การกินเพื่อสุขภาพ

การขาดวิตามินบี 12 สามารถทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 345,875 คน

การขาดวิตามินบี 12 สามารถทำให้เกิดโรคโลหิตจางได้

กรดโฟลิก วิตามินบี 12 กับการเกิดโลหิตจาง

กรดโฟลิกและโคบาลามิน เป็นกลุ่มของวิตามินบี ที่มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการระดับเซลล์ การขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือขาดทั้งคู่สามารถส่งผลให้เกิดโรคโลหิตจางจากขนาดเม็ดเลือดแดงใหญ่กว่าปกติได้ (megaloblastic anemia) เม็ดเลือดมีขนาดใหญ่กว่าปกติเนื่องมาจากเกิดการยับยั้งการสังเคราะห์ DNA ส่งผลต่อการเติบโตที่ผิดปกติระหว่างนิวเคลียและไซโตพลาสซึมของเซลล์ สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุแต่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ อาการแสดงส่วนมากมักมีอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

กรดโฟลิกกับการเกิดโรคโลหิตจาง

กรดโฟลิกมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงเซอรีน-ไกลซีน (serine-glycine) กระบวนการสลายฮีสทิดีน (histidine) การสังเคราะห์พิวรีน (purine) และที่สำคัญคือการสังเคราะห์ไธมิดิเลท (thymidilate) และเมไธโอนีน (methionine) เนื่องจากไธมีนนั้นเป็นส่วนประกอบ 1 ใน 4 ของคู่เบสไพริมิดีน (pyrimidine) บนDNA การขาดไธมีนนั้นจึงส่งผลต่อกระบวนการสังเคราะห์ DNA

โครงสร้างที่พร้อมทำงานของกรดโฟลิกนั้นอยู่ในรูป tetrahydrofolic acid ปริมาณที่ร่างกายในวัยผู้ใหญ่ต้องการต่อวันอยู่ในช่วง 50 ถึง 100 ไมโครกรัม อย่างไรก็ตามปริมาณที่แนะนำให้รับประทานในผู้ใหญ่คือ 400 ไมโครกรัม และในหญิงตั้งครรภ์คือ 600 ไมโครกรัมซึ่งค่อนข้างสูงกว่าปริมาณที่ต้องการ เนื่องมาจากปริมาณกรดโฟลิกที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้นั้น ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเคมีที่ส่งผลในขณะดูดซึมบริเวณลำไส้เล็ก ร่างกายจะมีการสะสมของโฟเลทที่ประมาณ 5 มิลลิกรัมในระยะเวลาประมาณ 3 ถึง 4 เดือน โดยโฟเลทมีการสะสมที่ตับเป็นหลัก

แหล่งของกรดโฟลิกที่แนะนำ

แหล่งของโฟเลทที่แนะนำได้แก่ผักใบเขียว เช่น ผักโขม หน่อไม่ฝรั่ง บรอกโคลี ผักกาดหอม นอกจากนี้โฟเลทก็สามารถพบได้ในผลไม่ เช่น ในเลมอน ส้ม กล้วย และเมล่อน ยังสามารถพบได้ในซีเรียล ธัญพืช ถั่ว เนื้อวัว เนื้อปลา ตับ และไตสัตว์ การเก็บรักษาอาหารเป็นระยะเวลานานและการปรุงให้สุกในน้ำมากเกินไปสามารถลดปริมาณของโฟเลทในอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ

การรักษาผู้ป่วยภาวะโลหิตจางจากการขาดกรดโฟลิก 

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

ผู้ป่วยจะถูกพิจารณาว่ามีการขาดของวิตามินบี 12 ร่วมด้วยหรือไม่ เนื่องจากถ้ามีอาการขาดวิตามินบี 12 จะมีปัญหาต่อการเปลี่ยนโครงสร้างของกรดโฟลิกให้อยู่รูปที่พร้อมทำงาน โดยปกติจะรักษาโดยการให้กรดโฟลิกรับประทานในขนาดสูง คือ ขนาด 1 ถึง 5 มิลลิกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลา 3 ถึง 4 เดือน

วิตามินบี 12 กับการเกิดโรคโลหิตจาง

วิตามินบี 12 ที่อยู่ในรูปพร้อมทำงาน มีหน้าที่หลัก 2 ประการ โครงสร้างแรกคือ เมธิลโคบาลามิน (methylcobalamin) เป็นโคเอนไซม์ของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่สังเคราะห์เมไธโอนีน และเตตระไฮโดรโฟเลทซึ่งเป็นรูปพร้อมทำงานของโฟลเลท อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า การขาดกรดโฟเลทจึงจ้องพิจารณาในส่วนนี้ก่อนการให้ยา โครงสร้างที่สองคือ อะดีโนซิลโคบลามีน (adenosylcobalamin) เป็นโคเอนไซม์ของ เมธิลมาโลนิล-โคเอ เป็นเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์กรดซักซินิก (succinic acid) ที่มีบทบาทในกระบวนการหายใจระดับเซลล์ การขาดวิตามินบี 12 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์ DNA ในไปสู่การสร้างฮีโมโกลบินที่ผิดปกติ

ปริมาณวิตามินบี 12 ที่ร่างกายวัยผู้ใหญ่ควรได้รับต่อวัน คือ 2 ไมโครกรัม ในหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตรคือ 2.6 ไมโครกรัม ร่างกายจะมีการสะสมของวิตามินบี 12 ที่ประมาณ 2 ถึง 5 มิลลิกรัมในระยะเวลาประมาณ 3 ถึง 4 เดือน โดยวิตามินบี 12 มีการสะสมที่ตับเป็นหลักเช่นเดียวกันกับโฟเลท

สาเหตุของการขาดวิตามินบี 12

สาเหตุหลักของการขาดวิตามินบี 12 ส่วนใหญ่เป็นเนื่องมาจากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ประกอบด้วยผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ ในทารกที่ขาดสารอาหาร ในหญิงตั้งครรภ์ที่ขาดสารอาหาร นอกจากนี้บางสภาวะของร่างกายยังเป็นอุปสรรคต่อการดูดซึมวิตามินบี 12 ได้แก่ การติดแอลกอฮอล์เรื้อรัง โรคโครห์น (crohn’s disease) โรคแพ้กลูเต็น (ciliac disease) หรือผู้ที่ใช้ยาลดกรดหรือยารักษาโรคกรดไหลย้อนเป็นระยะเวลานาน

แหล่งของวิตามินบี 12 ที่แนะนำ

แหล่งของวิตามินบี 12 ที่แนะนำ ได้แก่ เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว ตับ เนื้อปลา ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม อาหารที่มาจากพืชนั้นไม่มีองค์ประกอบของวิตามินบี 12 ดังนั้นในกลุ่มของผู้รับประทานมังสวิรัติจึงควรได้รับวิตามินบี 12 จากแหล่งอื่นร่วมด้วย

การรักษาผู้ป่วยภาวะโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี 12 

โดยปกติจะรักษาโดยการให้วิตามินบี 12 ในรูปของไซยาโนโคบาลามีน (cyanocobalamin) แบบยาประทาน เนื่องจากการศึกษาในปัจจุบันพบว่า เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัย ในขนาด 1000 ถึง 2000 ไมโครกรัมต่อวัน จนกระทั่งระดับของวิตามินบี 12 กลับเข้าสู่ระดับปกติ และจะได้รับต่อในขนาด 1000 ไมโครกรัมต่อวัน จนกระทั่งค่าวิตามินบี 12 ในกระแสเลือดกลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือไม่มีอาการของการขาดวิตามินบี 12  ถ้าต้องการให้แบบยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อจะรักษาโดยใช้ไซยาโนโคบาลามีน ขนาด 1000 ไมโครกรัมต่อวัน เป็นระยะเวลาสองสัปดาห์ หลังจากนั้นเปลี่ยนมาให้เป็นขนาด 1000 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์จนกว่าค่าวิตามินบี 12 ในกระแสเลือดกลับเข้าสู่ภาวะปกติหรือไม่มีอาการของการขาดวิตามินบี 12

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่