Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

การติดเชื้อแบคทีเรียที่ไตของแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,369,073 คน

การอักเสบของกรวยไตในแมว Pyelonephritis นั้นหมายถึงการติดเชื้อแบคทีเรียที่บริเวณกรวยไต ที่มีลักษณะเหมือนกรวยที่บริเวณท่อไต

โดยทั่วไปแล้วถ้าหากพบว่ามีการอักเสบที่กรวยไตเกิดขึ้นจะมีสาเหตุเนื่องมาจากการมีความบกพร่องของกระบวนการป้องกันของร่างกาย เช่น หลอดเลือดที่เข้ามาเลี้ยงที่ไต หรือมีบริเวณรั่วระหว่างไตและท่อไต

การอักเสบที่กรวยนั้นสามารถพัฒนาไปเป็นนิ่วที่อยู่ในไตหรือมีการติดเชื้อลามเข้าไปยังระบบปัสสาวะส่วนต้นได้ การอุดตันในกรณีที่ไตได้รับการติดเชื้อนั้นสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรงได้ เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด การติดเชื้อแบคทีเรียในเลือด การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

การติดเชื้อที่กรวยไตนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับสุนัขและแมว ถ้าหากคุณเจ้าของท่านใดต้องการศึกษาเกี่ยวกับการอักเสบของกรวยไตที่เกิดขึ้นกับสุนัขสามารถศึกษาได้ที่ PetMD health library 

อาการ

  • เป็นไข้
  • ปัสสาวะลำบาก
  • พบปัสสาวะเป็นเลือด
  • ปัสสาวะมีกลิ่นเหม็น
  • สีของปัสสาวะเปลี่ยนไป
  • กระหายน้ำบ่อยขึ้น
  • ปัสสาวะถี่ขึ้น
  • ปวดท้อง 

สาเหตุ 

เชื้อแบคทีเรีย Escherichia coli และ Staphylococcus spp. ถือเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อ แบคทีเรียชนิดอื่นที่ทำให้ไตอักเสบได้ ได้แก่ Proteus, Streptococcus, Klebsiella, Enterobacter, และ Pseudomonas spp ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นเชื้อที่ทำให้เกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างและสามารถติดเชื้อลามขึ้นมายังส่วนบนได้เช่นกัน

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายแมว ซึ่งประกอบไปด้วย การตรวจค่าเลือดทางชีวเคมี การนับเม็ดเลือด และ การวิเคราะห์ปัสสาวะและค่าอิเล็คโทรไลท์

ถ้าหากแมวของคุณมีการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างไปแล้วก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดการติดเชื้อที่ไต สัตวแพทย์จะทำการอัลตราซาวน์ หรือ เอ็กซ์เรย์ระบบทางเดินปัสสาวะเพื่อแยกระหว่างการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างและกรวยไตอักเสบ

เพื่อให้ได้การวินิจฉัยสุดท้าย สัตวแพทย์จะต้องทำการเพาะเชื้อจากปัสสาวะจากกรวยไต หรือทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อจากไตเพื่อมาดูทางพยาธิวิทยา

การเก็บตัวอย่างของเหลวจากกรวยไตนั้นจะใช้วิธีที่เรียกว่า pyelocentesis ซึ่งสามารถทำได้โดยการเจาะผ่านผิวหนังโดยใช้เครื่องอัลตราซาวน์หรือทำในขณะที่กำลังผ่าตัดอยู่ก็ได้ ของเหลวที่ทำการเก็บมาจะต้องได้มาจากบริเวณกรวยไต ถ้าหากว่าแมวมีนิ่วที่ไตอาจจะต้องทำการผ่าเปิดไตเพื่อเก็บตัวอย่างของนิ่วนั้น

การรักษา

เบื้องต้นสัตวแพทย์จะทำการจ่ายยาปฏิชีวนะให้และจะทำการเปลี่ยนตัวยาอีกครั้งเมื่อผลของการเพาะเชื้อจากปัสสาวะออก การผ่าตัดอาจจะมีความจำเป็นในกรณีที่กรวยไตมีการอักเสบที่ระบบทางปัสสาวะส่วนต้น หรือพบว่ามีการอุดตัน

ถ้าหากพบว่ามีนิ่วอยู่ภายในไต จะต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อนำนิ่วออก ยกเว้นแต่ว่าสัตวแพทย์สามารถหาชนิดของนิ่วได้และทำการสลายนิ่วนั้นโดยการปรับเปลี่ยนอาหารแทน หรืออาจใช้วิธีช็อกด้วยคลื่นเสียงเพื่อทำให้ก้อนนิ่วนั้นเกิดการแตกออกเป็นส่วนเล็กๆจะได้เคลื่อนออกจากร่างกายได้

การจัดการและความเป็นอยู่

เพื่อให้มั่นใจว่าแมวอาการดีขึ้นสัตวแพทย์จะทำการนัดตรวจติดตามเพื่อดูค่าการวิเคราะห์จากปัสสาวะและการเพาะเชื้อ 1 อาทิตย์ภายหลังจากการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ซึ่งแมวจะได้รับการตรวจแบบนี้อีกครั้งเมื่อได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะครบ 4 สัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการติดเชื้อซ้ำ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม