ความรู้สุขภาพ

Atyp. Lymph, Mono, Eos คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 100,539 คน

Atyp. Lymph, Mono, Eos คืออะไร?

อ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Atypical Lymphocytes ,Monocyte และ Eosinophil ว่าคืออะไร มีหน้าที่

และมีความสำคัญอย่างไรในร่างกาย รวมทั้งบอกข้อมูลเกี่ยวกับค่าปกติและค่าที่ผิดปกติจะแสดงผลอย่างไรต่อร่างกาย อ่านได้ที่นี่

วัตถุประสงค์

เพื่อทราบว่า Atypical Lymphocytes หรือ Reactive Lymphocytes หรือ ลิมโฟไซต์นอกแบบ (typical = ตามแบบ, Atypical = นอกแบบ) มีจำนวนมากน้อยเพียงใดในกระแสเลือดหรือมีค่าเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ WBC (จำนวนเซลล์เม็ดเลือดขาว)

อธิบายอย่างสรุป

  1. ลิมโฟไซต์ ตามปกติในร่างกายมนุษย์นั้นจะมี 2 ขนาดกล่าวคือ
  • ก. ลิมโฟไซต์ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 15 ไมครอน (หรือเท่ากับ 15 ไมโครเมตร) มันมักไม่อยู่ในกระแสเลือดแต่จะอยู่ตามเนื้อเยื่อและในหลอดน้ำเหลือง
  • ข. ลิมโฟไซต์ขนาดเล็ก มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6-8 ไมครอน หรือ 6-8 ไมโครเมตร ซึ่งมักเป็นพวก T-cells ที่อยู่ในกระเเสเลือด
  1. ในการเจาะเลือดตรวจหาค่า WBC และ lymphocyte จึงย่อมจะต้องตรวจพบลิมโฟไซต์ ตามแบบซึ่งมีขนาด 6-8 ไมครอน จึงจะถือว่าร่างกายเป็นปกติ
  2. ลิมโฟไซต์นอกแบบ (Atypical Lymphocyte) ก็คือ ลิมโฟไซต์ ส่วนน้อยจำนวนหนึ่งที่ตรวจพบในกระแสเลือด ซึ่งมันมีขนาดใหญ่กว่าปกติมากกล่าวคืออาจมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 30 ไมโครเมตร
  3. การแสดงผลว่ามีจำนวนลิมโฟไซต์นอกแบบอยู่มากเท่าใดก็ย่อมแสดงว่าได้เกิดมีจุลชีพก่อโรคบุกรุกเข้าสู่ร่างกายมากเท่านั้นซึ่งมาแสดงด้วยตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ของเม็ดเลือดขาว (WBC) ทั้งหมดเลยเลือกที่จะออกมาตรวจ

ค่าปกติของ Atyp. Lymph

  1. หากร่างกายมีสุขภาพเป็นปกติก็ไม่ควรจะมีลิมโฟไซต์นอกเเบบ หรือมีลิมโฟไซต์ขนาดผิดปกติฉะนั้น  Atyp. Lymph = 0%
  2. จำนวนตัวเลขใดใดที่ปรากฏค่ามากกว่า 0 เปอร์เซ็นต์แสดงว่าเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ฟ้องว่า ได้มีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกายแล้วเนื่องจากเซลล์ลิมโฟไซต์จะบวม โตขึ้นอย่างผิดปกติได้ ก็ต่อเมื่อมันได้รับการกระตุ้นจากสาร "antigen" จากจุลชีพก่อโรคหรือเหตุใดเหตุหนึ่ง

ค่าผิดปกติ

  1. ในทางน้อย ไม่มี หรือไม่ถือว่าผิดปกติ
  2. ในทางมากอาจแสดงผลว่า

ก. ร่างกายอาจกำลังได้รับเชื้อโรคหรือเชื้อราที่ร้ายแรงบางชนิด เช่น เอพสไตน์-บาร์ ไวรัส (Epstein-Bar virus) เชื่อไวรัสตับอักเสบชนิดซี (hepatitis C virus, HCV) ซิฟิลิส ฯลฯ

ข. อาจกำลังได้รับการฉีดวัคซีน

ค. อาจกำลังถูกฉายรังสีบำบัด

ง. อาจกำลังกินยาบางอย่างที่ถูกกดภูมิต้านทาน

จ. อาจกำลังตกอยู่ในความเครียดอย่างหนัก

ข้อสังเกต เชื้อไวรัสตับอักเสบชนิดซี นับเป็นไวรัสที่มีความร้ายแรงมากอีกชนิดหนึ่งที่วงการแพทย์ปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตวัคซีนป้องกันได้ รวมทั้งเมื่อมันเข้าสู่ตับได้แล้วย่อมก่อให้เกิดโรคตับอักเสบที่ยากต่อการรักษาและนำไปสู่โรคมะเร็งตับได้

Mono

วัตถุประสงค์

เพื่อทราบจำนวนของ monocyte (โมโนไซต์) ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของในเลือดขาว (WBC) อีกชนิดหนึ่งทั้งนี้โดยธรรมดาการรายงานผลของค่า monocyte จะบอกเป็นเปอร์เซ็นต์ของ WBC

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. Monocyte เป็นเซลล์หน่วยย่อยชนิดหนึ่งของ WBC นับว่าเป็นเม็ดเลือดขาวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดกล่าวคือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 14-19 ไมครอน ในภาวะปกติจะมีจำนวนประมาณ 300-600 เซลล์ต่อ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร

                2. Monocyte ถือกำเนิดขึ้นมาจากไขกระดูกต่อเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจึงเข้าสู่กระแสเลือดมันมักจะทำหน้าที่คล้ายกันกับนิโตรฟิลส์ ในการกำจัดจุลชีพก่อโรคหรือเชื้อโรคแปลกปลอมด้วยกระบวนการกลืนกิน (phagocytosis, phago = กิน, cyto = เซลล์, osis = กระบวนการ) Monocyte ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "phagocyte" ซึ่งมีความหมายตรงตัวว่า "เซลล์นักกลืนกิน"

                3. หน้าที่ปกติของ Monocyte ในการกำจัดเชื้อโรคแปลกปลอมนั้นจะจำกัดขอบเขตของตนเองอยู่แต่ภายในหลอดเลือดเท่านั้น

                4. ในกรณีมีจุลชีพก่อโรค (pathogen) บุกรุกทำลายเซลล์ที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อเยื่อภายนอกหลอดเลือดจนมีสารพิษ (toxic) อันเกิดจากการปล่อยของจุลชีพก่อโรคเหล่านั้นฟุ้งกระจายจนชักนำให้ Monocyte ที่อยู่ในหลอดเลือดตรวจพบ มันก็จะทำการปรับปรุงตัวเองให้"รีดเรียว" เล็กลงจนสามารถรอดผ่านรูที่ผนังหลอดเลือดจนออกไปยังเนื้อเยื่อและตรงไปยังเซลล์ที่บาดเจ็บเหล่านั้นได้ ภายหลังจากนั้นโดยธรรมดา Monocyte จะใช้ระยะเวลาประมาณ 72 ชั่วโมง ในการวิวัฒนาการตัวเองกลับคืนให้ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นๆ จนได้ขนาดทำให้ได้นามเรียกขานใหม่ว่า "แมคโครฟาจ" (macrophage, macro = มาก, กว้าง, ใหญ่, phage = กิน) ฝรั่งจึงแปล macrophage ว่า "big eater" ผมจะขอเรียกชื่อในภาษาไทยอย่างง่ายๆ ว่า "จอมเขมือบปากกว้าง"

                5. Macrophage ซึ่งเป็นจอมเขมือบปากกว้างนี้ออกจะมี "ลีลาการเขมือบ" ตามที่ปรากฏในตำราทางการแพทย์ซึ่งค่อนข้างพิสดารกล่าวคือมันจะกระทำเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้

                                ก. การเข้าประชิด (adherence) ต่อเซลล์แปลกปลอมหรือจุลชีพก่อโรคใดๆ แล้วมันจะอ้าปากในทำนองอ้าแขนเข้าโอบล้อม (engulf) จนมิดชิดแม้เซลล์เป้าหมายที่เป็นเหยื่อใหญ่โตกว่าตัวมันใดก็ตาม

                                ข. การเขมือบกลืน (ingestion) จะค่อยๆ เริ่มเมื่อมันอมเชื้อจุลินทรีย์ใดที่แม้จะใหญ่แค่ไหน ห่างมันอมจนมิดปากได้แล้วมันก็จะค่อยๆ เอากลืนกินสิ่งที่มันอมไว้นั้น ลงลึกเข้าไปภายในตัวมันแล้วเตรียมการย่อย

                                ค. การค่าและการย่อยสลายด้วยเอนไซม์ (enzymatic digestion) จะเป็นลำดับขั้นตอนสุดท้ายที่จุลชีพก่อโรคซึ่งถูกเขมือบจะถูกย่อยสลายจนแม้แต่ซากศพก็ไม่เหลือ

                6. โดย-ความสามารถพิเศษของการย่อยด้วยเอนไซม์ดังว่านั้นมันจึงจะฆ่าแบคทีเรียได้ 100 กว่าตัวก่อนที่ตัวมันเองจะสิ้นอายุขัยเพราะพิษของเอนไซม์จากตัวเองเหมือนกัน

                7. Macrophage มีบทบาทสำคัญยิ่งในการช่วยปกป้องร่างกายโดยทำงานร่วมกับ NK cells และ cytotoxic T-cells

 

ค่าปกติของ Monocyte

1. ให้ยึดถือตามค่าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)

2. ค่าปกติทั่วไป

 

 

 

Mono                           =

% WBC

 

2 – 8

หน่วยนับสมบูรณ์

Absolute count (per mm3)

100 – 700

 

ค่าผิดปกติ

                1. ในทางน้อย ถือว่าไม่สำคัญ

                2. ในทางมาก อาจแสดงผลว่า

                                ก. อาจเกิดจากร่างกายได้รับการติดเชื้อในบางโรค เช่น โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบจากแบคทีเรียชนิดไม่รุนแรง (subacute bacterial endocarditis) โรควัณโรค โรคตับอักเสบ (hepatitis) โรคมาลาเรีย

                                ข. อาจเกิดโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งของต่อม (carcinoma) มะเร็งเม็ดเลือดขาวของเซลล์โมโนไซต์ (monocytic leukemia) มะเร็งปุ่มน้ำเหลือง (hymphoma)

 

Eos

วัตถุประสงค์

เพื่อทราบจำนวนอีโอซิโนฟิล (eosinophil  เขียนย่อๆ ว่า Eos) ซึ่งเป็นหน่วยย่อยของเซลล์เม็ดเลือดขาวว่ามีจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์ของเซลล์เม็ดเลือดขาว (WBC)

คำอธิบายอย่างสรุป

                1. อีโอซิโนฟิล มีต้นกำเนิดและเติบโตขึ้นมาจากไขกระดูก เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วจะมีลักษณะรูปร่างทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10-12 ไมครอน

                2. ในภาวะปกติ อีโอซิโนฟิล จะมีจำนวนเพียงประมาณร้อยละ 1-4 ของ WBC หรืออยู่ในเลือดประมาณ 150-300 เซลล์ต่อ ลบ.มม.

                3. อีโอซิโนฟิล มีหน้าที่ทำลายสารที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ซึ่งหากปล่อยไว้จะก่อให้เกิดการอักเสบ เช่น สารจากตัวอ่อน(larva) ของพยาธิตัวกลม พยาธิเฮลมินท์ (helminths) สารก่อภูมิแพ้จากมะเร็งบางชนิดและสารจากยาบางอย่าง

ค่าปกติของ Eosinophil

1. ให้ยึดถือตามข้าที่ระบุไว้ในใบรายงานแสดงผลเลือด (ถ้ามี)

2. ค่าปกติทั่วไป

 

 

Mono                           =

% WBC

 

2 – 8

หน่วยนับสมบูรณ์

Absolute count (per mm3)

100 – 700

 

ค่าผิดปกติ

                1. ในทางน้อยมีศัพท์เรียกว่า eosinophil ซึ่งอาจแสดงผลว่า

                                ก. ร่างกายอาจกำลังตกอยู่ในความเครียด สภาวะเช่นนี้ต่อมหมวกไตจะหลั่งฮอร์โมนออกมาตัวหนึ่งชื่อ "คอร์ติโคสเตอรอยด์" (corticosteroids) ซึ่งสร้างความเสียหายไปทั่วร่างกายรวมทั้งมันจะลดค่า eosinophil ให้ลดลงอย่างรวดเร็วด้วย

                                ข. ร่างกายอาจกำลังเกิดอาการ Cushing Syndrome ซึ่งมักจะมีไขมันในร่างกายส่วนบนมากผิดปกติจนทำให้ใบหน้ากลม คอกลม แต่แขนเล็กลีบ ความดันเลือดสูงขึ้น น้ำตาลในเลือดมีค่ามากขึ้นมีอาการเหนื่อยผิดปกติทั้งหมดนั้นก็มาจากเหตุที่ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไตในระดับสูงเข้ามาอยู่ในกระแสเลือดนานเกินไป

                2. ในทางมากมีศัพท์เรียกว่า eosinophilia ซึ่งอาจแสดงผลว่า

                                ก. ร่างกายอาจกำลังเผชิญกับสภาวะภูมิแพ้ เช่น หอบหืด แพ้ดอกหญ้า แพ้อาหารบางอย่าง ( เช่น กุ้ง) แพ้ยา ฯลฯ

                                ข. อาจกำลังเกิดการอักเสบจากพยาธิบางชนิด

                                ค. อาจกำลังเกิดโรคผิวหนังบางชนิดเช่นการอักเสบจากสิว งูสวัด ฯลฯ

                                ง. อาจมีโรคไขกระดูกบางอย่าง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?
วิตามิน (Vitamins) คืออะไร?

ร่างกายของคุณต้องการวิตามินที่สำคัญถึง 13 ชนิดในการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ