การรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 17, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที

บ่อยครั้งที่โรคอารมณ์สองขั้วไม่ได้รับการรักษา แต่หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โรคอารมณ์สองขั้วนั้นสามารถควบคุมได้

หลายครั้งที่ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วนั้นไม่สามารถสังเกตอารมณ์ของตนที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดโต่ง หรือแม้กระทั่งผลกระทบที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของพวกเขา และคนรอบตัว ด้วยเหตุข้างต้น ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วจำนวนมากจึงไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะควร

หากคุณคิดว่าคุณอาจจะมีโรคอารมณ์สองขั้ว ให้ปรึกษาแพทย์ บอกเพื่อน หรือคนในครอบครัว เพราะคนเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณเข้ารับการรักษาได้ หากคุณคิดว่าคุณอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย หรือคุณคิดว่าคนที่คุณรักมีโอกาสทำร้ายตัวเอง หรือทำร้ายผู้อื่น ให้รีบขอความช่วยเหลือฉุกเฉินในทันที

ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วหลายคนจำเป็นต้องได้รับการนอนรักษาในโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วโรคนี้จะสามารถรักษาได้ในระบบพยาบาลผู้ป่วยนอกด้วยการพบกับจิตแพทย์ โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยโรคอารมณ์ซึมเศร้าก็ยังสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติสุข หากพวกเขาเข้ารับการรักษาและเข้าพบจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ยาที่ใช้รักษาโรคอารมณ์สองขั้ว

หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอารมณ์สองขั้วแล้ว คุณอาจจะต้องเริ่มทานยาเพื่อปรับอารมณ์ให้คงที่ในทันที เมื่ออารมณ์ของคุณเริ่มแปรปรวน หรือไม่สามารถคุมอาการได้ คุณจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อจัดการสภาวะของคุณและเข้ารับการรักษาในระยะยาว มียาหลายตัวที่ใช้ในการรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว อาทิ

  • ยาปรับอารมณ์ (Mood stabilizers)
  • ยาต้านโรคจิต (Antipsychotics)
  • ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants)
  • ยาคลายกังวล (Antianxiety medications)

แพทย์อาจสั่งยาให้คุณมากกว่าหนึ่งประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคอารมณ์สองขั้วรวมถึงลักษณะการดำเนินโรคของคุณ ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วทั้ง Bipolar I และ Bipolar II ส่วนใหญ่จำเป็นจะได้รับยาปรับอารมณ์เพื่อควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะอาการมาเนีย หรือมาเนียชนิดอ่อน (manic or hypomanic episodes)

หากคุณมีอาการดังกล่าว ยาปรับอารมณ์ที่ได้รับอาจมี เช่น

  • Tegretol (carbamazepine)
  • Depakote (divalproex sodium)
  • Lamictal (lamotrigine)
  • Lithobid (lithium)
  • Depakene (valproic acid)

นอกจากนี้ ยาต้านโรคจิตยังมีที่ใช้ในการควบคุมอาการมาเนีย หรืออาการซึมเศร้า โดยเฉพาะหากผู้ป่วยมีอาการหลงผิด (Delusions) หรือประสาทหลอน (Hallucinations) ร่วมด้วย

ตัวอย่างของยาต้านโรคจิตที่ใช้

  • Abilify (aripiprazole)
  • Saphris (asenapine)
  • Symbyax (olanzapine and fluoxetine)
  • Latuda (lurasidone)
  • Zyprexa (olanzapine)
  • Seroquel (quetiapine)
  • Risperdal (risperidone)
  • Geodon (ziprasidone)

ยาต้านซึมเศร้ายังสามารถใช้เพื่อควบคุมอาการซึมเศร้า ซึ่งเสริมฤทธิ์กับยาปรับอารมณ์ หรือยาต้านโรคจิต สุดท้ายแพทย์อาจจะสั่งยากลุ่ม Benzodiazepine - ยาในกลุ่มยาคลายกังวลที่จะช่วยผ่อนคลาย และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

สำหรับการรักษาโรคอารมณ์สองขั้วที่ดีที่สุดนั้นยังมีการลองผิดลองถูกอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีหลายทางเลือกสำหรับการรักษา ทางที่ดีคุณควรจะปรึกษากับแพทย์เพื่อหาทางรักษาที่ดีสำหรับคุณ

ผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษาโรคอารมณ์สองขั้ว

สิ่งหนึ่งที่ท้าทายสำหรับการรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว คือ ผลข้างเคีองมากมายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา ซึ่งบางผลข้างเคียงนั้นร้ายแรง หากคุณเกิดผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษา ให้ปรึกษาแพทย์ อย่าหยุดยาเองจนกว่าแพทย์จะสั่งให้คุณหยุดยา เพราะหากคุณหยุดยาเองทันที อาการอาจจะกลับมา หรือคุณอาจจะเกิดอาการถอนยาได้

นอกจากเรื่องผลข้างเคียง ยาที่ใช้รักษาโรคอารมณ์สองขั้วอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันกับยาคุมกำเนิด หรือมีผลต่อหญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังจะตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น หากคุณมีการใช้ยาคุมกำเนิดอยู่ ตั้งครรภ์ หรือกำลังจะตั้งครรภ์ ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มยาสำหรับการรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว

การรักษาโดยการกระตุ้นสมอง

หากอาการของคุณนั้นไม่ค่อยตอบสนองดีต่อยาเท่าใดนัก แพทย์อาจแนะนำให้คุณรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า (Electroconvulsive therapy (ECT)) หรือการกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะ (Transcranial magnetic stimulation (TMS)) ECT เป็นการรักษาโดยใช้กระแสไฟฟ้าขนาดต่ำที่ตั้งไว้เพื่อให้ส่งผลต่อสารสื่อประสาทอย่างจำเพาะ TMS จะใช้แรงแม่เหล็กขนาดต่ำเพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทที่ควบคุมเรื่องอารมณ์ ซึ่งทั้งสองการรักษานี้มักต้องทำอยู่หลายครั้ง

จิตบำบัด (Psychotherapy) สำหรับโรคอารมณ์สองขั้ว

นอกเหนือจากการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้าร่วมการจิตบำบัด หรือการเข้ารับคำปรึกษาในรูปแบบอื่นๆ วิธีจิตบำบัดนี้ยังใช้ครอบคลุมถึงการรักษาภาวะติดยาหรือแอลกอฮอล์

หากคุณมีปัญหาเรื่องการเสพติดร่วมด้วย จิตบำบัดนั้นมีหลากหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือ ความคิดและพฤติกรรมบำบัด (Cognitive behaivoural therapy (CBT)) ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด

การทำ CBT ผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต (จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา) จะช่วยคุณหาว่าอะไรเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการของโรคอารมณ์สองขั้วในแต่ละครั้ง จากนั้นจะช่วยหาแนวทางแก้ไข พัฒนาสุขภาพจิตที่ดี และหาวิธีรับมือกับความเครียดที่เป็นสิ่งกระตุ้นนั้นเพื่อควบคุมอาการของคุณ

แพทย์อาจจแนะนำให้คุณและครอบครัวเข้าร่วมโปรแกรมให้ความรู้และสนับสนุนโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจถึงตัวโรคและอาการมากขึ้น รวมถึงการอยู่กับมัน

หากพบว่ามีเด็กเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว ครู บุคลากรที่โรงเรียน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเพื่อให้การรักษาเด็กนั้นเป็นไปได้ด้วยดี

การรักษาวิธีอื่น ๆ สำหรับโรคอารมณ์สองขั้ว

การรักษาวิธีอื่น ๆ นั้น มีข้อแนะนำสำหรับโรคอารมณ์สองขั้วอยู่บ้าง แม้ว่าจะมีหลักฐานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่จำกัดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมันก็ตาม การรักษาส่วนใหญ่ คือ การใช้สมุนไพร หรือยาเสริม อาทิ

  • กรดอะมิโน (Amino acids)
  • แมกนีเซียม (Magnesium)
  • กรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น น้ำมันปลา หรือ น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ (Omega-3 fatty acids - fish oil, flaxseed oil)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต สำหรับภาวะซึมเศร้า (St. John's wort)

กรดอะมิโนที่แนะนำ เช่น SAMe (S-adenosyl-L-methionine) และ สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต อาจมีผลต่อยาต้านซึมเศร้า หรือ อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นอาการมาเนีย หรือมาเนียชนิดอ่อนได้

หลายคนเชื่อว่าการฝังเข็มตามแพทย์แผนจีนอาจช่วยรักษาภาวะซึมเศร้าได้ แต่นักวิจัยยังไม่ทราบประสิทธิภาพที่แน่นอนสำหรับการรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว แต่เนื่องจากเป็นการรักษาที่ปลอดภัยจึงสามารถลองใช้รักษาร่วมกับการรักษาอื่น  ๆ ได้ ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนจะเลือกใช้การรักษาวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มียาอะไรมีปฏิกิริยาต่อกัน

สิ่งสำคัญที่สุด คือ ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเองแม้ว่าคุณจะรู้สึกว่าอาการของคุณดีขึ้นแล้วก็ตาม

ใช้ชีวิตอยู่กับโรคอารมณ์สองขั้ว

การใช้ชีวิตอยู่กับโรคอารมณ์สองขั้วนั้นก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ต้องมาพร้อมกับการรักษา การได้รับความรู้ข้อมูล และการสนับสนุนที่ดีที่ถูกต้อง ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีคุณภาพ หากว่าคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว ลองพยายามเรียนรู้เกี่ยวกับตัวโรคและการรักษา เพื่อที่คุณจะได้หาแนวทางที่ดีที่สุดในการรักษาตัวคุณเองร่วมกับแพทย์

นอกจากนี้ การเรียนรู้เกี่ยวกับตัวโรคและนำไปสอนต่อเพื่อนและครอบครัว ยังช่วยให้คุณได้รับการสนับสนุนที่ดีขึ้นอีกด้วย

กลุ่มสนับสนุนนั้น นอกจากจะมีเพื่อผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วแล้ว ยังมีสำหรับครอบครัว ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์เช่นกัน ซึ่งระหว่างที่คุณและแพทย์ต่างร่วมมือกันรักษาลดอาการและผลข้างเคียง คุณต้องอดทนและใจเย็นเสียหน่อย รวมถึงยังต้องมีความตั้งใจที่จะหายได้ตามเป้าหมาย เพราะการรักษาอาจต้องใช้หลากหลายวิธี และวิธีใดวิธีหนึ่งจะต้องเหมาะกับคุณ

สุดท้ายคุณอาจจะต้องหาช่องทางที่ดีในการปลดปล่อยพลังงานรวมถึงจัดการและลดความเครียด ยกตัวอย่างเช่น คุณควรที่จะเลิกดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยา เพราะสารพวกนี้อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงที่กระตุ้นอาการมาเนียหรือมาเนียชนิดอ่อนได้ รวมถึงยังสามารถทำให้อาการซึมเศร้าแย่ลง

เลือกที่จะอยู่ท่ามกลางคนที่พร้อมสนับสนุนคุณ เพื่อนและครอบครัวที่ห่วงใยจะช่วยให้คุณสามารถก้าวผ่านโรคนี้ไปได้ และไม่สนับสนุนพฤติกรรมแง่ลบต่าง ๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยลดความเครียด คุมอารมณ์ และยังช่วยทำให้สมองหลั่งสารชื่อ Endorphins ที่จะทำให้คุณรู้สึกดี

นอกจากนี้ การออกกำลังกายที่เพียงพอยังช่วยเรื่องการนอนของคุณ ส่งผลเรื่องการคุมอารมณ์ คุณสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวคุณ เลือกทำงานอดิเรกที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย หรือเทคนิคการผ่อนคลายต่าง ๆ เช่น การเล่นโยคะ หรือ นั่งสมาธิ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่