การกินเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของมะรุม ไอเดียการกินการใช้มะรุมเพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

น้ำตาล คอเลสเตอรอล และความดันโลหิต ลดได้ไม่ยากแค่รับประทานมะรุมให้ถูกวิธี
เผยแพร่ครั้งแรก 27 พ.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 12 พ.ค. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 19 เม.ย. 2019 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
ประโยชน์ของมะรุม ไอเดียการกินการใช้มะรุมเพื่อสุขภาพ และข้อควรระวัง

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • มะรุม เป็นพืชพื้นบ้านที่มีประโยชน์ สามารถรับประทานได้แทบทุกส่วน โดยเลือกใช้ใบที่ไม่แก่ หรืออ่อนเกินไป รับประทานสดๆ หรือไม่ถูกความร้อนมากเกินไป เพื่อให้ได้สารอาหารเต็มที่
  • มะรุม อุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี โปรตีน หรือธาตุเหล็ก
  • ประโยชน์ของมะรุม เช่น รักษาอาการหวัด ลดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด บรรเทาอาการปวด บำรุงร่างกาย สายตา ผิวพรรณ และต่อต้านมะเร็ง
  • ข้อควรระวังการใช้มะรุม เช่น ผู้ป่วยโรคเลือด หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคเกาต์ ไม่ควรรับประทานมะรุมมากเกินไป เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
  • หากรับประทานมะรุมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ควรตรวจการทำงานของตับ เนื่องจากผู้ป่วยบางรายที่ใช้มะรุมติดต่อกันเป็นระยะเวลานานพบเอนไซม์เพิ่มสูงขึ้น (ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพได้ที่นี่)

มะรุม  เป็นพืชพื้นบ้านที่มีประโยชน์มากมาย รับประทานได้แทบทุกส่วน เช่น  ยอดอ่อน ใบ ฝัก ดอก เมล็ด ราก จึงไม่แปลกที่คนโบราณจะนำฝักอ่อนมาใส่ในแกงส้มเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร บ้างก็นำมาลวกจิ้มน้ำพริกกะปิ นัยว่า เป็นการฝึกให้กินมะรุมเป็นอย่างกลายๆ  

การศึกษาค้นคว้าวิจัยในปัจจุบันพบว่า มะรุมมีตัวยาสำคัญและสารอาหารจำเป็นหลายอย่างจึงมีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง และช่วยป้องกันโรค บรรเทาอาการเจ็บป่วยได้มากมาย  

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

รู้จักมะรุม

มะรุม (Moringa) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Moringa oleifera Lam. เป็นไม้ยืนต้นที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในทวีปเอเชีย เจริญเติบโตได้ง่าย และทนทานต่อความแห้งแล้ง 

มะรุม มีลำต้นตั้งตรงสีน้ำตาล มีกิ่งก้าน ใบรูปไข่ความยาวประมาณ 1-3 เซนติเมตร เรียงกันแบบสลับ ออกดอกสีขาวเป็นช่อในช่วงฤดูหนาว แต่บางพันธุ์ก็ออกดอกได้หลายครั้งในรอบปี ผลมีลักษณะเป็นฝักสีเขียว ยาวประมาณ 20-50 เซนติเมตร  ฝักมีรสชาติหวาน เมล็ดรูปสามเหลี่ยมขนาดเล็ก 

คุณค่าทางโภชนาการของมะรุม

ฝักมะรุมสดปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 37 กิโลแคลอรี่  

อุดมไปด้วยวิตามินเอ 4 ไมโครกรัม วิตามินซี 141.0 มิลลิกรัม น้ำ 88.20 กรัม ฟอสฟอรัส 50 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 45 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 8.53 กรัม โปรตีน 2.10 กรัม

นอกจากนี้ยังมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด ได้แก่ ไขมัน ใยอาหาร แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมงกานีส โซเดียม สังกะสี วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี9

ประโยชน์ของมะรุม

  • ใช้รักษาอาการหวัด แก้ไอสำหรับผู้ที่มีอาการหวัด ไอเรื้อรัง มีอาการภูมิแพ้ เพราะมะรุมอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง จึงสามารถบรรเทา และรักษาอาการไข้หวัด และอาการไอได้
  • รักษาโรคขาดสารอาหาร นำมาใช้รักษาโรคขาดสารอาหารในเด็กได้โดยจะทำให้ร่างกายมีความสมบูรณ์แข็งแรงมากขึ้น เพราะในมะรุมมีสารอาหารหลายชนิด จึงสามารถทดแทนสารอาหารที่ขาดไปได้ แต่ทั้งนี้ก็ต้องรับประทานอาหารอื่นๆ เพื่อเสริมแร่ธาตุสารอาหารให้เพียงพอด้วย
  • รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน เพียงนำใบมะรุมมากินเป็นประจำ โดยอาจนำมากินสดๆ หรือนำมาประกอบอาหารก็ได้จะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับเหงือกและฟัน จึงไม่ทำให้มีเลือดออกตามไรฟัน
  • รักษาโรคเบาหวาน มีสรรพคุณในการควบคุมระดับของน้ำตาลในเลือด และลดระดับน้ำตาลให้น้อยลง จึงช่วยบรรเทา และชะลออาการของโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี ส่วนในคนปกติ เมื่อรับประทานมะรุมเป็นประจำจะช่วยป้องกันการเกิดโรคเบาหวานได้
  • ลดระดับความดันโลหิต งานวิจัยพบว่า การสกัดสารของฝักและผลของมะรุมทดลองในสุนัขและหนูแรทจะได้สารสำคัญประเภท Glycosides ซึ่งสามารถลดความดันโลหิตและลดอาการอื่นๆ ที่เกิดจากความดันโลหิตสูงได้ เช่น ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ เป็นต้น
  • ลดระดับไขมันในเลือด จากข้อมูลงานวิจัยสามารถกล่าวได้ว่า การรับประทานมะรุมสามารถช่วยลดระดับน้ำตาล และไขมันในเลือดได้ แต่หากจะรับประทานเพื่อหวังให้เป็นยาระบายเพื่อลดน้ำหนักยังไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม
  • บรรเทาอาการปวด ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลัง ปวดตามข้อ หรือปวดส่วนไหนของร่างกายก็ตาม มะรุมจะช่วยลดอาการปวดตามกล้ามเนื้อและกระดูกได้เป็นอย่างดี รวมถึงช่วยลดอาการอักเสบได้ดีอีกด้วย 
  • กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด มีสรรพคุณในการบำรุงเลือด จึงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดี ทั้งยังสามารถใช้รักษาอาการของโรคโลหิตจางได้อีกด้วย 
  • บำรุงร่างกาย การรับประทานมะรุมเป็นประจำจะช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกายให้เป็นปกติ ทำให้ร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เกิดความผ่อนคลาย พร้อมทั้งช่วยซ่อมแซมร่างกายในส่วนที่สึกหรอ หรือบอบช้ำ ให้ฟื้นฟูและกลับมาทำงานได้อย่างเป็นปกติเร็วขึ้นอีกด้วย
  • บำรุงสายตา มีวิตามินเอสูงมาก จึงสามารถใช้รักษาอาการผิดปกติที่เกี่ยวกับดวงตาได้ ทั้งยังช่วยบำรุงสุขภาพดวงตาให้แข็งแรง ป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตา รวมถึงโรคต้อในตา โดยเฉพาะคนที่ต้องทำงานจ้องหน้าจอคอมเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้ดวงตามีอาการเหนื่อยล้า ตาแห้ง และพร่ามัวได้ 
  • บำรุงผิวให้สวยใส มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทำให้ผิวพรรณเนียนนุ่มกระจ่างใส ผิวเนียนดูอ่อนเยาว์ และปราศจากริ้วรอย ซึ่งก็เป็นการบำรุงผิวพรรณตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก เพราะฉะนั้นใครที่อยากมีผิวสวย มีสุขภาพผิวที่ดี มะรุมก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกัน
  • ต่อต้านมะเร็ง ด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในมะรุม จึงสามารถต่อต้านการเกิดมะเร็ง และยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้อย่างดีเยี่ยม 

ไอเดียการใช้มะรุมเพื่อสุขภาพ

  • ต่อต้านมะเร็ง นำมะรุมมาต้มกับน้ำแล้วดื่มเป็นประจำช่วยปกป้องคุณจากโรคมะเร็งร้าย ส่วนผู้ป่วยโรคมะเร็ง การดื่มน้ำมะรุมควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์จะช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูเร็วขึ้น และชะลอการแพร่กระจายของโรคได้ดี
  • แก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย นำเปลือกต้นมะรุมมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ นำมาทำเป็นลูกประคบโดยการนึ่งให้ร้อน จากนั้นนำมาประคบให้ทั่วตามบริเวณที่มีอาการปวด เพียงเท่านี้ก็จะช่วยแก้อาการปวดเมื่อยตามร่างกายได้แล้ว
  • ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น นำดอกมะรุมมาต้มกับน้ำแล้วนำมาดื่มเป็นประจำ สังเกตได้ว่า อาการนอนไม่หลับจะค่อยๆ หายไป นอนหลับได้สนิทมากกว่าเดิม
  • แก้โรคผิวหนัง สกัดน้ำมันจากเมล็ดมะรุมนำมาใช้ทาบริเวณผิวหนังที่มีอาการ จะช่วยแก้ผิวแห้งและรักษาโรคเชื้อราบนผิวหนังได้ดี นอกจากนี้ยังทำให้ผิวพรรณมีความนุ่ม ชุ่มชื้น และมีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นด้วย
  • ขับลม นำเปลือกต้นมะรุมมาต้มกับน้ำสะอาด แล้วนำมาดื่มเป็นประจำเช้าเย็น เพื่อช่วยให้ขับลม ทำให้เรอ และช่วยคุมธาตุอ่อนได้
  • ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น นำเมล็ดมะรุมมาทานวันละเม็ดก่อนนอน จะช่วยแก้อาการท้องผูก และทำให้ขับถ่ายในตอนเช้าได้อย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติแล้ว ก็ให้หยุดทานทันที
  • รักษาโรคหูน้ำหนวก นำน้ำมันมะรุมมาหยอดหู จะช่วยบรรเทาและรักษาอาการให้ทุเลาลงจนหายเป็นปกติในที่สุด นอกจากนี้ยังช่วยฆ่าพยาธิในหู และรักษาอาการเยื่อบุหูอักเสบได้เช่นกัน
  • แก้อาการผมร่วง  นำน้ำมันมะรุม มานวดให้ทั่วศีรษะเป็นประจำ จะทำให้อาการผมร่วงลดน้อยลง พร้อมกับบำรุงรากผมให้มีความแข็งแรงมากขึ้น เป็นผลให้เส้นผมแข็งแรงมากกว่าเดิม และไม่หลุดร่วงได้ง่าย
  • รักษาแผลสดที่แผลไม่ใหญ่มาก นำใบมะรุมมายี หรือโขลกจนละเอียด แล้วนำมาโปะไว้ที่แผลซึ่งจะช่วยรักษาแผลสดให้หายเร็วขึ้น และยังช่วยป้องกันการติดเชื้อที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย ส่วนใครที่มีน้ำมันมะรุมก็อาจใช้มาทาแผลแทนได้เหมือนกัน
  • ลดความดันโลหิต นำใบมะรุมสดๆ มาตำคั้นน้ำผสมน้ำผึ้งกิน หรือนำยอดและรากมาต้มน้ำ ดื่มวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น สามารถช่วยลดความดันโลหิตลงได้

ไอเดียการกินมะรุมเพื่อสุขภาพ

  • แกงอ่อมยอดมะรุม เตรียมข้าวคั่วป่น หั่นหมู ยอดมะรุม ผักชีลาว เตรียมไว้ จากนั้นนำพริก กระเทียม ข่า ตะไคร้ หอมแดง มาโขลกรวมกัน  เอาน้ำใส่หม้อขึ้นตั้งไฟ ใส่เครื่องแกงที่โขลกไว้ลงไป เมื่อน้ำเริ่มเดือดใส่หมู ใส่ข้าวคั่ว เกลือ ใบมะกรูด น้ำปลาร้า ปรุงรสแล้วคนจนเข้ากัน รอจนน้ำเดือด ใส่ผักชี ยอดมะรุมลงไป คนสักครู่แล้วปิดไฟ พร้อมตักเสิร์ฟ
  • แกงส้มมะรุม ปอกเปลือกฝักมะรุม ตัดเป็นท่อนๆ เอาไปล้างในน้ำเกลือ นำมะเขือเทศกับผักชีมาผ่าครึ่ง หั่นผักชี แกะปลาทูเอาเฉพาะเนื้อ ตั้งน้ำในหม้อด้วยไฟแรง เมื่อน้ำเดือดใส่เครื่องพริกแกงส้มลงไป คนให้เข้ากัน รอจนน้ำแกงเดือดอีกครั้งจึงใส่มะระลงไปต้มจนสุก ใส่เนื้อปลาทู ปรุงรสด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำปลา น้ำตาล ใส่มะเขือเทศและผักชี ปิดไฟ พร้อมตักเสิร์ฟ
  • ต้มจืดมะรุม เด็ดยอดมะรุม รูดใบ ตำกระเทียม พริกไทย รากผักชีจนละเอียด เอาหมูลงไปโขลกด้วย นำน้ำใส่หม้อตั้งไฟจนเดือด ใส่ผงซุปไก่ลงไป เมื่อน้ำเริ่มเดือดใส่หมูที่เตรียมไว้ ใส่กุ้งแห้งลงไป ใส่ยอดมะรุม ใส่ผักชีลงไป พร้อมตักเสิร์ฟ
  • ไข่เจียวมะรุม นำไข่ไก่มาตอกใส่ชามแล้วตีผสมกับน้ำปลา จากนั้นก็ใส่ใบมะรุมที่เด็ดเป็นใบแล้วลงไป ใส่น้ำมันตั้งกระทะรอจนเริ่มร้อนก็เทไข่เจียวที่ตีไว้ลงไปทอด เมื่อไข่เจียวสุกทั้งสองด้านก็ตักใส่จานพร้อมกิน

ข้อควรระวัง

  • มะรุมมีพิษที่เป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคเลือดเพราะทำให้เม็ดเลือดแตกง่าย
  • หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานมากเกินไปเพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการแท้งลูกได้สูง 
  • ผู้ป่วยโรคเกาต์ไม่ควรรับประทานมากเกินไปเพราะอาจก่อให้เกิดผลเสียได้
  • สำหรับผู้ที่รับประทานมะรุมต่อเนื่องเป็นเวลาควรตรวจการทำงานของตับ เนื่องจากผู้ป่วยบางรายที่ใช้มะรุมติดต่อกันเป็นระยะเวลานานพบเอนไซม์เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นควรใส่ใจกับข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณด้วย
  • ควรเลือกใบที่ไม่แก่หรือไม่อ่อนเกินไป รับประทานสดๆ และไม่ถูกความร้อนมากเกินไปเพื่อให้ได้ประโยชน์จากสารอาหารเต็มที่ 

เห็นไหมว่า มะรุมมีประโยชน์มากมายไม่ว่าจะเป็นช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ลดความดันโลหิตสูง ควบคุมระดับไขมันและน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และสามารถนำมากิน นำมาใช้ได้หลากหลายไอเดียเลยทีเดียว ฉะนั้นมากินมะรุมให้ถูกต้องเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณกันดีกว่า

ดูแพ็กเกจตรวจสุขภาพ เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจเหล่านี้ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @hdcoth และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
อธิกา จารุโชติกลม และคณะ. ฤทธิ์ของสารสกัดใบมะรุมต่อการสลายไขมันในเซลล์ไขมันจากหนูขาว, วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, หน้า 129, 11 เมษายน 2562
คณาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. มะรุม พืชที่ทุกคนอยากรู้ (https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/8/มะรุม-พืชที่ทุกคนอยากรู้/), 11 เมษายน 2562

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม