Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การรักษา

ประโยชน์ของกระชาย ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพและข้อควรระวัง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 2,130,023 คน

ประโยชน์ของกระชาย ไอเดียการกินการใช้เพื่อสุขภาพและข้อควรระวัง

กระชาย สมุนไพรที่อยู่คู่ครัวไทยมาเป็นเวลานาน นอกจากจะช่วยเสริมรสชาติอาหารให้อร่อยกลมกล่อมแล้ว ยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายนับไม่ถ้วน รวมทั้งยังนำมาใช้ในการบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ได้อีกด้วย  ถ้าอยากรู้ว่ากระชายมีดีอะไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบ

ทำความรู้จักกับกระชาย

กระชาย เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลโสม เป็นไม้ล้มลุก มีเหง้าสั้น โดยส่วนที่นิยมนำมาใช้ประกอบอาหารมากที่สุด คือ รากสะสมอาหาร หรือที่เรียกว่า "นมกระชาย" ซึ่งนมกระชายนี้จะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว สามารถใช้เป็นผักจิ้มได้ แต่คนส่วนใหญ่มักจะนำมาใช้เป็นเครื่องแกง เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์เนื้อปลาได้เป็นอย่างดี

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

ปัจจุบันนี้คนจีนก็ได้หันมารับประทานกระชายแทนโสมกันเป็นจำนวนมาก เนื่องมีสรรพคุณคล้ายโสม แต่ข้อแตกต่างคือ สารต่างๆ สามารถระบายออกได้เองตามธรรมชาติ ขณะที่โสมที่จะไม่มีการระบายออก แต่จะติดค้างและหมุนเวียนอยู่ในกระแสเลือด ทั้งยังมีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย และยังปลอดภัยต่อร่างกายอีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการ

กระชาย 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการดังนี้

ไขมันอิ่มตัว 0.2 กรัม, ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 0.2 กรัม, ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 0.2 กรัม, ไขมันทราน 0 กรัม, คอเลสเตอรอล 0 มิลลิกรัม , โซเดียม 13 มิลลิกรัม, โพแทสเซียม 415 มิลลิกรัม, คาร์โบไฮเดรต 17.8 กรัม, ใยอาหาร 2 กรัม, น้ำตาล 1.7 กรัม, โปรตีน 1.8 กรัม, วิตามินเอ 0%, วิตามินดี 0%, วิตามินบี6 8%, วิตามินบี12 0%, วิตามินซี 8%, แคลเซียม 2%, เหล็ก 3%, แมกนีเซียม 11%, ซิงค์ 0%

ประโยชน์ของกระชาย

1เป็นเครื่องดื่มบำรุงร่างกาย

นำมาทำเป็นเครื่องดื่มบำรุงได้เป็นอย่างดี เพียงนำกระชายมาปั่นกับน้ำแล้วดื่ม วิธีนี้นอกเหนือจากจะช่วยบำรุงร่างกายได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกาย ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าได้ด้วย

2บำรุงเส้นผมให้มีความแข็งแรง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
โปรแกรมตรวจสุขภาพ อายุมากกว่า 50 ปี ลด 15%

เริ่มที่ 2,541 บาท คัดกรองโรคที่เจอบ่อย พร้อมจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน เลือกดูและสอบถามเราวันนี้

Istock 643564758

สำหรับใครที่มีปัญหาในเรื่องผมเสียหรือผมบาง บอกเลยว่ากระชายมีคุณสมบัติช่วยในการทำให้เส้นผมกลับมาแข็งแรงได้เหมือนเดิม แถมยังสามารถเปลี่ยนผมขาวให้กลับมาดำเงางามได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยแก้ปัญหาผมบางให้กลับมาหนาขึ้น และที่สำคัญยังช่วยแก้ปัญหาผมหงอกและผมร่วงได้ด้วย

3ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหาร

หากมีปัญหาในระหว่างที่ทำอาหาร เช่น อาหารมีกลิ่นคาวจนเกินไป แนะนำให้เอารากของกระชายมาดับกลิ่น รับรองได้ผลอย่างแน่นอน เพราะจะช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาได้ นอกจากนี้ยังทำให้อาหารมีกลิ่นที่หอมและยังให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์

4ช่วยกำจัดแมลง

นำรากกระชายมาตำกับตะไคร้ ข่า หอมแดง และใบสะเดาแก่ จากนั้นนำมาผสมเข้ากับน้ำ ฉีดตามบริเวณที่มีแมลงมารบกวน ก็จะช่วยป้องกันแมลงได้

5ช่วยต้านการอักเสบ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ขูดหินปูน ลดเพิ่ม 40% กว่า 20 คลินิก

ลดกลิ่นปาก ลดเลือดออก เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอนาน

%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b9%e0%b8%99bannerinternal ad

กระชายมีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบ ซึ่งหากรับประทานเป็นประจำ จะให้ผลคล้ายกับการรับประทานยาแอสไพริน นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันการเกิดโรคที่มีสาเหตุจากการอักเสบเรื้อรังภายในร่างกายได้อีกด้วย

6ช่วยรักษาสารพัดโรค

ไม่ว่าจะเป็น แก้อาการวิงเวียนศีรษะ แน่นหน้าอก บำรุงกระดูก ป้องกันไม่ให้กระดูกเปราะบาง บำรุงสมอง ปรับสมดุลของความดันโลหิต ช่วยแก้โรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากแห้ง ปากเป็นแผล แก้บิด รักษาอาการท้องเดินในเด็ก รักษาโรคกระเพาะ ช่วยบำรุงตับ บำรุงไตให้แข็งแรงและสามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น ที่สำคัญยังช่วยป้องกันไทรอยด์เป็นพิษได้อีกด้วย

7แก้ฝ้าขาวในช่องปาก

ใครที่มีปัญหาเรื่องฝ้าขาวในช่องปาก สามารถรักษาให้หายได้ด้วยรากกระชาย โดยนำรากกระชายมาล้างให้สะอาด จากนั้นนำมาบดให้ละเอียดโดยไม่ต้องปอกเปลือก ใส่ในขวดปิดฝาให้แล้วนำไปแช่ตู้เย็น นำมารับประทานก่อนอาหารครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 3 มื้อ ก่อนอาหารประมาณ 15 นาที รับประทานติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ฝ้าขาวที่เกิดขึ้นในช่องปากจะหายไป

8แก้อาการท้องร่วงและท้องเดิน

หากมีอาการท้องร่วงและท้องเดิน แนะนำให้ใช้เหง้ากระชายสดประมาณ 1 - 2 เหง้า โดยนำเหง้าไปปิ้งแล้วนำมาฝนหรือตำให้ละเอียด ผสมเข้ากับน้ำปูนใส รับประทานวันละ 1 - 2 ช้อนชา จะช่วยให้อาการดังกล่าวหายดีขึ้น

เหง้ากระชายมีรสชาติเผ็ดร้อนและขม สามารถใช้บรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อได้ นอกจากนี้ ยังมีสารซิเนโอเล ที่มีฤทธิ์ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ ทำให้อาการปวดท้องลดลง ด้วยการใช้เหง้าและรากประมาณครึ่งกำมือ ถ้าสดให้ใช้ประมาณ 5 - 10 กรัม แต่ถ้าเป็นแห้งให้ใช้ประมาณ 3 - 5 กรัม แล้วนำมาต้มเอาน้ำดื่มแก้อาการ หรือจะนำมาใช้ปรุงเป็นอาหารไว้รับประทานก็ได้เช่นกัน (เหง้าใต้ดิน) 

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ส่วนเหง้าของกระชายรักษาอาการแน่น จุกเสียด โดยน้ำมันหอมระเหยมีฤทธิ์ขับลม และสารฟลาโวนอยด์มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ

งานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่า สารสกัดคลอโรฟอร์มและเมทานอลจากรากของกระชายมีฤทธิ์ต้านการเจริญเติบโตของเชื้อ Giardia intestinalis พยาธิเซลล์เดียวในลำไส้ที่ก่อให้เกิดภาวะท้องเสีย ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

9รักษาโรคน้ำกัดเท้า

เริ่มจากการนำรากกระชายทั้งเปลือกมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปผึ่งแดดให้แห้ง ฝานรากให้เป็นแว่นๆ แล้วนำมาบดให้เป็นผงหยาบๆ จากนั้นนำน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกมาอุ่นในหม้อ เติมผงรากกระชายที่ได้ โดยอัตราส่วนควรให้น้ำมันมีปริมาณที่มากกว่าผงรากกระชายประมาณ 3 เท่า หุงด้วยไฟอ่อนประมาณ 15 - 20 นาที แล้วนำมากรองรากกระชายออก เก็บส่วนที่เป็นน้ำมันไว้เพื่อใช้สำหรับทาที่บริเวณที่เกิดแผลน้ำกัดเท้า จะช่วยรักษาแผลดังกล่าวได้

10. ใช้ลดน้ำหนัก

มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ที่สถาบัน Clinical Research Information Service ที่ประเทศเกาหลี พบว่ากลุ่มผู้เข้าทดลองที่รับประทานกระชายดำนั้นมีรอบเอวและปริมาณไขมันลดลง แต่ยังไม่มีการวิจัยว่าต้องรับประทานปริมาณเท่าใดจึงจะเหมาะสม ดังนั้น ผู้ที่จะลดน้ำหนักด้วยกระชายนั้นจึงไม่ควรรับประทานมากเกินไป หากจะรับประทานกระชายเพื่อลดน้ำหนัก ควรทำไปพร้อมกับการออกกำลังและควบคุมอาหารซึ่งจะได้ผลที่ยั่งยืนกว่า

11. ฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพ

งานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า สาร Pinostrobin, Pinocembrin, Panduratin A และ Alpinetin ของกระชายมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้หลายชนิด และงานวิจัยในประเทศกานาพบว่าสาร Pinostrobin จากรากและใบมีฤทธิ์ช่วยต้านเชื้อ Plasmodium falciparum ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมาลาเรีย

เมนูกระชายเพื่อสุขภาพ

ขนมจีนน้ำยา การใส่กระชายลงไปเป็นส่วนผสมของเครื่องแกงน้ำยา จะทำให้น้ำยามีกลิ่นหอมมากขึ้น ในกรณีที่ทำน้ำยาปลา กระชายจะทำหน้าที่ในการดับกลิ่นคาวปลาที่นำมาทำได้เป็นอย่างดี

ยำกระชายทอดกรอบ ใครที่ชอบรับประทานเมนูยำผักบุ้งทอดกรอบ ก็ลองเปลี่ยนมาใช้กระชายทอดกรอบดูบ้าง เริ่มจากซอยกระชายเป็นเส้นบางๆ ชุบแป้งพอให้เคลือบพอดี แล้วเอาลงทอดให้กรอบ นำน้ำยาสูตรเด็ดมาราดหรือคลุก โรยด้วยกุ้งต้ม หมูสับ ก็ได้เมนูอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายแล้ว

น้ำพริกแกงเผ็ด ใช้สำหรับทำผัดฉ่า หรือแกงเผ็ดต่างๆ ส่วนผสมมีพริกไทยเม็ด กระชาย ผิวมะกรูด พริกแห้ง กะปิ ตะไคร้ หอมแดง กระเทียม ข่า เกลือ โขลกส่วนผสมทั้งหมดให้ละเอียดและเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เอาใส่ถุงหรือกระปุกเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อที่จะนำมาใช้ในครั้งต่อๆ ไปตามที่ต้องการ

การใช้กระชายเพื่อสุขภาพ

นอกจากการทำอาหารแล้ว กระชายสามารถนำมาใช้เป็นยารักษาโรคแผนโบราณได้อีกหลายประเภท โดยมีรายละเอียด ดังนี้

ช่วยบำรุงหัวใจ นำรากและเหง้าของกระชายมาปอกเปลือกออกให้หมดแล้วล้างให้สะอาด อย่าให้เหลือคราบดิน นำมาหั่นเป็นแว่นเล็ก ๆ แล้วตากแดดให้แห้ง หลังจากนั้นให้นำมาบดเป็นผง นำผงกระชายที่ได้มาชงกับน้ำร้อนวันละ 1 ช้อนชา ดื่มเป็นประจำทุกวัน

รักษาโรคน้ำกัดเท้า นำรากกระชายแบบไม่ต้องปอกเปลือกมาล้างให้สะอาดแล้วตากแดดให้แห้ง จากนั้นให้ฝานเป็นแว่น แล้วบดพอหยาบ แล้วนำส่วนที่บดหยาบแล้วไปผสมกับน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก อุ่นให้ร้อนประมาณ 15 นาที กรองผงกระชายออกให้หมด ก็จะได้ยาทารักษาโรคน้ำกัดเท้าแล้ว สูตรนี้ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นแชมพูสระผมเพื่อรักษาปัญหารังแคได้อีกด้วย

รักษาโรคริดสีดวงทวาร นำเหง้าสดของกระชาย 1 กำมือ มะขามเปียกในปริมาณเท่ากัน และเกลือแกงจำนวน 3 ช้อนโต๊ะ ตำให้ละเอียดแล้วนำมาต้มกับน้ำปริมาณ 6 แก้ว เคี่ยวไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำจะงวดเหลือประมาณ 2 แก้ว ดื่มวันละครึ่งแก้วทุกครั้งก่อนนอน หากดื่มต่อเนื่องเป็นประจำทุกวันอาการจะดีขึ้น

ยาบำรุงร่างกาย นำกระชายสด 1/2 กิโล มาล้างให้สะอาด ขูดเปลือกออกพร้อมกับตัดหัวและรากออกให้เหลือแต่ลำต้น หั่นเป็นท่อนเล็กๆ แล้วนำไปปั่นพร้อมกับน้ำต้มสุก นำมากรองด้วยผ้าขาวบาง ก็จะได้น้ำกระชายสดที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อน แต่หากรสชาติเข้มเกินไป ให้ผสมกับน้ำผึ้งและมะนาว เติมน้ำแข็งเล็กน้อย ก็จะได้ยาบำรุงร่างกายที่ช่วยกระตุ้นเลือดลมและสร้างความกระปรี้กระเปร่าให้ร่างกาย

ข้อควรระวังในการรับประทานและการใช้กระชาย

  • ไม่ควรรับประทานอย่างต่อเนื่อง หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน เนื่องจากกระชายมีฤทธิ์ร้อน จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการของโรคร้อนใน หรือแผลในปากตามมา
  • จากการศึกษาพบว่า การบริโภคกระชายในปริมาณมาก มีผลทำให้เกิดปัญหาเหงือกร่นและเกิดภาวะใจสั่นได้
  • ฤทธิ์ของกระชาย มีผลต่อการทำงานของตับ เพราะฉะนั้นผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับทุกชนิดไม่ควรบริโภคกระชายเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น หรือไม่ก็ควรบริโภคให้น้อยที่สุด

สมุนไพรทุกชนิด ไม่ใช่แค่กระชายเท่านั้นล้วนแต่เป็นยารักษาโรคที่ดี และในขณะเดียวกัน ถ้าหากใช้มากเกินไป โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ก็อาจจะกลายเป็นยาพิษสำหรับร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นจึงควรบริโภคแต่พอเหมาะสม เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย

ที่มาของข้อมูล

เว็บไซต์สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย สำนักงานหอพรรณไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

เว็บไซต์หมอชาวบ้าน (รศ.ดร.สุธาทิพ ภมรประวัติ)


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป