เซ็กส์อย่างถูกวิธี

วิธีกินยาคุมครั้งแรก ให้ปลอดภัย คู่มือสำหรับมือใหม่ (ตอนที่ 1)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 13 เม.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,243,353 คน

วิธีกินยาคุมครั้งแรก ให้ปลอดภัย คู่มือสำหรับมือใหม่ (ตอนที่ 1)

รีวิวโดยทีมแพทย์และเภสัชกร HonestDocs วันที่ 14/03/2562

ผู้ที่ต้องเริ่มต้นทำอะไรซักอย่างที่ไม่คุ้นเคยย่อมมีความสับสนเป็นธรรมดา เช่นเดียวกันกับ “มือใหม่หัดใช้ยาคุม”  ที่มักจะมีคำถามมากมายผุดขึ้นมาในใจกับ วิธีกินยาคุม ครั้งแรก ในบทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับวิธีกินยาคุมกำเนิด โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ยาคุมแผงแรก ว่าควรเริ่มกินเมื่อไหร่ ส่วนรายละเอียดวิธีกินยาคุม จะอธิบายในตอนที่ 2  

โฆษณาจาก HonestDocs
ส่งยาคุมถึงบ้าน ไม่เขิน ไม่เสียเวลา

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 02

วิธีกินยาคุมแผงแรก ควรรับประทานเมื่อไหร่

ก่อนจะแนะนำเรื่องวิธีกินยาคุมเม็ดแรกของแผงนั้น ต้องขออธิบายความหมายของ “การใช้ยาคุมแผงแรก” ในที่นี้ก่อน ว่าหมายถึงผู้ที่เริ่มใช้ยาคุมเป็นครั้งแรกในชีวิตและผู้ที่เคยใช้แล้ว แต่หยุดใช้ไประยะหนึ่งด้วยสาเหตุใดๆ ก็ตาม และต้องการกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งแบ่งเป็น 4 กรณี ดังนี้         

  • การใช้ครั้งแรกในชีวิต หรือ เริ่มใช้อีกครั้งหลังหยุดคุมกำเนิดไประยะหนึ่ง
  • การใช้หลังคลอดบุตร
  • การใช้หลังแท้งบุตร
  • การใช้กรณีที่เปลี่ยนจากการคุมกำเนิดวิธีอื่นๆ

1.การใช้เป็นครั้งแรกในชีวิต หรือ เริ่มใช้อีกครั้งหลังหยุดคุมกำเนิดไประยะหนึ่ง

เริ่มกินภายในวันที่ 1 - 5 ในช่วงที่มีประจำเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้ไม่ได้ตั้งครรภ์อยู่ เพราะอาจเสี่ยงทำให้ตัวอ่อนพิการได้ ทั้งนี้หากกิน “เม็ดยาฮอร์โมน” ในช่วงเวลาดังกล่าว จะให้ผลในการคุมกำเนิดได้ทันที แต่ต้องตรวจสอบยาคุมเม็ดแรกให้ถี่ถ้วน เพราะยาคุมบางยี่ห้ออาจเริ่มใช้ “เม็ดยาหลอก” ก่อน “เม็ดยาฮอร์โมน” ดังนั้น ผลในการคุมกำเนิดจะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงที่เริ่มต้นด้วย “เม็ดยาหลอก” 

แต่หากมั่นใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์แน่นอน และต้องการเริ่มกินทันทีโดยไม่รอให้ประจำเดือนมาก่อน ก็สามารถกินได้เลย แต่ผลในการคุมกำเนิดจะเกิดขึ้นเมื่อมีการกิน “ยาเม็ดฮอร์โมน” ต่อเนื่องกัน 7 วัน สำหรับยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (หรือ 2 วันสำหรับยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว) 

2.การใช้หลังคลอดบุตร

โดยทั่วไปจะแนะนำให้เริ่มกินยาคุมกำเนิด

  • หลังคลอด 3 สัปดาห์ ถ้าไม่ได้ให้นมบุตร โดยใช้เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว เพื่อป้องกันการเกิดภาวะลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ (Venous thromboembolism หรือ VTEและสามารถเปลี่ยนเป็นชนิดฮอร์โมนรวมได้หลังคลอดแล้ว 6 สัปดาห์
  • หลังคลอด 6 สัปดาห์ สำหรับผู้ที่ให้นมบุตร แต่สามารถปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละรายได้ (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ “การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในหญิงที่ให้นมบุตร”)
    โดยใช้เป็นยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อคุณภาพและปริมาณของน้ำนม และสามารถเปลี่ยนเป็นชนิดฮอร์โมนรวมภายหลังพ้นช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ซึ่งเน้นให้ทารกดื่มนมแม่อย่างเดียวเท่านั้น 

3.การใช้หลังแท้งบุตร

แนะนำให้เริ่มรีบกินทันทีหลังแท้งบุตร โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วย 

4.การใช้กรณีที่เปลี่ยนจากการคุมกำเนิดวิธีอื่นๆ

  • เปลี่ยนจากยาฉีดคุมกำเนิด
    เริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดในวันที่ครบกำหนดฉีดยาคุมครั้งต่อไป โดยไม่จำเป็นต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วย 
  • เปลี่ยนจากห่วงอนามัย (ทั้งแบบฮอร์โมนและห่วงทองแดง)
    เริ่มกินในวันที่ 1 - 5 ที่มีประจำเดือน มีผลคุมกำเนิดได้ทันทีตั้งแต่เม็ดแรก (ยกเว้นเม็ดยาหลอก) และถอดห่วงอนามัยออกได้เลย อย่างไรก็ตาม สามารถเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดนอกเหนือจากเวลาดังกล่าวได้ หากมั่นใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์ แต่ควรรอถอดห่วงอนามัยออกเมื่อมีเลือดประจำเดือนมาในครั้งต่อไป

    ในกรณี เริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดหลังจาก 5 วันแรกของรอบเดือน จะถอดห่วงอนามัยออกเลยก็ได้ ถ้าในรอบเดือนนี้ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์มาก่อน แต่ต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วยหรืองดมีเพศสัมพันธ์ต่อไปจนกว่าจะได้กินยาเม็ดฮอร์โมนของยาคุมชนิดฮอร์โมนรวมติดต่อกันครบ 7 วัน (หรือ 2 วันสำหรับยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว) 
  • เปลี่ยนจากวิธีคุมกำเนิดด้วยฮอร์โมนวิธีอื่นๆ (ยกเว้นยาฉีดคุมกำเนิดและห่วงอนามัย) 
    หากมีการใช้ถูกต้องและน่าจะไม่มีการตั้งครรภ์ สามารถเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดได้ทันทีที่ต้องการ โดยไม่ต้องรอให้มีประจำเดือนก่อน
  • เปลี่ยนจากวิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ฮอร์โมนและห่วงอนามัย
    เริ่มกินภายในวันที่ 1 - 5 ที่มีประจำเดือน หากเป็นเม็ดยาฮอร์โมน จะมีผลคุมกำเนิดได้ทันทีตั้งแต่เม็ดแรก หากเริ่มใช้ภายหลังจากนี้ ต้องงดมีเพศสัมพันธ์หรือใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วยจนกว่าจะมีการใช้ยาเม็ดฮอร์โมนติดต่อกันครบ 7 วันสำหรับยาคุมชนิดฮอร์โมนรวม (หรือ 2 วันสำหรับยาคุมชนิดฮอร์โมนโปรเจสตินเดี่ยว)

อ่านต่อตอนที่ 2 >>คลิก

ที่มาของข้อมูล
  1. Rang HP, Dale MM, Ritter JM, Flower RJ, Henderson G (2012). "The reproductive system". Rang and Dale's pharmacology (7th ed.). Edinburgh: Elsevier/Churchill Livingstone. p. 426. ISBN 978-0-7020-3471-8.
  2. Chang MC (September 1978). "Development of the oral contraceptives". American Journal of Obstetrics and Gynecology132 (2): 217–9. doi:10.1016/0002-9378(78)90928-6PMID 356615

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่