่ยวแล้ว ลองทำตามขั้นตอนเหล่านี้ดู เพื่อที่คุณและสัตว์เลี้ยงของคุณจะได้มีความประทับใจที่ได้กลับมาเจอกันใหม่

  1. มารับสัตว์เลี้ยงของคุณในเวลาทำการ : การที่เข้ามาที่ ฟาร์ม นอกเวลาทำการนั้นไม่เพียงแต่จะสร้างความลำบากให้กับผู้ดูแลฟาร์มแล้วยังจะรบกวนสัตว์เลี้ยงที่พักผ่อนอยู่ด้วย และยังอาจจะส่งผลให้การมาที่ฟาร์มของคุณเสียเปล่าเพราะคนดูแลฟาร์มทั้งหมดอาจจะทำงานอยู่ในส่วนที่เลี้ยงสัตว์และไม่อาจทราบถึงการมาของคุณ ซึ่งเหตุผลเหล่านี้องทำให้หลายๆฟาร์มมีการเก็บค่าบริการเพิ่มเมื่อเจ้าของมารับสัตว์เลี้ยงนอกเวลาทำการ
  2. สอบถามเกี่ยวกับเวลาที่สัตว์เลี้ยงของคุณอยู่ที่ฟาร์ม : ลองถามดูว่า สัตว์เลี้ยงของคุณเป็นอย่างไรบ้าง เค้าปรับตัวได้ดีเข้ากับอาหารใหม่หรือสิ่งแวดล้อมใหม่ๆได้ดีหรือไม่ หรือสัตว์เลี้ยงของคุณได้มีการแสดงพฤติกรรมแปลกๆหรือต้องการการดูแลที่แตกต่างหรือพิเศษต่างจากสัตว์ตัวอื่นหรือไม่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกอยู่ในประวัติของสัตว์เลี้ยงที่ฟาร์มเพื่อที่จะช่วยให้การนำสัตว์เลี้ยงของคุณมาฝากครั้งต่อไปราบรื่นมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากครั้งถัดไปคุณไปใช้บริการฟาร์มอื่นๆคุณก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปบอกให้ผู้ที่จะดูแลสัตว์ของคุณได้
  3. งดน้ำงดอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมงเมื่อกลับบ้าน : เมื่อนำแมวกลับบ้าน แมวจะใช้เวลาในการปรับตัวเท่ากับเวลาที่เค้าปรับที่ตอนคุณนำเค้าไปฝากที่ฟาร์ม แต่สุนัขจะตื่นเต้นมากๆเมื่อเห็นคุณกลับมา และเมื่อสุนัขตื่นเต้น สุนัขมีแนวโน้มที่จะกินอาหารและน้ำอย่างรวดเร็วซึ่งจะส่งผลให้อ้วกหรือท้องเสียได้แม้ว่าคุณจะเคยวางอาหารและน้ำไว้ให้สุนัขของคุณตลอด แต่คุณก็ควรงดน้ำและอาหารของเค้าหลังกลับถึงบ้าน ถ้าหากสุนัขหิวน้ำจริงๆ แนะนำให้ให้เป็นก้อนน้ำแข็งดีกว่าเอาน้ำให้ รอให้สุนัขของคุณใจเย็นก่อนประมาณ 4 ชั่วโมงแล้วค่อยนำอาหารและน้ำมาวางให้
  4. ติดต่อผู้ดูแล ฟาร์ม ถ้าหากคุณมีคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงของคุณหลังนำกลับบ้าน : บางครั้งเจ้าของบางคนก็มีความกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงที่มากเกินไป และพฤติกรรมที่เจ้าของเกิดความกังวลนั้นอาจจะเป็นพฤติกรรมที่ปกติของสัตว์อยู่แล้วก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น สุนัขส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะนอนเป็นวันหรือสองวันติดต่อกันหลังจากกลับบ้านซึ่งเป็นผลจากการที่เค้าได้กลับมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เค้ารู้สึกปลอดภัยและเงียบสงบหลังจากการตื่นเต้นที่ไปอยู่ที่ฟาร์มมา แต่อย่างไรก็ตามคุณเจ้าของก็ควรที่จะสังเกตพฤติกรรมใดๆที่แตกต่างไปจากเดิมของสัตว์เลี้ยงของคุณและติดต่อกับผู้ดูแลฟาร์มเพื่อสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมที่แปลกไป ซึ่งฟาร์มที่อยู่ภายใต้การรับรองของ ABKA นั้นมีความยินดีที่จะตอบคำถามต่างๆเพื่อที่จะให้คุณเข้าใจถึงกระบวนการและพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงของสัตว์เลี้ยงของคุณ

สรุป

ฟาร์มที่เป็นสมาชิกของ ABKA นั้นได้มีการลงทุนต่างๆมากมายเพื่อให้เข้าถึงความเป็นมืออาชีพผ่านทางการฝึกสอนและเรียนรู้ซึ่งส่งผลให้คนที่ดูแลฟาร์มมีความเป็นมืออาชีพและมีความรู้ที่ถูกต้องในการดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณ ดังนั้นนี่เป็นสิ่งที่สามารถรับประกันได้ว่า เมื่อคุณนำสัตว์เลี้ยงมาฝากแล้ว เวลาที่สัตว์เลี้ยงของคุณต้ิองห่างจากเจ้าของจะเป็นช่วงเลาที่ปลอดภัยและสัตว์เลี้ยงจะสามารถมีความสุขได้มากที่สุดเท่าที่จะมีได้

ฟาร์ม ที่เป็นสมาชิกของ ABKA นั้นถือเป็นทีมที่สามารถดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทีมนั้นประกอบด้วย สัตว์เลี้ยงของคุณ สัตวแพทย์ ฟาร์ม และเจ้าของสัตว์ ซึ่งสมาชิกของ ABKA นั้นมีความยินดีอย่างยิ่งที่คุณจะเข้ามาเยี่ยมชมสถานที่และให้พวกเค้าได้คุ้นเคยกับทั้งคุณเจ้าของและสัตว์เลี้ยงของคุณ และพวกเค้าก็พร้อมที่จะอธิบายบริการต่างๆให้กับคุณอย่างเต็มใจ ซึ่งการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับฟาร์มนั้นจะทำให้การนำสัตว์เลี้ยงมาฝากนั้นง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นทั้งกับตัวคุณ ครอบครัวและสัตว์เลี้ยงของคุณ

อย่าลืมลองอ่านเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆจากบทความนี้ก่อนและหลังที่จะนำสัตว์เลี้ยงของคุณไปฝากก็จะช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีประสบการณ์ที่ดีในการฝากเลี้ยงและยังทำให้คุณและสมาชิกในครอบครัวได้ใช้ชีวิตในวันหยุดและพักผ่อนแบบไร้กังวล ทำการเตรียมตัวสัตว์เลี้ยงของคุณให้พร้อมและเชื่อใจในฟาร์มของคุณว่าจะจะดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณได้อย่างปลอดภัยและเมื่อคุฯกลับมารับสัตว์เลี้ยงเค้าจะมีความสุขเมื่อได้เจอคุณอย่างแน่นอน ขอให้เที่ยวพักผ่อนในวันหยุดอย่างมีความสุข!

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ