Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

อาการอาเจียนเป็นน้ำดีในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,857,798 คน

น้ำดีเป็นสารน้ำสีเหลือง-เขียวที่สร้างขึ้นที่ตับและมีการเก็บไว้ที่ถุงน้ำดีจนกว่าจะมีการรับประทานอาหารจึงจะถูกปล่อยเข้ามาในลำไส้เล็กเพื่อช่วยในการย่อยอาหารและทำให้ร่างกายสามารถนำอาหารเหล่านี้ไปใช้ได้อย่างเหมาะสม นอกจากนั้นน้ำดียังมีจะช่วยพาของเสียในร่างกายออกจากร่างกายทางอุจจาระอีกด้วย

อาการอาเจียนเป็นน้ำดีนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการบีบตัวของทางเดินอาหาร ทำให้น้ำดีเกิดการไหลย้อนเข้าสู่กระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคืองและอาเจียนออกมาแบบมีน้ำดีปน

อาการนี้มักพบในช่วงเช้าหรือก่อนนอนก่อนรับประทานอาหารโดยเฉพาะในแมวที่รับประทานอาหารวันละครั้ง อาการนี้เป็นอาการที่พบได้ไม่บ่อยในแมว แมวที่อายุมากจะมีโอกาสเกิดได้มากกว่า และสามารถเกิดได้ทั้งในเพศผู้และเพศเมีย

อาการที่พบ

  • อาเจียนปนน้ำดีเป็นๆ หายๆ แต่เรื้อรัง
  • มักเกิดขึ้นในตอนเช้าหรือก่อนนอนก่อนกินอาหาร
  • มวนท้อง
  • คลื่นไส้
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลด

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการดังกล่าว

  • ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ที่แน่ชัด
  • โรคที่ทำให้เกิดกระเพาะอาหารอักเสบหรือลำไส้เล็กอักเสบอาจทำให้การบีบตัวของทางเดินอาหารผิดปกติได้

การวินิจฉัยโรค

สัตวแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพของแมวก่อนหน้านี้ อาการที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้เกิดอาการดังกล่าว

ก่อนที่จะทำการตรวจร่างกาย ตรวจเลือดและปัสสาวะ

ส่วนมากการได้ประวัติว่ามีอาการอาเจียนเป็นน้ำดีเป็นๆ หายๆ ก็สามารถช่วยให้สัตวแพทย์วินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้ การตรวจทางรังสีและการใช้คลื่นเสียงความถี่สูงอาจพบว่ากระเพาะอาหารบีบตัวช้ากว่าปกติ แต่การตรวจเลือดและส่องกล้องนั้นมักให้ผลเป็นปกติ

การรักษา

หากแมวของคุณไม่มีโรคประจำตัวที่ร้ายแรง สัตวแพทย์อาจให้การรักษาตามอาการ โดยอาจใช้ยากระตุ้นการบีบตัวของกระเพาะอาหาร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการไหลย้อน ร่วมกับยาลดกรดในกระเพาะอาหารเพื่อช่วยป้องกันการทำลายเยื่อบุกระเพาะอาหารจากกรดในน้ำดี

ผู้ป่วยส่วนมากมักตอบสนองต่อการรักษาได้ดี ซึ่งแต่ละตัวมีการตอบสนองด้วยเวลาที่แตกต่างกัน บางตัวอาจหายได้เร็วแต่บางตัวอาจจะต้องใช้ยาเป็นเวลานาน ในแมวที่มีอาการเรื้อรัง อาจจำเป็นต้องเปลี่ยนการรับประทานอาหารให้เป็นมื้อเล็กๆ แต่ถี่ขึ้นโดยเฉพาะในช่วงกลางคืน เนื่องจากการที่กระเพาะอาหารมีอาหารอยู่นั้นจะช่วยเพิ่มการบีบตัวของกระเพาะอาหาร และการรับประทานอาหารที่มีไขมันและเส้นใยอาหารต่ำยังจะช่วยให้ลดอาหารที่ค้างอยู่ในกระเพาะอีกด้วย

สัตวแพทย์อาจจะแนะนำให้แมวของคุณรับประทานอาหารกระป๋องหรืออาหารเหลว เพราะว่าอาหารที่แข็งนั้นมักจะอยู่ในกระเพาะอาหารได้นานกว่าอาหารเหล่านี้

การดูแลจัดการหลังการรักษา

แมวส่วนมากตอบสนองต่อการรักษาด้วยการเปลี่ยนอาหารและการใช้ยาได้ดีและมีผลลัพธ์ของการรักษาที่ดีมาก

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม


ดูในแอป