การกินเพื่อสุขภาพ

สังกะสี แร่ธาตุนี้มีประโยชน์อย่างไร ผลกระทบเมื่อทานมาก-น้อยเกินไป


Istock 628461726 m

สังกะสี หรือ Zinc เป็นธาตุอาหารชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อระบบการทำงานของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์หรือพืช ด้วยบทบาทที่เรียกได้ว่าเป็นหัวใจในการทำงานร่วมกับเอนไซม์ต่างๆ มากกว่า 300 ชนิดในร่างกายของเรา การรับประทานอาหารที่มีแร่ธาตุชนิดนี้อย่างเพียงพอ จะช่วยรักษาร่างกายให้ทำงานได้อย่างสมดุล

การรับประทาน สังกะสี ที่มากเกินไปก็อาจก่อเกิดเป็นโทษ ส่งผลให้เกิดความเจ็บป่วยได้ เพราะฉะนั้น การเลือกรับประทานอาหารให้หลากหลายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ร่างกายได้รับ สังกะสี ในการนำไปใช้ได้เพียงพอและปลอดภัยมากที่สุด

หน้าที่ของธาตุสังกะสีกับร่างกาย

  1. หน้าที่สำคัญของธาตุ สังกะสี สำหรับร่างกาย คือการเข้าไปควบคุมกระบวนการทำงานต่างๆ ในระดับเซลล์ ทำให้อวัยวะดำเนินการทำงานต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และด้วยส่วนประกอบของ สังกะสี ที่มีอยู่ภายในเอนไซม์อย่างน้อยราว 60-70 ชนิด โดยมีหน้าที่หลักสำคัญคือ เป็นเสมือนรถบรรทุกคอยขนส่งคาร์บอนไดออกไซด์จากเซลล์และเนื้อเยื่อไปยังปอด มีการทำหน้าที่เป็นเอนไซม์ที่สัมพันธ์กับการเปลี่ยนกรดไฟรูวิกเป็นกรดแลคติก ซึ่งจะอยู่ในวัฎจักรไกลโคลิซิส นอกจากนี้ ยังเป็นเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีนที่ลำไส้เล็ก เป็นโคแฟกตอร์ช่วยสังเคราะห์ดีเอ็นเอและอาร์เอ็นเอ
  2. มีส่วนช่วยบำรุงดูแลร่างกายส่วนที่สึกหรอ โดยการเข้าไปซ่อมแซม ทำหน้าที่ช่วยควบคุมการทำงานของเอนไซม์
  3. ปริมาณที่เพียงพอที่เราได้รับแต่ละวัน จะช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง เมื่อเกิดบาดแผลขึ้นมาจะช่วยเยียวยาให้แผลหายไวขึ้น
  4. สำหรับเด็กจะเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการรับรู้รสชาติและการได้กลิ่นให้มีประสิทธิภาพ

เมื่อธาตุชนิดนี้ถูกนำเข้าสู่ร่างกาย ผ่านกระบวนการย่อยอาหาร จะถูกดูดซึมอยู่ที่ลำไส้เล็กตอนต้น (Duodenum) และลำไส้เล็กตอนกลาง (Jejunum) แต่การดูดซึมของสารชนิดนี้มักจะถูกขัดขวางโดย ทองแดง แคลเซียม ไฟเทต แคดเมียม และใยอาหาร สังกะสี บางส่วนที่ไม่ถูกดูดซึม ก็จะถูกขับถ่ายออกพร้อมกับน้ำย่อยจากตับอ่อน ส่งผ่านลำไส้ใหญ่รวมตัวกับอุจจาระและปัสสาวะ ซึ่งจะมีปริมาณที่ถูกขับออกมาตามธรรมชาติราว 500 ไมโครกรัม

อาหารที่มีธาตุสังกะสีสูง

  1. อาหารที่มีโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ทุกประเภท ตับ นม เนย ปู กุ้ง ไข่
  2. หอยนางรมให้ สังกะสีจำนวนมาก ประมาณ 745 มิลลิกรัมต่อ 1 กิโลกรัม
  3. พวกพืชผัก เช่น ข้าวกล้อง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดพืช วุ้นเส้นไม่ฟอกขาว งา มันฝรั่ง ผักใบเขียวต่างๆ
  4. ผลไม้ เช่น มะม่วง สับปะรด แอปเปิ้ล

โทษของที่ร่างกายได้รับสังกะสี มากเกินไป

  1. คนที่ได้รับสังกะสีมากเกินกว่า 100 มิลลิกรัมต่อวัน ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อการเพิ่มขึ้นของระดับคลอเลสเตอรอล เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลืด
  2. คนที่ได้รับมากเกินกว่า 200 มิลลิกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดอาการที่รู้สึกได้คือ ท้องเสีย คลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะ เกร็งบริเวณกล้ามเนื้อท้อง และเกิดอาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร
  3. คนที่ได้รับสังกะสีมากๆ สูงมากกว่า 1.5 เท่าของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดภาวะโลหิตจางเพราะสังกะสีจะเข้าไปลดการดูดซึมทองแดงและธาตุเหล็ก

โทษของที่ร่างกายได้รับสังกะสี น้อยเกินไป

ส่วนในกรณีที่เกิดภาวะขาดสังกะสี ร่างกายจะแสดงออกมาด้วยอาการทางผิวหนัง ขนตามร่างกายร่วง ผิวหนังเป็นรอยเขียวฟกช้ำได้ง่าย เป็นแผลเรื้อรังไม่ยอมหายสักที มีการอักเสบระคายเคืองที่ผิวหนัง ผิวแห้งลอกไม่มีความชุ่มชื้น ผิวหยาบกร้าน โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อพับ ประสาทการรับรสเริ่มด้อยประสิทธิภาพ เมื่อเกิดแผลขึ้นมาจะหายช้า ส่วนในหญิงที่ให้นมบุตร การขาดธาตุสังกะสีจะส่งผลไปถึงการเจริญเติบโตที่ผิดปกติของลูกน้อย

การรับประทาน สังกะสี ให้ได้สัดส่วนที่เพียงพอต่อร่างกายแบบไม่เกิดโทษ จะต้องอยู่ในปริมาณที่ขึ้นอยู่กับบุคคลแต่ละวัย

  • ในเด็กอายุระหว่าง 1-10 ปี ควรได้รับวันละ 10 มิลลิกรัม
  • ในเด็กวันรุ่นอายุ 11-22 ปี ควรได้รับ 15 มิลลิกรัม
  • ผู้ใหญ่อายุ 23-51 ปี ควรได้รับวันละ 15 มิลลิกรัม
  • ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรได้รับวันละ 20-25 มิลลิกรัม

การได้รับแร่ธาตุ สังกะสี ตามปริมาณด้านบนก็ถือว่าเพียงพอกับความต้องการแล้ว ถึงแม้ในประเทศไทย จะพบคนจำนวนน้อยมากที่ขาดธาตุสังกะสี แต่การเรียนรู้เพื่อให้ทราบโทษของการได้รับมากเกินไป ก็เป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับร่างกายได้ทางหนึ่ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่