Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

แบคทีเรีย

ทำความรู้จักกับแบคทีเรียแต่ละชนิด แบ่งประเภทอย่างไร และก่อให้เกิดโรคอะไรได้บ้าง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,730,561 คน

แบคทีเรีย

แบคทีเรียคืออะไร

แบคทีเรียเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวมันเอง เพราะสามารถสร้างอาหาร และสลายอาหารเป็นพลังงานเพื่อใช้ในเซลล์ได้ แบคทีเรียขยายพันธุ์ด้วยการแบ่งตัวทวีคูณ จากหนึ่งเซลล์เป็นสองเซลล์ จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปด เป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีเพศผู้ เพศเมีย

โครงสร้างของแบคทีเรีย

แบคทีเรียเป็นจุลชีพเซลล์เดียวจัดอยู่ในกลุ่มโพรคาริโอต (Prokaryote) ที่มีส่วนประกอบเช่นเดียวกับเซลล์ของสิ่งมีชีวิตอื่นทั่วไปแต่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส โดยมีส่วนประกอบหลัก 2 ส่วน คือ

  • ส่วนผนังเซลล์และเยื่อหุ้มเซลล์ ผนังเซลล์จะเป็นผนังที่อยู่ชั้นนอกสุด มีความแข็งแรง และเปรียบเสมือนโครงกระดูกของแบคทีเรีย มีหน้าที่รักษาลักษณะและรูปร่างของแบคทีเรียเอาไว้ให้คงที่ ซึ่งโครงสร้างของผนังเซลล์นั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละสปีชีส์ของแบคทีเรีย ถัดจากผนังเซลล์เข้าไปจะเป็นเยื่อหุ้มบางๆ เรียกว่า เยื่อหุ้มเซลล์ ทำหน้าที่คาบคุมการแลกเปลี่ยนสารอาหารต่างๆ และน้ำที่อยู่ภายในเซลล์ และภายนอกเซลล์ของแบคทีเรียให้เหมาะสมในการดำรงชีวิต
  • ส่วนไซโทพลาซึม เป็นส่วนที่อยู่ถัดจากเยื่อหุ้มเซลล์เข้าไป ภายในไซโทพลาซึม ประกอบไปด้วยโปรตีน สารอาหารต่างๆ เช่น แป้ง ไขมัน และเอนไซม์ต่างๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิต นอกจากนั้นยังมีกรดนิวคลีอิก หรือดีเอ็นเอ ซึ่งบรรจุรหัสพันธุกรรมสำหรับควบคุมการดำรงชีวิต และการสืบพันธุ์ของแบคทีเรียแต่ละสายพันธุ์ไว้ด้วย

แบคทีเรียบางสายพันธุ์มีความสามารถในการสร้างผนังเซลล์ที่มีความหนากว่าปกติล้อมรอบตัว เรียกผนังที่หนาเป็นพิเศษนี้ว่า สปอร์ หรือแคปซูล ซึ่งสปอร์จะทนความร้อน ความเย็น ความชื้น และมีชีวิตอยู่ได้นานหลายปี แม้ว่าจะไม่มีอาหารเลยก็ตาม 

การขยายพันธุ์ของแบคทีเรีย

แบคทีเรียขยายพันธุ์โดยไม่ต้องมีเพศผู้เพศเมีย เมื่อมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีอาหารสมบูรณ์ โดยแบคทีเรียจะสร้างส่วนต่างๆ ที่ใช้ในการดำรงชีวิตขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะสร้างผนังเซลล์ขึ้นมาล้อมรอบส่วนประกอบต่างๆ แต่ละชุด กลายเป็นสองเซลล์ จากสองเซลล์เป็นสี่เซลล์ จากสี่เซลล์เป็นแปดเซลล์ ไปเรื่อยๆ 

แบคทีเรียจะสังเคราะห์สารสำคัญไว้ในเซลล์ และแบ่งเป็นสองส่วนที่เหมือนกัน จากนั้นแต่ละส่วนจะถูกแยกออกจากกัน และมีผนังเซลล์มาห่อหุ้มไว้ในแต่ละส่วน จนกลายเป็นสองเซลล์ ซึ่งอาจจะแยกจากกันโดยเด็ดขาด หรือยังคงเชื่อมอยู่ด้วยกันก็ได้ เซลล์ที่แบ่งตัวแล้วจะมีลักษณะการจัดเรียงของโครงสร้างสารต่างๆ เหมือนกันทั้งสองเซลล์

กล่าวกันว่า ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของแบคทีเรียแต่ละชนิด สามารถแบ่งตัวทุกๆ 20–30 นาที ในขณะที่บางชนิดใช้เวลา 12-16 ชั่วโมงในการแบ่งตัวแต่ละครั้ง

อย่างไรก็ตาม อัตราการแบ่งตัว อาจถูกยับยั้งหรือช้าลง หากอยู่ในสภาพขาดสารอาหาร มีสารพิษ ของเสียที่เป็นอันตรายต่อแบคทีเรีย หรืออยู่ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม เช่น ไม่มีอากาศ หรือมีอากาศที่ไม่เหมาะสม และถ้ายังคงอยู่ในสภาพดังกล่าวเป็นเวลานาน แบคทีเรียจะหยุดเจริญเติบโต หยุดแบ่งตัว และตายในที่สุด 

การเรียกชื่อแบคทีเรีย

ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของแบคทีเรียแต่ละชนิดมีสองคำ โดยชื่อแรกเป็นชื่อ วงศ์ (genus) เขียนขึ้นต้นด้วยอักษรตัวใหญ่ ชื่อหลังเป็นชื่อสปีชีส์ (species) ของแบคทีเรียในสกุลนั้น ส่วนหลักการเขียนชื่อแบคทีเรียยังคงเป็นแบบการเขียนชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสิ่งมีชีวิต กล่าวคือ ใช้ตัวเอียงทั้งหมด หรือ ตัวตรงแต่ขีดเส้นใต้ ดังตัวอย่าง

ตัวอย่าง: Staphylococcus aureus หรือ Staphylococcus aureus

คำว่า Staphylococcus เป็นสกุล ส่วนคำว่า aureus เป็นสปีชีส์ของแบคทีเรียในสกุล Staphylococcus 

เราสามารถเขียนชื่อสกุลแบบย่อโดยใช้เฉพาะอักษรตัวแรกของชื่อสกุลเป็นตัวใหญ่ แล้วใส่จุดต่อท้าย เช่น S.aureus

กรณีต้องการระบุถึงแบคทีเรียทุกชนิดในสกุลนี้จะเขียนเฉพาะชื่อสกุลแล้วต่อท้ายด้วย spp. (อ่านว่า Species) เช่น Staphylococcus spp. หมายความถึงแบคทีเรียสกุลนี้ทุกชนิด เช่น Staphylococcus aureus และ Staphylococcus epidermidis เป็นต้น

ประเภทของแบคทีเรีย

แบคทีเรียแบ่งออกโดยใช้เกณฑ์ 3 ประเภท ดังนี้

1. แบ่งตามการย้อมติดสี

นิยมใช้การย้อมติดสีแบบแกรม (Gram staining) เป็นการแบ่งแบคทีเรียออกเป็นแกรมบวก (Gram positive) และแกรมลบ (Gram negative) มาจากนำสีแกรมซึ่งเป็นสีน้ำชนิดหนึ่งหยดลงไปบนแบคทีเรีย จะทำให้ผนังเซลล์ของแบคทีเรียมีสีแตกต่างกัน ดังนี้

  • แบคทีเรียที่ผนังเซลล์ติดสีแดง จัดเป็นแบคทีเรียประเภทแกรมลบ
  • แบคทีเรียที่ผนังเซลล์ติดสีน้ำเงิน จัดเป็นแบคทีเรียประเภทแกรมบวก

นอกจากสีแกรม ยังมีการใช้สีทดกรด (Acid fast staining หรือ Ziehl-Neelsen staining) ในการแบ่งชนิด ซึ่งในทางการแพทย์ แบคทีเรียที่นิยมใช้การย้อมสีทนกรดคือ Mycobacterium tuberculosis หรือ เชื้อวัณโรค นั่นเอง

2. แบ่งตามรูปร่าง

เป็นการแบ่งประเภทของแบคทีเรียตามลักษณะรูปร่าง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • แบคทีเรียที่มีรูปร่างกลม (coccus) แบคทีเรียชนิดนี้มีรูปร่างกลมและอาจเกาะกันเป็นกลุ่ม เช่น สแต็ปฟิโลคอกคัส (Staphylococus spp.) หรือกลมและต่อกันเป็นสาย เช่น สเตร็ปโตคอกคัส (Streptococcus spp.) 
  • แบคทีเรียที่มีรูปร่างเป็นแท่ง (bacillus) เป็นแบคทีเรียที่มีรูปร่างเป็นแท่งยาวและหนา เรียงตัวกันเป็นเส้นตรงยาว เช่น เชื้อแอนแทรก (Bacillus anthracis)
  • แบคทีเรียที่มีรูปร่างเป็นเกลียว (spirochete) เป็นแบคทีเรียบางชนิดที่มีรูปร่างเป็นเส้นยาว หนา และบิดเป็นเกลียว เช่น เชื้อเลปโตสไปโรซิส (Leptospria interrogans)

3. แบ่งตามการใช้ออกซิเจน

เป็นการแบ่งแบคทีเรียโดยใช้เกณฑ์เรื่องการใช้อากาศ หรือไม่ใช้อากาศในการดำรงชีวิต โดยจะแบ่งแบคทีเรียเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

  • แบคทีเรียพวกแอโรบส์ (Aerobe) แบคทีเรียชนิดนี้ต้องใช้อากาศในการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ซึ่งถ้ามันอยู่ในสภาพไม่มีอากาศ ก็จะตายหรือไม่เจริญเติบโต แบคทีเรียส่วนใหญ่เป็นพวกแอโรบส์แบคทีเรียนั่นเอง
  • แบคทีเรียพวกแอนแอโรบส์ (Anaerobe) แบคทีเรียชนิดนี้มีชีวิตอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีอากาศ และจะตายในเวลาไม่นานถ้าถูกอากาศ พวกมันอาศัยอยู่ในช่องท้อง ในปาก หรือในร่างกาย ตามบริเวณที่มีอากาศน้อย หรือที่อับทึบต่างๆ และเป็นปัญหามากในด้านโรคติดเชื้อ เพราะเป็นแบคทีเรียที่มีการเจริญเติบโตเร็วมาก และยาต้านจุลชีพส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยมีผลต่อแบคทีเรียกลุ่มนี้
  • แบคทีเรียพวกฟาคัลเททีพ (Facultative) เป็นแบคทีเรียที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ทั้งในสภาพที่มีอากาศ และในสภาพที่ไม่มีอากาศ เช่น Escherichia coli หรือ เรียกกันว่า อีโคไล (E. coli) เป็นแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ของมนุษย์

แบคทีเรียสำคัญที่เป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อตามระบบต่างๆ ของร่างกาย

ระบบทางเดินหายใจ

ชนิดของแบคทีเรีย แกรม รูปร่าง/ลักษณะ
Streptococcus pneumoniae
+ กลม
Streptococcus pyogenes
(Group A Streptococcus)
+ กลม
Haemophillus influenzae - แท่ง
Moraxella catarrhalis - กลม
Mycoplasma pneumoniae + แท่ง
Mycobacterium tuberculosis - แท่ง
Corynebacterium diphtheriae + แท่ง
Chlamydia trachomatis - แท่ง
Pseudomonas aeruginosa - แท่ง

ระบบทางเดินอาหาร

ชนิดของแบคทีเรีย แกรม รูปร่าง/ลักษณะ
Shigella spp. - รูปแท่ง
Salmonella spp. - รูปแท่ง
Vibrio cholera - รูปแท่ง
Escherichia coli - รูปแท่ง
Helicobacter pyroli - รูปแท่ง

ระบบปัสสาวะ

ชนิดของแบคทีเรีย แกรม รูปร่าง/ลักษณะ
Escherichia coli - แท่ง
Proteus spp. - แท่ง
Klebsiella pneumoniae - แท่ง

ระบบผิวหนัง (แผล ฝี หนอง)

ชนิดของแบคทีเรีย แกรม รูปร่าง/ลักษณะ
Staphylococcus aureus + กลม
Streptococcus pyogenes + กลม
Clostridium tetani (เชื้อบาดทะยัก) + แท่ง

ระบบสืบพันธุ์

ชนิดของแบคทีเรีย แกรม รูปร่าง/ลักษณะ
Neisseria gonorrhoeae (หนองใน) - กลม
Treponema pallidum (ซิฟิลิส) - รูปเกลียว
Haemophillus ducreyi (แผลริมอ่อน) - แท่ง
Chlamydia trachomatis (หนองในเทียม ฝีมะม่วง และริดสีดวงตา) - แท่ง

ที่มาของข้อมูล

Murray, P. et al. Medical Microbiology. 8th ed. Elsevier; 2015.

Greenwood, D. et al. Medical Microbiology. 18th ed. Churchill Livingstone; 2012. ภัทรชัย กีรติสิน. ตำราวิทยาแบคทีเรียทางการแพทย์. 2549.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป