เวชศาสตร์การกีฬา

ค่า BMI กับการเกณฑ์ทหาร วิธีการเพิ่มและลด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
ค่า BMI กับการเกณฑ์ทหาร วิธีการเพิ่มและลด

การเกณฑ์ทหารกับชายไทยคือสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นของคู่กัน อีกทั้งยังเป็นหน้าที่ของผู้ชายไทยที่อายุย่างเข้า 21 ปี จะต้องไปรับคัดเลือกการเป็นทหาร โดยเกณฑ์ที่ใช้เลือกนอกจากความสูงและรอบอกแล้ว การมีน้ำหนักมากหรือน้อยก็อาจมีผลกับการเกณฑ์ทหารด้วยเช่นกัน และเกณฑ์ที่จะรู้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นโรคอ้วนหรือไม่สามารถวัดได้จากค่า BMI

 ค่า BMI คืออะไร

ค่า BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกาย คือ ค่าการคำนวณทางสากลเพื่อหาน้ำหนักตัวที่สมดุล ซึ่งค่า BMI นี้จะเป็นตัวจำแนกว่าบุคคลนั้นมีน้ำหนักตัวเกินจนเป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักน้อยจนผอมมีค่าอยู่ที่เท่าไร แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าบุคคลนั้นจะมีน้ำหนักเหมาะสมได้อย่างชัดเจน เพราะต้องนำปัจจัยอื่นๆ เข้ามาช่วยพิจารณาประกอบด้วย อย่างเช่นพันธุกรรม พฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิต เป็นต้น

แต่ค่า BMI จะช่วยทำให้แพทย์สามารถนำมาใช้พิจารณา เพื่อดูอัตราความเสี่ยงของการเกิดโรคที่มากับความอ้วนได้ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือด โรคมะเร็งบางชนิด โรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคกระดูกพรุน โดยมีสูตรการคำนวณดังนี้ (เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป)

BMI (ดัชนีมวลกาย) = น้ำหนักตัว (กก.) / ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง ผลลัพธ์ที่ได้มีเกณฑ์ดังนี้

  • ผอมเกินไป (น้อยกว่า18.5) จัดว่ามีน้ำหนักน้อยเกินไป ทำให้เสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอแล้วส่งผลให้อ่อนเพลียง่าย ดังนั้นควรออกกำลังกายให้แข็งแรงและรับประทานอาหารให้เพียงพอ
  • น้ำหนักปกติ (18.6-22.9) ผู้ที่มีค่า BMI อยู่ในช่วงนี้จัดว่าดีที่สุด เพราะยังห่างไกลโรคอ้วนและมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต่างๆ น้อยที่สุด
  • น้ำหนักเกิน (23.0-24.9) จัดว่ามีความอ้วนอยู่ หากมีประวัติทางด้านกรรมพันธุ์ โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง ก็ยังคงมีความเสี่ยงมากกว่าคนปกติทั่วไป
  • อ้วน (25.0-29.9) ยังไม่ถึงเกณฑ์ที่อ้วนมาก แต่ก็มีโอกาสเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานหรือโรคความดันโลหิตสูงได้เช่นกัน
  • อ้วนมาก (30.0 ขึ้นไป) มีความอันตรายเพราะอ้วนมาก และเสี่ยงต่อโรคร้ายแรงที่แฝงมากับความอ้วน ซึ่งต้องระวังเรื่องไขมัน และควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำ

ค่า BMI กับการเกณฑ์ทหาร

จากกฎกระทรวง ฉบับที่ 74 (พ.ศ.2540) อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 41และมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ.2497 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ 2 โรคหรือสภาพร่างกายหรือสภาพจิตใจ ซึ่งไม่สามารถรับราชการทหารได้ตามมาตรา 41 คือข้อ 8 (จ) ภาวะอ้วน (Obesity) ซึ่งมีดัชนีความหมายของร่างกาย (Body Mass Index) ตั้งแต่ 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตรขึ้นไป

นั่นหมายความว่านอกจากเกณฑ์ที่ไม่สามารถเข้ารับราชการทหาร ซึ่งเจ็บป่วยด้วยโรคที่กำหนดโดยกฎของกระทรวงแล้ว โรคอ้วนยังถูกกำหนดให้ยกเว้นไม่ต้องเข้ารับราชการทหาร หากคนนั้นมีค่า BMI มากกว่า 35 ขึ้นไปนั่นเอง โดยจะต้องได้รับการบริการจากโรงพยาบาลของทหาร และการนำหลักฐานใบรับรองแพทย์มายืนยันเพียงเท่านั้น

วิธีการเพิ่มหรือลดค่า BMI

ค่า BMI จะแปรผันตามน้ำหนักตัว หากน้ำหนักตัวเพิ่มก็จะทำให้ค่า BMI เพิ่มขึ้น ถ้าน้ำหนักตัวลดก็จะทำให้ค่า BMI ลดลงเช่นเดียวกัน

หากได้ค่า BMI น้อยกว่า 18.5 นั่นหมายถึงมีน้ำหนักน้อยจนเกินไป ต้องเพิ่มน้ำหนักด้วยการรับประทานอาหารให้มากขึ้น โดยเน้นให้มีสารอาหารและปริมาณให้มากเกินพอ รวมทั้งรับประทานอาหารประเภทไขมันและน้ำตาลให้มากขึ้น

  • หากได้ค่า BMI มากกว่า 35 ขึ้นไป นั่นหมายถึงมีน้ำหนักมากเกินไปสำหรับส่วนสูง การลดน้ำหนักสำหรับคนอ้วน คือต้องออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งต้องจำกัดอาหารให้มีแคลอรีต่ำควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้การคัดเลือกเข้ารับการเกณฑ์ทหารยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอีกหลายอย่าง อาจขึ้นอยู่กับดุลพินิจและความต้องการในพื้นที่ที่คัดเลือกด้วย อย่างเช่นถ้าในเขตนั้นมีคนสมัครเต็ม ความต้องการทหารเกณฑ์ก็จะน้อยลง ผู้ที่มีค่า BMI เกิน 35 ก็จะถูกคัดออก แต่หากความต้องการทหารในพื้นที่นั้นมีมากและโรคอ้วนไม่เป็นอุปสรรคในขณะฝึก ก็อาจได้รับการเข้าคัดเลือกเพื่อเสี่ยงจับใบดำใบแดงอีกด้วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่