ความดันโลหิตสูงในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ก.ย. 28, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,114,613 คน

คำว่า Hypertension จะหมายถึงการมีความดันโลหิตสูงกว่าปกติ ถ้าหากว่าความดันเพิ่มขึ้นจากสาเหตุโรคอื่นๆเราจะเรียกว่าเป็น secondary hypertension การที่แมวมีความดันเลือดสูงนั้นส่งผลต่อร่างกายแมวอย่างมากทั้งต่อหัวใจ ไต ตา และระบบประสาท ความดันเลือดสูงนั้นสามารถเกิดได้ทั้งในสุนัขและแมว หากต้องการศึกษาภาวะความดันเลือดสูงนี้ในสุนัขสามารถศึกษาได้ที่ PetMD health library

อาการ 

  • ชัก
  • เดินเป็นวงกลม
  • ตาบอด
  • รูม่านตาขยาย
  • แก้วตาลอกหลุด
  • มีเลือดออกในดวงตา
  • พบเลือดออกในปัสสาวะ
  • มีเลือดกำเดาไหล
  • ไตบวมหรือเหี่ยว
  • มีเสียงหัวใจที่มีความผิดปกติ
  • มีความอ่อนแรง
  • สามารถคลำเจอต่อมไทรอยด์

สาเหตุ 

สาเหตุของการเกิดความดันเลือดสูงในแมวนั้นยังไม่เป็นที่ทราบกัน แต่อย่างไรก็ตามอาจมีผลมาจากพันธุกรรมส่วนหนึ่ง มีการศึกษารายงานว่า 65% ของแมวที่มีปัญหาไตเรื้อรัง และ 87% ของแมวที่เป็นไฮเปอร์ไทรอยด์จะพบว่ามีความดันเลือดสูง อายุของแมวที่มีความดันเลือดสูงจะอยู่ระหว่าง 4-20 ปี

 แต่สำหรับ  Secondary hypertension พบว่า 80%ของแมวที่เป็นมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ได้แก่ โรคไต ฮอร์โมนไม่สมดุล และไฮเปอร์ไทรอยด์

โรคเบาหวานสามารถเป็นสาเหตุของความดันเลือดที่สูงขึ้นได้ แม้ว่าจะพบได้น้อยในแมว ถ้าหากว่าคุณสงสัยว่าแมวมความดันเลือดสูงในรีบพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย 

การวินิจฉัย

การวัดความดันในสุนัขนั้นจะทำเช่นเดียวกับในมนุษย์ โดยการวางแผ่นรัดไว้ที่บริเวณอุ้งเท้าหรือหาง และเริ่มทำการบีบเครื่องมือเพื่อวัดความดัน ซึ่งในขณะที่ทำการวัดแมวควรอยู่นิ่งเพื่อให้ได้ค่าที่ถูกต้อง

มาตรฐานของความดันเลือดแมว ได้แก่

  • 150/95 –ถ้าหากว่าต่ำกว่านี้จะจะมีความเสี่ยงน้อยที่จะเกิดความดันสูงและไม่จำเป็นที่จะต้องทำการรักษา
  • 160/119 to 179/100 – ควรเริ่มทำการรักษาเพื่อป้องกันความเสียหายของอวัยวะต่างๆ
  • 180/120 – ต้องทำการรักษาโดยทันทีเพื่อลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน

สัตวแพทย์จะต้องทำการวัดทั้งหมด 5 ใน 7 ครั้ง ซึ่งจะไม่นับครั้งแรกที่ทำการวัด ถ้าหากผลที่ได้ไม่น่าเชื่อจะต้องทำการวัดซ้ำอีกครั้ง

การรักษา

ขั้นแรกจะต้องทำการรักษาสาเหตุที่ทำให้เกิดความดันเลือดสูงก่อน ไม่อย่างนั้นแมวจะได้รับยาเพื่อควบคุมความดันเลือดอย่างไม่มีกำหนด ยาที่ใช้ในการรักษาจะเป็นยากลุ่มแคลเซียมแชแนลบล็อกเกอร์และกลุ่มของเบต้าบล็อกเกอร์ และสำหรับอาหารของแมว จะต้องเป็นอาหารที่มีระดับของโซเดียมต่ำ แมวจะต้องได้รับการวัดความดันเป็นประจำเพื่อตรวจเช็ค และอาจจะต้องมีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อดูการตอบสนองต่อการใช้ยาด้วย

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม