การตั้งครรภ์

การตรวจชิ้นเนื้อรก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
Istock 694181870

การตรวจชิ้นเนื้อรก (CVS) เป็นการทดสอบที่ดำเนินการขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ เพื่อตรวจสอบหาความผิดปรกติทางพันธุกรรมของทารก อย่างเช่นตรวจหาภาวะดาวน์ซินโดรม เป็นต้น

กระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการนำตัวอย่างเซลล์ชิ้นเล็ก ๆ จากรก (อวัยวะที่มีหน้าที่ส่งถ่ายเลือดของแม่สู่ทารก) มาทดสอบ

จะดำเนินการ CVS เมื่อไร?

CVS ไม่ได้เป็นกระบวนการที่ต้องเกิดขึ้นกับคุณแม่ทุกคน โดยการตรวจชิ้นเนื้อรกมักจะแนะนำให้กับสตรีตั้งครรภ์ที่ลูกมีความเสี่ยงเกิดภาวะผิดปรกติทางพันธุกรรมสูงเท่านั้น

อย่างเช่นกรณี:

  • ได้ทำการตรวจคัดกรองก่อนคลอดแล้วพบร่องรอยของปัญหาอย่างดาวน์ซินโดรม เอ็ดเวิร์ดซินโดรม พาทัวซินโดรม หรือโรคโลหิตจางรูปเคียว เป็นต้น
  • ตรวจสอบประวัติครอบครัวแล้วพบคนที่เคยมีภาวะทางพันธุกรรมมาก่อน อย่างเช่นโรคซิสติกไฟโปซิสหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง และตรวจพบความผิดปรกติขณะทำการอัลตราซาวด์ดูสภาพทารก
  • การเข้าดำเนินการ CVS เป็นความสมัครใจของคุณเอง แปลว่าหากคุณไม่ต้องการก็สามารถข้ามการดำเนินการตรวจประเภทนี้ได้เลย
  • โดยก่อนการตัดสินใจ แพทย์ผดุงครรภ์หรือผู้ดูแลคุณจะชี้แจงหลักการทดสอบที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงผลประโยชน์และความเสี่ยงต่าง ๆ ที่มี

CVS ดำเนินการอย่างไร?

CVS มักจะทำกับสตรีที่มีอายุครรภ์ระหว่าง 11 และ 14 สัปดาห์ ซึ่งอาจดำเนินการหลังจากที่กล่าวไปได้ตามความเหมาะสม

ระหว่างการทดสอบ จะมีการนำตัวอย่างเซลล์รกชิ้นเล็กออกมา ด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังนี้:

  • การตัดชิ้นเนื้อรกผ่านทางหน้าท้อง: แพทย์จะแทงเข็มผ่านหน้าท้องของคุณเข้าไป (เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด)
  • การตัดชิ้นเนื้อรกผ่านทางปากมดลูก: แพทย์จะใช้ท่อหรือปากคีบขนาดเล็ก ๆ (อุปกรณ์เหล็กเรียบ ๆ ที่หน้าตาคล้ายกับคีม) สอดเข้าไปยังปากมดลูก (ส่วนคอของมดลูก)
  • การทดสอบจะดำเนินการประมาณ 10 นาที ส่วนขั้นตอนการขอคำปรึกษาอาจกินเวลาประมาณ 30 นาที
  • กระบวนการ CVS มักก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัวมากกว่าความเจ็บปวด บางกรณีคุณอาจรู้สึกปวดคล้ายมีประจำเดือนหลังกระบวนการประมาณหนึ่งถึงสองวัน

การรับผลการตรวจ

ผลตรวจครั้งแรกจะได้ภายในสามวัน ซึ่งจะบอกได้ถึงการมีอยู่ของสภาวะทางโครโมโซมของทารกในครรภ์อย่างโรคดาวน์ซินโดรม โรคเอ็ดเวิร์ดหรือพาทัวซินโดรม

หากมีการตรวจพบสภาวะที่หายาก อาจต้องใช้เวลาเป็นสองหรือสามอาทิตย์ก่อนที่จะได้ผลกลับมา

หากผลออกมาแสดงให้เห็นว่าทารกของคุณมีความผิดปรกติทางพันธุกรรมรุนแรง จะมีการชี้แจงแนวจัดการให้แก่คุณ เนื่องจากสภาวะทางพันธุกรรมส่วนมากไม่สามารถรักษาให้หายได้ คุณต้องพิจารณาทางออกที่ดีที่สุดของตัวคุณและลูกให้ดี

โดยคุณสามารถเลือกอุ้มท้องต่อไปพร้อมกับการหาข้อมูลรับมือกับสภาวะทางพันธุกรรมของลูกคุณ หรือทำแท้งก็ได้

ความเสี่ยงของ CVS มีอะไรบ้าง?

จะมีการชี้แจงความเสี่ยงและผลข้างเคียงต่าง ๆ หลังการทำ CVS แก่คุณ

โดยความเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำ CVS คือการแท้งบุตร ซึ่งเป็นการสูญเสียการตั้งครรภ์ในช่วงอายุครรภ์ 23 สัปดาห์แรก โดยคาดประมาณว่าการแท้งบุตร 1-2% เกิดมาจากการทำ CVS เอง

ความเสี่ยงอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่นการติดเชื้อหรือการเข้ารับการตรวจซ้ำเนื่องจากผลที่เก็บมาตอนแรกไม่สามารถให้ผลการทดสอบที่แม่นยำได้

ความเสี่ยงหลังกระบวนการ CVS จะยิ่งสูงขึ้นหากทำกับผู้ที่ตั้งครรภ์น้อยกว่า 10 สัปดาห์ ทำให้เป็นเหตุผลที่การทดสอบประเภทนี้ถูกแนะนำให้ปฏิบัติกับผู้ที่ตั้งครรภ์นานกว่านั้น

มีทางเลือกอื่นอีกหรือไม่?

มีการตรวจอีกประเภทที่เรียกว่าการเจาะตรวจน้ำคร่ำ ซึ่งเป็นกระบวนการเจาะดูดเอาน้ำคร่ำ (ของเหลวที่ห้อมล้อมทารกในครรภ์) ออกมาทดสอบ

โดยวิธีการดังกล่าวมักกระทำในช่วงที่อายุครรภ์อยู่ที่ระหว่าง 15 และ 18 สัปดาห์ ซึ่งสามารถทำกับครรภ์ที่อายุมากกว่านั้นได้ตามความจำเป็น

การทดสอบนี้มีความเสี่ยงที่จะแท้งบุตรน้อยกว่า แต่จะใช้เวลานานกว่าจะได้ผลการทดสอบ ทำให้คุณมีเวลาตัดสินใจทางเลือกหลังจากนั้นน้อยกว่า

หากคุณถูกแนะนำให้เข้าตรวจหาความผิดปรกติของทารก ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจะเข้ามาพูดคุยกับคุณเพื่อชี้แจงทางเลือกต่าง ๆ กับคุณเพื่อช่วยในการตัดสินใจของคุณ

ทำไมกระบวนการตรวจประเภทนี้จึงถูกแนะนำ?

การตรวจชิ้นเนื้อรก (CVS) มักถูกแนะนำให้แก่สตรีมีครรภ์ที่อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่ลูกออกมาจะมีความผิดปรกติทางพันธุกรรม ซึ่งกระบวนการนี้สามารถใช้วินิจฉัยโรคหรือภาวะต่าง ๆ ได้ในระยะเริ่มต้นได้

CVS ไม่ได้เป็นกระบวนการบังคับสตรีมีครรภ์ทุกคน โดยจะแนะนำให้เฉพาะผู้ที่มีผลการตรวจหรือมาจากครอบครัวที่มีประวัติสุ่มเสี่ยงเท่านั้น

ซึ่งแม้คุณจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเข้ารับการตรวจนี้ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเอง

CVS สามารถตรวจจับสภาวะใดได้บ้าง?

CVS ถูกใช้เพื่อวินิจฉัยหาภาวะความผิดปรกติทางพันธุกรรมได้หลายประเภท อาทิเช่น:

  • ดาวน์ซินโดรม: ซึ่งเป็นภาวะที่ส่งผลต่อความบกพร่องทางระดับการเรียนรู้และบุคลิกภาพการแสดงออก
  • เอ็ดเวิร์ด ซินโดรม และพาทัวซินโดรม: ภาวะที่ส่งผลให้แท้งบุตร การเสียชีวิตในครรภ์ หรือ (กรณีที่ทารกรอดออกมา) มีปัญหาทางร่างกายรุนแรงและมีความบกพร่องทางการเรียนรู้
  • โรคซิสติกไฟโบรซิส: ภาวะที่ทำให้ปอดและระบบย่อยอาหารเกิดอุดตันด้วยเมือกเหนียว
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง: ภาวะที่ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงที่กล้ามเนื้อและทำให้พิการ
  • โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว: ที่ซึ่งเซลล์เม็ดเลือดแดงพัฒนาขึ้นอย่างผิดปรกติ ทำให้ไม่สามารถส่งผ่านออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้คนทั่วไป
  • ทัลลาสซิเมีย: ภาวะที่ส่งผลต่อเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งส่งผลทำให้เกิดภาวะโลหิตจาง จำกัดการเจริญเติบโต และสร้างความเสียหายแก่อวัยวะ
  • โรคฟีเนียคูโตโนเรีย: โรคที่ร่างกายจะไม่สามารถสลายสารที่เรียกว่าฟีเนียลานินได้ ซึ่งสารดังกล่าวสามารถขึ้นไปสะสมที่สมองได้จนกลายเป็นภาวะที่อันตรายมาก
  • CVS ไม่สามารถตรวจหาภาวะหลอดประสาทไม่ปิดได้ ซึ่งเป็นภาวะที่เป็นตั้งแต่กำเนิดที่ส่งผลต่อสมองและไขสันหลัง แต่สามารถตรวจหาภาวะดังกล่าวได้จากการอัลตราซาวด์

การตัดสินใจเข้ารับการตรวจ CVS

หากคุณถูกแนะนำให้เข้ารับการตรวจ ให้สอบถามข้อมูลจากทางแพทย์หรือหมอผดุงครรภ์ของคุณ ถึงกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่จะได้รับ

เหตุผลที่เข้ารับการตรวจ CVS

การทดสอบมักสามารถบอกได้ว่าลูกของคุณจะเกิดมาพร้อมสภาวะความผิดปรกติใดบ้าง

หากพบปัญหาใดจะทำให้คุณมีโอกาสเตรียมตัวรับมือหรือตัดสินใจหาแนวทางจัดการกับการตั้งครรภ์ในครั้งนี้ได้

เหตุผลที่ไม่เข้ารับการตรวจ CVS

อย่างที่กล่าวไปว่าหลังกระบวนการตรวจ CVS จะมีโอกาสประมาณ 1-2% ที่จะแท้งลูกได้ คุณอาจรู้สึกว่าความเสี่ยงเท่านี้สูงเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด ผู้หญิงบางคนตัดสินใจรอดูลูกน้อยกำเนิดออกมา หรือเปลี่ยนไปหาวิธีการตรวจสอบอื่นอย่างการเจาะตรวจน้ำคร่ำแทน

เกิดอะไรขึ้นระหว่างการชิ้นเนื้อรกบ้าง?

การตรวจชิ้นเนื้อรก (CVS) จะเป็นกระบวนการเพื่อนำชิ้นเนื้อกออกมาทดสอบ

การเตรียมการเข้าตรวจ CVS

คุณไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรเพิ่มเติม แปลว่าคุณสามารถดื่มหรือรับประทานอาหารก่อนเข้าตรวจได้ตามปกติ

ในบางกรณีแพทย์อาจจะขอให้คุณงดทำธุระก่อนไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากการที่กระเพาะปัสสาวะยังแน่นอยู่จะทำให้การตรวจเป็นไปได้ง่ายขึ้น โดยหากเป็นกรณีนี้ ทางแพทย์หรือหมอผดุงครรภ์ของคุณจะนัดหมายและห้ามก่อนการนัดหมายจริง

คุณสามารถพาคู่สมรส เพื่อน หรือครอบครัวมาด้วยได้ ซึ่งพวกเขาจะเป็นแรงสนับสนุนคุณไปตลอดการทดสอบ

การดำเนินการตรวจ CVS

กระบวนการ CVS จะมีการใช้หลักการอัลตราซาวด์เพื่อนำทางอุปกรณ์ไปยังรก และยังเป็นเครื่องนำทางเพื่อไม่ให้ไปโดนถุงน้ำคร่ำหรือแตะโดนตัวทารก การทดสอบนี้จะดำเนินการด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่งระหว่าง: การเจาะผ่านช่องท้อง หรือการเจาะผ่านปากมดลูก

การตรวจ CVS ผ่านช่องท้อง

จะมีการทำความสะอาดหน้าท้องของคุณด้วยยาฆ่าเชื้อก่อนการฉีดยาชา

หลังจากยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะทำการแทงเข็มลงบริเวณช่องท้องนั้นไปยังมดลูก โดยเข็มจะถูกนำทางโดยการใช้เทคนิคอัลตราซาวด์ตลอดเวลา

ปลายเข็มจะดูดเก็บตัวอย่างเซลล์ขนาดเล็ก ๆ จากเนื้อเยื่อรก และแพทย์จะทำการดึงเข็มออก

การตรวจ CVS ผ่านปากมดลูก

จะเป็นการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อรกผ่านปากมดลูกของคุณ

วิธีการนี้จะใช้ท่อที่มีเข็มดูดหรือปากคีบขนาดเล็กที่ปลายสอดเข้าไปโดยผ่านช่องคลอดไปยังคอมดลูก โดยท่อจะถูกนำทางโดยการใช้เทคนิคอัลตราซาวด์

ควรใช้วิธีการใด?

กรณีส่วนมากมักใช้วิธีการแรก (สอดเข็มผ่านช่องท้อง) เพราะมีกระบวนการที่ง่ายกว่า

โดยการตรวจเนื้อเยื่อรกด้วยการสอดผ่านปากมดลูกมักทำให้ช่องคลอดมีเลือดออกหลังจากกระบวนการ ซึ่งผู้หญิงที่เข้ารับการตรวจแบบนี้ 1 ใน 10 คนจะเกิดปัญหานี้ขึ้น แต่กระนั้น ระหว่างสองกระบวนการนี้ก็ไม่มีข้อแตกต่างด้านความเสี่ยงที่จะแท้งบุตรแต่อย่างใด

การตรวจ CVS สร้างความเจ็บปวดหรือไม่?

กล่าวกันว่า CVS มักจะสร้างความรู้สึกไม่สบายตัวมากกว่าที่จะเจ็บปวด ในกรณีส่วนมากหรือก่อนการเจาะตรวจผ่านช่องท้องจะมีการใช้ยาชาก่อน ทำให้หลังจากกระบวนการอาจเกิดความรู้สึกปวด ๆ บ้าง ส่วนการตรวจเนื้อเยื่อรกผ่านปากมดลูกนั้นจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทำการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอยู่

การตรวจ CVS กินระยะเวลานานเท่าใด?

ขั้นตอนทั้งหมดมักจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที

หลังจากกระบวนการ คุณจะถูกเฝ้าระวังอาการอย่างภาวะเลือดออกรุนแรงต่ออีกเกือบชั่วโมง หลังจากนั้นคุณก็สามารถกลับบ้านได้

ควรพาบุคคลที่สามมาในวันตรวจด้วย เนื่องจากคุณอาจจะรู้สึกไม่พร้อมที่จะขับรถกลับ

การฟื้นฟูร่างกายหลัง CVS

หลังจากตรวจ CVS แล้ว มักจะเกิดอาการปวดคล้ายเป็นประจำเดือนขึ้น หรืออาจมีอาการตกเลือดเล็กน้อยจากช่องคลอดเป็นเวลาหนึ่งถึงสองวัน โดยคุณสามารถทานยาแก้ปวดทั่วไปอย่างพาราเซตตามอลได้ (ไม่ควรทานอิบูโพรเฟนหรือแอสไพริน)

ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมออกแรงตลอดทั้งวัน และติดต่อกลับไปยังแพทย์หรือโรงพยาบาลทันทีที่คุณประสบกับอาการเหล่านี้:

  • มีอาการเจ็บปวดที่ยืดเยื้อ
  • มีอุณหภูมิร่างกายสูง 38 องศาเซลเซียส หรือมากกว่า
  • หนาวสั่น
  • มีเลือดออกจากช่องคลอดรุนแรง
  • มีของเสียใสขับออกจากช่องคลอด
  • มดลูกหดรัดตัว

การเข้ารับผลการตรวจ CVS

ผลการตรวจครั้งแรกควรจะออกมาภายในเวลาไม่กี่วัน และจะสามารถบอกได้ถึงสภาวะความผิดปรกติทางโรคโมโซมของลูกคุณ (หากพบ)

หากมีการพบสภาวะที่หายาก อาจใช้เวลาประมาณสองถึงสามสัปดาห์กว่าที่จะได้ผลกลับมา

โดยคุณสามารถเลือกฟังผลทางโทรศัพท์หรือเข้าพบแพทย์ตัวต่อตัวที่โรงพยาบาลก็ได้

ผลการตรวจ

หลังจากการตรวจเนื้อเยื่อรกดำเนินการเสร็จสิ้น ตัวอย่างเซลล์ที่เก็บมาได้จะถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการณ์เพื่อทำการทดสอบต่อ

จะมีการนับจำนวนโครโมโซม (ชุดของพันธุกรรม) ภายในเซลล์ และมีการตรวจสอบโครงสร้างของโครโมโซมเพื่อหาความผิดปรกติต่าง ๆ

ผลที่ได้มีความน่าเชื่อถือเพียงใด?

CVS มีความแม่นยำค่อนข้างมาก หรือประมาณ 99% แต่การตรวจลักษณะนี้ก็ไม่สามารถตรวจจับความผิดปรกติของทารกได้ทั้งหมด และอาจไม่ใช่ทุกครั้งที่สามารถให้ผลที่สามารถยืนยันได้จริง ๆ

มีไม่มากนักที่ผล CVS ออกมาว่าไม่สามารถสรุปความปกติของโครโมโซมของทารกได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าการเก็บตัวอย่างเซลล์ออกมาน้อยเกินไป หรืออาจจะพบเฉพาะความผิดปรกติที่รก แต่ไม่ใช่ตัวเด็กเอง

หากกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นมา ก็อาจต้องใช้วิธีการเจาะตรวจน้ำคร่ำหลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์เพื่อยืนยันการวินิจฉัยออกมา

ผลการตรวจสื่อความหมายว่าอย่างไร?

ผู้หญิงที่เข้ารับการตรวจ CVS และได้ผลออกมาว่า “ปกติ” แปลได้ว่าไม่พบความผิดปรกติทางพันธุกรรมในทารก

แต่อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจปกตินั้นก็ไม่ได้หมายความว่าทารกจะมีสุขภาพสมบูรณ์จริง ๆ เนื่องจากการทดสอบนี้มีเพื่อตรวจหาภาวะความผิดปรกติที่เกิดมาจากยีนที่เพี้ยนไปเท่านั้น ซึ่งไม่ได้รวมความผิดปรกทางพันธุกรรมที่มีในโลกทั้งหมด

หากผลการตรวจออกมาเป็น “บวก” แสดงว่าทารกในครรภ์เป็นกลุ่มเด็กที่มีความผิดปรกติทางพันธุกรรม หากเป็นเช่นนี้ทางแพทย์จะจัดการชี้แจงภาวะดังกล่าว และเสนอแนวทางให้คุณทากรตัดสินใจหลังจากนี้

จะเกิดอะไรขึ้นหากพบปัญหาที่ทารก?

ถ้าการตรวจสรุปออกมาว่าทารกในครรภ์จะเกิดมาพร้อมกับความผิดปรกติทางพันธุกรรม คุณจะได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ซึ่งอาจจะเป็นแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ของคุณหรือแพทย์พันธุศาสตร์ก็ได้

พวกเขาจะมอบข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะดังกล่าวของบุตรคุณ รวมไปถึงปัญหาที่ลูกต้องประสบ การรักษาเยียวยาที่พวกเขาต้องได้รับ และความคาดหวังในอนาคตที่พวกเขาต้องเผชิญต่าง ๆ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อช่วยในการตัดสินใจของคุณ

ภาวะทางพันธุกรรมส่วนมากไม่มีทางรักษาให้หายได้ คุณจึงต้องพิจารณาหาทางออกอย่างถี่ถ้วนที่สุด ซึ่งตัวเลือกหลัก ๆ ก็คือ:

อุ้มท้องต่อไป โดยที่พยายามรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาวะของลูก เพื่อรับมือกับการดูแลเด็กที่จะลืมตาดูโลกต่อไป หรือทำแท้งเสีย เป็นการตัดสินใจที่ยากมาก ซึ่งตัวคุณไม่จำเป็นต้องตัดสินใจตัวเลือกเหล่านี้โดยลำพัง

คุณสามารถหันไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสภาวะดังกล่าว พูดคุยกับคู่สมรสของคุณ หรือแม้แต่ปรึกษาเพื่อนสนิทและครอบครัวของคุณก็ได้

ความเสี่ยงต่าง ๆ

ก่อนการตัดสินใจรับการตรวจเนื้อเยื่อรก (CVS) แพทย์จะแจ้งคุณเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนและความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น

โดยความเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจะถูกอภิปรายข้างล่างดังนี้:

การแท้งบุตร

การตรวจ CVS จะมีความเสี่ยงทำให้สูญเสียลูกในครรภ์ได้ หรือก็คือการสูญเสียครรภ์ที่มีอายุน้อยกว่า 23 สัปดาห์นั่นเอง

โดยความเสี่ยงที่จะแท้งจากกระบวนการตรวจ CVS คาดกันว่าอยู่ที่ประมาณ 1-2% หรือหมายความว่าผู้หญิงมีครรภ์ที่เข้ารับการตรวจนี้ 50 จาก 100 คนจะแท้งบุตรหลังกระบวนการทั้งหมด

แต่ก็เป็นการยากที่จะคาดเดาได้ว่าการแท้งจะเกิดขึ้นกับตัวคุณเอง งานวิจัยบางชิ้นได้ระบุว่าโอกาสการแท้งบุตรหลังการตรวจ CVS นั้นเกิดมาจากการดำเนินกระบวนการเอง

ในกรณีส่วนมาก การแท้งบุตรจะเชื่อมโยงกับช่วงเวลาสองอาทิตย์ที่ดำเนินการ CVS เอง ซึ่งไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าจะมีวิธีลดความเสี่ยงในการแท้งลูกในช่วงเวลานี้

ความเสี่ยงที่จะแท้งบุตรหลังการทำ CVS นั้นถูกนับว่ามีค่อนข้างสูงกว่าอีกกระบวนการหนึ่งที่เรียกว่าการเจาะตรวจน้ำคร่ำ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ดำเนินการกับครรภ์ที่มีอายุมากกว่า

ตัวอย่างไม่เพียงพอ

การตรวจ CVS ประมาณ 1% จะได้ตัวอย่างที่ไม่เพียงพอต่อการทดสอบหาความผิดปรกติ อาจเป็นเพราะเซลล์ที่นำมามีปริมาณไม่มากพอ หรือเพราะว่าเซลล์ตัวอย่างนั้นปนเปื้อนเซลล์ของมารดามาก็ได้

หากตัวอย่างที่ได้รับมาไม่เพียงพอ จะมีการดำเนินการ CVS ซ้ำอีกครั้ง หรืออาจเปลี่ยนไปใช้วิธีการเจาะตรวจน้ำคร่ำแทน (โดยจะทำหลังจากผ่านไปแล้วไม่กี่สัปดาห์)

การติดเชื้อ

เช่นเดียวกับกระบวนการผ่าตัดทั้งหลาย การทำ CVS เองก็มีความเสี่ยงของการติดเชื้อเช่นกัน การติดเชื้อนี้สามารถเกิดขึ้นได้หากมีแบคทีเรียตกค้างอยู่บนผิวหนังหรือบนอุปกรณ์ที่ใช้

แต่กระนั้น โอกาสติดเชื้อก็มีน้อยมาก ๆ โดยจะพบกรณีติดเชื้อประมาณ 1 ใน 1,000 ครั้งเท่านั้น

ภาวะแพ้หมู่เลือด

หากกรุ๊ปเลือกของคุณคือ RhD ลบ แต่กรุ๊ปเลือดของลูกคุณเป็น RhD บวก จะเกิดอาการแพ้ขึ้นระหว่างการดำเนินการ CVS

ภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากการที่เลือดบางส่วนของทารกไหลเข้าไปยังกระแสเลือดของร่างกายมารดา ทำให้ร่างกายแม่เกิดการสร้างแอนติบอดีขึ้นมาทำลายเลือดของทารก หากไม่ทำการรักษาจะทำให้ทารกกลายเป็นโรครีซัสได้

หากคุณไม่ทราบหมู่เลือดของตัวเอง จะมีการทดสอบกรุ๊ปเลือดก่อนดำเนินการ CVS เพื่อหาความเสี่ยงที่จะเกิดการแพ้ขึ้น โดยหากมีความเสี่ยงจะมีการฉีดยาที่เรียกว่า anti-D immunoglobulin ให้ไปยับยั้งการเกิดอาการแพ้ดังกล่าว

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
หลังภาวะแท้งบุตร ทำไมฉันยังมีอาการเหมือนคนท้อง?
หลังภาวะแท้งบุตร ทำไมฉันยังมีอาการเหมือนคนท้อง?

หลังภาวะแท้งบุตร ร่างกายอาจใช้เวลาฟื้นคืนสภาพค่อนข้างนาน ทีเดียวจนเกือบอารมณ์เสียได้

เมื่อไหร่จึงสามารถมีมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยหลังภาวะแท้งบุตร?
เมื่อไหร่จึงสามารถมีมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยหลังภาวะแท้งบุตร?

ต้องรอนานแค่ไหน และทำไมคุณอาจจะไม่รู้สึกอยากกอดจูบลูบคลำมากนัก?

โอกาสเกิดภาวะแท้งบุตรหลังจากตรวจพบการเต้นของหัวใจทารกจากอัลตราซาวด์
โอกาสเกิดภาวะแท้งบุตรหลังจากตรวจพบการเต้นของหัวใจทารกจากอัลตราซาวด์

จะตรวจพบการเต้นของของหัวใจทารกในครรภ์ครั้งแรกที่อายุครรภ์ประมาณ 6 สัปดาห์