การกินเพื่อสุขภาพ

พรมมิ สมุนไพรบำรุงความจำ ที่คนรักสุขภาพห้ามพลาด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ม.ค. 23, 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 439,678 คน

พรมมิ สมุนไพรบำรุงความจำ  ที่คนรักสุขภาพห้ามพลาด

พรมมิ เป็นสมุนไพรไทยที่หาพบได้ตามริมตลิ่ง ซึ่งนักวิจัยไทยได้ทำการศึกษาค้นคว้าจนพบว่า พรมมิ เป็นสมุนไพรที่สามารถช่วยบำรุงสมอง ป้องโรคความจำเสื่อม อัลไซเมอร์ได้เป็นอย่างดี ไม่น้อยหน้าใบแปะก๊วยหรือโสมเกาหลีเลยทีเดียว วันนี้เราจึงมีข้อมูลเกี่ยวกับพรมมิมานำเสนอ เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับสมุนไพรไทยชนิดนี้กันให้มากขึ้น

จากการที่ประชากรที่เป็นผู้สูงอายุเพิ่มจำนวนสูงขึ้นในปัจจุบัน โรคที่เป็นผลมาจากความเสื่อมของระบบประสาทและความ   ทรงจำ เช่น โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังและเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้คุณภาพชีวิตของประชากรในวัยสูงอายุลดต่ำลง ทำให้การรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคที่เกิดจากความเสื่อมของสมอง โดยการใช้ยาหรือสมุนไพรมีความสำคัญทั้งทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น

โฆษณาจาก HonestDocs
กำลังมองหาถั่งเช่า? - 'เอสถั่งเช่า' ถั่งเช่าสารสำคัญสูง รับประกันผล 100% | HonestDocs

'เอสถั่งเช่า' ถั่งเช่าสกัดเข้มข้น คุมการเพาะโดยนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ - จัดส่งทั่วประเทศ

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87 %e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2 adj light %281%29 2 %281%29 %281%29 %281%29

ในปัจจุบันสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้ในการบำรุงสมองและความจำก็คือ แปะก๊วย (gingko) และโสม ซึ่งเป็นพืชที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ เนื่องจากประเทศไทยไม่สามารถปลูกได้ แต่ไม่นานมานี้ได้มีนักวิจัยจากคณะมหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้ทำการร่วมมือกันศึกษาพืชสมุนไพรไทยที่ขึ้นตามบริเวณริมตลิ่ง และยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก จนกระทั่งพิสูจน์ได้ว่าสมุนไพรดังกล่าวมีสรรพคุณในด้านการบำรุงความจำได้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ "พรมมิ"

"พรมมิ" มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Bacopa monnieri Wettst จัดอยู่ในวงศ์ Scrophularlaceae ถือเป็นพืชล้มลุกประเภทหนึ่ง โดยที่ลำต้นจะทอดนอนแผ่ไปตามพื้น มีความยาว 10 – 40 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านออกเป็นจำนวนมากมีรากออกตามข้อ      ใบเดี่ยว ออกตรงข้าม ไม่มีก้านใบ ใบจะมีลักษณะอวบน้ำ เป็นรูปซ้อนหรือรูปไข่กลับขอบใบจะมีลักษณะเรียบหรือหยักเล็กน้อยปลายใบมน มีความกว้างประมาณ 1-5 มิลลิเมตร ยาว 6-20 มิลลิเมตร มีดอกเดี่ยวออกตามซอกใบ

ก้านดอกจะยาวประมาณ 6 – 25 มิลลิเมตร ลักษณะเรียบ กลีบดอกจะซ้อนติดกันเป็นรูปทรงระฆัง รูปปากเปิด หยักเป็น 5 กลีบ จะมีสีขาวหรือสีม่วงอ่อน กลีบจะเป็นรูปขอบขนานแกมไข่กลับ ปลายจะมีลักษณะมนหรือเว้าตื้น มีเกสรตัวผู้ 4 อันอยู่บนกลีบดอก ผลแห้งแตกได้ รูปไข่ ขนาดประมาณ 5 x 3 มิลลิเมตร

สรรพคุณทางอายุรเวทและการแพทย์แผนไทยของ พรมมิ

พรมมิ เป็นสมุนไพรไทยที่เป็นได้ทั้งอาหารและยา บางท้องถิ่นนิยมเรียกว่า “ผักมิ” โดยใช้เป็นผักลวกจิ้มทานคู่กับน้ำพริกได้  ซึ่งตำราอายุรเวทของอินเดียได้ระบุถึงสรรพคุณของพรมมิเอาไว้ว่า มีสรรพคุณโดดเด่นในการช่วยเพิ่มความจำและช่วยบำรุงสมอง รวมทั้งสรรพคุณทางยาอีกมากมาย โดยชื่อ พรมมิ หรือ Brahmi มีความหมายถึงพระพรหม ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดโลกและสรรพสิ่งนั่นเอง

โฆษณาจาก HonestDocs
กำลังมองหาถั่งเช่า? - 'เอสถั่งเช่า' ถั่งเช่าสารสำคัญสูง รับประกันผล 100% | HonestDocs

'เอสถั่งเช่า' ถั่งเช่าสกัดเข้มข้น คุมการเพาะโดยนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ - จัดส่งทั่วประเทศ

%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87 %e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2 adj light %281%29 2 %281%29 %281%29 %281%29

ส่วนในประเทศไทยมีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่า รู้จักการใช้พรมมิเป็นยามาตั้งแต่สมัยอยุธยา โดยพบในตำราพระโอสถ  พระนารายณ์ว่าได้มีการกล่าวถึงพรมมิเอาไว้ ต่อมายังพบในตำราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์อีกด้วยว่า พรมมิ มีรสออกหวาน ใช้แก้อาการสวิงสวาย (อาการที่เป็นลม ทำให้หน้ามืด ตาลาย ใจหวิว หรือกระสับกระส่าย) แก้หืด ไอ กินแก้โรคริดสีดวง กินเพื่อบำรุงสมอง และได้มีการใช้พรมมิเป็นตัวยาในหลากหลายตำรับ เช่น เข้ายาเขียวมหาพรหม ช่วยแก้อาการโลหิตพิการ ซึ่งจะทำให้เกิดพิษร้อนไปทั่วสรรพางค์กาย เข้ายาแก้ซางแห้งในเด็ก เข้ายาแก้ลมที่เป็นสาเหตุของอาการท้องขึ้น เข้ายาเขียวประทานพิษ แก้โรคลม

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของ พรมมิ

“พรมมิ” มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาในด้านการเรียนรู้และความจำและในเรื่องของระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยในด้านการเรียนรู้และความจำนั้นได้มีการทำการศึกษาทดลองในหนูที่ถูกทำให้มีสภาวะความจำบกพร่อง โดยพบว่าหนูมีการเรียนรู้และความจำดีขึ้น เมื่อให้สารสกัดพรมมิขนาด 20, 40 และ 80 มก./ น้ำหนักหนู 1 กก. เป็นเวลา 14 วัน ส่วนในเรื่องของระบบหัวใจและหลอดเลือดนั้น พบว่าเมื่อให้สารสกัดพรมมิ (40 มก./กก.) หรือสารสกัดแปะก๊วย (60 มก./กก.) ทางปากในหนูแรทเป็นระยะเวลาติดต่อกันนาน 2 เดือน สารสกัดพรมมิสามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบริเวณหลอดเลือดแดงบนเยื่อหุ้มสมองได้พอ ๆ กับสารสกัดจากใบแปะก๊วยเลยทีเดียว นอกจากนี้แล้วสารสกัดพรมมิไม่มีผลที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจของหนูแรทอีกด้วย

สำหรับการกินผักพรมมินั้น ควรกินวันละประมาณ 30 กรัมหรือเทียบเท่ากับสารสกัดจากพรมมิ 1 เม็ด ซึ่งก็จะเท่ากับผักพรมมิประมาณ 50 ยอด หรือ 1 จานนั่นเอง “พรมมิ” เป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกง่ายขึ้นง่าย เพียงแค่นำมาปักลงในดินเท่านั้น สามารถปลูกในดินได้ทุกประเภท โดยเฉพาะดินที่ค่อนข้างเหนียว เป็นพืชที่ต้องการแสงแดดและน้ำ โดยควรปล่อยให้น้ำท่วมดินที่ปลูกอยู่เสมอ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่