การกินเพื่อสุขภาพ

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์

เผยแพร่ครั้งแรก 23 ก.ย. 2018 อัปเดตล่าสุด 4 ส.ค. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทรานส์

งานวิจัยได้กล่าวว่าอาหารบางชนิดที่ระบุว่ามีไขมันทรานส์ 0 กรัมบนฉลากนั้นยังคงมีน้ำมันที่เป็นแหล่งของไขมันชนิดทรานส์บางส่วนอยู่ในส่วนผสม และในปัจจุบันบริษัทสามารถปัดเศษลงได้ ถึงแม้ว่ามันจะฟังดูน้อยแต่ก็สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้เนื่องจากมนุษย์มีการรับประทานอาหารประเภทนี้ในปริมาณมาก ทำให้เมื่อเวลาผ่านไปมันจึงเกิดความแตกต่าง

ข่าวดีก็คือในปัจจุบันปริมาณของไขมันทรานส์ที่รับประทานนั้นลดลง ผู้ชายนั้นรับประทานไขมันทรานส์ลดลง 32% และผู้หญิงลดลง 35% เมื่อเทียบกับเมื่อ 30 ปีก่อน อย่างไรก็ตาม พลังงาน 1.9% ที่ผู้ชายได้ในแต่ละวันและ 1.7% ในผู้หญิงนั้นยังคงมาจากไขมันทรานส์ (สมาคมโรคหัวใจแนะนำให้จำกัดปริมาณไขมันทรานส์อยู่ที่ไม่เกิน 1% ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน) และการได้ไขมันทรานส์เพียงไม่กี่กรัมต่อวันนั้นก็สามารถเพิ่มระดับ cholesterol ชนิดไม่ดี ลด cholesterol ชนิดที่ดีและทำให้เส้นเลือดแดงอุดตันได้ นักวิจัยได้มีการคาดการณ์ว่าไขมันทรานส์นั้นทำให้เกิดโรคหัวใจสูงถึง 228,000 รายต่อปีและเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต 50,000 รายต่อปี อาหารต่อไปนี้เป็นอาหารที่มักจะมีไขมันทรานส์แม้ว่าฉลากของอาหารเหล่านี้อาจจะไม่บอกก็ตาม

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์วันนี้

ค้นหางานวิจัยที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ เพื่อรับการรักษาใหม่ที่อาจทำให้อาการของคุณดีขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งในการทำดีเพื่อสังคม

E02

ครีมเทียม

ไขมันทรานส์ครึ่งกรัมในครีมเทียมนั้นสามารถเพิ่มปริมาณได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเรามักจะใช้ครีมเทียมมากว่าขนาด 1 ช้อนชาต่อถ้วย และถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่จะติดฉลากว่ามีไขมันทรานส์ 0 กรัม แต่คุณก็ยังอาจจะพบ hydrogenated oil เป็นส่วนผสมได้

เนยถั่ว

บางบริษัทนั้นใช้ hydrogenated oil เพื่อให้เนยถั่วนั้นสามารถวางขายได้นานขึ้นและมีเนื้อครีมเพิ่มขึ้น ดังนั้นอย่าลืมอ่านฉลาก เพื่อความปลอดภัย ควรเลือกเนยถั่วจากธรรมชาติซึ่งมักจะทำจากเพียงแค่ถั่วลิสงและถั่ว และไม่ได้ใส่น้ำมันที่มีไขมันทรานส์ในปริมาณมาก

ป๊อปคอร์น

ป๊อปคอร์นโดยเฉพาะสารแต่งรสเช่นเนยนั้นมักจะมีไขมันทรานส์ 0.5 กรัมต่อที่ ในขณะที่รสคาราเมลนั้นจะมีไขมันทรานส์ได้สูงถึง 1.5 กรัม รสชาติเนยในบางที่อาจจะมีไขมันทรานส์ถึง 15 กรัมต่อถุง ซึ่งคุณก็สามารถรับประทานได้หมดอย่างรวดเร็ว ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงป๊อปคอร์นที่ใช้อบในไมโครเวฟ และควรเลือกใช้วิธีทำป๊อปคอร์นด้วยอากาศแทน

พิซซ่าแช่แข็ง

ไขมันทรานส์นั้นมักจะอยู่ในแป้งที่ทำพิซซ่าแช่แข็ง โดยมีถึง 0.3 กรัมต่อชิ้น ดังนั้นทางออกของปัญหานี้ก็คือการทำพิซซ่าเอง คุณจะรู้ว่าในแป้งนั้นผสมอะไรบ้างรวมถึงชีสที่ใช้และเครื่องที่นำมาแต่งหน้าพิซซ่า หากคุณสั่งพิซซ๋าจากร้าน คุณสามารถถามได้ว่าพวกเขาใช้ไขมันอะไร หากใช้เนยเทียมแสดงว่าคุณมักจะได้รับไขมันทรานส์

คุกกี้

ในปัจจุบันคุกกี้มีไขมันทรานส์จากการใช้ hydrogenated oil ดังนั้นอย่าลืมอ่านฉลากก่อน และหากคุณซื้อจากร้าน คุณก็สามารถถามคนขายว่าใช้เนยเทียมหรือไม่

เนยเทียม

เนยเทียมนั้นมีการใช้อย่างแพร่หลายในช่วงการขาดเนยในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่มันเป็นสิ่งที่อุดมไปด้วยไขมันทรานส์ ในการผลิตเนยเทียมนั้นมีการนำน้ำมันจากพืชไปเติม hydrogen และยิ่งเนยเทียมนั้นมีความแข็งมากเท่าไหร่ แสดงว่ามีการเติม hydrogen มากเท่านั้น เนยเทียมหลายยี่ห้อมีการระบุว่ามีไขมันทรานส์ 0 กรัม แต่หากฉลากผลิตภัณฑ์นั้นมีการเขียนว่ามีการใช้ hydrogenated oil ก็แสดงว่าคุณยังสามารถได้รับไขมันทรานส์ผ่านทางน้ำมันเหล่านี้ หากเป็นไปได้ ควรเลือกใช้เนยแท้แทนเนยเทียม แต่ถ้าหากคุณจะใช้เนยเทียม ควรเลือกชนิดที่เหลวมากกว่าแข็ง

บิสกิต

บิสกิตสำเร็จรูปนั้นมักจะดีต่อสุขภาพมากกว่าการใช้บิสกิตแช่เย็นมาอบที่บ้าน ส่วนมากบิสกิตเหล่านี้มีไขมันทรานส์ 3-5 กรัมต่อชิ้น และหากมีการใช้เนยเทียมทาด้านบนก็จะยิ่งมีไขมันทรานส์ในปริมาณที่สูงขึ้นและเป็นอันตราย ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตัวเองรับประทานมากเท่าไหร่ และเมื่อมีการรับประทานหลายๆ ผลิตภัณฑ์จะก็ทำให้ปริมาณเล็กน้อยนั้นรวมกันเป็นปริมาณมากได้


5 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Which Foods Are High in Trans Fats?. Verywell Health. (https://www.verywellhealth.com/which-foods-contain-trans-fats-697735)
Trans Fat Facts: Where Are Trans Fats Now?. WebMD. (https://www.webmd.com/food-recipes/trans-fats)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป