Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
พฤติกรรม

ความวิตกกังวลและโรคย้ำคิดย้ำทำในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,271,134 คน

ความวิตกกังวลและโรคย้ำคิดย้ำทำในแมว

โรคย้ำคิดย้ำทำในแมว (OCD)

โรคย้ำคิดย้ำทำในแมว เป็นอาการผิดปกติทางพฤติกรรมแมวจะมีเน้นย้ำการกระทำเฉพาะอย่าง โดยไม่จำเป็น และเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าที่คาดคิด อย่างเช่น การเลียเพื่อตกแต่งขนตนเองจนเกินกว่าความจำเป็นจนขนตรงบริเวณนั้นหลุดออกมา การเดินย่ำอยู่กับที่ไปมา การส่งเสียงร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการกิน ดูด หรือเคี้ยวผ้า ถ้าอาการนี้ยังคงดำเนินต่อเนื่องอยู่เป็นเวลานาน มันอาจจะกลายเป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งอาจจะไม่ต้องอาศัยสถานการณ์หรือตัวกระตุ้นที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมเหมือนแต่ครั้งแรกเริ่ม พฤติกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากการช่วยเหลือตัวมันเองเนื่องจากการปล่อยสารเคมีบรรเทาความเจ็บปวดในสมอง พฤติกรรมอาจจะกลายเป็นวิธีการรับมือกับปัญหาที่ขัดกับความต้องการของมัน และเจ้าของก็สนับสนุนพฤติกรรมอย่างไม่ได้ตั้งใจโดยการให้ความสนใจหรืออาหารกับแมวเมื่อมันแสดงอาการนั้นซ้ำ ๆ กันเพื่อแก้ปัญหา

อายุและเพศดูเหมือนจะไม่เป็นปัจจัยของพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ แมวบางสายพันธุ์หรือบางตระกูลอาจจะมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ เช่น พันธุ์วิเชียรมาศ (Siamese) และพันธุ์เอเชียต่าง ๆ ที่มักจะแสดงอาการร้องเหมียวซ้ำ ๆ และพฤติกรรมการเคี้ยวผ้า

อาการที่พบ

  • การส่งเสียงร้องซ้ำแล้วซ้ำอีก
  • การตกแต่งขนที่มากเกินไป: อาจเป็นอาการที่ต่อเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม
  • การดูด: อาจดูดโดยตรงที่วัตถุหรือมนุษย์ ส่วนมากจะเริ่มโดยธรรมชาติของมันเอง
  • การเคี้ยวผ้า: แมวบางตัวแสดงอาการอย่างเห็นได้ชัดถึงวัสดุที่มันชื่นชอบเป็นพิเศษ และแมวบางตัวยังชอบที่จะกลืนกินผ้าเหล่านั้นเข้าไปด้วย

สาเหตุ

  • การตอบสนองของเจ้าของมีบทบาทต่อพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำของแมว
  • พฤติกรรมอาจจะมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและถี่ขึ้นถ้ามันถูกสนับสนุนจากเจ้าของด้วยการได้รับอาหารหรือความสนใจ
  • ความเครียดเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม
  • เกิดขึ้นได้ง่ายกับแมวที่ถูกเลี้ยงไว้ในบ้านเนื่องจากความเครียดจากการจำกัดบริเวณ
  • อาการผิดปกติทางจิต

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจทางกายภาพทุกอย่างกับสัตว์เลี้ยงของคุณ รวมไปถึงการสืบประวัติปูมหลังของอาการและเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดอาการนี้ ประวัติที่คุณให้กับสัตวแพทย์จะเป็นประโยชน์ในการหาเบาะแสว่าอะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริงของพฤติกรรมที่เป็นปัญหานี้ จะต้องมีการเก็บประวัติเลือดอย่างสมบูรณ์ รวมไปถึงประวัติเลือดทางเคมี การนับเม็ดเลือด และการตรวจปัสสาวะ เพื่อเริ่มกระบวนการที่จะยืนยันหรือกำจัดสาเหตุของพฤติกรรม เพราะมันอาจจะมีความเจ็บป่วยที่เฉพาะเจาะจงหรืออาจจะเป็นแค่การตอบโต้เนื่องจากถูกจำกัดบริเวณ ความขัดแย้ง ความเครียด ความวิตกกังวล หรือ ความกลัว ถ้าแพทย์สงสัยว่าสาเหตุทางประสาทมีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรม อาจจะต้องมีการตรวจสอบสมองและไขสันหลังด้วยการทำ CAT สแกนหรือ MRI

ถ้าเกิดพฤติกรรมตกแต่งตัวเองอย่างมากเกินความจำเป็น สัตวแพทย์อาจจะต้องทำการขูดผิวหนังไป เพื่อทดสอบในห้องปฏิบัติการ และอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะต้องมีการตัดชิ้นเนื้อจากผิวหนังส่งตรวจ เพื่อระบุว่ามีปรสิตหรือความผิดปกติทางผิวหนังที่สามารถตรวจจับได้อยู่หรือไม่ ปฏิกิริยาทางผิวหนังที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาหารจะต้องมีการปรับเปลี่ยนโภชนาการเพื่อจะยืนยันความเกี่ยวข้องกับอาการ

โดยมากแล้วแพทย์จะให้ความสนใจและความสำคัญในการขจัดเหตุทางการแพทย์ที่ไม่ใช่ต้นเหตุออกไป เช่น ความผิดปกติของจิตจากโรคลมชัก ก่อนที่จะมีการวินิจฉัยที่แน่ชัด ยังมีสิ่งที่แพทย์จะต้องนำไปพิจารณาเพื่อร่วมกับการวินิจฉัยดังนี้:

• อาการคัน
o ปรสิตที่อยู่ภายนอก
o ผื่นแพ้ที่มาจากเชื้อรา
o ผื่นแพ้จากแบคทีเรีย
o ผื่นแพ้สัมผัส รวมถึงแพ้อาหาร
o มะเร็งผิวหนัง
o ผื่นผิวหนัง

• ความเจ็บปวด
o ความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท
o การแตกของหมอนรองกระดูกสันหลังและการอักเสบของเส้นประสาทที่เกี่ยวข้อง
o ความไวเฉียบพลันต่อการสัมผัสหรือสิ่งกระตุ้น

• การเดินไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
o พฤติกรรมเกี่ยวกับเพศตามปกติ
o ความเกรงกลัวต่อการกักกัน
o ความผิดปกติทางระบบประสาท
o ความเจ็บปวดเรื้อรัง
o บาดแผลสมองจากเนื้องอกหรือการบาดเจ็บ
o อาการชักที่ตามมา
o ความผิดปกติเกี่ยวกับการดูดซึมและฮอร์โมน
o การบกพร่องวิตามิน
o ความผิดปกติทางตับ
o ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง
o พิษจากสารตะกั่ว
o ไตล้มเหลว
o ภาวะขาดไทอะมีน (วิตามินบี 1)

• การร้องซ้ำไปซ้ำมา
o พฤติกรรมเกี่ยวกับเพศตามปกติ
o สูญเสียการได้ยิน
o ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง
o พิษจากสารตะกั่ว
o ความดันโลหิตสูง

• การดูด/เคี้ยวผ้า
o พิษจากสารตะกั่ว
o ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนสูง
o ภาวะขาดไทอะมีน (วิตามินบี 1)

การรักษา

ปรับสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดความเครียดให้ลดลง ปรับตารางเวลาและเพิ่มกิจกรรมประจำให้กับแมวของคุณ เช่น การให้อาหาร การเล่น การออกกำลังกาย และการสังคม กำจัดกิจกรรมที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ออกไปให้มากที่สุด การจำกัดบริเวณไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก สำหรับการตกแต่งขนที่มากเกินความจำเป็น: ยาทาหรือยาป้ายเพื่อยับยั้งเฉพาะที่จะไม่ช่วยอะไรได้ในกรณีนี้ สำหรับการเดินไปเดินมานั้น: เมื่อแมวเริ่มแสดงอาการ อย่าปล่อยให้แมวออกไปข้างนอกเพราะจะยิ่งส่งเสริมพฤติกรรมให้มากขึ้นไปอีก สำหรับการร้องซ้ำไปซ้ำมา: ผสมพันธุ์หรือทำหมันให้กับตัวเมียที่สมบูรณ์ ทำหมันให้กับตัวผู้ที่สมบูรณ์ สำหรับการเคี้ยวหรือดูดผ้า: เอาผ้าออกไปห่าง ๆ แมวและเพิ่มอาหารชนิดหยาบให้กับแมว

สัตวแพทย์อาจจะสั่งจ่ายยาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และบอกถึงวิธีบ่งใช้ให้กับคุณ การทำตามวิธีบ่งใช้อย่างระมัดระวังเป็นสิ่งจำเป็นมาก เนื่องจากการใช้ยาเกินขนาดอย่างไม่ระมัดระวังเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง

การบริหารและการใช้ชีวิต

พยายามมองข้ามพฤติกรรมที่ไม่เป็นที่ยอมรับให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ และต้องไม่ให้รางวัลเพื่อตอบสนองพฤติกรรมนั้น ๆ จดรายละเอียดต่าง ๆ เมื่อแมวแสดงพฤติกรรมนั้นออกมา ได้แก่เวลาสถานที่ และสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้สลับเวลาที่พฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นกับกิจกรรมอื่น เช่น การเล่น หรือ การให้อาหาร การทำโทษที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมจะทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้กับแมวของคุณ และอาจสร้างความกลัวและพฤติกรรมที่ก้าวร้าวให้กับแมวของคุณ ทั้งยังทำลายความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแมวอีกด้วย

คุณจะต้องพาแมวกลับไปหาสัตวแพทย์เพื่อติดตามผล ถ้าแมวของคุณไม่มีการตอบรับกับแผนการรักษา อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนการรักษา ถ้าแมวของคุณได้ใช้ยาในการรักษาและไม่มีความคืบหน้า คุณจะต้องพูดคุยกับสัตวแพทย์ถึงการเปลี่ยนไปใช้ยาประเภทอื่น

คุณอาจจะต้องมีความจริงจังในเรื่องพัฒนาการ การควบคุมอย่างทันทีทันใดกับปัญหาที่เป็นมาอย่างยาวนานจะไม่ค่อยได้ผล ก่อนที่คุณจะเริ่มการรักษา จดบันทึกความถี่ของอาการที่เกิดขึ้นในทุกสัปดาห์เพื่อวัดผลความคืบหน้าอย่างจริงจัง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม