Doctor men
เขียนโดย
ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ผักแพว (ฺBlood leaf)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 398,427 คน

ผักแพว (ฺBlood leaf)

ผักแพว เป็นผักพื้นบ้านที่นิยมรับประทานในทั้งในภาคเหนือและภาคอีสาน เนื่องจากเป็นผักที่ให้รสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นหอม นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ทางยา แพทย์พื้นบ้านในหลายๆ ท้องถิ่น จึงนิยมนำผักแพวมาเข้าตำรับยา

ชื่อวิทยาศาสตร์ Iresine herbstii  Hook.

ชื่อวงศ์            AMARANTHACEAE

ชื่อพ้อง            Iresine diffusa  F. subsp. herbstii (Hook.) Petersen

ชื่ออังกฤษ         Blood-Leaf

ชื่อท้องถิ่น         ผักแผ่วสวน ผักแพวแดง ละอองใบด่าง อีแปะ

หมายเหตุ  ผักแพวที่กล่าวถึงในบทความนี้คือผักแพวแดง เป็นพรรณไม้คนละชนิดกันกับผักแพว ซึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Polygonum odoratum Lour. ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ว่า Persicaria odorata (Lour.) Soják จัดอยู่ในวงศ์ POLYGONACEAE

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของผักแพว

ต้นผักแพว เป็นพืชที่มีลำต้นตั้งตรงหรือแผ่กระจายอยู่บนผิวดิน สูงประมาณ 1 เมตร มีขนหยาบและแข็งปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงกันข้าม ใบที่อยู่ใกล้ยอด เรียงสลับกัน ส่วนใหญ่ไม่มีก้านใบ ใบรูปหอกหรือยาวแคบ ขนาดกว้าง 0.8-1.5 เซนติเมตร ยาว 2.5-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ โคนใบรูปหัวใจ ด้านบนเป็นตุ่มๆ มีขนแข็งออกมาจากตุ่ม มีขนหงิกงอประปราย ดอกเป็นดอกเดี่ยว ออกตามซอกใบ ใกล้เรือนยอด ใบใกล้ยอดจะลดรูปเห็นเป็นช่อที่ยอด กลีบเลี้ยงมี 5 กลีบติดกันที่โคน รูปใบหอกแกมรูปสามเหลี่ยม ยาว 1-2 เซนติเมตร ขนสีขาวหรือสีเทา ติดทนจนเป็นผล กลีบดอกติดกันเป็นรูปทรงกระบอก ปลายบานออกเล็กน้อย แยกเป็น 5 กลีบซ้อนบิดไปทางซ้าย กลีบเลี้ยงหุ้มเกสรอยู่ ภายในมีผลแข็งขนาดเล็ก 4 ผล ยาว 3-4 เซนติเมตร ผลมีลักษณะเป็นรูปไข่แกมขอบขนาน

คุณค่าทางโภชนาการของผักแพว ต่อ 100 กรัม 

ให้พลังงาน 54 กิโลแคลอรี

  • คาร์โบไฮเดรต 7.7 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 1.9 กรัม
  • ไขมัน 0.5 กรัม
  • โปรตีน 4.7 กรัม
  • น้ำ 83.4%
  • วิตามินเอ 8,112 หน่วยสากล
  • วิตามินบี 1 0.05 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.59 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 3 1.7 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี 77 มิลลิกรัม
  • ธาตุแคลเซียม 79 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 2.9 มิลลิกรัม
  • ธาตุฟอสฟอรัส 272 มิลลิกรัม

ที่มา: กองโภชนาการ กรมอนามัย (ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย)

สรรพคุณของผักแพว

ตามตำราแพทย์แผนไทย กล่าวว่า รากผักแพวแดง มีฤทธิ์ร้อน ใช้สำหรับแก้โรคเกี่ยวกับลมในลำไส้ เช่น อาการจุกเสียด แน่นท้อง ท้องมาน กระเพาะอาหารพิการ อุจจาระพิการ และยังสามารถแก้ริดสีดวงจมูก แก้หืดไอ แก้เส้นประสาทพิการ แก้ปวดเมื่อยตามข้อกระดูก แก้เลือดตีขึ้น แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ รวมถึงใช้ปรุงเป็นยาบำรุงเลือดลมของสตรี ดังนี้

  • กรณีใช้เพื่อรักษาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการจุกเสียด แน่นท้อง เป็นต้น มักนำเข้าตำรับยาขับลมอื่นๆ เช่น ขิง พริกไทย ดีปลี เป็นต้น โดยนำตัวยาสมุนไพรมาต้มในน้ำเดือด ใส่น้ำ 3 ส่วน แล้วต้มให้น้ำงวดเหลือ 1 ส่วน รับประทานหลังอาหารวันละ 3 ครั้ง หรือหลังมีอาการ
  • กรณีใช้เพื่อรักษาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น อาการหืดไอ เป็นต้น มักนำเข้าตำรับยาบรรเทาไข้หวัดอื่นๆ เช่น หัวหอม ผิวมะกรูด ว่านหอมแดง เปราะหอม เป็นต้น โดยนำสมุนไพรสดมาโขลกหยาบๆ แล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง นำมาสุมกระหม่อมในเด็กที่มีอาการไข้หวัด จะช่วยบรรเทาอาการหืดไอและคัดแน่นจมูกได้
  • กรณีใช้เพื่อรักษาเกี่ยวกับอาการประจำเดือนมาไม่ปกติหรือบำรุงเลือดลมในสตรี มักนำเข้าตำรับยาบำรุงเลือดอื่นๆ เช่น ไพล เจตมูลเพลิง แสมสาร แสมทะเล เป็นต้น โดยนำสมุนไพรมาต้มในน้ำเดือด ใส่น้ำ 3 ส่วน แล้วต้มให้น้ำงวดเหลือ 1 ส่วน รับประทานหลังอาหารวันละ 3 ครั้ง ติดต่อกัน 15 วัน
  • กรณีใช้เพื่อรักษาอาการเกี่ยวระบบกล้ามเนื้อและกระดูก มักนำเข้าตำรับกับสมุนไพรอื่นๆ เช่น ม้ากระทืบโรง กันเกรา โมกมัน เป็นต้น โดยนำสมุนไพรมาดองในเหล้า 40 ดีกรี ดื่มรับประทานเพื่อบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง และบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย

ผักแพวสามารถต้านมะเร็งได้หรือไม่?

ในปี ค.ศ. 2012 มีการศึกษาวิจัยโดยนำสารสกัดจากใบผักแพวไปทดสอบกับเซลล์มะเร็งปากมดลูกในหลอดทดลอง พบว่าสารสกัดจากใบผักแพวสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ และช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การศึกษาวิจัยนี้เป็นเพียงการทดลองในระดับหลอดทดลองเท่านั้น ยังต้องมีการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติม

การนำผักแพวมาปรุงอาหาร

ยอดอ่อนและใบอ่อนของพักแผว ใช้รับประทานเป็นผักสด หรือใช้แกล้มกับอาหารที่มีรสจัด ใช้เป็นเครื่องเคียงของอาหารอีสาน อาหารเหนือ อาหารเวียดนาม เช่น แหนมเนือง เป็นต้น หรือนำมาหั่นเป็นฝอยเป็นส่วนประกอบอาหารประเภทลาบ ลู่ ตำซั่ว ก้อยกุ้งสด ข้าวยำ  

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการรับประทานผักแพว

หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักแพว เนื่องจากผักแพวมีฤทธิ์ร้อน และมีสรรพคุณช่วยขับประจำเดือน รวมถึงมีผลต่อการบีบตัวของมดลูก จึงอาจเสี่ยงต่อการตกเลือดได้


ที่มาของข้อมูล

มูลนิธิส่งเสริมการแพทย์แผนไทยเดิมฯ, ตำราเภสัชกรรมไทย, 2547.

เสงี่ยม พงษ์บุญรอด, ไม้เทศเมืองไทย, 2522.

วุฒิ วุฒิธรรมเวช, เครื่องยาไทย 1, 2552.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป