ความรู้สุขภาพ

แบคทีเรีย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 24, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,336,234 คน

แบคทีเรีย

แบคทีเรีย

แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง เพราะสามารถสร้างอาหารและสลายอาหารเป็นพลังงานเพื่อใช้ในเซลล์ได้ แบคทีเรียขยายพันธุ์ด้วยดารแบ่งตัวทวีคูณ จากหนึ่งเซลล์เป็นสองเซลล์ จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีเพศผู้ เพศเมีย

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย เคอร์รี่ ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

โครงสร้างของแบคทีเรีย

แบคทีเรียเป็นจุลชีพเซลล์เดียวที่มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่นทั่วไป โดยมีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ

  1. ส่วนผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ ผนังเซลล์จะเป็นผนังที่อยู่ชั้นนอกสุด มีความแข็งแรงและเปรียบเสมือนโครงกระดูกของแบคทีเรีย มีหน้าที่รักษาลักษณะและรูปร่างของแบคทีเรียเอาไว้ให้คงที่ ถัดจากผนังเซลล์เข้าไปจะเป็นเยื่อหุ้มบางๆ เรียกว่า เยื่อหุ้มเซลล์ ทำหน้าที่คาบคุมการแลกเปลี่ยนสารอาหารต่างๆ และน้ำที่อยู่ภายในเซลล์และภายนอกเซลล์ของแบคทีเรีย ให้มีความเหมาะสมในการดำรงชีวิต
  2. ส่วนไซโตพลาสซึม เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไป ภายในไซโตพลาสซึมประกอบไปด้วยโปรตีน สารอาหารต่าง ๆ เช่น แป้ง ไขมัน และเอนไซม์ต่างๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิต นอกจากนั้นยังมีกรดนิวคลีอิกหรือดีเอ็นเอ ซึ่งบรรจุรหัสพันธุกรรมสำหรับควบคุมการดำรงชีวิตและการสืบพันธุ์ของแบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์ไว้ด้วย

แบคทีเรียบางสายพันธุ์มีความสามารถในการสร้างผนังเซลล์ที่มีความหนากว่าปกติล้อมรอบตัว เราเรียกผนังที่หนาเป็นพิเศษนี้ว่า สปอร์ หรือ แคปซูล สปอร์จะทนความร้อน ความเย็น ความชื้น และมีชีวิตอยู่ได้นานหลายปี แม้ว่าจะไม่มีอาหารเลยก็ตาม 

การขยายพันธุ์ของแบคทีเรีย

แบคทีเรียขยายพันธุ์โดยไม่ต้องมีเพศผู้เพศเมีย เมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีอาหารสมบูรณ์ โดยมันจะสร้างส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิตขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะสร้างผนังเซลล์ขึ้นมาล้อมรอบส่วนประกอบต่างๆ แต่ละชุด แล้วกลายเป็นสองเซลล์ จากสองเซลล์เป็นสี่เซลล์ จากสี่เซลล์เป็นแปดเซลล์ ไปเรื่อยๆ

แบคทีเรียจะสังเคราะห์สารสำคัญไว้ในเซลล์และแบ่งเป็นสองส่วนที่เหมือนกัน จากนั้นแต่ละส่วนจะถูกแยกออกจากกัน และมีผนังเซลล์มาห่อหุ้มไว้ในแต่ละส่วน จนกลายเป็นสองเซลล์ ซึ่งอาจจะแยกจากกันโดยเด็ดขาดหรือยังคงเชื่อมอยู่ด้วยกัน เซลล์ที่แบ่งตัวแล้วจะมีลักษณะการจัดเรียงของโครงสร้างสารต่างๆ ของเซลล์เหมือนกันทั้งสองเซลล์

กล่าวกันว่า ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของแบคทีเรียแต่ละชนิด มันสามารถแบ่งตัวทุกๆ 20–30 นาที โดยมีอัตราการแบ่งตัวดังนี้

  • หลังจาก ½ ชั่วโมง จะแบ่งตัวเป็น 2 เซลล์
  • หลังจาก 1 ชั่วโมง จะแบ่งตัวเป็น 4 เซลล์
  • หลังจาก 1 ½ ชั่วโมง จะแบ่งตัวเป็น 8 เซลล์
  • หลังจาก 2 ชั่วโมง จะแบ่งตัวเป็น 16 เซลล์
  • หลังจาก 11 ชั่วโมง จะแบ่งตัวเป็น 10 ล้านเซลล์

อย่างไรก็ตาม อัตราการแบ่งตัวอาจถูกยับยั้งหรือช้าลงถ้าอยู่ในสภาพขาดสารอาหาร มีสารพิษ หรือมีของเสียที่เป็นอันตรายต่อมันหรืออยู่ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่อากาศ หรือมีอากาศที่ไม่เหมาะสม และถ้ายังคงอยู่ในสภาพดังกล่าวเป็นเวลานาน แบคทีเรียจะหยุดเจริญเติบโต หยุดแบ่งตัว และตายในที่สุด 

การเรียกชื่อแบคทีเรีย

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของแบคทีเรียแต่ละชนิดมีสองคำ โดยชื่อแรกเป็นชื่อสกุล เขียนขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ ชื่อหลังเป็นชื่อชนิดของแบคทีเรียในสกุลนั้น

ตัวอย่างเช่น Staphylococcus aureus

คำว่า Staphylococcus เป็นสกุล ส่วนคำว่า aureus เป็นชนิดของแบคทีเรียในสกุล Staphylococcus

เราสามารถเขียนชื่อสกุลแบบย่อโดยใช้เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อสกุลเป็นตัวใหญ่ แล้วใส่จุดต่อท้าย เช่น S.aureus

กรณีต้องการระบุถึงแบคทีเรียทุกชนิดในสกุลนี้จะเขียนเฉพาะชื่อสกุลแล้วต่อท้ายด้วย spp. (อ่านว่า species) เช่น Staphylococcus spp. หมายความถึงแบคทีเรียสกุลนี้ทุกชนิด เช่น Staphylococcus aureus, Staphylococcus epidermidis เป็นต้น

ประเภทของแบคทีเรีย

 แบคทีเรียแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้

  1. แบคทีเรียแกรมบวกและแบคทีเรียแกรมลบ เป็นการแบ่งแบคทีเรียออกเป็นแกรมบวกและแกรมลบ มาจากนำสีแกรมซึ่งเป็นสีน้ำชนิดหนึ่งหยดลงไปบนแบคทีเรีย จะทำให้ผนังเซลล์ของแบคทีเรียมีสีแตกต่างกัน ดังนี้
    1. แบคทีเรียที่ผนังเซลล์ติดสีแดง เราจะจัดเป็นแบคทีเรียประเภทแกรมลบ
    2. แบคทีเรียที่ผนังเซลล์ติดสีน้ำเงิน เราจะจัดเป็นแบคทีเรียประเภทแกรมบวก
  2. แบคทีเรียที่เป็นรูปกลม แท่ง และบิดเป็นเกลียว เป็นการแบ่งประเภทของแบคทีเรียตามลักษณะรูปร่าง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
    1. แบคทีเรียที่มีรูปร่างกลม หรือเรียกว่า คอกคัส หรือ คอกไค แบคทีเรียชนิดนี้มีรูปร่างกลมและอาจเกาะเป็นกลุ่ม เช่น สแต็ปฟิโลคอกคัส (Staphylococus spp.) หรือกลมและต่อกันเป็นสาย เช่น สเตร็ปโตคอกคัส (Streptococcus spp.) เป็นต้น
    2. แบคทีเรียที่มีรูปร่างเป็นแท่ง เป็นแบคทีเรียที่มีรูปร่างเป็นแท่งยาวและหนา เรียงตัวกันเป็นเส้นตรงยาว เรียกว่า รอด หรือ บาซิลไล
    3. แบคทีเรียที่มีรูปร่างเป็นเกลียว เป็นแบคทีเรียบบางชนิดมีรูปร่างเป็นเส้นยาว หนา และบิดเป็นเกลียว เรียกว่า สไปโรคีท
  3. แบคทีเรียกลุ่มแอโรปส์ แอนแอโรปส์และฟาคัลเททีฟ เป็นการแบ่งแบคทีเรียโดยใช้เกณฑ์เรื่องการใช้อากาศหรือไม่ใช้อากาศในการดำรงชีวิต โดยเราจะแบ่งแบคทีเรียได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
    1. แบคทีเรียพวกแอโรปส์ แบคทีเรียชนิดนี้ต้องใช้อากาศในการเผาพลาญอาหารให้เป็นพลังงานเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ซึ่งถ้ามันอยู่ในสภาพไม่มีอากาศ ก็จะตายหรือไม่เจริญเติบโต แบคทีเรียส่วนใหญ่เป็นพวกแอโรปส์แบคทีเรียนั่นเอง
    2. แบคทีเรียพวกแอนแอโรปส์ แบคทีเรียชนิดนี้มีชีวิตอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอากาศ และจะตายในเวลาไม่นานถ้าถูกอากาศ พวกมันอาศัยอยู่ในช่องท้อง ในปาก หรือในร่างกาย ตามบริเวณที่มีอากาศน้อย หรือที่อับทึบต่างๆ และเป็นปัญหามากในด้านโรคติดเชื้อ เพราะเป็นแบคทีเรียที่มีการเจริญเติบโตเร็วมาก และยาต้านจุลชีพส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีผลต่อแบคทีเรียกลุ่มนี้
    3. แบคทีเรียพวกฟาคัลเททีพ เป็นแบคทีเรียที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ทั้งในสภาพที่มีอากาศและในสภาพที่ไม่มีอากาศ ตัวอย่างเช่น Escherichia coli หรือ เรียกกันว่า อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์

แบคทีเรียสำคัญที่เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อตามระบบต่างๆ ของร่างกาย

ประเภทของแบคทีเรีย

  • ระบบทางเดินหายใจส่วนบน (ทอนซิลอักเสบ ไข้หวัด คออักเสบ)
  • Streptococcus pyogenes (Group A Streptococcus) +         (Aerobe)
  • Haemophillus influenzae –           (Aerobe)
  • Moraxella catarrhalis (Branhamella catarrhalis) –           (Aerobe)
  • ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (ไข้หวัด ปอดบวม คอตีบ ไข้หวัดใหญ่)
  • Streptococcus pneumoniae             +          (Aerobe)
  • Haemophillus influenzae –           (Aerobe)
  • Moraxella catarrhalis ­–           (Aerobe)
  • Mycoplasma pneumoniae +          (Aerobe)
  • Mycobacterium tuberculosis –           (Aerobe)
  • Corynebacterium diphtheriae +          (Aerobe)
  • Chlamydia trachomatis –           (Aerobe)
  • Pseudomonas aeruginosa –           (Anaerobe)


  • ระบบทางเดินอาหาร (ท้องเดิน กระเพราะอาหารและลำไส้อักเสบ)
  • Shigella spp. –           (รูปแท่ง / Aerobe)
  • Salmonella spp. –           (รูปแท่ง / Aerobe)
  • Vibrio cholera –           (รูปแท่ง / Aerobe)
  • Escherichia coli –           (รูปแท่ง / Aerobe)
  • Helicobacter pyroli –           (รูปเกลียว / Aerobe)

 

  • ระบบปัสสาวะ (กระเพาะปัสสาวะอักเสบ)
  • Escherichia coli                                                 –           (Aerobe)
  • Proteus spp. –           (Aerobe)
  • Klebsiella pneumoniae –           (Aerobe)

 

  • ระบบผิวหนัง (แผล ฝี หนอง)
  • Staphylococcus aureus +          (Aerobe)
  • Group A Streptococcus +          (Aerobe)
  • Clostridium tetani (เชื้อบาดทะยัก) +          (Aerobe)

 

  • ระบบสืบพันธุ์ (โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์)
  • Neisseria gonorrhoeae (หนองใน)             –           (Aerobe)
  • Treponema pallidum (ซิฟิลิส)             –           (รูปเกลียว / Anaerobe)
  • Haemophillus ducreyi (แผลเริมอ่อน)             –           (Aerobe)
  • Chlamydia trachomatis (หนองในเทียม ฝีมะม่วงและริดสีดวงตา)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่