Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพผู้หญิง

ท่อนำไข่อุดตัน สาเหตุ การตรวจ และการรักษา

ตั้งครรภ์ยาก ตั้งครรภ์นอกมดลูก อาจเกิดจากภาวะท่อนำไข่อุดตัน รู้ก่อน รักษาทัน
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,704,412 คน

ท่อนำไข่อุดตัน สาเหตุ การตรวจ และการรักษา

ท่อนำไข่  เป็นท่อบางๆ สองท่อ แต่ละท่ออยู่ในมดลูกแต่ละข้าง มีหน้าที่ช่วยนำไข่ที่เจริญเต็มที่แล้วจากรังไข่มายังมดลูก เมื่อเกิดการอุดกั้นป้องกันไม่ให้ไข่เดินทางมาตามท่อนำไข่ได้ ผู้หญิงก็จะมี “ภาวะท่อนำไข่อุดตัน” ซึ่งอาจเกิดขึ้นข้างเดียว หรือทั้งสองข้างก็ได้

ภาวะท่อนำไข่อุดตันยังเป็นที่รู้จักกันในปัจจัยเรื่องการมีบุตรยาก โดยเป็นสาเหตุของการมีบุตรยากมากถึง 40% ในกลุ่มผู้หญิงที่มีภาวะดังกล่าว

ท่อนำไข่อุดตันทำให้มีบุตรยากได้อย่างไร

เมื่อเกิดการตกไข่ในแต่ละเดือน ไข่จะถูกปล่อยออกมาจากรังไข่ข้างใดข้างหนึ่ง และเดินทางผ่านมาทางท่อนำไข่เข้าสู่มดลูก อสุจิจำเป็นต้องว่ายมาจากปากมดลูก ผ่านมดลูก ผ่านท่อนำไข่ เพื่อจะมาให้ถึงไข่ การปฏิสนธิมักเกิดขึ้นขณะที่ไข่กำลังเดินทางมาตามท่อนำไข่ 

หากท่อนำไข่ข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างเกิดการอุดตัน ไข่ก็ไม่สามารถมาที่มดลูกได้ และอสุจิก็ไม่สามารถมาถึงไข่ได้ ทำให้ไม่เกิดการปฏิสนธิ และการตั้งครรภ์ 

บางรายท่อนำไข่อาจไม่ได้อุดตันโดยสมบูรณ์ แต่อุดตันเพียงบางส่วน ซึ่งสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ในท่อนำไข่ หรือที่เรียกว่า การตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) ได้

ลักษณะอาการของท่อนำไข่อุดตัน

  • ภาวะนี้แทบไม่ก่อให้เกิดอาการ ต่างจากการไม่มีไข่ตก ซึ่งประจำเดือนที่มาไม่สม่ำเสมออาจช่วยบ่งบอกปัญหาได้
  • ชนิดของการอุดตันของท่อนำไข่แบบพิเศษที่เรียกว่า Hydrosalpinx* หรือท่อนำไข่โป่งพองเป็นถุงน้ำ อาจทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อย และตกขาวผิดปกติได้ แต่ไม่ใช่ว่าผู้หญิงทุกคนจะมีอาการ

อย่างไรก็ตาม สาเหตุบางประการของท่อนำไข่อุดตันก็สามารถนำไปสู่ปัญหาอื่นได้ เช่น 

  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) 
  • ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic inflammatory disease) 
  • อาจทำให้มีอาการปวดประจำเดือน และเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ แต่อาการเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกถึงการอุดกั้นของท่อนำไข่เสมอไป

ภาวะท่อนำไข่อุดตันเกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือ “ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ” ซึ่งเป็นผลมาจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

ภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบไม่ได้เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เสมอไป ถึงแม้ว่าจะหายจากภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบแล้ว แต่ประวัติการเคยมีภาวะดังกล่าว หรือการติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการอุดตันของท่อนำไข่

สาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้เกิดท่อนำไข่อุดตันได้

  • การติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะกำลังติดเชื้อ หรือเคยติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อ Chlamydia (คลามายเดีย) หรือ Gonorrhea (โกโนร์เรีย)
  • ประวัติการติดเชื้อในมดลูกจากการแท้งบุตรหรือการทำแท้ง
  • ประวัติไส้ติ่งอักเสบและแตก
  • ประวัติการผ่าตัดในช่องท้อง
  • เคยตั้งครรภ์นอกมดลูกมาก่อน
  • การผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับท่อนำไข่ก่อนหน้า
  • ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

การวินิจฉัยภาวะท่อนำไข่อุดตัน

ภาวะท่อนำไข่อุดตันมักได้รับการวินิจฉัยจากการตรวจพิเศษทางรังสี เรียกว่า การตรวจฉีดสีดูท่อนำไข่และมดลูก (Hysterosalpingogram: HSG)

ขั้นตอนการตรวจ แพทย์จะฉีดสารทึบรังสีผ่านทางปากมดลูกโดยใช้ท่อเล็กๆ เมื่อฉีดเข้าไปแล้ว แพทย์จะถ่ายภาพเอกซเรย์บริเวณท้องน้อย หากทุกอย่างเป็นปกติ สารทึบรังสีจะผ่านเข้าไปในมดลูก ผ่านท่อนำไข่ และผ่านออกมาสู่รอบๆ รังไข่ เข้าสู่อุ้งเชิงกราน หากสารทึบรังสีผ่านท่อนำไข่ไปไม่ได้ อาจแสดงถึงการมีภาวะท่อนำไข่อุดตัน

เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้ว่า ผู้หญิง 15% มีการตรวจเป็นผลบวกลวงได้ เนื่องจากสารทึบรังสีไม่สามารถผ่านมดลูกไปยังท่อนำไข่ได้ เพราะการอุดตันในกรณีนี้เกิดขึ้นที่รอยต่อของท่อนำไข่และมดลูกพอดี หากเป็นเช่นนี้ แพทย์อาจนัดตรวจใหม่อีกครั้ง หรือตรวจยืนยันด้วยวิธีอื่นแทน

วิธีการตรวจอื่นๆ

  • การทำอัลตราซาวน์
  • การส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก (Hysteroscopy) ซึ่งจะใช้กล้องผอมๆ เล็กๆ ส่องผ่านปากมดลูก เพื่อดูในโพรงมดลูก 
  • อาจตรวจเลือดเพื่อหาแอนติบอดี้ต่อ Chlamydia ซึ่งบ่งชี้เรื่องการติดเชื้อที่กำลังมีอยู่ หรือเคยมีในอดีต

วิธีการรักษาเมื่อมีภาวะท่อนำไข่อุดตัน เพื่อการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัย

  • หากท่อนำไข่อีกข้างปกติดี อาจตั้งครรภ์ได้โดยไม่ต้องใช้ความช่วยเหลือมากนัก แพทย์จะให้ยากระตุ้นการเจริญพันธุ์ เพื่อเพิ่มการตกไข่ของรังไข่ข้างที่ท่อนำไข่ไม่อุดตัน แต่นี่ไม่ใช่ทางเลือกในกรณีที่ท่อนำไข่ทั้งสองข้างอุดตัน
  • ในบางกรณี การผ่าตัดส่องกล้องสามารถแก้การอุดตันของท่อนำไข่ หรือเอาเนื้อพังผืดที่ทำให้เกิดปัญหาออกไปได้ แต่การรักษานี้ไม่ได้ผลเสมอไป โอกาสที่จะสำเร็จขึ้นอยู่กับช่วงอายุ (ยิ่งอายุน้อยยิ่งดี) ตำแหน่ง ความรุนแรง และสาเหตุของการอุดตัน
  • หากมีเพียงพังผืดบางๆ ระหว่างท่อนำไข่และรังไข่ โอกาสที่จะตั้งครรภ์ได้หลังการผ่าตัดถือว่าดี 
  • หากมีการอุดตันของท่อนำไข่ที่ไม่มีปัญหาอื่นๆ อีก โอกาสที่จะตั้งครรภ์หลังการผ่าตัดจะเป็น 20-40%
  • หากมีพังผืดหนาหลายตำแหน่ง และมีพังผืดแผลเป็นอยู่ระหว่างท่อนำไข่และรังไข่ หรือหากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นท่อนำไข่โป่งพองเป็นถุงน้ำ การผ่าตัดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดี และยิ่งหากมีประเด็นเรื่องภาวะมีบุตรยากของฝ่ายชายด้วยแล้ว ยิ่งควรมองข้ามเรื่องการผ่าตัดไปได้เลย ในกรณีเหล่านี้ อาจรักษาด้วยการทำเด็กหลอดแก้ว (In Vitro Fertilization: IVF) จะเหมาะสมกว่า

ความเสี่ยงของการตั้งครรภ์นอกมดลูกจะสูงขึ้นหลังการผ่าตัดรักษาการอุดตันของท่อนำไข่ หากคุณอยู่ในกลุ่มเสี่ยง แพทย์จะนัดตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยในการตั้งครรภ์ 

*ภาวะ Hydrosalpinx เกิดขึ้นเมื่อการอุดตันที่ทำให้ท่อนำไข่โป่งพองเนื่องจากมีน้ำอยู่เต็ม น้ำดังกล่าวจะขัดขวางไข่และอสุจิ ป้องกันไม่ให้เกิดการปฏิสนธิและการตั้งครรภ์

 


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป