ภูมิแพ้

หอบหืดและไข้หวัดใหญ่

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 946,910 คน

หอบหืดและไข้หวัดใหญ่

หอบหืดเป็นโรคที่กระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินหายใจ ดังนั้น จึงอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือผลกระทบกับโรคอื่นๆได้มากมาย เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นการติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยในระบบอวัยวะเดียวกัน

ข้อมูลทั่วไป

ไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคทางเดินหายใจที่ติดเชื้อจากไวรัสที่พบได้บ่อยมาก ผู้คนนับล้านในสหรัฐอเมริกา - ประมาณ 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกา - จะได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี

ไขหวัดใหญ่เป็นการติดเชื้อไวรัสซึ่งแตกต่างจากการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจโรคอื่น ๆ อย่างไข้หวัดธรรมดา โรคไข้หวัดใหญ่สามารถทำให้เกิดอาการป่วยที่รุนแรง และภาวะแทรกซ้อนที่คุกคามชีวิตได้ ในปี 2553 ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรครายงานว่าในช่วงปี พ.ศ. 2519-2550 มีคนเสียชีวิตระหว่าง 3,000 ถึง 49,000 คนเป็นประจำทุกปีจากภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ โดยสายพันธุ์ที่เป็นสาเหตุนั้นแปรผันไปในทุกๆปี ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่นี้สูงขึ้นใน เด็กเล็ก ผู้ใหญ่อายุ 65 ปีขึ้นไป และคนที่มีอาการป่วยเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด

เนื่องจากทั้งโรคหอบหืดและโรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคทางเดินหายใจ ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดอาจพบอาการหอบหืดกำเริบบ่อยครั้ง และรุนแรงมากขึ้น หากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ร่วมด้วย ดังนั้นจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นโรคหอบหืดในการทำตามขั้นตอนต่างๆเพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อไข้หวัดใหญ่

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

  • มีไข้
  • ปวดหัว
  • เมื่อยล้า
  • ไอแห้งๆ
  • เจ็บคอ
  • คัดจมูก
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย

การดูแลรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ไข้หวัดใหญ่กระจายอย่างไร?

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจนั่นคือ รวมทั้งจมูก ลำคอ และปอด ไข้หวัดใหญ่สามารถแพร่เชื้อได้เมื่อผู้ที่เป็นโรคไอ สั่งน้ำมูก หรือจามพ่นละอองที่มีเชื้อไปในอากาศ และคนที่อยู่ใกล้ ๆ นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อผ่านละอองหรือหยดน้ำมูก หรือน้ำลายไปยังวัตถุ แล้วจึงไปสัมผัสยังปากหรือจมูกของบุคคลอื่นก่อนการล้างมือได้ ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีเวลาฟักตัวหนึ่งวันก่อนมีอาการ และอาจมากถึงเจ็ดวันถึงจะเจ็บป่วยหนัก

คุณจะทราบได้อย่างไรว่าคุณเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไม่?

เนื่องจากอาการของไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่คล้ายกับอาการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ๆ รวมทั้งไข้หวัดธรรมดา วิธีเดียวที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าไข้หวัดใหญ่นั่นคือการเข้าตรวจพบแพทย์ มีหลายการทดสอบที่สามารถระบุได้ว่าคุณมีไข้หวัดใหญ่หรือไม่ ซึ่งคุณต้องได้รับการทดสอบเหล่านั้น ภายในสองหรือสามวันแรกหลังจากที่คุณเริ่มมีอาการ โดยทั่วไปถ้าอาการต่างๆของทางเดินหายใจของคุณ มาพร้อมกับอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย และไข้อย่างฉับพลัน และเกิดขึ้นในบางฤดูที่คนมักเป็นโรคนี้ ก็ควรสงสัยว่าติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้เลย

อะไรคือฤดูไข้หวัดใหญ่

ฤดูไข้หวัดใหญ่ คือ ช่วงเวลาที่เกิดการระบาดของไข้หวัดใหญ่บ่อยที่สุด สำหรับฤดูไข้หวัดใหญ่ที่คนมักป่วยสูงสุดในสหรัฐอเมริกา คือ เดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ และอาจกว้างไปถึงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคม แต่สำหรับประเทศไทยนั้น หลายคนเข้าใจว่าไข้หวัดใหญ่จะระบาดมากในฤดูหนาว แต่ความเป็นจริงสำหรับประเทศไทยการระบาดจะเกิดขึ้นในฤดูฝนมากกว่า ซึ่งทุกปีไข้หวัดใหญ่จะระบาดอย่างหนักในช่วงเดือนกรกฎาคม ถึงกันยายน

คุณสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร?

วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันไข้หวัดใหญ่คือการได้รับการฉีดวัคซีนในทุกๆปี และเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคหอบหืด วัคซีนจะกระตุ้นการพัฒนาแอนติบอดีที่ต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่เมื่อร่างกายสัมผัสกับเชื้อโรค วัคซีนไข้หวัดใหญ่มีสองประเภท คือ ชนิดฉีด และชนิดพ่น

ผู้ที่เป็นโรคหอบหืด หรืออาการป่วยเรื้อรังอื่น ๆ ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นวัคซีนชนิดที่เชื้อไวรัสถูกฆ่าให้ตาย สามารถกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันได้ แต่ไม่ก่อให้เกิดโรค โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ในการพัฒนาแอนติบอดีที่เพียงพอสำหรับการป้องกันโรค

การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้รับการอนุมัติให้ใช้กับเด็กเล็ก ๆ ได้ในหลายกรณี เช่น ผู้ป่วยเรื้อรังของโรคหอบหืด

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคภูมิแพ้สนับสนุนให้ทุกคนที่เป็นโรคหอบหืดได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลรักษาสุขภาพในชีวิตประจำวัน ไวรัสไข้หวัดเปลี่ยนตัวเองในทุกๆปี ดังนั้น การฉีดวัคซีนหนึ่งปีอาจไม่สามารถปกป้องคุณจากไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดต่างๆในปีถัด ๆ ไป

ชนิดที่สองของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ ชนิดฉีดพ่นทางจมูก ซึ่งวัคซีนชนิดนี้มีไวรัสที่ถูกทำให้อ่อนแอลง วัคซีนชนิดนี้ได้รับการอนุมัติให้ใช้ในคนที่มีสุขภาพดีทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่อายุ 5 ถึง 49 ปี อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัคซีนชนิดนี้มีไวรัสที่มีชีวิตอยู่ จึงไม่ควรใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดพ่นนี้ในผู้ที่เป็นโรคหอบหืดเพราะอาจทำให้เกิดอาการหอบหืดกำเริบ หรือทำให้อาการแย่ลงได้

วัคซีนส่วนใหญ่ของไข้หวัดใหญ่จะมีปริมาณโปรตีนไข่อยู่เล็กน้อย ผู้ที่แพ้ไข่ หรือโปรตีนจากไข่นั้นไม่ควรได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิดฉีดพ่นทางจมูก ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ต่อไข่ควรได้รับวัคซีนแบบฉีดซึ่งปลอดภัยกว่าในคนส่วนใหญ่ และควรได้รับวัคซีนในพื้นที่การแพทย์ที่มีอุปกรณ์ครบครัน เพื่อจัดการกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงอาการแพ้ลมพิษ หากคุณแพ้ไข่ คุณไม่ควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามร้านขายยา หรือหน่วยฉีดวัคซีนนอกสถานที่จากที่ทำงานของคุณ

คุณควรทำอย่างไรถ้าได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่?

กลยุทธ์ที่ดีที่สุดในการพักฟื้นจากโรคไข้หวัดใหญ่ คือ การพักผ่อน ดื่มน้ำปริมาณมาก และหลีกเลี่ยงการใช้แอลกอฮอล์และยาสูบ ยาต่างๆที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปสามารถบรรเทาอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ห้ามให้ยาแอสไพรินแก่เด็ก หรือวัยรุ่นที่มีอาการไข้หวัดใหญ่ โดยไม่ปรึกษาแพทย์ก่อน การใช้แอสไพรินในเด็กและวัยรุ่นที่มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่นั้นเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาการ Reye’s syndrome ซึ่งเป็นภาวะร้ายแรง ที่ทำให้เกิดอาการบวมที่ตับ และสมองบวมได้

แพทย์ของคุณอาจสั่งยาต้านไวรัสชนิดต่างๆ เช่น Tamiflu (oseltamivir phosphate) หรือ Relenza (zanamivir) เพื่อรักษาโรคไข้หวัดใหญ่ แต่จะมีผลดีในกรณีที่เริ่มทานยาภายในวัน สองวันแรกหลังจากมีอาการเท่านั้น

ที่มา: http://acaai.org/asthma/conditions/influenza

 

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่