การตรวจวินิจฉัยหลอดเลือด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 7, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 695,504 คน

การตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดคือการตรวจด้วยวิธีเอกซเรย์ที่หลอดเลือด

โดยการเอกซเรย์ทั่วไปนั้นจะไม่แสดงภาพของหลอดเลือดออกมาชัดเจนนัก ทำให้มีการใช้ฉีดสีย้อมหลอดเลือดแบบพิเศษเข้าไปในจุดที่ต้องการตรวจสอบ สีดังกล่าวจะไหลไปตามหลอดเลือด ณ จุดที่ฉีด ทำให้เห็นหลอดเลือดขึ้นมาบนฟิล์มเอกซเรย์อย่างชัดเจน กรรมวิธีนี้เรียกกันตามทางแพทย์ว่าการสวนหลอดเลือด

การวินิจฉัยหลอดเลือดจะใช้เทคนิคฉายภาพเคลื่อนแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI และเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT

โดยบทความนี้จะเน้นไปยังเนื้อหาการสวนหลอดเลือดดังนี้:

ทำไมถึงมีการใช้วิธีการตรวจวินิจฉัยหลอดเลือด?

  • การตรวจหลอดเลือดช่วยในการวินิจฉัยสภาวะโรคต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อหลอดเลือดและระบบไหลเวียนเลือดภายในร่างกายผู้ป่วย ซึ่งรวมไปถึง:
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ: หลอดเลือดที่ใช้ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเกิดการตีบจนทำให้เลือดไหลผ่านไม่สะดวก
  • โรคหลอดเลือดแดงแข็ง: หลอดเลือดเกิดการอุดตันเนื่องจากสารจำพวกไขมันอย่างคอเลสเตอรอล ซึ่งการวินิจฉัยผ่านหลอดเลือดจะช่วยชี้จุดที่เกิดภาวะได้
  • การฉายภาพผ่านกรรมวิธีวินิจฉัยหลอดเลือดยังใช้เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเช่นการผ่าตัดขยายเส้นเลือด และการผ่าตัดใส่ขดลวดตาข่าย ได้อีกเช่นกัน

กระบวนการ

  • การวินิจฉัยหลอดเลือดต้องปฏิบัติภายในโรงพยาบาล ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่ 30 นาที ไปจนถึง 2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของกระบวนการเอง คุณจะสามารถกลับบ้านได้หลังการดำเนินการ แต่สำหรับบางกรณีก็ต้องให้คุณพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล
  • กรณีส่วนมากการวินิจฉัยนี้มีเพื่อประเมินการรักษาในภายภาคหลัง มีการใช้ยาชาเฉพาะที่ที่ทำการผ่าเพื่อสอดสายสวน  แต่สำหรับเด็กเล็กที่ต้องเข้ารับการวินิจฉัยนี้ อาจต้องใช้ยาสลบเข้ามาแทน
  • แพทย์จะสอดสายสวน (ที่มีขนาดบางและยืดหยุ่นมาก ๆ ) เข้าไปในหลอดเลือดแดงโดยกรีดผ่านข้อขาหรือข้อมือของคุณ แล้วจะค่อย ๆ เลื่อนสายสวนไปยังจุดที่ต้องการตรวจสอบโดยที่จะมีช่างที่ทำหน้าที่ถ่ายภาพรังสีขยับเครื่องเอกซเรย์ไปยังจุดจุดนั้นเพื่อรอถ่ายภาพ จากนั้นแพทย์จะฉีดสีย้อมเข้าไป (ใช้สารที่เรียกว่าสารทึบรังสี) ผ่านสายสวนให้สีออกไปตามหลอดเลือด และจากนั้นช่างจะถ่ายชุดภาพเอกซเรย์ออกมา

ความปลอดภัย

  • การวินิจฉัยหลอดเลือดเป็นกรรมวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัย ไม่สร้างความเจ็บปวดใด ๆ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงหลังกระบวนการวินิจฉัยต่ำมาก
  • บางครั้ง การวินิจฉัยนี้อาจสร้างรอยฟกช้ำขึ้น ณ จุดที่สอดสายสวน บางคนอาจมีอาการแพ้สารทึบรังสี ซึ่งมักให้รักษาได้ง่าย ๆ

การวินิจฉัยหลอดเลือดทำไปเพื่ออะไร?

  • หากคุณเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาที่ระบบไหลเวียนโลหิต แพทย์จะแนะนำให้คุณรับการตรวจวิธีนี้เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของภาวะดังกล่าว ซึ่งผลที่ได้จากการวินิจฉัยหลอดเลือดจะช่วยให้แพทย์เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับภาวะนั้น ๆ
  • สำหรับจุดทึบในร่างกายของคุณอย่างเช่นกระดูก หรืออวัยวะภายในอื่น ๆ อย่างปอด ซึ่งดูดซับรังสีเอกซเรย์นั้นจะแสดงออกมาบนภาพถ่ายเป็นสีขาวใส ๆ แต่สำหรับการเอกซเรย์ทั่วไปนั้นจะไม่แสดงภาพของหลอดเลือดกับการไหลเวียนเลือดออกมาให้เห็น
  • การวินิจฉัยหลอดเลือดจะใช้สีย้อมชนิดพิเศษ (สารทึบรังสี) ฉีดเข้าบริเวณที่ต้องการตรวจระบบไหลเวียนเลือดอย่างกระดูกและบริเวณทึบรังสีอื่น ๆ ในร่างกาย ซึ่งตัวสารย้อมทึบรังสีนี้จะดูดซับรังสีเอกซเรย์ไว้
  • ขณะที่สารทึบรังสีไหลไปกับระบบไหลเวียนเลือดในร่างกายของคุณ จะมีการถ่ายชุดภาพเอกซเรย์เพื่อระบุการเคลื่อนที่ของเลือด ซึ่งจากการเคลื่อนที่นี้เองที่ทำให้สามารถระบุถึงปัญหาต่าง ๆ ของหลอดเลือดได้อย่างการอุดตัน หรือการตีบ เป็นต้น

ศีรษะและคอ

  • สำหรับการตรวจหลอดเลือดที่ส่วนศีรษะและคอนั้นจะเรียกว่าวิธีการฉีดสีเข้าสมอง
  • เทคนิคนี้อาจถูกใช้หากมีข้อสันนิษฐานว่าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองของคุณเกิดการตีบหรือมีปัญหาอื่น ๆ ที่อาจนำมาซึ่งภาวะอันตรายต่าง ๆ อย่างเช่นโรคหลอดเลือดในสมองหรือโรคสมองขาดเลือดชั่วคราว เป็นต้น
  • หากคุณเคยเป็นโรคหลอดเลือดในสมอง การใช้เทคนิคฉีดสีเข้าสมองนั้นจะทำให้เข้าถึงหลอดเลือดที่เกิดปัญหาได้ ซึ่งในบางกรณีการตรวจดังกล่าวจะช่วยชี้จุดของการเกิดภาวะนี้ขึ้นได้อีกเช่นกัน
  • การฉีดสีเข้าสมองยังช่วยชี้จุดที่เกิดหลอดเลือดโป่งพองในสมอง หรือเนื้องอกในสมอง ซึ่งเป็นการเติบโตของเนื้อเยื่อภายในสมองได้เช่นกัน โดยตรวจจากการไหลเวียนของเลือดที่เข้าไปเลี้ยงเนื้องอก ซึ่งทำให้เห็นรูปแบบการเติบโตของเนื้องอกและช่วยให้แพทย์กำหนดวิธีการรักษาที่เหมาะสมตามกรณีได้

หัวใจ

จะมีการฉีดสีเข้าหลอดเลือดหัวใจเพื่อตรวจดูหลอดเลือดที่ไหลไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งกรรมวิธีนี้จะถูกใช้ในกรณีต่อไปนี้:

โรคหัวใจ: เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ซึ่งหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจเกิดการอุดตันกะทันหัน ซึ่งโดยมากมักเกิดจากลิ่มเลือด ภาวะเจ็บแน่นหน้าอก: เป็นอาการเจ็บปวดที่หน้าอกที่เกิดขึ้นมาจากการที่หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดติดขัด

โรคหลอดเลือดหัวใจ: โรคที่เกิดจากการที่หลอดเลือดหัวใจถูกปิดกั้นหรือการไหลเวียนเลือดถูกขัดจังหวะจากการสะสมกันของสารจำพวกไขมันในหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ การฉีดสีหลอดเลือดหัวใจนี้ยังใช้กับภาวะหัวใจอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้แพทย์กำหนดวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจมีดังต่อไปนี้:

ศัลยกรรมตกแต่งหลอดเลือดด้วยลวด: เป็นการผ่าตัดเพื่อขยายหลอดเลือดที่ถูกปิดกั้นหรือบีบตัวด้วยการใช้ลวดขยาย

การผ่าตัดสร้างทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ: เป็นกระบวนการผ่าตัดที่สร้างทางแยกให้เลือดโดยการต่อเส้นทางใหม่ให้เบนจากจุดที่ตีบหรืออุดตัน เพื่อให้การไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจเป็นไปได้อย่างสะดวกขึ้น

การเปลี่ยนลิ้นหัวใจเทียมชนิดเนื้อเยื่อ: เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีบนลิ้นหัวใจที่ควบคุมการไหลเวียนของเลือดจากหัวใจห้องล่างซ้ายไปสู่หลอดเลือดแดงหลักของร่างกาย

ปอด

  • สำหรับการวินิจฉัยหลอดเลือดของปอดจะใช้เทคนิคฉีดสีหลอดเลือดปอดซึ่งมักทำเมื่อผู้ป่วยมีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดภายในปอด หรือก็คือโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอดนั่นเอง
  • สำหรับกรณีปอดนั้น การใช้เทคนิคสวนสายฉีดสีแบบปรกติจะมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูงมาก ดังนั้นจึงทำให้มีการใช้เทคนิคเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ฉายภาพหลอดเลือดปอด หรือCTPA แทน
  • เทคนิค CTPA จะทำการฉีดสารทึบรังสีเข้าสู่หลอดเลือดของปอดก่อนทำการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ถ้าหากคุณมีภาวะลิ่มเลือดในปอด ภาพสแกนจะแสดงให้เห็นการอุดกั้นของหลอดเลือดออกมา

แขนและขา

สำหรับการวินิจฉัยหลอดเลือดแขนขานั้นมีเพื่อการวินิจฉัยหลอดเลือดที่เลี้ยงแขนและขาของผู้ป่วย ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เพื่อสรุปการคาดการณ์ว่าหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อขามีการอุดตันหรือไม่ ซึ่งอาจเป็นผลจากโรคหลอดเลือดแดงส่วนปลายตีบที่มีอาการทั่ว ๆ ไปก็คืออาการปวดตะคริวขณะเดิน

การวินิจฉัยหลอดเลือดแขนขาถูกใช้เพื่อตรวจหาการตีบหรือแข็งตัวของเส้นเลือดแดงที่แขนและขา (โรคหลอดเลือดแดงแข็ง)

ไต

จะใช้หลักการตรวจด้วยการฉีดสีเข้าระบบปัสสาวะเพื่อตรวจหลอดเลือดที่เลี้ยงไตของผู้ป่วย ซึ่งเทคนิคนี้มักใช้กับผู้ที่มีอาการสุ่มเสี่ยงต่อภาวะที่ไตปิดกั้นหรืออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งยกตัวอย่างอาการดังกล่าวต่อไปนี้:

มีความดันโลหิตสูงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา มีอาการบวมตามจุดต่าง ๆ ของร่างกายอย่างเท้า เนื่องมาจากการสะสมกันของของเหลว อีกทั้งผู้ป่วยโรคไตจะแสดงอาการคันผิวหนังและมีเลือดปนปัสสาวะ

ภาวะหลอดเลือดแข็ง

  • เป็นภาวะที่ซึ่งหลอดเลือดหนึ่งเส้นหรือมากกว่าเกิดการตีบและแข็งเนื่องมาจากการสะสมกันของสารไขมันอย่างคอเลสเตอรอล ซึ่งเรียกการสะสมดังกล่าวว่าแผ่นไขมัน
  • ภาวะหลอดเลือดแข็งยังอันตรายอย่างมากเนื่องจากทำให้อวัยวะล้มเหลวและทำให้เนื้อเยื่อตายได้ อีกทั้งแผ่นไขมันยังอาจลามไปก่อปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้อย่างโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือด เป็นต้น
  • ในช่วงระยะแรกของภาวะหลอดเลือดแข็งนี้จะไม่แสดงอาการให้เห็นเด่นชัดนัก ทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยแต่เนิ่น ๆ เพื่อหาร่องรอยของภาวะนี้ ยกตัวอย่างผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่น:
  • ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
  • ผู้ที่น้ำหนักเกิน หรืออ้วน
  • ผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่อย่างหนักมาก่อน
  • ผู้ที่ชอบทานอาหารไขมันสูง
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงแบบควบคุมไม่ได้
  • ผู้ที่เป็นเบาหวาน
  • ผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง
  • ผู้ที่มาจากครอบครัวที่มีประวัติเคยมีผู้ป่วยโรคเส้นเลือดหัวใจมาก่อน
  • โดยการวินิจฉัยหลอดเลือดนี้มักดำเนินการกับผู้ป่วยที่มีผลการทดสอบระดับคอเลสเตอรอลในเลือดและผลทดสอบความดันโลหิตออกมาว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะนี้

ประโยชน์ด้านอื่น

  • การวินิจฉัยหลอดเลือดด้วยการฉีดสีนั้นสามารถถูกใช้เพื่อ:
  • ตรวจหาภาวะเลือดออกภายใน
  • ตรวจหาการอุดตันของเลือด
  • ตรวจสอบอาการบาดเจ็บของอวัยวะ
  • วางแผนการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือด

เหตุใดการวินิจฉัยหลอดเลือดจึงจำเป็น?

หากคุณเป็นผู้ที่มีปัญหาในเรื่องระบบไหลเวียนเลือด แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการตรวจประเภทนี้เพื่อค้นหาสาเหตุของปัญหาที่แท้จริง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้แพทย์เลือกแนวทางการรักษาได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

หลอดเลือดนั้นทอดยาวไปทั่วทุกส่วนของร่างกายทำให้ไม่ว่าส่วนใดก็สามารถเกิดปัญหากับการไหลเวียนเลือดได้ทั้งนั้น โดยอวัยวะภายในที่สำคัญ (หัวใจ สมอง และไต) และแขนขา มักเป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดหากมีการเปลี่ยนแปลงกับการไหลเวียนเลือด

ปัญหาอันตรายที่เกิดมาจากโรคของหลอดเลือด ได้แก่:

  • โรคหัวใจ
  • โรคหลอดเลือดสมอง
  • เนื้อตายเน่า
  • อวัยวะล้มเหลว

ดังนั้นการตรวจสอบระบบไหลเวียนโลหิตภายในร่างกายจึงมีความสำคัญมากในการประเมินสภาวะของหลอดเลือดของคุณ และเพื่อค้นหาแนวทางการรักษาเหมาะสมที่สุดต่อไป

การวินิจฉัยหลอดเลือดดำเนินการอย่างไร?

  • กระบวนการขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการตรวจวินิจฉัย ซึ่งอาจกินเวลาตั้งแต่ 30 นาทีไปจนถึง 2 ชั่วโมง โดยคุณสามารถกลับบ้านได้หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมดแล้ว แต่ก็มีบางกรณีที่ให้คุณค้างที่โรงพยาบาล
  • ทั่วไปแล้วการวินิจฉัยหลอดเลือดมีไว้เพื่อการวางแผนการรักษาที่จะเกิดขึ้น แต่ก็อาจมีขึ้นเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ อย่างเช่นกับผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจเฉียบพลัน เป็นต้น
  • ในกรณีที่ใช้เพื่อการวางแผนการรักษา คุณจะถูกนัดล่วงหน้าเพื่อทำการพูดคุยทำความเข้าใจในหลายประเด็นก่อน โดยการสนทนากับแพทย์จะเป็นไปพร้อมกับคำถามต่อไปนี้:
  • เกี่ยวกับประวัติสุขภาพของคุณ
  • ถามหาอาการแพ้ของคุณ
  • ถามเรื่องของการใช้ยา ณ ปัจจุบันของคุณ
  • คุณอาจต้องเข้ารับการทดสอบอื่นๆ ก่อนการวินิจฉัยหลอดเลือด ซึ่งมีดังต่อไปนี้:
  • การทดสอบความดันโลหิต
  • การทดสอบเลือด เพื่อตรวจการทานของไตหรือตับ
  • อัตราการเต้นของหัวใจ
  • และก่อนการวินิจฉัยหลอดเลือด แพทย์จะแนะนำวิธีเตรียมตัวล่วงหน้าที่ให้ผู้รับการตรวจรู้สึกสบายที่สุด อย่างการงดอาหารหลายชั่วโมงก่อนเข้าวินิจฉัย

ขั้นตอน

หลักทั่วไปของการวินิจฉัยหลอดเลือดนั้นจะมีการใช้ยาชาเพื่อทำให้พื้นที่ที่ต้องสอดสายสวนนั้นหมดความรู้สึกก่อน

แต่สำหรับเด็กเล็กที่การควบคุมการเคลื่อนไหวและอารมณ์ของพวกเขาเป็นเรื่องยาก จึงสามารถให้ใช้ยาสลบกับกลุ่มผู้ป่วยกลุ่มนี้แทน

กรรมวิธีวินิจฉัยหลอดเลือดจะดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหทัยวิทยา ช่างถ่ายภาพรังสี (เพื่อทำงานกับอุปกรณ์เอกซเรย์) ผู้ที่ดูแลการเต้นของหัวใจ และพยาบาลที่คอยช่วยเหลือการทำงานอื่น ๆ

หลอดสวนจะถูกสอดเข้าทางเส้นเลือดที่แขน ที่หน้าอกของผู้รับการตรวจจะติดตั้งแผ่นอีเล็กโตรดเพื่อดูอัตราการเต้นของหัวใจขณะดำเนินการ และมีการสวมใส่เครื่องวัดความดันเลือดที่แขน

แพทย์จะใช้รังสีเอกซเรย์ที่อาจเป็นได้ทั้ง CT หรือ MRI เพื่อนำหลอดสวนไปยังจุดที่ต้องการ จากนั้นจะทำการฉีดสารทึบรังสีเข้าไปผ่านหลอดสวนนั่นเอง โดยระหว่างนี้ช่างจะทำการถ่ายชุดภาพเอกซเรย์เก็บเอาไว้

กระบวนการทั้งหมดไม่สร้างความเจ็บปวดใด ๆ โดยคุณอาจสัมผัสได้เพียงความรู้สึกอุ่น ๆ เพียงเล็กน้อยเนื่องจากสารทึบรังสีที่แล่นผ่านหลอดเลือดของคุณเท่านั้น การวินิจฉัยทั้งหมดกินเวลาประมาณ 30 นาทีไปจนถึง 2 ชั่วโมงจนกว่าจะเสร็จสิ้น ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของภาวะร่างกายและสภาพหลอดเลือดแดงของคุณ

ในบางกรณีอาจมีขั้นตอนอื่น ๆ เข้ามาแทรกระหว่างการวินิจฉัยหลอดเลือดอย่างการสอดลูกโป่งหรือลวดเข้าไปยังหลอดสวนเพื่อขยายหลอดเลือด ซึ่งวิธีการเช่นนี้จะเรียกว่าการผ่าตัดขยายเส้นเลือด

หลังจากกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น สายสวนจะถูกนำออกมาและแผลกรีดจะถูกปิดด้วยวิธีการบีบ หรือรัดง่าย ๆ

ขั้นตอนภายหลัง

หลังการวินิจฉัยหลอดเลือด คุณจะไปสู่ห้องพักฟื้นที่ซึ่งคุณต้องนอนนิ่ง ๆ เป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงเพื่อให้แผลกรีดสมานตัวจนไม่มีเลือดออก โดยผู้คนส่วนมากจะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้หลังจากนั้น แต่ก็มีบ้างที่คุณอาจต้องพักที่โรงพยาบาล โดยคุณจะสามารถรับประทานหรือดื่มน้ำได้ก็ต่อเมื่อคุณพร้อมจะลุกเดินจริง ๆ

หลังจากที่แพทย์สรุปผลการตรวจ คุณจะได้รับแจ้งผลทันที ซึ่งมักใช้เวลาหลังกระบวนการวินิจฉัยไม่นาน

ภาวะแทรกซ้อนของการวินิจฉัยหลอดเลือด

  • ภาวะแทรกซ้อนที่ไม่รุนแรงหลังจากตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดมีดังนี้:
  • มีเลือดไหลออกมาจากแผลกรีดมาก
  • มีการติดเชื้อที่แผลกรีด ซึ่งจะรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะ
  • มีปฏิกิริยาแพ้จากสารทึบรังสี ซึ่งควบคุมโดยการใช้ยาต้านอาการแพ้
  • สำหรับภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหลังจากตรวจวินิจฉัยหลอดเลือดมีดังนี้:
  • เกิดลิ่มเลือด
  • ไตได้รับความเสียหาย
  • ภาวะหลอดเลือดสมอง
  • เส้นเลือดเสียหาย
  • เกิดปฏิกิริยาแพ้จากสารทึบรังสีรุนแรงจนถึงชีวิต

กระนั้น ผลข้างเคียงเหล่านี้ก็จัดได้ว่าหายากมาก ๆ โดยคาดการณ์ว่ามีผู้ที่รับการตรวจประมาณ 1 ใน 1,000 คนที่มีภาวะหลอดเลือดในสมองขึ้นหลังการวินิจฉัยหลอดเลือด และมีประมาณ 1 ใน 50,000 ถึง 150,000 คนที่เกิดปฏิกิริยาแพ้รุนแรงเฉียบพลัน

ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงกรณีไหนก็ตาม ประโยชน์ที่ได้จากการวินิจฉัยหลอดเลือดก็ยังมีคุณค่ามากกว่าอยู่ดี

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

เบาหวานขึ้นตามีวิธีรักษาอย่างไรบ้างค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำไมหนูปวดเมื่อยตรงสะบักมักจะปวดหัวทุกที
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ความดันสูงมีสิทธิ์หายขาดมั้ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ปวดหัวไมเกรนปวดมากๆเส้นเลือดในสมองจะแตกมั๊ยคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่