ความรู้สุขภาพ

ตรวจเลือด บอกโรค

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
ตรวจเลือด บอกโรค

Creatinine

วัตถุประสงค์

  • เพื่อจะตรวจสอบสมรรถนะการทำงานของ ไต โดยค่าครีเอทินีนที่ตรวจได้เป็นผลจากการออกแรงยืดหดหรือการใช้กล้ามเนื้อโครงร่าง (skeletal muscle) ทั่วร่างกายในชีวิตประจำวัน จึงค่อนข้างเป็นตัวเลขที่คงที่ สารของเสียอันเกิดจากการยึดหมดตัวของกล้ามเนื้อดังกล่าวมีชื่อเรียกว่า “creatinine phosphate”
  • Creatinine phosphate ที่เกิดขึ้นของแต่ละบุคคลจึงค่อนข้างคงที่เพราะไม่เกี่ยวกับอาหารที่กินมากนัก รวมทั้งไม่เกี่ยวกับตับและหากไปทำงานเป็นปกติมันก็จะขับออกทิ้งทางปัสสาวะพ้นร่างกายไปโดยเหลือทิ้งค้างในกระแสเลือดด้วยปริมาณคงที่ไว้จำนวนหนึ่งไม่มากนัก

คำอธิบายอย่างสรุป

  • Creatinine phosphate เป็นสารของเสียจากการใช้กล้ามเนื้อของตนเองในชีวิตประจำวัน (แม้แต่กล้ามเนื้อหัวใจ) ฉะนั้น ในร่างกายของผู้ที่เป็นนักกีฬาชนิดใดที่ต้องออกแรงมากๆ เช่น นักกีฬายกน้ำหนักนักเทนนิส หรือ กรรมกรแบกหาม จึงอาจมีค่า Creatinine สูงกว่าปกติบ้างเล็กน้อย
  • ในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ชนิดที่เป็นเนื้อแดงของหมู วัว คำที่ใช้เรียกตรงกับภาษาอังกฤษว่า “meat” ซึ่งส่วนเนื้อที่เป็นกล้ามเนื้อนั้นย่อมจะมี Creatinine phosphate แฝงอยู่ด้วยจำนวนหนึ่งโดยหากยิ่งทำให้ Creatinine phosphate สูงด้วยการใช้ความร้อนนั้นนานเช่น การตุ๋น ก็จะยิ่งทำให้ Creatinine phosphate จากเนื้อสัตว์ออกมาปนในอาหารเพิ่มค่าให้สูงยิ่งขึ้นมากกว่าปกติ
  • ตามปกติ ไตจะทำหน้าที่กรองและขับทิ้ง Creatinine phosphate เช่นเดียวกับ urea nitrogen (ของ BUN) แต่ค่า Creatinine phosphate จะแสดงผลให้เห็นถึงประสิทธิภาพของไตแน่นอนกว่า

ค่าปกติของ Creatinine phosphate

  1. ให้ยึดถือตามข้าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)
  2. ค่าปกติทั่วไป

ผู้ชาย  =  Creatinine : 0.6 - 1.2 mg/dL
ผู้หญิง  =  Creatinine : 0.5 - 1.1 mg/dL
วัยรุ่น  =  Creatinine : 0.5 - 1.0 mg/dL
เด็ก  =  Creatinine : 0.3 – 0.7 mg/dL

ค่าผิดปกติ

  • ในทางน้อย อาจแสดงผลว่า
    • เกิดอาการอ่อนแรง หรือเป็นบุคคลที่ไม่ใคร่จะได้เขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกาย (debilitation)
    • เกิดจากมวลกล้ามเนื้อลดลง เช่น อาจเกิดโรคกล้ามเนื้อลีบ (muscular dystrophy) โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้ายแรง (myasthenia gravis, MG)
  • ในทางมาก อาจแสดงผลว่า
    • มีปัญหาจากเหตุสำคัญต่อไตหรือโรคไตอย่างใดอย่างหนึ่ง
    • อาจมีเหตุสำคัญหรือโรคร้ายแรงนำไปสู่สภาวะของโรคกล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis)
    • อาจเกิดจากสภาพร่างกายใหญ่โตไม่สมส่วน (acromegaly) เช่น โตเกินวัย หรือโตเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ผิดปกติ (กรณีตัวอย่าง เช่น สูงผิดปกติ)
    • อาจเกิดสภาพร่างยักษ์ (gigantism)

Uric acid

วัตถุประสงค์

เพื่อจะตรวจสอบว่าในเลือดไม่กรดยูริก (uric acid) ที่มีค่าสูงเกินไปหรือไม่เนื่องจากหากปล่อยให้มีค่าสูงเกินเกณฑ์ปกติไปนั้นนานๆ ย่อมมีโอกาสเสี่ยงที่จะนำไปสู่การเกิดโรคเกาต์ ทำให้ปวดตามข้อกระดูกต่างๆ

คำอธิบายอย่างสรุป

  • โรคเกาต์ มักออกเสียงว่า “เก๊า” เป็นชื่อโรคในภาษาอังกฤษ (ไม่ใช่มาจากภาษาจีน) สะกดตรงตัวว่า “gout” โดยอาศัยร่างศัพท์ดั้งเดิมของภาษาละตินมาจากคำว่า “gutta” ที่มีความหมายว่า “a drop” (หยดลง) โดยให้ความหมายเป็นนัยว่า หากขีนปล่อยให้กดยูริกทิ้งอยู่ในกระแสเลือดไปนั้นนานๆ มันก็จะจับตัวกัน “หยดลง” กลายเป็นเกลือยูเรต (urate) แล้วเข้าแทรกอยู่ตามข้อต่อของกระดูกในรูปผลึกเป็นรูปหนามแหลมสร้างความปวดร้าวตรงข้อต่อให้แก่เจ้าของร่างกาย
  • ผู้ที่ละเลยให้มีค่ากดยูริกเกินเกณฑ์ปกติไปนั้นนานจะได้ชื่อว่าเป็นโรคอีกชื่อหนึ่งว่า “hyperuricemia” (โรคยูริกสูง) ทั้งนี้เมื่อกดยูริกในเลือดมีความเข้มข้นมากขึ้นมันก็จะตกผลึกจับตัวกันเป็นของแข็งกลายเป็นสารคริสตัล (crystals) มีลักษณะปลายหนามแหลมคมไส้อยู่ในช่องระหว่างข้อต่อของกระดูก
  • ข้อต่อของกระดูกที่โรคเกาต์มันมากสร้างความปวดร้าว ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยการเก็บตัวเลขทางสถิติจากมากไปน้อยเรียงตามตำแหน่งกระดูกที่ปวดได้ดังนี้
    • นิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วเท้าอื่นๆ
    • ข้อเท้า
    • ส้นเท้า
    • ฝ่าเท้า
    • หัวเข่า
    • นิ้วมือ
    • ข้อมือ
    • ข้อศอกกระดูกสันหลัง
  • สำหรับอาการของโรคเกาต์ ก็อาจจะเกิดอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเกิดขึ้นได้พร้อมพร้อมกันด้วยอาการดังนี้
    • ปวดเหมือนเข็มแทง (ในความเป็นจริง ก็อาจ เกิดจากปลายคริสตัลมันแทงก็ได้)
    • บวม
    • ผิวหนังออกสีแดง
    • เอามือสัมผัส จะรู้สึกอุ่นมือ
    • ข้อกระดูกตรงส่วนนั้นจะแข็งขยับเขยื้อนยาก
  • ผู้ที่เคยปวดทรมานจากโรคเกาต์ได้เคยเล่าให้ผมฟังว่า มันจะปวดร้าวมากชนิดที่รู้สึกว่าจะกระเทือนไม่ได้เลย ขนาดลมพัดเพียงใบไม้ไหวผ่านมาเบาๆ ก็ยังรู้สึกว่าอาการปวดนั้นมันจะรุนแรงมากขึ้นในที่สุดถึงขั้นที่เพียงแมวเดินผ่านมาใกล้ๆ กับหัวแม่เท้าที่มีปัญหาก็ทำให้รู้สึกปวดเพิ่มขึ้นมาได้ !
  • ในทางการแพทย์ ท่านทราบนานแล้วว่าอาหารที่มีสารพิวรีนสูงนั้นเมื่อมนุษย์กินเข้าไปแล้วจะถูกร่างกายแตกตัวจนถึงขั้นสุดท้ายแล้วก็จะทำให้เกิดเป็นกรดยูริกซึ่งนับเป็นสารของเสียที่ไตจะมีบทบาททำให้ผลร่างกายทางน้ำปัสสาวะออกไปประมาณ 75% ส่วนอีกประมาณ 25% ก็จะขับออกทางลำไส้ปนออกมากับกากอาหารในกรณีน้ำปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงด้วยกรดยูริกก็มีโอกาสจะสร้างนิ่วในไตให้เกิดขึ้นได้เหมือนสร้างคริสตัลในข้อกระดูก
  • พิวรีนในอาหาร
    • อาหารที่มีค่าพิวรีนสูง ได้แก่ เนื้อแดงของวัว เนื้อหมู เนื้อแกะ เนื้อปลาทะเล และปลากระป๋อง และอาหารที่ใช้เชื้อรา (yeast) เป็นองค์ประกอบ เช่น ขนมปัง (หมัก, หวาน) เบียร์ ไวน์ เครื่องในสัตว์ ทุกชนิด
    • อาหารที่มีค่าพิวรีนปานกลาง-ต่ำ ได้แก่ ข้าว ผักสด ผลไม้สด เมล็ดพืช ถั่วเม็ดใหญ่ เช่น เกาลัด

ค่าปกติของ BUN

  1. ให้ยึดถือตามข้าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)
  2. ค่าปกติทั่วไป

ผู้ชาย  =  Uric acid : 4.0  -  8.5 mg/dL
ผู้หญิง  =  Uric acid : 2.7  -  7.3 mg/dL
เด็ก  =  Uric acid : 2.5 -  5.5 mg/dL

ค่าวิกฤตของ Uric acid

ค่าใด ๆ ที่มากกว่า 12  mg/dL

ค่าผิดปกติ

  • ในทางน้อย อาจแสดงผลว่า
    • อาจกำลังเกิดโรค “Wilson’s disease” ซึ่งเกิดจากการที่ตับต้องเก็บสะสมทองแดงไว้เกินขนาด ทำให้ตับหย่อนประสิทธิภาพลงจนสลายสารพิวรีนออกมาเป็นกรดยูริก ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น
    • อาจเกิดสภาวะ “Fanconi syndrome” อันเนื่องมาจากได้รับสารโลหะหนักมากเกินไป น ปรอท ตะกั่ว แคดเมียม (มักติดมากับหอยชายทะเลน้ำตื้น)
    • อาจเกิดความเป็นพิษจากตะกั่ว (lead poisoning) ซึ่งมีผลทำลายต่อตับ จากการรับสารตะกั่วเป็นเวลานาน
  • ในทางมาก จำเป็นต้องพิจารณาออกเป็น 2 กรณี กล่าวคือ
    • กรณีที่ 1 ได้มีการสร้างกรดยูริกเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้นอย่างผิดปกติ ทั้งๆที่ ไตมีสภาพปกติดี แต่ก็ขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะไม่ทัน ค่ากรดยูริกจึงสุงขึ้น
    • กรณีที่ 2 ในกรณีมิได้กินอาหารที่มีพิวรีนสูง ประกอบกับตับก็เป็นปกติดี มิได้ผลิตกรดยูริกส่งเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น แต่ไตมีปัญหา ทำงานไม่เป็นปกติ อย่างนี้ก็อาจทำให้ค่ายูริกในกระแสเลือดมีระดับสูงขึ้นได้

คราวนี้จะได้พิจารณาถึงลของแต่ละกรณี

  • กรณีที่ไตเป็นปกติดี แต่ค่ากรดยูริกในกระแสเลือดถูกตรวจพบว่า สูงขึ้นมากกว่าปกติ อาจแสดงผลว่า
    • กินอาหารที่มีพิวรีนมากเกินไป
    • โดยที่สารประกอบพิวรีนและเป็นองค์ประกอบประมาณครึ่งหนึ่งของรหัสพันธุกรรมหรือ DNA (deoxyribonucleic acid)

ฉะนั้นความผิดปกติใดๆ ของตับในการเผาผลาญผิวรีน (purine metabolism)สูญสลายมากขึ้น จึงอาจทำให้การสร้างเซลล์ใหม่ขาดวัตถุดิบจนถึงขั้นอาจมีการผิดเพี้ยนในเซลล์เกิดใหม่นั่นคือโอกาสที่จะเกิดเซลล์กลายพันธุ์และกลายเป็นเซลล์มะเร็งขึ้นได้  โดยเหตุนี้ หากค่า uric acid มีระดับสูงขึ้นมาก ๆ ทั้ง ๆ ที่ไปมีสภาวะเป็นปกติดีจึงจำเป็นต้องนึกถึงการแพร่กระจายของมะเร็งว่าอาจเกิดจากมะเร็งไขกระดูก (multiple myeloma) หรืออาจเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว (leukemia)

  • อาจเกิดจากสภาวะเม็ดโลหิตแดงแตกสลาย (hemolysis)ทำให้กรดนิวคลิอิก (nucleic acid) หลุดออกมาสู่กระแสเลือดและปรับเปลี่ยนต่อไปเป็นกรดยูริกจึงทำให้ค่า Uric acid สูงขึ้น
  • อาจเกิดจากสาเหตุใดๆ ที่ทำให้เกิดสภาวะโรคกล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis) ทั้งนี้กรดยูริกจะเป็นผลผลิตสุดท้ายของการสลายที่ล่องลอยในกระแสเลือดโดยเหตุนี้ค่า uric acid จึงมีระดับสูงขึ้น       ความสำคัญของข้อนี้ มันอยู่ตรงข้อความที่ว่า สาเหตุใดๆ ที่ทำให้เกิดสภาวะกล้ามเนื้อสลาย ซึ่งในทางการแพทย์อาจเป็นที่รับรู้กันแล้วว่ามีเหตุได้บ้างแต่สาเหตุสำคัญซึ่งไม่ค่อยมีใครพูดถึงกัน ก็คือการกินยากลุ่มสตาติน (statin) ที่มีชื่อทางการค้า (ขออภัยที่จะไม่เอ่ยชื่อ อย่าจริงๆของเขา) ที่มีสำเนียงลงท้ายว่า “เตอร์ๆ” หรือ “เคอร์ๆ”

ผู้ที่ให้ความรู้อันเป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ คือ แพทย์หญิงดร. เบียร์ทริซ เอ. โกลอมบ์ (Beatrice A. Golomb, M.D., Ph.D.) แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ที่ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา คุณหมอ ดร. โกลอมบ์. ท่านได้รายงานไว้ชัดเจนว่ากลุ่มยาสตาติน (ที่กินเพื่อหวังจะใช้ลดคลอเรสเตอรอลกันแพร่หลายไม่ว่ายาจะมีชื่อใด) ล้วนแล้วแต่มีผลข้างเคียงที่อาจทำให้ผู้กินยาเกิดสภาวะโรคกล้ามเนื้อสลาย (rhabdomyolysis) และสิ่งที่สลายซึ่งลอยในเลือดนั้นจะมีพี่ต่อไปจนอาจทำให้ไตวายและอาจเสียชีวิตในที่สุด

สิ่งที่สลายนั้นส่วนหนึ่งก็คือมันจึงทำให้ระดับที่ตรวจพบในกระแสเลือดสูงขึ้นและสภาวการณ์ดังว่านี้มีโอกาสเกิดง่ายขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่สูงอายุ

  • กรณีที่ตับเป็นปกติดีและมีได้กินอาหารที่มีสารพิวรีนสูงแต่ระดับค่า uric acid ในเลือดก็ยังอาจสูงแสดงผลว่า
    • อาจกำลังเกิดโรคไปเรื้อรัง (chronic renal disease) ซึ่งเป็นเหตุให้ขับของเสียต่างๆ รวมทั้ง uric acid ออกจากร่างกายได้น้อยลงจึงทำให้กดยูริกสะสมในกระแสเลือดจนมีระดับสูงขึ้น
    • อาจเกิดสภาวะความเป็นกรดจากโรคเบาหวานหรือเป็นกรดจากการอดอาหาร (diabetic acidosis or starvation acidosis) เนื่องจากน้ำตาจากเบาหวานก็ตาม หรือ สาร ketone จากการอดอาหารก็ตามจะไปปิดช่องทางของกรวยไต ทำให้ลดประสิทธิภาพการขับของเสียออกจากร่างกายโดยเหตุนี้จึงทำให้ uric acid ในเลือด มีระดับสูงขึ้น
    • อาจเกิดสภาวะไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป โดยเหตุที่ต่อมไทรอยด์ มีบทบาทในการควบคุมการเผาผลาญอาหารฉะนั้นในกรณีที่มัน ลดบทบาทลงซึ่งทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหารเกินความจำเป็นมีผลทำให้น้ำหนักร่างกายเพิ่มขึ้นและเกิดความผิดปกติอีกหลายประการ แต่ที่สำคัญซึ่งเกี่ยวกับ uric acid ก็คือมันจะเพิ่มระดับในกระแสเลือด
    • อาจเกิดจากโรคพิษแห่งครรภ์ (toxemia of pregnancy)
    • อาจเกิดจากโรคพิษสุราเรื้อรัง (alcoholism)เนื่องจากแอลกอฮอล์จะไปเล่นตับให้ส่งของเสียคือกดยูริกและของเสียตัวอื่นเข้าสู่กระแสเลือดจนปิดกั้นกรวยไต ทำให้ไตขับถ่ายทิ้งออกผลร่างกายไม่ทันจึงย่อมมีผลทำให้ uric acid ในเลือดอาจมีค่าสูงเกินปกติ

รูปหน้า 219

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง (พลเอกประสาร เปรมะสกุล) ได้โดยการซื้อหนังสือ (คู่มือแปลผลการตรวจเลือด)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง

หลากหลายวิธีเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง

7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน
7 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน

ใช้เทคนิคต่อไปนี้มาช่วยเผาผลาญพลังงานระหว่างการเดินกันเถอะ