Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

เลือดออกตามไรฟัน (Bleeding gums)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 796,646 คน

อาการเลือดออกตามไรฟัน คืออาการของโรคเหงือกที่พบได้ทั่วไป แต่หากมีความรุนแรงก็อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้

อาการเลือดออกตามไรฟันหรือตามเหงือก สามารถเกิดจากการแปรงฟันแรงเกินไปหรือการสวมใส่ฟันปลอมที่ไม่พอดีปากก็ได้ แต่หากเลือดออกตามไรฟันบ่อยครั้ง อาจบ่งชี้ไปถึงภาวะสุขภาพที่ร้ายแรงต่าง ๆ ได้ เช่น

โฆษณาจาก HonestDocs
"งูสวัด" ภัยร้ายที่คืบคลานเข้ามาในตัวผู้สูงอายุ

ืพาผู้ใหญ่ในบ้านมา ฉีดวัคซีน ป้องกันไว้ก่อนเลยวันนี้ เพียง 3,575 บ. เท่านั้น

%e0%b8%87%e0%b8%b9%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%8835 internal ad
  • โรคปริทันต์อักเสบ (Periodontitis)
  • โรคลิวคีเมีย (Leukemia)
  • ภาวะขาดวิตามิน (Vitamin Deficiency)
  • ขาดเซลล์ที่ทำให้เกิดลิ่มเลือด

ภาวะในช่องปากที่ทำให้เกิดอาการเลือดออกตามไรฟัน

ปัญหาเกี่ยวกับการดูแลช่องปาก เป็นสาเหตุของอาการเลือดออกตามไรฟันที่พบได้ทั่วไป โดยเฉพาะโรคดังต่อไปนี้

  • โรคเหงือกอักเสบ เกิดจากคราบจุลินทรีย์ที่เกาะอยู่ตามพื้นผิวฟันที่บรรจบกับเหงือกเป็นเวลานาน คราบจุลินทรีย์ในที่นี้หมายถึงคราบของของเสียและแบคทีเรียที่เกาะเข้ากับตัวฟัน ซึ่งจะสร้างปัญหาหากไม่แปรงฟันและขัดฟันอย่างถูกต้อง เมื่อเวลาผ่านไปนานๆ จะทำให้คราบนี้กลายเป็นหินปูน (Tartar) ที่ทำให้เกิดเลือดออกตามไรฟันขึ้นมา และอาจทำให้เกิดอาการเหงือกพอง ปวดภายในปากและรอบเหงือกร่วมด้วย
  • โรคปริทันต์อักเสบ เกิดขึ้นเมื่อโรคเหงือกอักเสบเริ่มลุกลามจนเกิดการติดเชื้อที่เหงือก กระดูกกราม และเนื้อเยื่อรองรับที่เชื่อมฟันเข้ากับเหงือก ซึ่งโรคปริทันต์อักเสบจะทำให้ฟันคลอนและหลุดออก
  • ภาวะขาดวิตามิน C และ K สามารถทำให้เลือดออกตามไรฟันได้ง่ายขึ้น แต่ภาวะขาดวิตามินนี้มักไม่เกิดกับผู้ที่อาศัยในประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน C ได้แก่ ผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยว บล็อกโคลี มะเขือเทศ มันฝรั่ง พริกหยวก ส่วนอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน K ได้แก่ วอเตอร์เครส ผักเคล ผักโขม ผักสลัด ผักกาดเขียวปลี ถั่วเหลือง น้ำมันคาโนลา น้ำมันมะกอก

บางครั้งอาจพบว่าการตั้งครรภ์ก็ทำให้เลือดออกตามไรฟันได้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนทำให้เหงือกอ่อนไหวมากขึ้น และยังมีภาวะทางการแพทย์เช่น โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) และโรคลิวคีเมีย (Leukemia) ก็ทำให้เกิดเลือดออกตามไรฟันได้เช่นกัน

การรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน

การดูแลสุขภาพในช่องปาก เป็นขั้นตอนแรกในการรักษาอาการเลือดออกตามไรฟัน โดยปกติแล้วทุกคนควรเข้าพบทันตแพทย์อย่างน้อยสองครั้งต่อปี เพื่อทำความสะอาดในช่องปาก เช่น ขูดหินปูน รวมถึงตรวจอาการเบื้องต้นของโรคเหงือกอักเสบ และเป็นช่องทางเรียนรู้วิธีดูแลทำความสะอาดฟันด้วยแปรงสีฟันและไหมขัดฟันอย่างถูกต้อง จะช่วยกำจัดคราบจุลินทรีย์ได้

ทันตแพทย์บางคนอาจสอนวิธีใช้น้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อเพื่อลดการก่อตัวของหินปูนในปาก นอกจากนี้การบ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ ยังช่วยบรรเทาอาการเหงือกบวมที่อาจทำให้เลือดออกง่ายขึ้น

หากสุขภาพในช่องปากไม่ได้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะเลือดออกตามไรฟัน ก็ควรหาเวลาเข้าพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจร่างกายและเลือดเพื่อหาสาเหตุของอาการนี้อีกครั้ง โดยการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุหรือกรณีบุคคล

ที่มาของข้อมูล

Erica Roth, gingival hemorrhage (https://www.healthline.com/symptom/bleeding-gums), 11 ธันวาคม 2017

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ฟันเด็กเริ่มหลุดเมื่อไหร่ค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
กินชาทำให้ฟันเหลือง แล้วชาเขียวเกี่ยวรึเปล่าครับ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ถ้าฟันน้ำนมเราถอนเเล้วมันขึ้นมาอีก แล้วถอนอีกฟันจะขึ้นไหม
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ฟันน้องขึ้นซ้อน เปนอันตรายไหมค่ะ 2 เดือน 27 วันค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามคุณหมอที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่