Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
นายแพทย์เสฏฐวุฒิ งามเมธิชัยวงศ์ แพทย์ด้านเวชศสาสตร์ชะลอวัย แพทย์ประจำด็อกเตอร์เวลเนสคลินิกเวชกรรม (DR.WELLNESS CLINIC) เจ้าของเพจ หมอหล่อคอเล่า
แพทย์ทางเลือก

Anti-aging เวชศาสตร์ชะลอวัย ฉบับเข้าใจง่าย

Anti-Aging คืออะไร? ทำความรู้จักกับเวชศาสตร์ชะลอวัย ศาสตร์การแพทย์แขนงใหม่ที่กำลังมาแรง
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 9 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 944,727 คน

Anti-aging เวชศาสตร์ชะลอวัย ฉบับเข้าใจง่าย

เมื่อพูดถึงเรื่องของ Anti-aging สิ่งแรกที่คนมักจะนึกถึง คือ เรื่องของความสวยความงาม ความอ่อนเยาว์ การฉีดโบท๊อกซ์ ทำเลเซอร์ผิว การบำรุงผิวราคาแพง การรับประทานวิตามิน อาหารเสริมต่าง ๆ หรือแม้แต่การให้วิตามิน สารอาหารผ่านทางเส้นเลือด ฯลฯ  แต่ในความเป็นจริงแล้ว Anti-aging คือ ศาสตร์การดูแลสุขภาพในแบบองค์รวมหลายด้าน วันนี้ HonestDocs จะพาคุณไปทำความรู้จักกับทุกๆ แง่มุมของ Anti-aging ในแบบฉบับเข้าใจง่ายกัน  

Anti-Aging คืออะไร?

Anti-aging มาจากศาสตร์การแพทย์แขนงใหม่ คือ  Anti-aging and Regenerative medicine มีจุดเริ่มต้นมาจากฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา เป็นแนวทางการรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Medicine) คือ การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง เป็นต้น สำหรับภาษาไทยจะคุ้นหูกันดีในชื่อ “เวชศาสตร์ชะลอวัย”  

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad

Anti-aging เป็นแนวทางการใช้ชีวิตเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงสมวัย แต่ละวัยจะมีแนวทาง Anti-aging ที่ไม่เหมือน กัน เช่น วัยเด็กจะเน้นด้านโภชนาการอาหาร พัฒนาการเจริญเติบโต ในขณะที่วัยผู้ใหญ่ หรือวัยผู้สูงอายุ จะเฝ้าระวังในเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บและโรคเรื้อรังมากกว่า  

จุดมุ่งหมายหลักของ Anti-Aging

  1. การชะลอความเสื่อมที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนวัยอันควร ได้แก่ จากความผิดปกติของฮอร์โมน การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ ความเครียดสะสมจากการทำงาน และการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น
  2. การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ ยกตัวอย่างเช่น แพทย์จะให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในด้านต่าง ๆ เช่น โภชนาการที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล การเสริมวิตามินเฉพาะบุคคลเพื่อเสริมสารอาหารที่ร่างกายขาดไป หรือการรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับร่างกาย เป็นต้น  

เมื่อไหร่ที่เราควรไปพบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

จริงๆ แล้วทุกคนสามารถทำ Anti-aging ได้ด้วยตัวเอง เช่น หลีกเลี่ยงพฤติกรรมสุขภาพต่างๆ ที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่ไม่เสถียร เมื่อมีจำนวนมากเกินไปจะสร้างความเสียหายต่อส่วนประกอบของเซลล์ เช่น ดีเอ็นเอ โปรตีน รวมถึงเยื่อหุ้มเซลล์ จึงเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เป็นต้น 

การลดอนุมูลอิสระที่กล่าวมาทำได้โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่การไปพบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยจะช่วยทำให้เราเข้าใจร่างกายของตัวเองในเชิงลึกมากขึ้น การตรวจเช็กสุขภาพภายใน และได้รับคำแนะนำเกี่ยวแนวทางการฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสมกับตนเอง 

กลุ่มคนที่ควรไปพบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ได้แก่ 

  1. บุคคลที่มีความเสี่ยงว่าจะเป็นโรคจากกรรมพันธุ์ ได้แก่ โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคความดันโลหิตสูง แต่หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะกรรมพันธุ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคเท่านั้น ถ้าคิดเป็นสัดส่วนก็เพียงแค่ 20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น อีก 80 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งบางคนอาจมีความใกล้เคียงกับคนในครอบครัวที่เป็นโรคดังกล่าว จึงทำให้มีโอกาสเป็นโรคตามกันไป
  2. บุคคลที่มีโรคประจำตัว ยกตัวอย่างเช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นอักเสบ โรคไขมันในเลือดสูง โรคมะเร็ง เป็นต้น
  3. บุคคลที่อยากเริ่มรักษาสุขภาพร่างกายอย่างถูกวิธี  

แต่หากยังไม่แน่ใจว่า ตนเองจำเป็นต้องไปพบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยหรือไม่ ลองเช็กลิสต์สุขภาพข้างล่างนี้ดูว่า มีสัญญาณผิดปกติแบบนี้หรือเปล่า หากมีอาการแนะนำให้ไปพบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย เพื่อตรวจหาสาเหตุ วินิจฉัย และรักษาอย่างถูกวิธีต่อไป

  • มีอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลียติดต่อกันเป็นเวลานาน
  • น้ำหนักขึ้นง่าย แต่ลดยาก
  • อ้วนลงพุง
  • นอนไม่หลับ หรือหลับแต่ไม่ค่อยสนิท
  • ตื่นมาในแต่ละวันแล้วรู้สึกไม่สดชื่น
  • ไม่มีเรี่ยวแรงในการทำกิจวัตรต่างๆ ในแต่ละวัน 
  • หน้าตาผิวพรรณดูหมองคล้ำ
  • ดูแก่กว่าวัย
  • มีอาการเจ็บป่วยต่างๆ เช่น มีโรคประจำตัว โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

เวชศาสตร์ชะลอวัยเหมาะกับใครบ้าง?

เวชศาสตร์ชะลอวัยเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ จนกระทั่งถึงวัยผู้สูงอายุ โดยในแต่ละช่วงวัยจะให้ความสำคัญในการตรวจไม่เหมือนกัน แต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือ การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมวัย 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad
  • วัยเด็ก ตรวจทางด้านโภชนาการ ภูมิแพ้อาหาร และพัฒนาการเจริญเติบโตตามวัย 
  • วัยรุ่น ตรวจความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ในเพศหญิงจะนิยมตรวจในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • วัยผู้ใหญ่ เป็นวัยที่ให้ความสนใจในด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยมากที่สุด ผู้หญิงจะนิยมตรวจเรื่อง อาการ PMS (Premenstrual Syndrome) ก่อนประจำเดือน การควบคุมน้ำหนัก การดูแลผิวพรรณ ในขณะที่ผู้ชายจะไม่ค่อยนิยมเข้าพบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยมากนัก แต่ปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในกลุ่มเพศชาย คือ สุขภาพทางเพศ แต่อาการที่คนวัยนี้เป็นกันมาก คือ อาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียเรื้อรัง (Chronic fatigue Syndrome/Burnout syndrome) นั่นเอง
  • วัยผู้สูงอายุ ตรวจระดับฮอร์โมน สารอาหารที่จำเป็น ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง และโรคเรื้อรังต่างๆ 

แนวทางการรักษาเวชศาสตร์ชะลอวัยเบื้องต้น

  1. แพทย์จะพูดคุยสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่เข้ามาปรึกษา เกี่ยวกับลักษณะการใช้ชีวิตในด้านต่างๆ อาหารที่รับประทาน การนอนหลับ การออกกำลังกาย ความเครียด ฯลฯ เพื่อสังเกตว่า มีพฤติกรรมที่นำไปสู่ปัจจัยเสี่ยงหรือไม่ หลังจากนั้นจะพิจารณาตรวจสุขภาพรายการสำคัญ เช่น ตรวจค่าการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย ตรวจระดับฮอร์โมน ตรวจระดับวิตามิน แร่ธาตุ สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น
  2. แพทย์จะแนะนำแนวทางในการปรับการใช้ชีวิตให้กลับสู่สมดุลอีกครั้ง โดยแนะนำแนวทางการใช้ชีวิตให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เช่น โภชนาการอาหารที่ควรได้รับในแต่ละวัน ควรพักผ่อนอย่างน้อยกี่ชั่วโมงต่อวัน หรือวิธีการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับบุคคล เป็นต้น 
  3. ในกรณีที่ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น แพทย์จะจัดวิตามิน แร่ธาตุ อาหารเสริมในแบบเฉพาะบุคคลที่ได้จากการปรุงโดยเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อเติมเต็มในส่วนที่ขาด และช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว หากมีอาการผิดปกติ เช่น ภาวะฮอร์โมนตกก่อนวัยอันควร แพทย์จะพิจารณาใช้ฮอร์โมนทดแทนตามข้อบ่งชี้และความเหมาะสมในแต่ละบุคคล

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยสามารถตรวจอะไรได้บ้าง?

  • ตรวจระดับวิตามินในร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินดี วิตามินเอ โฟลิก อะซิด และวิตามินบี 12 เป็นต้น
  • ตรวจระดับสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10) ไลโคปีน (Lycopene) เป็นต้น
  • ตรวจแร่ธาตุในร่างกาย เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม  ธาตุเหล็ก สังกะสี ซีลีเนียม และทองแดง เป็นต้น
  • ตรวจวัดระดับฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกาย 

ศัตรูสำคัญที่ทำให้ร่างกายเกิดความเสื่อม

  • การอักเสบ (Inflammation) เป็นกระบวนการของร่างกาย ที่เกี่ยวข้องกับเม็ดเลือดขาวและสารอื่น ๆ ในร่างกาย จะเข้ามาทำการฟื้นฟูและซ่อมแซมส่วนที่บาดเจ็บ หรือสึกหรอ หากเป็นแบบเฉียบพลัน เราเรียกกระบวนการนี้ว่า Acute Inflammation แต่เมื่อร่างกายเกิดกระบวนการดังกล่าวบ่อยครั้งและเป็นเรื้อรังเข้าจะนำไปสู่การะบวนการที่เรียกว่า การอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation) ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อมของร่างกายนั่นเอง
  • AGE : Advanced Glycation End products เป็นหนึ่งในสารอักเสบที่รู้จักกันดี พบในอาหารจำพวกปิ้งย่าง โปรตีนจากเนื้อแดง อาหารที่มีคอลเลสเตอรอลสูง หรือของหวานที่มีน้ำตาลสูง เป็นต้น เมื่อรับประทานเข้าไปเป็นประจำ สารดังกล่าวจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างสารอักเสบออกมาเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นการอักเสบเรื้อรัง (Chronic Inflammation)
  • การรับประทานอาหารที่มากเกินไปจนทำให้ร่างกายต้องใช้พลังงานในการเผาผลาญมาก ก็นับเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสื่อมของร่างกายเช่นกัน 
  • ภาวะฮอร์โมนตกก่อนวัยอันควร เช่น ภาวะต่อมหมวกไตล้า ทำให้การสร้างฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกว่า ฮอร์โมนความเครียดผิดปกติ ซึ่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเป็นตัวการต่อสู้กับความเครียด เมื่อไม่มีตัวการจัดการจึงทำให้เกิดความเครียดสะสม ส่งผลให้นอนไม่ค่อยหลับ รับประทานอาหารได้น้อยลง ระบบเผาผลาญแย่ลง มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือภูมิคุ้มกันตกลงจนป่วยได้ง่าย ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายกำลังมีปัญหา

วิธีการชะลอวัยด้วยตนเอง

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารประเภท Real Foods เป็นอาหารที่ยังไม่ผ่านการปรุงแต่ง หรือปรุงแต่งน้อยเพื่อจะได้รับสารอาหารเต็มที่ ผักออร์แกนิก ไขมันดีจากถั่วเปลือกแข็งต่างๆ เช่น อัลมอนด์ วอลนัท ถั่วลิสง ผลอะโวคาโด น้ำมันมะกอก ปลาแซลมอน ส่วนโปรตีนดี ได้จากเนื้อ นม  ไข่ ไก่ เต้าหู้ ปลา เนยถั่ว เป็นต้น
  • หลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระซึ่งมาจากมลภาวะทางอากาศ ฝุ่น ควัน แสงแดด รังสี UV การรับประทานอาหารปิ้งย่าง โปรตีนจำพวกเนื้อแดง และการนอนหลับไม่เพียงพอ เป็นต้น
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ นอกจากจะทำให้ร่างกายที่แข็งแรงแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดฟิน (Endophins) หรือที่เรียกกันว่า “สารความสุข” ทำให้ลดความเครียดลง ร่างกายกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น และทำให้นอนหลับง่ายอีกด้วย
  • ฝึกจัดการกับความเครียดให้เหมาะสม เพราะความเครียดสามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของสารเคมีในสมองได้ หากร่างกายมีความเครียดสะสมมากเกินไปจนทำให้เกิดภาวะผิดปกติในร่างกาย เช่น ส่งผลต่อระบบการทำงานของกระเพาะอาการ หรือมีอาการปวดหัว จำเป็นต้องเข้าไปพบแพทย์เฉพาะทาง เพราะอาจนำไปสู่การเกิดภาวะซึมเศร้าได้

บทสรุป

Anti-aging เป็นลักษณะการใช้ชีวิตเพื่อให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงสมวัย ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ส่วนการเข้าไปพบแพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยนั้น มีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจร่างกายเชิงลึกในกรณีที่ร่างกายมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง เพื่อป้องกันโรคที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต และปรึกษาแนวทางการใช้ชีวิตที่เหมาะสมกับตนเอง เมื่อเรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมวัย ย่อมส่งผลให้รูปลักษณ์ภายนอกสวยงาม ดูดี ขึ้นตามมานั่นเอง 

Q&A ถาม-ตอบเรื่อง Anti aging

Q: วิตามินที่คนขาดมากที่สุด คืออะไร

A: วิตามินดีเป็นวิตามินที่คนไทยและคนทั่วโลกขาดมากที่สุดโดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ในเมือง จากการตรวจสอบพบว่า มีจำนวนถึงหนึ่งในสามที่ขาดวิตามินดี สาเหตุมาจากการหลีกเลี่ยงแสงแดดมากจนเกินไป การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันแดด ซึ่งวิตามินดีมีความสำคัญมากในการชะลอวัย เพราะเกี่ยวข้องกับกระดูก กล้ามเนื้อ ระบบภูมิคุ้มกัน การนอนหลับ และฮอร์โมนอินซูลิน เป็นต้น 

Q: วิตามินดีมีส่วนช่วยในการชะลอวัยอย่างไร

A: วิตามินดีเป็นวิตามินที่คนส่วนใหญ่ละเลยทั้ งๆ ที่วิตามินดีเป็นหนึ่งในวิตามินสำคัญที่มีส่วนช่วยในกระบวนการทำงานต่างๆ ในร่างกาย เช่น การดูดซึมแคลเซียม (Calcium) เป็นสื่อกลางระหว่างสมองกับร่างกายในการเคลื่อนไหวของเส้นประสาท กล้ามเนื้อ หรือช่วยในการต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียและไวรัส นอกจากนี้ภาวะการขาดวิตามินดียังมีส่วนเกี่ยวข้องกับโรคเบาหวาน ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคมะเร็ง โรคกระกระดูกผิดปกติ โรคความดันโลหิตสูง 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
จัดฟันใสกับ Zenyum, Invisalign, Clear Aligner เริ่มที่ 3,250 บาท เท่านั้น 🔥

ด่วน! ถึงวันที่ 12 ต.ค. นี้เท่านั้น 🦷เราจองคิวให้ ไม่ต้องรอหมอฟันนาน

%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%aainternal ad

ดังนั้นวิตามินดีจึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอวัยเพราะเป็นส่วนช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายแข็งแรงนั่นเอง วิตามินดีสามารถหาได้จากแสงแดด อาหารประเภท ไข่แดง ปลาทะเล ตับ นม น้ำมันตับปลา โยเกิร์ต เนย หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

Q: วิตามินเฉพาะบุคคล (Customized dietary supplements) คืออะไร

A: วิตามินเฉพาะบุคคล (Customized dietary supplements) หมายถึง วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน หรือสารสกัดต่างๆ จากธรรมชาติที่ปรุงขึ้น โดยใช้ข้อมูลจากคนไข้ทั้งอาการความเจ็บป่วย ผลการตรวจร่างกาย และผลแล็ป เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะบุคคล โดยแต่ละคนจะได้รับวิตามินที่ไม่เหมือนกัน ระยะเวลาในการให้วิตามินจะอยู่ที่ 3-4 เดือน และแพทย์จะพิจารณาตรวจแล็ปที่จำเป็นซ้ำอีกครั้งในประมาณเดือนที่ 6 เป็นต้น

Q: วิธีการรับประทานเพื่อลดน้ำหนัก หรือเพื่อสุขภาพ เช่น Ketogenic Diet และ การทำ Intermittent Fasting เกี่ยวข้องกับการชะลอวัยหรือไม่

A: วิธีการกินเพื่อลดน้ำหนัก หรือกินเพื่อสุขภาพในปัจจุบันมีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอวัย เพราะมีการควบคุมสารอาหารให้เหมาะสมกับร่างกาย เช่น คนที่รับประทานอาหารแบบ Ketogenic Diet หรือที่เรียกสั้นๆ กันว่า คีโต จะรับประทานไขมันดีในสัดส่วนที่สูงเพื่อเป็นแหล่งพลังงานทดแทนคาร์โบไฮเดรต ทำให้ร่างกายไม่มีน้ำตาลกลูโคส ส่งผลให้ค่าอินซูลินต่ำ ร่างกายจึงดึงไขมันสะสมมาเผาผลาญเป็นพลังงานแทน 

การทำ Intermittent Fasting (IF) หมายถึง การอดกินเป็นช่วงเวลา เพื่อให้ระดับอินซูลินลดต่ำลง ร่างกายจะดึงเอาสารอาหารสะสมในร่างกายออกมาใช้ได้ทั้งไกลโคเจนและไขมันในร่างกาย อย่างไรก็ตาม การเลือกแนวทางรับประทานเพื่อสุขภาพประเภทต่างๆ ต้องดูความเหมาะสมของร่างกายด้วยเพราะบางคนก็อาจไม่เหมาะกับวิธีการดังกล่าว เช่น กรณีบางคนที่ร่างกายไม่สามารถใช้ไขมันได้ดีก็อาจจะไม่เหมาะกับการรับประทานแบบ Ketogenic Diet เป็นต้น

Q: การตรวจฮอร์โมนเป็นเรื่องของการชะลอวัยหรือไม่

A: การทำงานของฮอร์โมนที่ผิดปกติ เป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้ร่างกายเสื่อม ยกตัวอย่างเช่น ถ้าในเพศชายมีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ต่ำกว่าเกณฑ์ จะส่งผลให้มีบุตรยาก มีโอกาสเป็นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานและโรคอ้วนได้ง่าย 

ในขณะที่เพศหญิง หากฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ฮอร์โมนโพรเจสเทอโรน (Progesterone) ที่ผิดปกติ จะส่งผลต่อประจำเดือน และปัญหาสุขภาพอื่นๆ มากมาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าการลดลงของโกร๊ทฮอร์โมน (Growth hormone) ในวัยผู้ใหญ่ หรือวัยสูงอายุก็ทำให้ร่างกายเสื่อมลงเช่นเดียวกัน 

สำหรับวัยที่แนะนำเข้ามาพบแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจวัดระดับฮอร์โมนต่างๆ คือ ช่วงวัยผู้ใหญ่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป จนถึงวัยผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผ่านช่วงของการเจริญเติบโตเต็มที่มาแล้วและร่างกายในระบบต่างๆ ก็กำลังเข้าสู่ช่วงขาลง ฮอร์โมนจึงมีโอกาสทำงานผิดปกติได้บ่อย 

Q: คนเป็นโรคอ้วนทำให้แก่เร็วหรือเปล่า

A: โรคอ้วน หมายถึง คนที่มีปริมาณมวลไขมันสะสมในร่างกายเยอะเกินกว่าเกณฑ์ ตั้งแต่ไขมันในช่องท้อง ไขมันเซลลูไลท์ ไขมันที่อยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อร่างกายมีเซลล์ไขมันในสัดส่วนที่มากเกินไปจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ (Inflammation) ทำให้ร่างกายมีสภาวะเสื่อม น้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูง ยกตัวอย่างกระบวนการที่ทำให้เกิดความเสื่อมของร่างกาย เช่น เมื่อรับประทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูงมากๆ น้ำตาลที่เข้าไปในกระแสเลือดจะไปจับโปรตีนกลุ่มเส้นใยคอลลาเจน (Collagen) อีลาสติน (Elastin) หรือเอนไซม์ต่างๆ (Enzymes) อาจส่งผลทำให้ผนังหลอดเลือดที่มีสารอักเสบมากๆ ดังกล่าวเกิดการเสื่อมนั่นเอง

สังเกตได้ว่า คนอ้วนลักษณะภายนอกจะดูมีอายุมากกว่าคนวัยเดียวกัน เพราะร่างกายมีการอักเสบที่สูงมาก อีกทั้งยังมีโอกาสเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยนั่นเอง


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป