การดูแลผู้อื่น

แผลกดทับ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ต.ค. 17, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 13 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 859,171 คน

แผลกดทับ

แผลกดทับคือการบาดเจ็บที่ทำลายผิวหนังและเนื้อเยื่อข้างใต้ที่เกิดจากการที่ผิวหนังบริเวณนั้น ๆ ถูกกด

แผลกดทับมีความรุนแรงหลายระดับตั้งแต่เกิดปื้น ผิวหนังสีเปลี่ยน ไปจนถึงแผลเปิดที่เผยให้เห็นชั้นกระดูกหรือกล้ามเนื้อข้างใต้

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

แผลกดทับเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

แผลกดทับเกิดขึ้นจากการที่มีแรงกดปริมาณมากเกิดขึ้นกับผิวหนังภายในช่วงเวลาสั้น ๆ แผลเช่นนี้ยังสามารถเกิดกับแรงทับที่มีการกดน้อยแต่ยาวนานเป็นเวลานานได้ด้วย

แรงกดที่เกิดขึ้นจะขวางการไหลเวียนของเลือดผ่านผิวหนัง เมื่อผิวหนังไม่ได้รับเลือดไปเลี้ยง ผิวหนังจะเริ่มขาดออกซิเจนกับสารอาหารและเริ่มเสื่อมลงไปจนเกิดแผลขึ้นมา

แผลกดทับมักจะเกิดกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่ทำให้มีการเคลื่อนไหวร่างกายลำบาก โดยเฉพาะหากต้องนอนพักรักษาตัวในท่านอนหรือท่านั่งเป็นเวลานาน

ภาวะที่ส่งผลต่อการไหลเวียนโลหิตผ่านร่างกายเช่นเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดแผลกดทับได้ง่ายขึ้น

ใครสามารถประสบกับแผลกดทับได้บ้าง?

แผลกดทับส่วนมากมักเกิดกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อน ยกตัวอย่างเช่นผู้ป่วยที่ต้องพักรักษาตัวจากการเจ็บป่วยกะทันหันที่โรงพยาบาล 1 ใน 20 คนจะเกิดแผลกดทับขึ้น

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 70 ปีจะมีความอ่อนไหวต่อแผลกดทับสูงมากเพราะมีการขยับร่างกายน้อยร่วมกับมีผิวหนังที่ชราภาพแล้ว

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

การรักษาและป้องกันแผลกดทับ

การรักษาแผลกดทับมีทั้งการแต่งแผล การใช้ครีมและเจลสำหรับเร่งกระบวนการฟื้นตัวและบรรเทาการกด บางครั้งอาจต้องมีการผ่าตัดรักษาสำหรับกรณีที่เกิดแผลรุนแรง

บางกรณี แผลกดทับที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการบาดเจ็บเล็กน้อยที่รักษาด้วยการพยาบาลง่าย ๆ เล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับบางคน แผลกดทับอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ อย่างเช่นภาวะโลหิตเป็นพิษ หรือเนื้อตายเน่า เป็นต้น

การรักษาแผลกดทับอาจเป็นเรื่องยุ่งยาก น่ารำคาญ และมีความท้าทายอย่างมาก ดังนั้นจึงมีวิธีการมากมายที่ช่วยป้องกันการเกิดแผลลักษณะนี้ขึ้น ซึ่งมีทั้ง: การจับเปลี่ยนท่านอนของผู้ป่วยเป็นประจำ การใช้อุปกรณ์เพื่อป้องกันส่วนบอบบางของร่างกาย เช่นผ้าปูเตียงกับหมอนแบบพิเศษ

แต่โชคไม่ดีที่แม้ตามสถานพยาบาลที่ดีที่สุดก็ไม่สามารถป้องกันการเกิดแผลกดทับได้สมบูรณ์ โดยเฉพาะกับผู้ป่วยที่มีความอ่อนแออยู่แล้ว

อาการของแผลกดทับ

ส่วนของร่างกายที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับคือส่วนที่ไม่ถูกปกคลุมด้วยไขมันร่างกายและถูกสัมผัสโดยตรงกับพื้นผิวของบางสิ่งอย่างเตียงนอนหรือรถเข็น

ยกตัวอย่างเช่น หากคุณไม่สามารถลุกจากเตียงได้ คุณจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับที่: ไหล่หรือสะบักไหล่ ข้อศอก หลังศีรษะ ขอบหู เข่า ข้อเท้า ส้นเท้า หรือนิ้วเท้า กระดูกสันหลัง ก้นกบ

หากคุณต้องนั่งบนรถเข็น คุณจะมีความเสี่ยงต่อแผลกดทับที่บริเวณ: บั้นท้าย หลังมือและหลังขา หลังกระดูกสะโพก

ความรุนแรงของแผลกดทับ

บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพต่างใช้ระบบเกรดเพื่อบรรยายความรุนแรงของแผลกดทับ ซึ่งระบบที่มักใช้กันมากที่สุดคือ European Pressure Ulcer Advisory Panel (EPUAP) ที่ซึ่งคะแนนสูงจะหมายถึงการบาดเจ็บที่ผิวหนังกับเนื้อเยื่อข้างใต้รุนแรงมาก

เกรด 1

แผลกดทับระดับ 1 เป็นแผลที่ระดับผิวเผินที่สุด ผิวหนังที่มีอาการจะเปลี่ยนสีซึ่งอาจเป็นสีแดงสำหรับคนผิวขาว และสีม่วงหรือเขียวสำหรับคนที่มีผิวดำ แผลกดทับระดับนี้จะไม่เปลี่ยนเป็นสีขาวเมื่อใช้นิ้วกดลงไป ผิวหนังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นนั้นอยู่ซึ่งอาจมีอาการคันหรือปวดบ้าง และยังมีผิวสัมผัสอุ่นและนุ่มหรือแข็งก็ได้

เกรด 2

แผลกดทับระดับ 2 เป็นระดับที่ผิวหนังชั้นนอกหรือชั้นหนังแท้เสียหายจนทำให้ผิวหนังหายไป แผลที่เกิดขึ้นอาจดูเหมือนกับแผลเปิดหรือตุ่มหนองก็ได้

เกรด 3

แผลกดทับระดับ 3 จะมีผิวหนังที่มีอาการทั้งหมดหนาตัวขึ้น เนื้อเยื่อข้างใต้จะเสียหายแต่กล้ามเนื้อกับกระดูกจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แผลที่เกิดขึ้นอาจมีความลึกมากคล้ายโพรง

เกรด 4

แผลกดทับระดับ 4 เป็นแผลกดทับที่รุนแรงที่สุด ผิวหนังที่มีอาการจะเสียหายอย่างรุนแรงและเนื้อเยื่อโดยรอบเริ่มที่จะตายลง กล้ามเนื้อหรือกระดูกที่อยู่ข้างใต้อาจได้รับความเสียหายไปด้วย

ผู้ป่วยที่มีแผลกดทับระดับ 4 จะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่เป็นอันตรายถึงชีวิตสูง

สาเหตุการเกิดแผลกดทับ

แผลกดทับเกิดจากแรงกดที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของร่างกาย แรงกดดังกล่าวจะขวางการส่งเลือดไปเลี้ยงผิวหนังบริเวณที่ถูกกด ทำให้ผิวหนังส่วนนั้นขาดออกซิเจนกับสารอาหารที่จำเป็นต่อการเลี้ยงเนื้อเยื่อ และเมื่อไม่ได้รับเลือดที่มีประโยชน์ เนื้อเยื่อจะเสียหายและจะตายในที่สุด

การขาดเลี้ยงไปเลี้ยงยังหมายถึงว่าผิวหนังจะขาดเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ใช้ต่อกรกับการติดเชื้อ เมื่อเกิดแผลขึ้นจะทำให้บาดแผลติดเชื้อแบคทีเรียขึ้น

ผู้ป่วยที่สามารถขยับร่างกายได้เองจะไม่ประสบกับแผลกดทับเพราะร่างกายจะขยับเองอัตโนมัติหลายร้อยครั้งเพื่อป้องกันการกดทับที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย

ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจคิดว่าตนเองเป็นคนนอนไม่ดิ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วตัวคุณมีการขยับเปลี่ยนท่ามากกว่า 20 ครั้งภายในหนึ่งคืน

แผลกดทับยังสามารถเกิดจาก: แรงกดจากพื้นผิวแข็ง ๆ : อย่างเช่นเตียงหรือเก้าอี้เข็น แรงกดที่เกิดกับผิวหนังจากการเคลื่อนไหวที่ควบคุมไม่ได้ของกล้ามเนื้อ: อย่างเช่นการบิดเกร็งของกล้ามเนื้อ ความชื้น: ทำให้ผิวหนังชั้นนอกถูกทำลายลง

ระยะเวลาที่จะเกิดแผลกดทับจะขึ้นอยู่กับ: ปริมาณของแรงกด ความบอบบางของผิวหนัง

แผลกดทับระดับ 3 หรือ 4 สามารถเกิดขึ้นได้เร็วมาก ยกตัวอย่างเช่นในกรณีของผู้ที่มีความบอบบาง แรงกดมาก ๆ สามารถทำให้เกิดแผลกดทับได้ภายใน 1 หรือ 2 ชั่วโมง แต่ในบางกรณีความเสียหายอาจจะแสดงให้เห็นชัดเจนหลังจากนั้นไม่กี่วัน

การเพิ่มความเสี่ยง

มีปัจจัยมากมายที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับขึ้นซึ่งมีดังนี้:

  • ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว: ภาวะอะไรก็ตามที่ส่งผลต่อการความสามารถในการเคลื่อนไหวบางส่วนหรือร่างกายทุกส่วน
  • โภชนาการไม่ดี: เพื่อจะให้ผิวหนังมีสุขภาพดี คุณจำต้องได้รับสารอาหารที่จำเป็นด้วยการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
  • ภาวะสุขภาพต่าง ๆ ที่ขวางการไหลเวียนเลือดหรือทำให้ผิวหนังมีความอ่อนไหวต่อการบาดเจ็บและความเสียหาย
  • อายุที่มากกว่า 70 ปีขึ้นไป
  • ภาวะกลั้นปัสสาวะหรือ/อุจจาระไม่อยู่
  • ภาวะทางจิตเวชรุนแรง

ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว

สาเหตุที่เป็นไปได้ของปัญหาด้านการเคลื่อนไหวคือ:

  • การบาดเจ็บที่ไขสันหลังจนทำให้อวัยวะบางส่วนหรือทั้งหมดเป็นอัมพาต
  • ความเสียหายของสมองจากภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรือการบาดเจ็บที่สมองรุนแรงจนทำให้เป็นอัมพาต
  • เป็นภาวะที่ทำให้เกิดความเสียหายที่ประสาทการเคลื่อนไหวร่างกายแบบพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างเช่นโรคอัลไซเมอร์ โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือโรคพากินสัน
  • มีความเจ็บปวดรุนแรงขณะขยับร่างกายบางส่วนหรือทั้งหมด
  • กระดูกร้าวหรือหัก
  • กำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัด
  • อยู่ในภาวะโคม่า
  • เป็นภาวะที่ทำให้ขยับข้อต่อกับกระดูกยากขึ้น อย่างเช่นโรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์

โภชนาการไม่ดี

สาเหตุที่ทำให้คุณขาดสารอาหารมีดังนี้:

  • โรคอะนอเรกเซีย: ภาวะทางจิตเวชที่ทำให้ผู้ป่วยมีความหมกมุ่นกับการคงน้ำหนักร่างกายให้น้อยที่สุด
  • ภาวะขาดน้ำ: ภาวะที่น้ำในร่างกายของคุณสูญเสียออกไปมากกว่าปริมาณที่รับเข้ามา
  • ภาวะกลืนลำบาก

ภาวะสุขภาพ

ภาวะสุขภาพที่ทำให้คุณมีความอ่อนไหวต่อแผลกดทับมีดังนี้:

  • เบาหวานประเภท 1 กับเบาหวานประเภท 2: ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงที่เกี่ยวข้องกับโรคเบาหวานจะขวางการไหลเวียนของเลือด
  • โรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบ (PAD): เลือดที่ไหลไปเลี้ยงขาเกิดตีบเนื่องจากการสะสมกันของสารไขมันในเส้นเลือดแดง
  • หัวใจล้มเหลว: ความเสียหายที่หัวใจครั้งก่อนที่หัวใจหมายถึงว่าหัวใจจะไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ
  • ไตล้มเหลว: ไตสูญเสียการทำงานส่วนมากหรือทั้งหมดไปจนทำให้เกิดสารพิษอันตรายสะสมในเลือดที่สามารถทำให้เนื้อเยื่อเสียหายได้
  • โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD): กลุ่มของโรคปอด ระดับออกซิเจนในเลือดที่ต่ำที่มาจาก COPD ทำให้ผิวหนังบอบบางต่อความเสียหายขึ้น

ผิวหนังชรา

มีหลายสาเหตุที่ทำให้ผิวหนังแก่ตัวลงจนทำให้มีความอ่อนไหวต่อการเกิดแผลกดทับขึ้น ดังนี้:

  • ด้วยอายุที่มากขึ้น ผิวหนังจะสูญเสียความยืดหยุ่นไปจนทำให้บอบบางต่อความเสียหาย
  • การไหลเวียนโลหิตที่ผิวหนังลดลงเนื่องจากความชรา
  • ปริมาณไขมันใต้ชั้นผิวหนังลดลงเมื่อมีอายุมากขึ้น

ภาวะกลั้นการขับถ่ายไม่อยู่

ภาวะกลั้นปัสสาวะกับอุจจาระไม่อยู่ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีความชื้นสูงขึ้นจนบอบบางต่อการติดเชื้อ ซึ่งจะทำให้เกิดแผลกดทับขึ้นได้

ภาวะจิตเวช

ผู้ที่มีภาวะทางจิตรุนแรงอย่างเช่นโรคจิตเภท (ภาวะที่ทำให้ไม่สามารถแยกความเป็นจริงกับจินตนาการออก) หรือภาวะซึมเศร้ารุนแรงจะมีความเสี่ยงต่อแผลกดทับขึ้นเนื่องจากหลายสาเหตุดังนี้: การรับประทานอาหารลดน้อยลง ผู้ป่วยมักมีปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ร่วมด้วย อย่างเช่นเบาหวาน หรือภาวะกลั้นการขับถ่ายไม่อยู่ พวกเขามักละเลยสุขอนามัยของตนเอง ทำให้ผิวหนังมีความอ่อนไหวต่อการบาดเจ็บและติดเชื้อเพิ่มขึ้น

การวินิจฉัยแผลกดทับ

แผลกดทับถูกวินิจฉัยได้ด้วยการสังเกตผิวหนังที่มีอาการ ซึ่งทางผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจะพยายามป้องกันการเกิดแผลกดทับขึ้นมาก่อนด้วยการประเมินความเสี่ยงของคนไข้แต่ละคน

กระบวนการประเมินความเสี่ยงจะเป็นการพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ของคนไข้: สุขภาพโดยรวมของคุณ ความสามารถในการเคลื่อนไหวของคุณ ภาวะปัญหาต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อลักษณะท่าทางของคุณ คุณมีอาการของการติดเชื้อหรือไม่ สุขภาพทางจิตของคุณ คุณเคยประสบกับแผลกดทับในอดีตหรือไม่ คุณมีภาวะกลั้นขับถ่ายไม่อยู่หรือไม่ อาหารการกินของคุณ ระบบไหลเวียนเลือดของคุณดีเพียงไหน

การประเมินความเสี่ยงมักเป็นการตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อใช้ประเมินสุขภาพองค์รวมและตรวจสอบว่าคุณได้รับสารอาหารครบถ้วนหรือไม่

การตรวจปัสสาวะมีเพื่อตรวจสอบการทำงานของไตและหาการติดเชื้อที่ระบบขับปัสสาวะซึ่งเป็นภาวะที่ต้องกังวลกว่า

การประเมินตนเอง

หากคุณมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับแต่คุณไม่จำเป็นต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล แพทย์จะแนะนำให้คุณตรวจสอบร่างกายตนเองเป็นประจำเพื่อมองหาสัญญาณของแผลกดทับ

โดยการมองหาผิวหนังที่มีสีเปลี่ยน มีปื้นบนผิวหนังที่สัมผัสถึงความนุ่มหรือแข็งผิดปกติด้วยกระจกเพื่อให้สามารถตรวจตราทุกส่วนของร่างกายได้รวมไปถึงแผ่นหลังหรือบั้นท้าย หากพบสัญญาณความเสียหายใด ๆ บนผิวหนังให้คุณแจ้งแพทย์หรือทีมรักษาทันที

การรักษาแผลกดทับ

การรักษาแผลกดทับจะมีอยู่หลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงหรือเกรดของแผล ตัวเลือกการรักษาจะมีตั้งแต่การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ การใช้หมอนรองกับการพันผ้าเพื่อบรรเทาการกดทับหรือปกป้องผิวหนัง ไปจนถึงในบางกรณีที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษา

ทีมแพทย์ผู้ดูแล

แผลกดทับเป็นปัญหาสุขภาพที่มีความซับซ้อนจากปัจจัยที่ไม่เกี่ยวข้องต่าง ๆ มากมาย ดังนั้นจึงต้องมีสมาชิกทีมรักษามากมายหลายแขนง เช่น: พยาบาลผู้คอยดูแลและป้องกันบาดแผล นักสังคมสงเคราะห์ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักโภชนาการ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์และหัตถการที่รอบรู้เรื่องการจัดการกับแผลกดทับ

การเปลี่ยนอิริยาบถ

พยายามเลี่ยงการกดทับผิวหนังบริเวณที่อ่อนไหวต่อการเกิดหรือที่เป็นแผลกดทับอยู่ด้วยการขยับเปลี่ยนท่าทางของคุณบ่อยครั้ง ซึ่งจะช่วยลดแรงกดที่ผลได้ดีที่สุด

หลังจากกระบวนการประเมินความเสี่ยงของคุณเสร็จสมบูรณ์ ทีมรักษาของคุณจะจัด “ตารางเวลาเปลี่ยนท่า” ที่จะระบุช่วงเวลาที่ต้องทำการขยับเปลี่ยนท่าทางของคุณ ผู้ป่วยบางคนอาจต้องมีการเปลี่ยนท่าบ่อยครั้งเช่นทุก ๆ 15 นาที ส่วนผู้อื่นอาจจะต้องเปลี่ยนทุก ๆ 2 ชั่วโมง เป็นต้น

การประเมินความเสี่ยงยังเป็นการพิจารณาวิธีเลี่ยงไม่ให้ผิวหนังที่บอบบางถูกกดทับให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อีกด้วย คุณอาจถูกฝึกหรือถูกแนะนำให้ปฏิบัติตนต่อไปนี้: ปรับเปลี่ยนการนอนและนั่งให้เหมาะสม คุณสามารถปรับท่าทางการนั่งหรือนอนได้อย่างไร คุณควรขยับร่างกายบ่อยขนาดไหน คุณควรรองเท้าของคุณอย่างไร คุณสามารถคงอิริยาบถที่ดีได้อย่างไร คุณควรใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือพิเศษอะไรบ้าง และอุปกรณ์เหล่านั้นใช้งานอย่างไร

ผ้าปูเตียงและหมอน

มีผ้าปูเตียงและหมอนแบบพิเศษที่ใช้บรรเทาแรงกดบนผิวหนังบอบบางได้ โดยทีมรักษาของคุณจะมองหาชนิดของผ้าและหมอนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณเอง

สำหรับผู้ที่คาดว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับหรือผู้ที่มีแผลกดทับระดับ 1 หรือ 2 อยู่มักจะสามารถใช้อุปกรณ์เหล่านี้และเห็นผลอย่างมาก

ผู้ที่มีแผลกดทับระดับ 3 หรือ 4 จะต้องใช้ผ้าปูเตียงหรือระบบเตียงนอนที่เป็นแบบเฉพาะมากกว่า ยกตัวอย่างเช่นจะเป็นผ้าปูเตียงที่มีช่องให้อากาศไหลเวียนอยู่ระหว่างผืนผ้าเพื่อควบคุมแรงกดลง เป็นต้น

ผ้าแต่งแผล

จะมีผ้าแต่งแผลและผ้าพันแผลแบบพิเศษที่ใช้ป้องกันและเร่งกระบวนการฟื้นตัวของแผลกดทับอยู่ ยกตัวอย่างเช่น:

ผ้าแต่งแผลไฮโดรโคลลอยด์: จะมีเจลชนิดพิเศษที่เร่งกระบวนการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังใหม่บนแผล พร้อมกับทำให้ผิวหนังโดยรอบแห้งและมีสุขภาพดี

ผ้าแต่งแผลอัลจิเนท: เป็นผ้าแต่งแผลที่ผลิตมาจากสาหร่ายทะเลที่ประกอบด้วยโซเดียมและแคลเซียม ซึ่งเป็นสารที่ใช้เร่งกระบวนการฟื้นตัว

ครีมและขี้ผึ้ง

มียาใช้ภายนอกอย่างเช่นครีมและขี้ผึ้งสำหรับเร่งกระบวนการฟื้นตัวและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมของเนื้อเยื่ออยู่มากมาย

ยาปฏิชีวนะ

หากคุณมีแผลกดทับ คุณจะได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อรักษาภาวะติดเชื้อและป้องกันการลุกลามของเชื้อเท่านั้น อีกทั้งยังมีครีมฆ่าเชื้อสามารถใช้ทาลงแผลกดทับได้โดยตรงอีกด้วย

สารอาหาร

งานวิจัยพบว่าอาหารเสริมบางอย่างเช่นโปรตีน สังกะสี และวิตามิน C จะช่วยเร่งกระบวนการฟื้นตัวของบาดแผล

หากอาหารที่คุณทานไม่มีวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้ ผิวหนังของคุณจะมีความอ่อนไหวต่อการเกิดแผลกดทับขึ้น ด้วยเหตุนี้ แพทย์จะส่งตัวคุณไปพบกับนักโภชนาการเพื่อวางแผนโภชนาการแก่คุณ

การเล็มแผล

ในบางกรณีอาจต้องมีการกำจัดเนื้อเยื่อที่ตายแล้วจากแผลเพื่อกระตุ้นกระบวนการสมานตัวขึ้น หากเนื้อเยื่อที่ตายแล้วดังกล่าวมีพื้นที่เล็กน้อย หลังจากการกำจัดออกก็สามารถใช้ผ้าแต่งแผลกับยาทั่วไปได้ แต่หากมีพื้นที่มากจะต้องใช้เครื่องมือเข้ามาช่วย เทคนิคเล็มแผลด้วยเครื่องมือมีดังนี้:

  • การทำความสะอาดและชะล้างแผล: ที่ซึ่งเนื้อเยื่อที่ตายแล้วจะถูกกำจัดออกด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง
  • อัลตราซาวด์: เนื้อเยื่อที่ตายจะถูกทำลายด้วยคลื่นพลังงานความถี่ต่ำ
  • เลเซอร์: เนื้อเยื่อที่ตายแล้วจะถูกกำจัดด้วยการจี้ด้วยแสงเลเซอร์
  • หัตถการเล็มแผล: เนื้อเยื่อที่ตายแล้วจะถูกกำจัดด้วยเครื่องมือผ่าตัดอย่างมีผ่าตัดและปากคีบ
  • จะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อให้ผิวหนังที่ต้องเข้ารับการรักษาหมดความรู้สึกและเพื่อไม่ให้คนไข้รู้สึกเจ็บปวดขณะดำเนินการ

การรักษาด้วยหนอนแมลงวัน

การรักษาด้วยหนอนเป็นวิธีการเล็มเนื้อเยื่อที่ตายแล้วอีกหนึ่งวิธี โดยแมลงที่ใช้จะเป็นหนอนแมลงวันเพราะว่าหนอนประเภทนี้ชอบกินเนื้อเยื่อติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อที่ตายแล้วโดยจะไม่แตะต้องเนื้อเยื่อที่มีสุขภาพดีอยู่เลย หนอนเหล่านี้ยังช่วยต่อสู้กับการติดเชื้อได้ด้วยการปล่อยสารฆ่าแบคทีเรียและกระตุ้นกระบวนการฟื้นตัวออกมาอีกด้วย

ระหว่างการรักษาด้วยหนอนแมลงวัน ตัวหนอนจะถูกใส่ไปพร้อมกับแต่งแผลด้วยผ้าปิดแผล หลังจากนั้นไม่กี่วัน วัสดุแต่งแผลกับตัวหนอนจะถูกนำออกมา

ผู้ป่วยหลายรายอาจไม่ยอมรับการรักษารูปแบบนี้ แต่งานวิจัยพบว่าวิธีการดังกล่าวมีประสิทธิภาพมากกว่ากระบวนการเล็มแผลแบบปกติเสียอีก

การผ่าตัด

กรณีแผลกดทับระดับ 3 และ 4 อาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อปิดแผลกดทับและเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมของเนื้อเยื่อ

การรักษาด้วยการผ่าตัดเป็นมีทั้งการทำความสะอาดแผลและเย็บขอบแผลให้ปิดเข้าด้วยกัน หรือใช้เนื้อเยื่อจากผิวหนังใกล้เคียงมาปิด

การผ่าตัดรักษาแผลกดทับเป็นเรื่องท้าทาย เพราะว่าผู้ป่วยแผลกดทับส่วนมากจะมีสุขภาพโดยรวมที่ไม่ดีอยู่ก่อนทำให้มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดมากมาย เช่น: การติดเชื้อ เนื้อเยื่อปลูกถ่ายตาย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตุ่มหนอง การเกิดแผลกดทับซ้ำ เลือดเป็นพิษ การติดเชื้อของกระดูก เลือดออกภายใน ฝี (ตุ่มหนองขนาดเล็กมากมายภายในร่างกาย) ภาวะหลอดเลือดดำอุดตัน (เกิดลิ่มเลือดภายในเส้นเลือดดำที่ขา)

แม้จะมีความเสี่ยงมาก แต่การผ่าตัดก็มักดำเนินการกันเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตรายต่าง ๆ เช่นเลือดเป็นพิษและเนื้อเน่าตาย

ภาวะแทรกซ้อนของแผลกดทับ

แม้ว่าแพทย์จะทำการดูแลแผลกดทับระดับ 3 หรือ 4 ดีที่สุดแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ และภาวะที่ตามมาก็มักจะเป็นอันตรายถึงชีวิตอีกด้วย

เซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

การติดเชื้อสามารถแพร่กระจายจากแผลกดทับไปยังชั้นผิวหนังที่ลึกกว่าได้ การติดเชื้อประเภทนี้จะเรียกว่าภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ ซึ่งจะมีอาการเจ็บปวด ผิวหนังแดงและบวม ซึ่งต้องทำการรักษาด้วยปฏิชีวนะ

หากปล่อยภาวะเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบโดยไม่ทำการรักษาจะมีความเสี่ยงที่การติดเชื้อจะกระจายเข้าไปในเลือดหรือข้อต่อหรือกระดูกข้างใต้ และในกรณีที่หายาก การเกิดแผลกดทับที่แผ่นหลังส่วนล่าง ส่วนก้นกบกับกระดูกสันหลัง จะทำให้เมมเบรนรอบกระดูกสันหลังและสมองติดเชื้อตาม ซึ่งภาวะเช่นนี้จะเรียกว่าเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

โลหิตเป็นพิษ

หากผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำและเป็นแผลกดทับแบบติดเชื้อจะมีความเสี่ยงที่การติดเชื้อนั้นจะแพร่กระจายเข้าไปในเลือดและอวัยวะอื่น ๆ

กรณีโลหิตเป็นพิษที่รุนแรงที่สุด ความเสียหายจะไปยังอวัยวะต่าง ๆ จนทำให้ความดันโลหิตตกลงอย่างมาก ซึ่งเรียกว่าภาวะช็อกจากเลือดติดเชื้อที่เป็นอันตรายอย่างมาก อาการของภาวะนี้มีทั้งผิวหนังเย็นลงและการเต้นหัวใจเร็วขึ้น

ภาวะโลหิตเป็นพิษเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรับการรักษาและดูแลในห้อง ICU ทันที เพื่อให้ร่างกายได้รับการช่วยเหลือต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับการติดเชื้อด้วยการใช้ยาต้านเชื้อราหรือยาปฏิชีวนะ

กระดูกและข้อต่อติดเชื้อ

การติดเชื้อสามารถลุกลามจากแผลกดทับเข้าไปในข้อต่อและกระดูกได้

หากเกิดการติดเชื้อที่กระดูกและข้อต่อขึ้นก็สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และสำหรับกรณีที่เป็นรุนแรงอาจต้องมีการผ่าตัดกำจัดออก

โรคเนื้อเน่า

โรคเนื้อเน่าเป็นการติดเชื้อร้ายแรงที่ผิวหนังที่ทำให้เนื้อเยื่อตายลงอย่างรวดเร็ว มักจะเกิดภาวะเช่นนี้ขึ้นเมื่อแผลกดทับติดเชื้อแบคทีเรียประเภทพิเศษ อย่างเช่น Group A streptococci

ต้องมีการรักษาอย่างเร่งด่วนด้วยยาปฏิชีวนะกับการผ่าตัดเล็มเนื้อตายออก

โรคเนื้อเยื่อเน่าตายและสร้างแก๊ส

โรคเนื้อเยื่อเน่าตายและสร้างแก๊สเป็นภาวะติดเชื้อร้ายแรงที่เกิดขึ้นเมื่อแผลกดทับติดเชื้อแบคทีเรีย clostridium ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนต่ำหรือไม่มีเลย แบคทีเรียประเภทนี้จะผลิตแก๊สและปล่อยสารพิษอันตรายออกมา โดยอาการของโรคเนื้อเยื่อเน่าตายและสร้างแก๊สจะมีทั้งอาการเจ็บปวดรุนแรงและผิวหนังบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว

โรคเนื้อเยื่อเน่าตายและสร้างแก๊สต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนด้วยการผ่าตัดเล็มเนื้อตาย ในกรณีร้ายแรงส่วนมากอาจต้องมีการตัดอวัยวะเพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อลุกลามมากขึ้น

การป้องกันแผลกดทับ

ทีมรักษาของคุณจะพูดคุยชี้แจงแนวทางในการป้องกันแผลกดทับที่ดีที่สุดกับคุณ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับกรณีรายบุคคลออกไปโดยอาจมีคำแนะนำต่อไปนี้

การเปลี่ยนอิริยาบถ

การเปลี่ยนท่าบ่อย ๆ เป็นวิธีการป้องกันการเกิดแผลกดทับที่ดีที่สุด หากคุณมีแผลกดทับแล้ว การเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ ก็สามารถช่วยการเกิดภาวะนี้มากขึ้น และยังเป็นการเร่งกระบวนการฟื้นตัวของแผลที่มีได้อีกด้วย

หลักการสำหรับผู้ที่ต้องนั่งบนรถเข็นนั้นคือการเปลี่ยนท่าทางอย่างน้อยหนึ่งครั้งทุก ๆ 15 ถึง 30 นาที และผู้ป่วยติดเตียงควรเปลี่ยนท่าอย่างน้อยหนึ่งครั้งภายใน 2 ชั่วโมง

เมื่อคุณเริ่มมีภาวะแผลกดทับ คุณต้องพยายามหรือเลี่ยงการสร้างแรงกดมากขึ้นที่บริเวณดังกล่าวเพื่อให้ร่างกายซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น

หากคุณไม่สามารถเปลี่ยนอิริยาบถเองได้ ควรจัดหาผู้ดูแลหรือญาติมาช่วยเหลือคุณ

สารอาหาร

การรับประทานอาหารที่สมดุลดีต่อสุขภาพที่มีปริมาณโปรตีนและวิตามินต่าง ๆ มากมายสามารถช่วยป้องกันความเสียหายและเร่งกระบวนการฟื้นตัวของผิวหนังได้ คุณอาจได้พบกับนักโภชนาการที่สามารถวางแผนการรับประทานอาหารแก่คุณได้

หากคุณไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอเนื่องจากภาวะสุขภาพที่มีอยู่ก่อน คุณสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้ได้:

พยายามรับประทานอาหารมื้อเล็กลงตลอดทั้งวันแทนการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ 2 หรือ 3 มื้อ โดยการตัดทำตารางเวลาการรับประทานเอาไว้แทนการทานอาหารทุกครั้งตามความหิว

หากคุณมีภาวะกลืนลำบาก พยายามดื่มเครื่องดื่มที่อุดมด้วยสารอาหารหรืออาหารเหลวแทน

หากคุณเป็นมังสวิรัติคุณควรได้รับโปรตีนจากแหล่งอื่นแทนเนื้อสัตว์ เช่นถั่ว ชีส โยเกิร์ต และอื่น ๆ

การตรวจสอบผิวหนังของตนเอง

หากคุณมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ คุณควรตรวจสอบสภาพผิวหนังของคุณเป็นประจำทุกวันเพื่อมองหาสัญญาณของแผลกดทับ อย่างเช่นผิวหนังเปลี่ยนสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณมีภาวะสุขภาพอื่น ๆ อยู่ เช่นความเสียหายที่เส้นประสาทหรือเบาหวานที่จะทำให้ความรู้สึกเจ็บปวดลดลงตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

คุณควรใช้กระจกเพื่อส่องดูส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่มองเห็นตามปกติได้ยากอย่างเช่นแผ่นหลัง ก้น และส้นเท้า หากสังเกตเห็นความเสียหายใด ๆ ควรรีบแจ้งแพทย์ผู้ดูแลทันที และเดินทางไปรับการรักษาในทันที

เลิกบุหรี่

หากคุณเป็นคนสูบบุหรี่ การเลิกสูบก็เป็นอีกวิธีในการป้องกันแผลกดทับที่มีประสิทธิภาพที่สุด เนื่องจากบุหรี่จะทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดตกลง กดภูมิคุ้มกันร่างกายลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับขึ้น

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่