Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การกินเพื่อสุขภาพ

ประโยชน์ของบีทรูท ไอเดียการกินการใช้บีทรูทเพื่อสุขภาพ ข้อควรระวัง

ประโยชน์ของบีทรูทมีะไรบ้าง? รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2020 รีวิวเมื่อวันที่ 16 ม.ค. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,700,005 คน

ประโยชน์ของบีทรูท ไอเดียการกินการใช้บีทรูทเพื่อสุขภาพ ข้อควรระวัง

บีทรูทเป็นพืชที่อยู่ในเมืองหนาว มีสีแดง นิยมใช้ส่วนรากมารับประทาน รวมถึงมีการใช้บีทรูทในการรักษาโรคหลายชนิด เพราะมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย บีทรูทจะมีประโยชน์เพื่อสุขภาพอย่างไรบ้าง ไปติดตามได้เลย

ทำความรู้จักบีทรูท

บีทรูท (Beetroot) มีด้วยกันหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกลมป้อมๆ โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางราวๆ 3-4 เซนติเมตร เนื้อภายในจะอวบน้ำ ซึ่งเป็นสีแดงเลือดหมู สีม่วงแดงและสีเหลือง หัวพืชเป็นรากจะสะสมอาหารอยู่ใต้ดิน นอกจากนี้ บีทรูทยังมีชื่อเรียกตามภูมิภาคที่แตกต่างกันไป นิยมนำมาปลูกทางภาคเหนือของประเทศไทย เนื่องจากเป็นพืชเมืองหนาว ต้นกำเนิดของพืชชนิดนี้อยู่ทางยุโรป แถบเมดิเตอร์เรเนียน

คุณค่าทางโภชนาการ                                                                         

บีทรูท 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการ ดังนี้

พลังงาน 43 กิโลแคลอรี่ น้ำตาล 6.76 ไขมัน 0.17 โปรตีน 1.61 เบต้าแคโรทีน 20 ไมโครกรัม แคลเซียม 16 มิลลิกรัม เส้นใย 2.8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 9.56 กรัม น้ำ 87.58 กรัม เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม แมกนีเซียม 23 มิลลิกรัม วิตามินเอ 2 ไมโครกรัม ฟอสฟอรัส 40 มิลลิกรัม โพแทสเซียม 325 มิลลิกรัม วิตามินบี 1 0.031 มิลลิกรัม และโซเดียม 78 มิลลิกรัม

ประโยชน์ของบีทรูท

บีทรูทมีประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย เพราะช่วยส่งเสริมการทำงานของอวัยวะภายใน ช่วยลดไขมันในตับ ทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติ และส่งเสริมการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีประโยชน์อีกมาก ดังนี้

1.ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลดลง

ในบีทรูทมีสารไนตริกออกไซด์ที่มีคุณสมบัติทำให้หลอดเลือดขยายตัว ส่งผลให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น และยังสามารถลดระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลงได้ โดยได้มีการทดลองให้ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ รับประทานบีทรูทเป็นอาหารเสริมอย่างต่อเนื่องจนครบ 30 วัน พบว่าการรับประทานอาหารเสริมจากบีทรูท ทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ลดลงประมาณ 72 เปอร์เซ็นต์

2.ลดความเสี่ยงโรคตับ

บีทรูทมีสรรพคุณบำรุงตับ ส่งเสริมการทำงานของตับให้ดีขึ้น ในบีทรูทยังมีสารบีทานินที่ป้องกันการสะสมไขมันในตับ ปกป้องตับจากสารพิษ จากผลการวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า การทานบีทรูทจะช่วยลดระดับไขมันของผู้ป่วยโรคไขมันพอกตับได้อีกด้วย

3.ทำให้ความดันโลหิตเป็นปกติ

ในบีทรูทเต็มไปด้วยสารไนเตรต ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดระดับความดันโลหิตได้ โดยได้มีการศึกษาวิจัยจากกลุ่มผู้ทดลอง โดยให้ดื่มน้ำบีทรูทผสมกับน้ำแอปเปิ้ล เป็นเวลา 2 สัปดาห์ พบว่าระดับความดันของกลุ่มผู้ทดลองลดลง 4-5 มิลลิเมตรปรอท

4.ส่งเสริมสุขภาพ

สารไนเตรตที่อยู่ในบีทรูท มีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบออกกำลังกาย จากการทดลองพบว่า การดื่มน้ำบีทรูทก่อนออกกำลังกาย จะทำให้สมรรถภาพในการวิ่งเพิ่มขึ้น

5.เพิ่มสรรถภาพทางเพศ

บีทรูทเป็นเหมือนไวอากร้า เพราะได้มีการใช้บีทรูทเพื่อเพิ่มสมรรถภาพทางเพศมาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากบีทรูทเต็มไปด้วยสารไนเตรต ทำให้สารไนตริกเข้าไปสู่ร่างกาย ส่งผลทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้มีเลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะเพศได้มากขึ้น นอกจากนี้บีทรูทยังมีโบรอน ที่ใช้สำหรับการผลิตฮอร์โมนเพศชายอีกด้วย

6.กระตุ้นสมอง

น้ำบีทรูทนั้นมีปริมาณไนเตรตสูง นอกจากจะช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายได้แล้ว ยังทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมออกซิเจนได้มากขึ้น ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง ป้องกันสมองเสื่อม และเมื่อสารไนเตรตเปลี่ยนเป็นไนไตร์จะกระตุ้นประสาท ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น

7.แก้อาการเมื่อยล้า

สารไนเตรตในบีทรูท ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ออกซิเจนไหลไปเลี้ยงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดี  ทำให้พลังงานเพิ่มขึ้น นอกจากนี้บีทรูทยังมีธาตุเหล็ก ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้

8.ดูแลสุขภาพผิว

บีทรูทเป็นพืชที่ดีต่อสุขภาพผิว เพราะช่วยลดการอักเสบของผิวหนัง สามารถบรรเทาอาการของสิวอักเสบ สิวอุดตัน ช่วยฟอกเลือด ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใส ทำหน้าที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและฟื้นฟูเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง จึงสามารถช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยก่อนวัยได้

9.ป้องกันโรคโลหิตจาง

บีทรูทเต็มไปด้วยธาตุเหล็กจึงดีต่อระบบเลือด ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้ดี ซึ่งธาตุเหล็กจะทำหน้าที่ฟื้นฟูเซลล์เม็ดเลือดแดง ทำให้การลำเลียงออกซิเจนไปยังอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นไปดีขึ้น ในบีทรูทยังมีทองแดงซึ่งจะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้ได้มากยิ่งขึ้น

10.เพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก

ในบีทรูทมีสารอาหารและแร่ธาตุอยู่มากมาย การรับประทานบีทรูทเป็นประจำจึงทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง เนื่องจากในบีทรูทมีซิลิกาจึงทำให้ร่างกายใช้แคลเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราทราบกันดีว่าแคลเซียมเป็นสารสำคัญในการเพิ่มความแข็งแรงให้กระดูก และในบีทรูทยังมีสารอาหารที่ดีต่างๆ ได้แก่ วิตามินซี โฟเลต และทองแดง โดยสารอาหารเหล่านี้ ล้วนมีส่วนสำคัญต่อการเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงทั้งสิ้น

ไอเดียการใช้บีทรูทเพื่อสุขภาพและความงาม

บีทรูทเป็นพืชที่เต็มไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย สามารถรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพ ป้องกันโรคโลหิตจาง บำรุงผิวพรรณให้สดใส และช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กระดูกได้เป็นอย่างดี สำหรับในส่วนไอเดียการนำมาใช้ก็สามารถทำได้ ดังนี้

1.ล้างสารพิษ

น้ำบีทรูทช่วยล้างสารพิษในตับได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะบีทรูทมีสารเบทาอีน นอกจากนี้ ยังมีเม็ดสีที่กระตุ้นการทำงานของตับ อีกทั้งน้ำบีทรูทยังมีคุณสมบัติที่ช่วยปกป้องตับจากการขาดโปรตีนที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอีกด้วย โดยการทำน้ำบีทรูทเพื่อล้างพิษในร่างกาย ให้นำบีทรูทมาคั้นเอาแต่น้ำสดๆ จากนั้นนำน้ำบีทรูทที่ได้มาดื่ม โดยอาจเพิ่มรสชาติสักนิด ด้วยการเติมน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวผสมลงไปด้วยก็ได้ ซึ่งก็จะได้ทั้งความอร่อยและดีต่อสุขภาพเลยทีเดียว

2.รักษาสิวอักเสบ สิวหัวหนอง

บีทรูทสามารถนำมาใช้เพื่อรักษาสิวอักเสบและสิวหัวหนองได้ โดยให้นำหัวบีทรูท 1 หัว มาต้มกับน้ำจนเดือน แล้วนำมาดื่มตอนอุ่นๆ จะช่วยรักษาสิวอักเสบ สิวหัวหนองให้หมดไป และยังช่วยแก้ปัญหาน้ำเหลืองเสียได้อีกด้วย โดยให้ดื่มบ่อยๆ เป็นประจำ แล้วปัญหาสิวเหล่านี้จะไม่มากวนใจอย่างแน่นอน

ไอเดียการกินบีทรูทเพื่อสุขภาพ

บีทรูทเป็นพืชกินหัวที่มีสีสันน่ารับประทาน จึงสามารถนำมาประกอบอาหาร ได้เหมือนกับผักทั่วไป ลองมาดูเมนูที่น่าลิ้มลองจากบีทรูทกันเลยดีกว่า

1.ซุปบีทรูท

เริ่มจากหั่นกะหล่ำปลี แครอท บีทรูท และหอมใหญ่เป็นชิ้นเล็กๆ นำหม้อขึ้นตั้งไฟร้อนจัด ใส่น้ำมันมะกอกลงไป ผัดหอมหัวใหญ่จนเริ่มนิ่ม นำกระหล่ำปลี แครอท และบีทรูทใส่ลงไป ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน ใส่น้ำสต๊อกลงไปจนท่วม ตั้งไฟให้แรงจนเดือด แล้วหรี่ไฟลง ผัดด้วยไฟอ่อน จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำตาล เกลือ และพริกไทยตามชอบ ใส่เนยลงไป ตักขึ้นพร้อมเสิร์ฟกับครีมเปรี้ยว จะได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัว

2.ยำวุ้นเส้นบีทรูท

เริ่มจากลวกหมูสับ หมูยอ พริกไทย และวุ้นเส้น เก็บน้ำที่ลวกเอาไว้เล็กน้อย ใส่ซุปก้อนหมูลงไปละลาย ปอกเปลือกบีทรูทเตรียมไว้ ขูดเป็นชิ้นบาง ๆ หั่นหอมหัวใหญ่และมะเขือเทศเตรียมไว้ ตำพริกขี้หนูกับกระเทียม ผสมน้ำมะนาว น้ำปลา น้ำกระเทียมดอง และน้ำตาลทรายให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบ ใส่กระเทียมและพริกที่ตำเอาไว้ลงไป ใส่วุ้นเส้น หมูยอ หมูสับ ผสมคลุกเคล้าส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน เทน้ำซุปใส่ลงไปเล็กน้อย ใส่หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ ในส่วนของบีทรูทเราจะนำมาทอด โดยให้นำบีทรูทที่เตรียมไว้ มาแช่น้ำปูนใส ผึ่งให้แห้ง นำไปแช่ในตู้เย็น เมื่อเริ่มกลายเป็นน้ำแข็ง ให้นำมาทอดกรอบ โรยเกลือลงไป ยกขึ้นเสิร์ฟ ทานคู่กับยำวุ้นเส้นจะอร่อยไปอีกแบบ

3.บีทรูทดอง

เริ่มจากนำบีทรูทไปต้มทั้งเปลือกจนนิ่ม ปอกเปลือกแล้วหั่นตามลายขวาง นำน้ำส้มสายชู น้ำตาล และเกลือ ใส่หม้อขึ้นตั้งไฟ ปรุงรสตามชอบ เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้ว ใส่เครื่องเทศลงไปต้มสักครู่ เมื่อเริ่มมีกลิ่นหอม ให้นำบีทรูทมาใส่ขวดโหลไว้ ใส่น้ำส้มสายชูที่ปรุงรสแล้วลงไปในขวดโหล ปิดฝาขวดโหลทันทีในขณะที่ยังร้อน ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์แล้วนำออกมากินได้เลย แถมเมนูนี้ยังสามารถเก็บไว้ได้นาน 1 เดือนด้วย

4.น้ำบีทรูท

เป็นไอเดียการกินที่ดีต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เพราะน้ำบีทรูทอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบครัน แถมดื่มง่ายและมีรสชาติอร่อย โดยให้นำบีทรูทมาปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่บีทรูทลงไปในเครื่องปั่น เมื่อปั่นเสร็จแล้วนำมากรองด้วยผ้าขาวเพื่อแยกกากออก นำน้ำใส่หม้อขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำตาลและเกลือลงไปเล็กน้อย ใส่น้ำแข็งพร้อมยกขึ้นเสิร์ฟ

ข้อควรระวัง

การรับประทานบีทรูทมากเกินไป อาจทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดงได้ นอกจากนี้บีทรูทยังมีแคลเซียมออกซาเลตสูง หากรับประทานมากเกินไป อาจทำให้เกิดนิ่วในไตได้ และไม่เพียงเท่านั้น เพราะยังมีข้อควรระวังอื่นๆ อีกดังนี้

เกิดผื่น : การรับประทานบีทรูทสามารถทำให้เป็นผื่นได้ แต่จะเป็นเพียงแค่ไม่กี่รายเท่านั้น โดยอาจจะเป็นผื่นลมพิษที่มีผลพร้อมกับการเกิดปัญหาปัสสาวะเปลี่ยนสี แต่ถ้าหากว่าปัสสาวะไม่เปลี่ยนสีก็อาจจะเป็นอาการแพ้

ความดันโลหิตต่ำ : ภายในบีทรูทมีส่วนผสมของไนเตรท ดังนั้น หากในปริมาณมากก็อาจจะทำให้ระดับความดันโลหิตภายในร่างกายต่ำลงอย่างรวดเร็ว

ท้องอืด : บีทรูทมีเส้นใยมาก หากรับประทานมากก็จะส่งผลทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และทำให้เกิดการปวดท้อง รวมถึงการเป็นตะคริวที่ท้อง

ตั้งครรภ์ : ผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์จะต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานบีทรูท เพราะมีปริมาณไนไตรท์ที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เกิดอาการครรภ์เป็นพิษ และเกิดการเครียดในระหว่างตั้งครรภ์ได้

บีทรูทมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยฟอกเลือด ทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง ส่งเสริมการทำงานของอวัยวะภายใน ทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้น จึงช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายได้หลายด้าน ทั้งยังนำมาประกอบเมนูอาหารทานก็ได้หลากหลายเมนู ใครที่ยังไม่เคยรู้จักบีทรูทหรือไม่เคยนำมารับประทาน ก็ลองหามารับประทานเพื่อสุขภาพกันได้เลย แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรรับประทานอย่างระมัดระวัง เพราะบีทรูทก็มีข้อเสียเช่นกัน


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป