Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การตั้งครรภ์

กระบวนการคลอดลูก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 15 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,618,706 คน

กระบวนการคลอดลูก

สัญญาณที่บอกว่ากระบวนการคลอดเริ่มขึ้น

คุณมีแนวโน้มที่จะรู้สัญญาณการคลอดเมื่อถึงเวลา แต่หากคุณสงสัย คุณก็อย่าลังเลที่จะถามแพทย์ สัญญาณสำคัญที่บอกว่ากระบวนการคลอดเริ่มขึ้นแล้วก็คือ การที่มดลูกบีบตัวอย่างรุนแรงและสม่ำเสมอ รวมถึงมีเลือดออกมาจากช่องคลอด หรือที่เรียกว่า "Show" ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเมือกจากมดลูกหลุดออกมา สำหรับสัญญาณอื่นๆ ที่บอกว่ากระบวนการคลอดกำลังเกิดขึ้นประกอบไปด้วยถุงน้ำคร่ำแตก ปวดหลัง และรู้สึกอยากขับอุจจาระเพราะศีรษะของเด็กกดลงที่ลำไส้

การบีบตัวมีลักษณะอย่างไร?

เมื่อมีการบีบตัวภายในร่างกาย มดลูกจะบีบรัดแล้วคลายตัว ซึ่งเหมือนกับเวลาคุณปวดท้องขณะมีประจำเดือนเพียงแต่มีความรุนแรงมากกว่า คุณอาจรู้สึกว่ามดลูกบีบตัวตลอดการตั้งครรภ์หรือจนคลอดลูก ในระหว่างการตั้งครรภ์ เราจะเรียกการบีบตัวของมดลูกที่อยู่ในระดับที่ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บว่า Braxton Hicks Contractions

ขณะที่คุณขับถ่าย การบีบตัวของมดลูกที่ทำให้รู้สึกเจ็บและรุนแรง และเกิดนานมากกว่า 30 วินาทีอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่ากระบวนการคลอดอาจเริ่มขึ้นแล้ว ในขณะที่กระบวนการดังกล่าวดำเนินอยู่ การบีบตัวมีแนวโน้มที่จะยาวนาน รุนแรง และบ่อยขึ้น

ในระหว่างการบีบตัว กล้ามเนื้อในมดลูกจะหดตัวและคุณจะรู้สึกเจ็บมากขึ้น หากคุณวางมือของตัวเองไว้บนหน้าท้อง คุณจะรู้สึกว่าท้องแข็งขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว ความเจ็บปวดจะหายไป และมือของคุณก็จะตึงน้อยลง ทั้งนี้การบีบรัดตัวของมดลูกจะดันให้เด็กลงมา และทำให้ปากมดลูกเปิดออกเพื่อให้เด็กพร้อมสำหรับการออกมาจากท้อง นอกจากนี้คุณอาจรู้สึกปวดหลัง ซึ่งเป็นความรู้สึกเหมือนกับตอนที่มีประจำเดือน

“มูกปนเลือด” สัญญาณที่บอกว่าการคลอดเริ่มต้น

ในระหว่างที่คุณตั้งครรภ์ ก้อนเมือกที่อยู่บริเวณปากมดลูกจะออกมาจากช่องคลอดก่อนที่การคลอดจะเริ่มขึ้นหรือในช่วงที่ปวดท้องคลอดแรกๆ ซึ่งเราเรียกเมือกที่มีลักษณะเหนียวและมีเนื้อสัมผัสเหมือนเยลลีสีชมพูว่า Show

ทั้งนี้มูกปนเลือดอาจออกมาจากช่องคลอดหนึ่งหยดหรือออกมาหลายชิ้น และเป็นเรื่องปกติที่มีเลือดเล็กน้อยปนออกมากับเมือก แต่หากมีเลือดออกปริมาณมาก มันก็อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ ในกรณีนี้ให้คุณรีบไปโรงพยาบาล

การมีมูกปนเลือดเป็นตัวชี้วัดว่าปากมดลูกเริ่มเปิดออกและกระบวนการคลอดอาจเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว หรืออาจใช้เวลา 2-3 วัน แต่ผู้หญิงบางคนก็ไม่มีมูกปนเลือดออกมาจากช่องคลอด

เกิดอะไรขึ้นเมื่อน้ำคร่ำแตก?

ผู้หญิงส่วนมากมีน้ำคร่ำแตกในระหว่างกระบวนการคลอด แต่มันก็สามารถเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ทั้งนี้ลูกของคุณเติบโตอยู่ภายในถุงน้ำที่เรียกว่า Amniotic Sac เมื่อเด็กพร้อมที่จะเกิด ถุงก็จะแตกและน้ำคร่ำก็จะไหลออกมาจากช่องคลอด

คุณอาจรู้สึกว่าน้ำไหลช้า หรือพุ่งออกมาแบบฉับพลันซึ่งคุณไม่สามารถควบคุมได้ คุณสามารถเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ดังกล่าวโดยพกผ้าอนามัยติดตัวเมื่อไปข้างนอก และใส่ Protective Sheet บนที่นอน ทั้งนี้น้ำคร่ำมีลักษณะใสและมีสีเหมือนฟางข้าวซีดๆ เมื่อน้ำคร่ำแตกคุณอาจเห็นว่ามีเลือดปนออกมากับน้ำเล็กน้อย ให้คุณแจ้งแพทย์ทันทีหากน้ำมีกลิ่นเหม็น มีสี หรือมีเลือดออกมา เพราะมันสามารถเป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณและลูกจำเป็นต้องได้รับการดูแลแบบเร่งด่วน

ในกรณีที่น้ำคร่ำแตกก่อนที่กระบวนการคลอดเริ่มขึ้น ให้คุณรีบไปพบแพทย์ เพราะหากไม่มีน้ำคร่ำ เด็กก็จะไม่ได้รับการปกป้องและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

วิธีรับมือเมื่อกระบวนการคลอดเริ่มขึ้น

ในช่วงเริ่มต้นคุณยังสามารถทำสิ่งเหล่านี้

  • เดินหรือเคลื่อนไหวหากคุณต้องการ
  • ดื่มน้ำในระหว่างนี้ ซึ่งการดื่มสปอร์ตดริ้งค์จะช่วยให้คุณมีพลังงานมากขึ้น
  • ทานขนม แม้ว่ามีผู้หญิงหลายคนไม่รู้สึกหิวและบางคนรู้สึกคลื่นไส้เพราะการหดตัวรุนแรงและทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น คุณสามารถฝึกผ่อนคลายและบริหารลมหายใจ
  • การให้คนรักช่วยถูหลังสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บได้
  • เดินหรือเคลื่อนไหวหากคุณต้องการ
  • ดื่มน้ำในระหว่างนี้ ซึ่งการดื่มสปอร์ตดริ้งค์จะช่วยให้คุณมีพลังงานมากขึ้น
  • ทานขนม แม้ว่ามีผู้หญิงหลายคนไม่รู้สึกหิวและบางคนรู้สึกคลื่นไส้เพราะการหดตัวรุนแรงและทำให้รู้สึกเจ็บมากขึ้น คุณสามารถฝึกผ่อนคลายและบริหารลมหายใจ
  • การให้คนรักช่วยถูหลังสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บได้

การคลอดก่อนกำหนด

มีเด็กประมาณ 1 ในทุก 13 คนที่คลอดก่อนกำหนด หรือคลอดก่อนมีอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ โดยมากแล้วกระบวนการคลอดจะเริ่มขึ้นเอง และสัญญาณการคลอดก็จะเหมือนกับคนที่คลอดลูกตามปกติ ตัวอย่างของสัญญาณเหล่านี้ เช่น การหดตัวของมดลูก น้ำคร่ำแตกแบบฉับพลัน มีมูกปนเลือดออกมาจากช่องคลอด ฯลฯ หากคุณมีแนวโน้มว่าจะคลอดลูกเร็วกว่าที่กำหนดไว้ คุณจะต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาลโดยอยู่ในความดูแลของแพทย์

หากการหดตัวของมดลูกเกิดขึ้นก่อนกำหนด แพทย์อาจใช้ยาระงับการหดตัวของมดลูก หรือ Tocolytics เพื่อหยุดการหดตัวชั่วคราว ทำให้พร้อมสำหรับการฉีดสเตียรอยด์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนในเด็ก ยาจะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงในการออกฤทธิ์

อย่างไรก็ดี มีแฝดสองและแฝดสามเป็นจำนวนมากที่เกิดก่อนกำหนด โดยเฉลี่ยแล้วคุณแม่จะคลอดแฝดสองและแฝดสามเมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 37 สัปดาห์และ 33 สัปดาห์ตามลำดับ หากมีเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้คุณคิดว่าตัวเองอาจคลอดก่อนกำหนด ให้คุณติดต่อโรงพยาบาลทันที

การชักนำการคลอด

การชักนำการคลอดเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ซึ่งในทุกๆ ปี มีผู้หญิงในประเทศอังกฤษประมาณ 1 ใน 5 ที่ต้องคลอดโดยใช้วิธีดังกล่าว ในบางครั้งแพทย์จะใช้วิธีชักนำการคลอดหากไม่มีการคลอดตามกำหนดการ น้ำคร่ำแตก หรือคุณหรือลูกมีความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นหากคุณมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือทารกไม่เติบโต

การชักนำคลอดจะต้องถูกวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า คุณควรหารือกับแพทย์เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสีย ผู้หญิงส่วนมากคลอดโดยวิธีธรรมชาติเมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 42 สัปดาห์ หากคุณตั้งครรภ์นานเกินกว่า 42 สัปดาห์ และไม่ได้คลอดแบบชักนำการคลอด แพทย์ก็อาจเฝ้าสังเกตสุขภาพของทารกมากขึ้น

ในกรณีที่คุณคลอดหลังจากวันที่กำหนด

แพทย์อาจใช้วิธีชักนำการคลอดกับผู้หญิงที่ไม่ได้คลอดตามธรรมชาติเมื่อมีอายุครรภ์ 42 สัปดาห์ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการคลอดแบบทารกตายในครรภ์เพิ่มขึ้นหรือเกิดปัญหากับทารก

ในกรณีที่น้ำคร่ำแตกเร็วกว่าปกติ

  • หากน้ำคร่ำแตกก่อนถึงเวลาคลอดมากกว่า 24 ชั่วโมง ความเสี่ยงที่คุณและลูกจะติดเชื้อก็จะเพิ่มขึ้น แพทย์อาจจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าคลอด และลูกของคุณก็เสี่ยงที่จะประสบปัญหาเกี่ยวกับการคลอดก่อนกำหนดหากน้ำคร่ำแตกก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์
  • หากน้ำคร่ำแตกก่อนที่อายุครรภ์ 34 สัปดาห์ คุณก็อาจคลอดลูกด้วยวิธีชักนำการคลอดเฉพาะในกรณีที่มีปัจจัยอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่าการทำเช่นนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูก
  • หากน้ำคร่ำแตกในระหว่างสัปดาห์ที่ 34 และ 37 แพทย์ก็อาจหารือกับคุณเกี่ยวกับทางเลือกอื่นๆ ก่อนที่จะใช้วิธีชักนำการคลอด
  • หากน้ำคร่ำแตกเมื่อมีอายุครรภ์ 37 สัปดาห์หรือมากกว่านี้ แพทย์ก็อาจใช้วิธีชักนำการคลอด หรือทำการเฝ้าสังเกตสุขภาพของคุณและทารก (Expectant Management) และคุณก็ยังคงสามารถคลอดลูกตามธรรมชาติตราบใดที่มันยังปลอดภัยสำหรับคุณทั้งคู่
  • หากน้ำคร่ำแตกก่อนถึงเวลาคลอดมากกว่า 24 ชั่วโมง ความเสี่ยงที่คุณและลูกจะติดเชื้อก็จะเพิ่มขึ้น แพทย์อาจจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าคลอด และลูกของคุณก็เสี่ยงที่จะประสบปัญหาเกี่ยวกับการคลอดก่อนกำหนดหากน้ำคร่ำแตกก่อนอายุครรภ์ 37 สัปดาห์
  • หากน้ำคร่ำแตกก่อนที่อายุครรภ์ 34 สัปดาห์ คุณก็อาจคลอดลูกด้วยวิธีชักนำการคลอดเฉพาะในกรณีที่มีปัจจัยอื่นๆ ที่บ่งชี้ว่าการทำเช่นนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูก
  • หากน้ำคร่ำแตกในระหว่างสัปดาห์ที่ 34 และ 37 แพทย์ก็อาจหารือกับคุณเกี่ยวกับทางเลือกอื่นๆ ก่อนที่จะใช้วิธีชักนำการคลอด
  • หากน้ำคร่ำแตกเมื่อมีอายุครรภ์ 37 สัปดาห์หรือมากกว่านี้ แพทย์ก็อาจใช้วิธีชักนำการคลอด หรือทำการเฝ้าสังเกตสุขภาพของคุณและทารก (Expectant Management) และคุณก็ยังคงสามารถคลอดลูกตามธรรมชาติตราบใดที่มันยังปลอดภัยสำหรับคุณทั้งคู่

ในกรณีที่คุณมีโรคประจำตัวหรือหากลูกไม่เจริญเติบโต

แพทย์อาจเสนอให้คุณคลอดโดยใช้วิธีชักนำการคลอดหากคุณเป็นโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรค Obstetric Cholestasis ซึ่งหมายความว่าการคลอดลูกให้เร็วขึ้นนั้นจะปลอดภัยต่อเด็กมากกว่า หากเป็นเช่นนี้แพทย์จะอธิบายทางเลือกต่างๆ ให้คุณฟังเพื่อที่คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าจะคลอดโดยใช้วิธีชักนำการคลอดหรือไม่

การเซาะแยกถุงน้ำคร่ำ

ก่อนที่จะทำการชักนำการคลอด แพทย์จะเซาะแยกถุงน้ำคร่ำ หรือที่เรียกว่า Cervical Sweep เพื่อกระตุ้นให้เจ็บครรภ์คลอด ในระหว่างที่มีการตรวจภายในร่างกาย แพทย์จะกวาดนิ้วรอบๆ มดลูก ซึ่งการทำเช่นนี้ควรจะแยกเนื้อเยื่อของถุงน้ำคร่ำที่ห่อตัวของทารกออกจากมดลูก

การแยกตัวดังกล่าวทำให้ฮอร์โมนโพรสตาแกลนดินถูกปล่อยออกมา ซึ่งอาจทำให้กระบวนการคลอดเริ่มขึ้นอย่างไรก็ดี การเซาะเนื้อเยื่อไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเจ็บ แต่คุณก็อาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือมีเลือดออกหลังจากนั้น หากกระบวนการคลอดยังไม่เริ่มขึ้นหลังจากที่มีการเซาะเนื้อเยื่อ แพทย์อาจใช้วิธีชักนำการคลอด

วิธีชักนำการคลอด

การสอดใส่ยาเม็ด Pessary (อุปกรณ์ที่ช่วยพยุงช่องคลอด) หรือเจลเข้าไปในช่องคลอดสามารถทำให้เกิดการหดตัวของมดลูก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาชักนำการคลอดสักพักโดยเฉพาะหากปากมดลูกจำเป็นต้องถูกทำให้นุ่มลงโดย Pessaryหรือเจล

หากคุณใช้ยาสำหรับสอดในช่องคลอดหรือเจล คุณอาจได้กลับบ้านในขณะที่รอให้ยาออกฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม คุณควรไปพบแพทย์หากการหดตัวเริ่มขึ้น หรือไม่มีการหดตัวเกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 6 ชั่วโมง ในกรณีนี้คุณอาจต้องได้รับยาเม็ดหรือเจลเพิ่ม

หากแพทย์ใช้ Controlled-Release Pessary ใส่เข้าไปในช่องคลอด มันก็จะใช้เวลา 24 ชั่วโมงในการทำงาน หากกล้ามเนื้อไม่หดตัวหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง คุณอาจต้องได้รับยาเพิ่มขึ้น ในบางครั้งคุณอาจจำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนเพื่อเร่งการคลอด ซึ่งกว่าที่คุณจะคลอดนั้นอาจกินเวลานานถึง 24-48 ชั่วโมงหลังจากที่กระบวนการคลอดเริ่มขึ้น

การชักนำการคลอดทำให้เรารู้สึกอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้วการชักนำการคลอดทำให้เรารู้สึกเจ็บมากกว่าการเจ็บครรภ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และผู้หญิงที่คลอดโดยใช้วิธีดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะต้องบล็อกหลังแบบ Epidural นอกจากนี้ผู้หญิงที่คลอดแบบชักนำการคลอดมีแนวโน้มที่จะคลอดโดยอาศัยการช่วยคลอด ซึ่งแพทย์อาจต้องใช้คีมหรือเครื่องดูดสูญญากาศเพื่อช่วยดึงเด็กออกมา

ในกรณีที่การชักนำการคลอดไม่ได้ผล

การชักนำการคลอดอาจไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไปและกระบวนการคลอดก็อาจไม่ได้เริ่มขึ้น แพทย์จะประเมินสุขภาพของคุณและเด็ก นอกจากนี้เขาอาจใช้วิธีชักนำการคลอดแบบอื่นๆ หรือผ่าคลอด

ผลข้างเคียงของการชักนำการคลอด

จากข้อมูลของ NICE พบว่ามีการใช้วิธีชักนำการคลอดโดยคิดเป็น 1 ในทุกๆ การคลอด 5 ครั้งในประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ.2004-2005 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเมื่อมีการชักนำการคลอดโดยใช้ยามีดังนี้

  • ผู้หญิงเหล่านี้น้อยกว่า 2 ใน 3 ที่คลอดลูกโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • มีคนประมาณ 15% ที่ต้องใช้เครื่องมือในการช่วยทำคลอด เช่น คีม หรือเครื่องดูด
  • มีคนประมาณ 22% ที่ต้องผ่าตัดแบบฉุกเฉิน
  • ผู้หญิงเหล่านี้น้อยกว่า 2 ใน 3 ที่คลอดลูกโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • มีคนประมาณ 15% ที่ต้องใช้เครื่องมือในการช่วยทำคลอด เช่น คีม หรือเครื่องดูด
  • มีคนประมาณ 22% ที่ต้องผ่าตัดแบบฉุกเฉิน

การเริ่มกระบวนการคลอดลูกโดยวิธีธรรมชาติ

ยังไม่มีการพิสูจน์เกี่ยวกับวิธีเริ่มกระบวนการคลอดด้วยตัวเองที่บ้าน คุณอาจเคยได้ยินว่ามีบางสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการคลอด เช่น อาหารเสริมสมุนไพรบางชนิด และการมีเซ็กส์ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการทำสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงคลอดลูกตามธรรมชาติ

สำหรับทฤษฎีอื่นๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาช่วยสนับสนุนประกอบไปด้วยการฝังเข็ม โฮมิโอพาธีย์ การแช่น้ำร้อน น้ำมันละหุ่ง และยาสวนทวาร อย่างไรก็ตาม การมีเซ็กส์ไม่ได้ทำให้เกิดอันตราย แต่คุณควรหลีกเลี่ยงการมีเซ็กส์หากน้ำคร่ำแตกเพราะมันอาจทำให้โอกาสติดเชื้อเพิ่มขึ้น

เมื่อไรที่ต้องไปโรงพยาบาล

หากน้ำคร่ำแตก คุณก็ควรไปโรงพยาบาล ในกรณีที่คุณเพิ่งตั้งครรภ์ครั้งแรกและมดลูกหดรัดตัวแต่น้ำคร่ำยังไม่แตก คุณอาจต้องรอ และไปโรงพยาบาลเมื่อมดลูกหดตัวอย่างสม่ำเสมอ รุนแรง เว้นช่วงหดตัว 5 นาที และเกิดขึ้นนานกว่า 45-60 วินาที อย่างไรก็ดี หากคุณเคยมีลูกมาก่อนหน้านี้แล้ว การคลอดลูกคนที่สองก็มักเกิดขึ้นเร็วกว่าตอนคลอดลูกครั้งแรก ดังนั้นคุณควรไปโรงพยาบาลเร็วขึ้น

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเข้าโรงพยาบาล

โรงพยาบาลแต่ละที่มีการให้บริการแตกต่างกันออกไป ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังจะกล่าวหลังจากนี้เป็นแค่แนวโน้มของสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล

พยาบาลจะพาคุณไปยังห้องพักหรือแผนกห้องคลอด ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนชุดเป็นชุดของโรงพยาบาลหรือชุดอื่นๆ ในกรณีนี้ให้คุณเลือกใช้ผ้าที่หลวม ถ้าจะให้ดีให้คุณเลือกใช้เป็นผ้าฝ้าย เพราะคุณจะรู้สึกร้อนในระหว่างที่คลอดลูก

การตรวจร่างกาย

แพทย์จะถามคุณเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ และจะตรวจร่างกายของคุณ นอกจากนี้คุณจะได้รับการตรวจชีพจร อุณหภูมิของร่างกาย ความดันโลหิต และปัสสาวะ แพทย์อาจสัมผัสหน้าท้องของคุณเพื่อตรวจสอบท่าของทารก และบันทึกหรือฟังเสียงเต้นหัวใจของเด็ก รวมถึงอาจตรวจสอบภายในร่างกายของคุณเพื่อดูว่าปากมดลูกเปิดออกมากน้อยเท่าไร ซึ่งการทำเช่นนี้สามารถช่วยให้แพทย์รู้ว่ากระบวนการคลอดไปถึงขั้นใดแล้ว

ห้องคลอด

ห้องคลอดบางแห่งสมัยนี้มีบรรยากาศที่ดูสบายๆ มากขึ้น โดยมีเก้าอี้แบบนั่งสบายๆ เบาะแบบ Bean Bags และเสื่อ ในขณะที่บางแห่งก็มีอ่างอาบน้ำหรือสระสำหรับคลอด คุณควรรู้สึกสบายในห้องที่คุณคลอดลูก อย่างไรก็ดี บางแห่งอาจเสนอให้คุณแช่ตัวหรืออาบน้ำ ซึ่งการแช่น้ำอุ่นสามารถช่วยปลอบปะโลมร่างกายของผู้หญิงบางคนในช่วงแรกของกระบวนการคลอด

การคลอดลูกในน้ำ

โรงพยาบาลบางแห่งมีบริการคลอดลูกในน้ำ ซึ่งผู้หญิงหลายคนพบว่าการคลอดลูกวิธีนี้ช่วยให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย หากกระบวนการคลอดดำเนินไปตามปกติ การคลอดลูกในน้ำก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ดี ให้คุณสอบถามแพทย์เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการคลอดในน้ำ หากคุณต้องการคลอดลูกด้วยวิธีนี้ คุณจำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้า

กระบวนการคลอดลูก

สัญญาณที่บอกว่ากระบวนการคลอดเริ่มขึ้น

คุณมีแนวโน้มที่จะรู้สัญญาณการคลอดเมื่อถึงเวลา แต่หากคุณสงสัย คุณก็อย่าลังเลที่จะถามแพทย์ สัญญาณสำคัญที่บอกว่ากระบวนการคลอดเริ่มขึ้นแล้วก็คือ การที่มดลูกบีบตัวอย่างรุนแรงและสม่ำเสมอ รวมถึงมีเลือดออกมาจากช่องคลอด หรือที่เรียกว่า "Show" ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเมือกจากมดลูกหลุดออกมา สำหรับสัญญาณอื่นๆ ที่บอกว่ากระบวนการคลอดกำลังเกิดขึ้นประกอบไปด้วยถุงน้ำคร่ำแตก ปวดหลัง และรู้สึกอยากขับอุจจาระเพราะศีรษะของเด็กกดลงที่ลำไส้

การบีบตัวมีลักษณะอย่างไร?

เมื่อมีการบีบตัวภายในร่างกาย มดลูกจะบีบรัดแล้วคลายตัว ซึ่งเหมือนกับเวลาคุณปวดท้องขณะมีประจำเดือนเพียงแต่มีความรุนแรงมากกว่า คุณอาจรู้สึกว่ามดลูกบีบตัวตลอดการตั้งครรภ์หรือจนคลอดลูก ในระหว่างการตั้งครรภ์ เราจะเรียกการบีบตัวของมดลูกที่อยู่ในระดับที่ไม่ทำให้รู้สึกเจ็บว่า Braxton Hicks Contractions

ขณะที่คุณขับถ่าย การบีบตัวของมดลูกที่ทำให้รู้สึกเจ็บและรุนแรง และเกิดนานมากกว่า 30 วินาทีอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่ากระบวนการคลอดอาจเริ่มขึ้นแล้ว ในขณะที่กระบวนการดังกล่าวดำเนินอยู่ การบีบตัวมีแนวโน้มที่จะยาวนาน รุนแรง และบ่อยขึ้น

ในระหว่างการบีบตัว กล้ามเนื้อในมดลูกจะหดตัวและคุณจะรู้สึกเจ็บมากขึ้น หากคุณวางมือของตัวเองไว้บนหน้าท้อง คุณจะรู้สึกว่าท้องแข็งขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว ความเจ็บปวดจะหายไป และมือของคุณก็จะตึงน้อยลง ทั้งนี้การบีบรัดตัวของมดลูกจะดันให้เด็กลงมา และทำให้ปากมดลูกเปิดออกเพื่อให้เด็กพร้อมสำหรับการออกมาจากท้อง นอกจากนี้คุณอาจรู้สึกปวดหลัง ซึ่งเป็นความรู้สึกเหมือนกับตอนที่มีประจำเดือน

“มูกปนเลือด” สัญญาณที่บอกว่าการคลอดเริ่มต้น

ในระหว่างที่คุณตั้งครรภ์ ก้อนเมือกที่อยู่บริเวณปากมดลูกจะออกมาจากช่องคลอดก่อนที่การคลอดจะเริ่มขึ้นหรือในช่วงที่ปวดท้องคลอดแรกๆ ซึ่งเราเรียกเมือกที่มีลักษณะเหนียวและมีเนื้อสัมผัสเหมือนเยลลีสีชมพูว่า Show

ทั้งนี้มูกปนเลือดอาจออกมาจากช่องคลอดหนึ่งหยดหรือออกมาหลายชิ้น และเป็นเรื่องปกติที่มีเลือดเล็กน้อยปนออกมากับเมือก แต่หากมีเลือดออกปริมาณมาก มันก็อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ ในกรณีนี้ให้คุณรีบไปโรงพยาบาล

การมีมูกปนเลือดเป็นตัวชี้วัดว่าปากมดลูกเริ่มเปิดออกและกระบวนการคลอดอาจเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็ว หรืออาจใช้เวลา 2-3 วัน แต่ผู้หญิงบางคนก็ไม่มีมูกปนเลือดออกมาจากช่องคลอด

เกิดอะไรขึ้นเมื่อน้ำคร่ำแตก?

ผู้หญิงส่วนมากมีน้ำคร่ำแตกในระหว่างกระบวนการคลอด แต่มันก็สามารถเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ทั้งนี้ลูกของคุณเติบโตอยู่ภายในถุงน้ำที่เรียกว่า Amniotic Sac เมื่อเด็กพร้อมที่จะเกิด ถุงก็จะแตกและน้ำคร่ำก็จะไหลออกมาจากช่องคลอด

คุณอาจรู้สึกว่าน้ำไหลช้า หรือพุ่งออกมาแบบฉับพลันซึ่งคุณไม่สามารถควบคุมได้ คุณสามารถเตรียมพร้อมกับสถานการณ์ดังกล่าวโดยพกผ้าอนามัยติดตัวเมื่อไปข้างนอก และใส่ Protective Sheet บนที่นอน ทั้งนี้น้ำคร่ำมีลักษณะใสและมีสีเหมือนฟางข้าวซีดๆ เมื่อน้ำคร่ำแตกคุณอาจเห็นว่ามีเลือดปนออกมากับน้ำเล็กน้อย ให้คุณแจ้งแพทย์ทันทีหากน้ำมีกลิ่นเหม็น มีสี หรือมีเลือดออกมา เพราะมันสามารถเป็นสัญญาณเตือนที่บอกว่าคุณและลูกจำเป็นต้องได้รับการดูแลแบบเร่งด่วน

ในกรณีที่น้ำคร่ำแตกก่อนที่กระบวนการคลอดเริ่มขึ้น ให้คุณรีบไปพบแพทย์ เพราะหากไม่มีน้ำคร่ำ เด็กก็จะไม่ได้รับการปกป้องและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

วิธีรับมือเมื่อกระบวนการคลอดเริ่มขึ้น

ในช่วงเริ่มต้นคุณยังสามารถทำสิ่งเหล่านี้

การคลอดก่อนกำหนด

มีเด็กประมาณ 1 ในทุก 13 คนที่คลอดก่อนกำหนด หรือคลอดก่อนมีอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ โดยมากแล้วกระบวนการคลอดจะเริ่มขึ้นเอง และสัญญาณการคลอดก็จะเหมือนกับคนที่คลอดลูกตามปกติ ตัวอย่างของสัญญาณเหล่านี้ เช่น การหดตัวของมดลูก น้ำคร่ำแตกแบบฉับพลัน มีมูกปนเลือดออกมาจากช่องคลอด ฯลฯ หากคุณมีแนวโน้มว่าจะคลอดลูกเร็วกว่าที่กำหนดไว้ คุณจะต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาลโดยอยู่ในความดูแลของแพทย์

หากการหดตัวของมดลูกเกิดขึ้นก่อนกำหนด แพทย์อาจใช้ยาระงับการหดตัวของมดลูก หรือ Tocolytics เพื่อหยุดการหดตัวชั่วคราว ทำให้พร้อมสำหรับการฉีดสเตียรอยด์ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนในเด็ก ยาจะใช้เวลาประมาณ 24 ชั่วโมงในการออกฤทธิ์

อย่างไรก็ดี มีแฝดสองและแฝดสามเป็นจำนวนมากที่เกิดก่อนกำหนด โดยเฉลี่ยแล้วคุณแม่จะคลอดแฝดสองและแฝดสามเมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 37 สัปดาห์และ 33 สัปดาห์ตามลำดับ หากมีเหตุผลใดก็ตามที่ทำให้คุณคิดว่าตัวเองอาจคลอดก่อนกำหนด ให้คุณติดต่อโรงพยาบาลทันที

การชักนำการคลอด

การชักนำการคลอดเป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ซึ่งในทุกๆ ปี มีผู้หญิงในประเทศอังกฤษประมาณ 1 ใน 5 ที่ต้องคลอดโดยใช้วิธีดังกล่าว ในบางครั้งแพทย์จะใช้วิธีชักนำการคลอดหากไม่มีการคลอดตามกำหนดการ น้ำคร่ำแตก หรือคุณหรือลูกมีความเสี่ยงด้านสุขภาพอื่นๆ ความเสี่ยงจะยิ่งเพิ่มขึ้นหากคุณมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง หรือทารกไม่เติบโต

การชักนำคลอดจะต้องถูกวางแผนเอาไว้ล่วงหน้า คุณควรหารือกับแพทย์เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสีย ผู้หญิงส่วนมากคลอดโดยวิธีธรรมชาติเมื่อมีอายุครรภ์ประมาณ 42 สัปดาห์ หากคุณตั้งครรภ์นานเกินกว่า 42 สัปดาห์ และไม่ได้คลอดแบบชักนำการคลอด แพทย์ก็อาจเฝ้าสังเกตสุขภาพของทารกมากขึ้น

ในกรณีที่คุณคลอดหลังจากวันที่กำหนด

แพทย์อาจใช้วิธีชักนำการคลอดกับผู้หญิงที่ไม่ได้คลอดตามธรรมชาติเมื่อมีอายุครรภ์ 42 สัปดาห์ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดการคลอดแบบทารกตายในครรภ์เพิ่มขึ้นหรือเกิดปัญหากับทารก

ในกรณีที่น้ำคร่ำแตกเร็วกว่าปกติ

ในกรณีที่คุณมีโรคประจำตัวหรือหากลูกไม่เจริญเติบโต

แพทย์อาจเสนอให้คุณคลอดโดยใช้วิธีชักนำการคลอดหากคุณเป็นโรค เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง หรือโรค Obstetric Cholestasis ซึ่งหมายความว่าการคลอดลูกให้เร็วขึ้นนั้นจะปลอดภัยต่อเด็กมากกว่า หากเป็นเช่นนี้แพทย์จะอธิบายทางเลือกต่างๆ ให้คุณฟังเพื่อที่คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าจะคลอดโดยใช้วิธีชักนำการคลอดหรือไม่

การเซาะแยกถุงน้ำคร่ำ

ก่อนที่จะทำการชักนำการคลอด แพทย์จะเซาะแยกถุงน้ำคร่ำ หรือที่เรียกว่า Cervical Sweep เพื่อกระตุ้นให้เจ็บครรภ์คลอด ในระหว่างที่มีการตรวจภายในร่างกาย แพทย์จะกวาดนิ้วรอบๆ มดลูก ซึ่งการทำเช่นนี้ควรจะแยกเนื้อเยื่อของถุงน้ำคร่ำที่ห่อตัวของทารกออกจากมดลูก

การแยกตัวดังกล่าวทำให้ฮอร์โมนโพรสตาแกลนดินถูกปล่อยออกมา ซึ่งอาจทำให้กระบวนการคลอดเริ่มขึ้นอย่างไรก็ดี การเซาะเนื้อเยื่อไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกเจ็บ แต่คุณก็อาจรู้สึกไม่สบายตัวหรือมีเลือดออกหลังจากนั้น หากกระบวนการคลอดยังไม่เริ่มขึ้นหลังจากที่มีการเซาะเนื้อเยื่อ แพทย์อาจใช้วิธีชักนำการคลอด

วิธีชักนำการคลอด

การสอดใส่ยาเม็ด Pessary (อุปกรณ์ที่ช่วยพยุงช่องคลอด) หรือเจลเข้าไปในช่องคลอดสามารถทำให้เกิดการหดตัวของมดลูก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาชักนำการคลอดสักพักโดยเฉพาะหากปากมดลูกจำเป็นต้องถูกทำให้นุ่มลงโดย Pessaryหรือเจล

หากคุณใช้ยาสำหรับสอดในช่องคลอดหรือเจล คุณอาจได้กลับบ้านในขณะที่รอให้ยาออกฤทธิ์ อย่างไรก็ตาม คุณควรไปพบแพทย์หากการหดตัวเริ่มขึ้น หรือไม่มีการหดตัวเกิดขึ้นหลังจากผ่านไป 6 ชั่วโมง ในกรณีนี้คุณอาจต้องได้รับยาเม็ดหรือเจลเพิ่ม

หากแพทย์ใช้ Controlled-Release Pessary ใส่เข้าไปในช่องคลอด มันก็จะใช้เวลา 24 ชั่วโมงในการทำงาน หากกล้ามเนื้อไม่หดตัวหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง คุณอาจต้องได้รับยาเพิ่มขึ้น ในบางครั้งคุณอาจจำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนเพื่อเร่งการคลอด ซึ่งกว่าที่คุณจะคลอดนั้นอาจกินเวลานานถึง 24-48 ชั่วโมงหลังจากที่กระบวนการคลอดเริ่มขึ้น

การชักนำการคลอดทำให้เรารู้สึกอย่างไร?

โดยทั่วไปแล้วการชักนำการคลอดทำให้เรารู้สึกเจ็บมากกว่าการเจ็บครรภ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และผู้หญิงที่คลอดโดยใช้วิธีดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะต้องบล็อกหลังแบบ Epidural นอกจากนี้ผู้หญิงที่คลอดแบบชักนำการคลอดมีแนวโน้มที่จะคลอดโดยอาศัยการช่วยคลอด ซึ่งแพทย์อาจต้องใช้คีมหรือเครื่องดูดสูญญากาศเพื่อช่วยดึงเด็กออกมา

ในกรณีที่การชักนำการคลอดไม่ได้ผล

การชักนำการคลอดอาจไม่ได้ประสบความสำเร็จเสมอไปและกระบวนการคลอดก็อาจไม่ได้เริ่มขึ้น แพทย์จะประเมินสุขภาพของคุณและเด็ก นอกจากนี้เขาอาจใช้วิธีชักนำการคลอดแบบอื่นๆ หรือผ่าคลอด

ผลข้างเคียงของการชักนำการคลอด

จากข้อมูลของ NICE พบว่ามีการใช้วิธีชักนำการคลอดโดยคิดเป็น 1 ในทุกๆ การคลอด 5 ครั้งในประเทศอังกฤษเมื่อปี ค.ศ.2004-2005 อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาเมื่อมีการชักนำการคลอดโดยใช้ยามีดังนี้

การเริ่มกระบวนการคลอดลูกโดยวิธีธรรมชาติ

ยังไม่มีการพิสูจน์เกี่ยวกับวิธีเริ่มกระบวนการคลอดด้วยตัวเองที่บ้าน คุณอาจเคยได้ยินว่ามีบางสิ่งที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการคลอด เช่น อาหารเสริมสมุนไพรบางชนิด และการมีเซ็กส์ แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการทำสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้หญิงคลอดลูกตามธรรมชาติ

สำหรับทฤษฎีอื่นๆ ที่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาช่วยสนับสนุนประกอบไปด้วยการฝังเข็ม โฮมิโอพาธีย์ การแช่น้ำร้อน น้ำมันละหุ่ง และยาสวนทวาร อย่างไรก็ตาม การมีเซ็กส์ไม่ได้ทำให้เกิดอันตราย แต่คุณควรหลีกเลี่ยงการมีเซ็กส์หากน้ำคร่ำแตกเพราะมันอาจทำให้โอกาสติดเชื้อเพิ่มขึ้น

เมื่อไรที่ต้องไปโรงพยาบาล

หากน้ำคร่ำแตก คุณก็ควรไปโรงพยาบาล ในกรณีที่คุณเพิ่งตั้งครรภ์ครั้งแรกและมดลูกหดรัดตัวแต่น้ำคร่ำยังไม่แตก คุณอาจต้องรอ และไปโรงพยาบาลเมื่อมดลูกหดตัวอย่างสม่ำเสมอ รุนแรง เว้นช่วงหดตัว 5 นาที และเกิดขึ้นนานกว่า 45-60 วินาที อย่างไรก็ดี หากคุณเคยมีลูกมาก่อนหน้านี้แล้ว การคลอดลูกคนที่สองก็มักเกิดขึ้นเร็วกว่าตอนคลอดลูกครั้งแรก ดังนั้นคุณควรไปโรงพยาบาลเร็วขึ้น

สิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังจากเข้าโรงพยาบาล

โรงพยาบาลแต่ละที่มีการให้บริการแตกต่างกันออกไป ดังนั้นสิ่งที่เรากำลังจะกล่าวหลังจากนี้เป็นแค่แนวโน้มของสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับคุณ

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล

พยาบาลจะพาคุณไปยังห้องพักหรือแผนกห้องคลอด ซึ่งคุณสามารถเปลี่ยนชุดเป็นชุดของโรงพยาบาลหรือชุดอื่นๆ ในกรณีนี้ให้คุณเลือกใช้ผ้าที่หลวม ถ้าจะให้ดีให้คุณเลือกใช้เป็นผ้าฝ้าย เพราะคุณจะรู้สึกร้อนในระหว่างที่คลอดลูก

การตรวจร่างกาย

แพทย์จะถามคุณเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ และจะตรวจร่างกายของคุณ นอกจากนี้คุณจะได้รับการตรวจชีพจร อุณหภูมิของร่างกาย ความดันโลหิต และปัสสาวะ แพทย์อาจสัมผัสหน้าท้องของคุณเพื่อตรวจสอบท่าของทารก และบันทึกหรือฟังเสียงเต้นหัวใจของเด็ก รวมถึงอาจตรวจสอบภายในร่างกายของคุณเพื่อดูว่าปากมดลูกเปิดออกมากน้อยเท่าไร ซึ่งการทำเช่นนี้สามารถช่วยให้แพทย์รู้ว่ากระบวนการคลอดไปถึงขั้นใดแล้ว

ห้องคลอด

ห้องคลอดบางแห่งสมัยนี้มีบรรยากาศที่ดูสบายๆ มากขึ้น โดยมีเก้าอี้แบบนั่งสบายๆ เบาะแบบ Bean Bags และเสื่อ ในขณะที่บางแห่งก็มีอ่างอาบน้ำหรือสระสำหรับคลอด คุณควรรู้สึกสบายในห้องที่คุณคลอดลูก อย่างไรก็ดี บางแห่งอาจเสนอให้คุณแช่ตัวหรืออาบน้ำ ซึ่งการแช่น้ำอุ่นสามารถช่วยปลอบปะโลมร่างกายของผู้หญิงบางคนในช่วงแรกของกระบวนการคลอด

การคลอดลูกในน้ำ

โรงพยาบาลบางแห่งมีบริการคลอดลูกในน้ำ ซึ่งผู้หญิงหลายคนพบว่าการคลอดลูกวิธีนี้ช่วยให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลาย หากกระบวนการคลอดดำเนินไปตามปกติ การคลอดลูกในน้ำก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ดี ให้คุณสอบถามแพทย์เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของการคลอดในน้ำ หากคุณต้องการคลอดลูกด้วยวิธีนี้ คุณจำเป็นต้องเตรียมการล่วงหน้า


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป